คลืน~ เปรี๊ยง!
เสียงฟ้าร้องดังก้องทั่วท้องนภา ลมพายุพัดแรงแทบตัวปลิว เม็ดฝนเริ่มตกเต็มเม็ดจนแทบมองทางไม่เห็น
“ท่านอ๋องจะหยุดพัก รอฝนหยุดก่อนหรือไม่ขอรับ”
อี้เฉินทักท้วงผู้เป็นายด้วยความเป็ห่วง เว่ยตรงหยางหลายวันมานี้เขามีสุขภาพไม่ค่อยดีนัก งานที่หนักอึ้งรัดตัวจนแทบไม่ได้พักผ่อน ชายหนุ่มเข้า-ออกวังหลวงทุกวัน กิน นอน ไม่เป็เวลา ถึงเขาจะเป็เพียงอ๋องแต่เพราะฮ่องเต้แห่งแคว้นฉินมีองค์ชายเพียงหนึ่งเดียว ที่เหลืออีก 9 คน เป็หญิงทั้งหมด อีกทั้งองค์ชายเพียงคนเดียวยังพึ่งอายุเพียง 4 ขวบเท่านั้น ยังไม่สามารถแบ่งเบาภาระอันใดได้ เขาผู้เป็น้องชายมิได้หวังลาบยศหรืออำนาจ เพียงออกแรงช่วยอย่างเต็มที่ เขาว่ากันว่าสองพี่น้องแห่งแคว้นฉิน รักกันกลมเกลียวจนแคว้นทั่วหล่าต่างอิจฉา ไม่มีการแก่งแย่งกัน ผู้ใดเป็กษัตริย์แล้วอย่างไร หวังเพียงราษฎรอยู่ดีกินดีเป็พอ แต่ถึงอย่างนั้นขุนนางในราชสำนักกลับแบ่งออกเป็สองฝ่าย นำเื่ยุ่งยากมาให้ชายหนุ่มต้องเหนื่อยกายเพิ่ม อำนาจเป็สิ่งพึงมีถึงไม่อยากมีก็ต้องมี หรือถึงอยากมีก็กลับมีไม่ได้ เื่เช่นนี้ยากที่จะเข้าใจ มีเพียงผู้ที่เกิดมาพร้อมกับวังวนนี้เท่านั้นที่ต้องอยู่กับมันให้ได้
“แวะพักที่โรงเตี้ยมในตลาด “
” ขอรับ “
อี้เฉินรับคำก่อนที่จะควบม้าจากจวนสกุลจางเพื่อไปยังโรงเตี้ยมในตลาดที่ห่างออกไปเพียงแค่อึดใจเท่านั้น ระยะทางเพียงเท่านี้หากจะเดินก็คงไม่กี่ก้าว
“เชิญขอรับ เชิญๆ”
เสี่ยวเออร์เดินมาตอนรับลูกค้าด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ฝนตกเช่นนี้ทำให้ทางร้านแทบไม่มีลูกค้าเลย
“ขอห้องส่วนตัว”
อี้เฉินเอ่ยสั่งเสี่ยวเออร์ ก่อนจะถูกนำไปยังห้องข้างบนชั้นสองของโรงเตี๊ยม บรรยากาศด้านในถูกแบ่งเป็ห้องๆ มีทางเดินตรงกลาง ผู้คนด้านในดูไม่วุ่นวาย หลี่ซิ่วอิงเดินตามเว่ยตงหยางเข้าไปด้านในเพื่อคอยดูแลความเรียบร้อย นางเดินไปเปิดหน้าต่างกว้าง พบว่าบรรยากาศด้านหลังของโรงเตี้ยมที่นี่นั้นเป็แม่น้ำลิ่งชวนทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ฝนที่ยังตกไม่หยุดทำให้บรรยากาศสดชื่น แต่ไม่ดีสำหรับคนป่วย
จ๊อก~~~
มือบางรินชาร้อนให้ผู้เป็นาย อากาศหนาวเช่นนี้ทำให้รู้สึกสบายตัวขึ้นมาเท่าตัว ดวงตาของชายหนุ่มแดงก่ำอาจเป็เพราะร่างกายของเขาเริ่มร้อนเนื่องจากพิษไข้
แค่ก! แค่ก!
ร่างใหญ่ไอออกมาอย่างทนมิได้ วันนี้เขาสวมอาภรณ์ตัวเดียวอีกทั้งตอนมายังมิได้นำเสื้อคุมมาด้วย ปากของเขาเริ่มชีดเผือก ทำให้นางอดที่จะสงสารไม่ได้ ตัวร้ายแบบเขามีมุมนี้ด้วยหรือ เหตุใดตอนที่อ่านในนิยายถึงบอกเพียงเขามีแต่มุมโหดร้ายกันนะ เขาเองก็เป็เพียงคนธรรมดาเท่านั้น นางเองก็อยากจะเอาเสื้อคลุมนี้ให้เขาแต่เพราะนี้ไม่ใช่เสื้อคลุมของนางเองแต่มีคนให้มาอีกที อีกอย่างนางเป็เพียงบ่าวรับใช้ และเขานั้นเป็ใครจะมาใช้ของต่อจากบ่าวเช่นนางได้อย่างไรกัน แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่สามารถทนดูเขาที่นั่งหนาวเช่นนี้ต่อได้ ถึงจะไม่อยากยุ่งวุ่นวายกับเขามากนักแต่ก็ถือว่าช่วยเขาแล้วทำให้นิยายยังดำเนินต่อไปได้ เขาไม่ตายไปส่ะก่อนก็แล้วกัน ร่างบางค่อยๆ ถอยออกไปจากนั้นเดินออกจากห้อง
“เ้าจะไปที่ใด”
อี้เฉินที่ยืนอยู่ด้านหน้าห้องเอ่ยถามหญิงสาว
“อากาศหนาวเหลือเกิน ท่านอ๋องไม่สบายเ้านำเสื้อคลุมมาด้วยหรือไม่”
อี้เฉินส่ายหน้า เขาสะเพร่าเอง ออกศึกนับครั้งไม่ถ้วนแต่ร่างกายของท่านอ๋องมิเคยอ่อนแอ่ถึงเพียงนี้ นี้นับเป็ครั้งแรกที่เขาได้เห็นเลย หลี่ซิ่วอิงเดินลงไปชั้นล่างของโรงเตรียม ยังดีที่ร้านขายผ้าอยู่ตรงข้ามโรงเตี้ยมพอดี
“เถ้าแก่ มีเสื้อคลุมขายหรือไม่เ้าคะ”
” เสื้อคลุมอยู่ทางนี้แม่นาง “
หลี่ซิ่วอิงเดินตามเถ้าแก่ร้านไป แต่พบว่ามีแต่ผ้าของสตรี
” ข้าจะซื้อให้พี่ชายเ้าค่ะ “
” อ้อ ขออภัย สำหรับผ้าคลุมของชายอยู่ทางนี้ เชิญแม่นางเลือกได้ตามสบาย “
เถ้าแก่เอ่ยจบก็เดินไปที่หน้าร้านรอรับลูกค้าที่มาใหม่และปล่อยให้นางเลือกได้ตามสบาย หลี่ซิ่วอิงเลือกอยู่ชั่วครู่ก็ตัดสินใจหยิบเสื้อคลุมที่ขาย วันนี้เว่ยตงหยางใส่ชุดสีขาวมาน่าจะดูเข้ากัน ก่อนที่จะไปจ่ายเงินและเดินเข้าโรงเตี๊ยมไปอีกครั้ง
” ท่านอ๋องเสื้อคลุมขอรับ “
อี้เฉินยื่นเสื้อคลุมให้ผู้เป็นาย หลี่ซิ่วอิงไม่กล้าให้เขาตรงๆนางเองไม่อยากมีบทบาทในชีวิตเขามากนัก เอาเป็ว่ายกความดีความชอบนี้ให้ลูกน้องคนสนิทเขาเป็พอ
“ท่านอ๋องขอรับ เมื่อสักครู่อี้เจ๋อส่งนกพิราบมาบอกว่าในจวนมีคนร้ายแฝงตัวเป็คนเลี้ยงม้าขอรับ ตอนนี้ถูกคุมตัวไว้ที่คุกใต้ดิน”
“ฝนก็เริ่มซาแล้ว เช่นนั้นกลับจวนเถอะ”
“ขอรับ”
“ส่งคนเข้าไปที่จวนสกุลจางและจวนสกุลหลิวด้วย”
“ขอรับ”
อี้เฉินรับคำและเดินตามผู้เป็นายออกไป หลี่ซิ่วอิงเองก็เช่นกัน หญิงสาวได้ยินทั้งคู่คุยกัน เขาสั่งการเช่นนี้ก็เริ่มคิดได้แล้วว่าจะเป็เช่นไรต่อ สกุลจางของนางเอกในนิยายกับสกุลหลิวจะถูกตรวจสอบและพบว่าทุจริต สกุลจางถูกรีดทรัพย์จนเกลี้ยง ส่วนสกุลหลิวถูกเนรเทศออกจากวังหลวง ตอนนี้ของนิยายทำให้คุณหนูในห้องหอต้องสู้ชีวิต ใช้ความสามารถของนางฟื้นฟูตระกูลกลับมาอีกครั้ง ทำให้นางเกลียดตัวร้ายอย่างเว่ยตงหยางมากที่สุด แต่นางไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วเว่ยตงหยางนี่เองที่คอยช่วยตระกูลนางไว้ ให้สามารถอยู่ในเมืองหลวงได้ ถึงจะถูกยึดทรัพย์ทุกอย่างแต่ก็เหลือจวนให้อยู่อาศัย แต่เพราะบทของชายหนุ่มเป็ตัวร้ายมิใช่พระเอก คนเขียนเลยจะใส่บทอะไรลงไปก็ได้เพื่อทำให้พระเอกของเรามีคุณงามความดีเหมาะสมกับนางเอกในนิยาย
……
เสียงเกือกม้าย้ำไม่หยุดแข่งกับสายฝนที่โหมกระหน่ำตกลงมา ขามานั้นใช้เวลาเพียงนิด แต่ขากลับใช้เวลาเป็สองเท่า ด้วยลมพายุที่แรงและวิสัยทัศน์ในการมองย่ำแย่ลง ทางด้านหน้ามองเห็นเพียงสายฝนสีขาวจนแทบลืมตาไม่ขึ้น ร่างบางที่เปียกโชกไปทั้งตัวกระชับเสื้อคลุมแน่น ความหนาวก่อตัวขึ้นทวีคูณเมื่อเจอลมเย็นระเยือกที่ประทะร่างเป็ละลอกๆ
“หลี่ซิ่วอิง เ้าเข้าไปนั่งด้านในกับท่านอ๋องเถิด”
อี้เฉินอดไม่ได้เมื่อเห็นสภาพหญิงสาว ตัวเขาที่นอนกลางดินกินกลางทรายบนสนามรบมาครึ่งค่อนชีวิตยังรู้สึกหนาวสั่น สตรีเช่นนางจะทนรับมันได้เช่นไรกัน
“อีกไกลหรือไม่”
“เลยสะพานแม่น้ำหลิ่งชวนนี้ไปก็ถึงครึ่งทางแล้ว”
อี้เฉินเอ่ยตอบหญิงสาวเสียงดัง เป็เพราะฝนหนาทำให้การสนทนาไม่ค่อยได้ยินกันนัก
‘นั่งมากว่าหนึ่งเค่อแล้วเหตุใดยังพึ่งถึงแค่ครึ่งทางเองกัน’ หญิงสาวเอ่ยกับตนเองในใจ หากรู้เช่นนี้นางคงรับความเมตตาจากท่านอ๋องเข้าไปนั่งภายในรถม้าเสียยังดีกว่ามานั่งตากฝนเช่นนี้ ถึงแม้จะต้องอึดอัดก็ตามที
ครืน~ ครึ้ม~ เปรี้ยง!!!
เสียงฟ้าร้องดัง และผ่าลงใกล้ต้นไม้ใหญ่บริเวณไม่ใกลรถม้ามากนัก เสียงดังจนทำให้หญิงสาวหูอื้อไปชั่วขณะ ทุกอย่างหยุดนิ่งจนเหมือนว่านางโดนฟ้าผ่าเองเสียอย่างนั้น
ฮี้~~~ ฮี๊~~~
เสียงม้าร้องดังด้วยความใ สองเท้าหน้ามันยกสูงขึ้นยากที่จะควบคุมให้สงบลง
“ท่านอ๋องอันตรายขอรับ”
อี้เฉินะโบอกผู้เป็นายข้างในรถม้า ความเร็วที่สบัดไปม้าของรถม้าเคลื่อนตัวมาถึงสะพานข้ามแม่น้ำพอดิบพอดี
โคร้ม~~~
เสียงรถม้ากระจัดกระจายเหวียงขึ้นเกินที่กั้นขอบสะพาน หลี่ซิ่วอิงจับรถม้าแน่นมิเช่นนั้นคงถูกแรงเวียงจนกระเด็นไปถูกม้า ที่กำลังคลุ่งคลั่งเหยียบจนไม่มีชีวิตรอดเอาแน่ ร่างบางกระเด็นตามแรงเหวียงจนถล่าเข้าไปในรถม้า
“ท่านอ๋องระวัง…”
ตู้ม!!!
รถม้าทั้งคันถูกม้าสองตัวสะบัดออกจนตกลงไปกลางแม่น้ำเชี่ยว คนทั้งคู่ยังพอมีเวลาก่อนที่รถม้าจะจมดิ่มลงไปในน้ำ ร่างใหญ่คว้าเอวบางให้ออกมาจากรถม้าก่อนที่จะจมดิ่มลงไป น้ำเย็นทะลักเข้าปากและตาจนทั้งคู่ต้านรับไม่ทันกับเหตุการณ์ที่กำลังเผชิญ
“ทะ…ท่านอ๋องข้าว่ายน้ำไม่ปะ…เป็”
มือเล็กปัดป่ายอย่างหาทางรอด ขณะที่ปากก็พยายามบอกร่างใหญ่
“ตั้งสติส่ะ”
“ทะ…ท่านอ๋องช่วยข้าด้วย”
เสียงฝนและน้ำไหลแรงขึ้นทำให้หญิงสาวที่กลัวน้ำลึกอยู่แล้วเป็ทุนเดิม ขาดสติจนไม่สามารถอยู่นิ่งๆได้ สองมือบางกวักไปมาดิ่นรนเหมือนคนจมน้ำ
“ตั้งสติ หลี่ซิ่วอิง! เ้าลืมตา “
ร่างใหญ่ะโใส่หน้านางเสียดัง เขาเข้าใจว่านางกลัวมากเพียงใด คนว่ายน้ำไม่เป็อีกทั้งตอนนี้อยู่กลางแม่น้ำใหญ่ หากว่าคนที่ช่วยนางอยู่ว่ายน้ำเก่งเพียงใดก็ไม่สามารถหายหวาดกลัวได้เลย
ร่างกายทั้งคู่แนบชิดกันละทิ้งฐานะนายบ่าว มีเพียงวิธีเช่นนี้ถึงจะเอาชีวิตรอดได้ มือใหญ่กอดเข้าที่เอวบางให้ชิดกับเอวของเขา มืออีกข้างตีน้ำเพื่อไม่ให้ทั้งคู่จมลงไป
” แกะเชือกที่ผมเ้าแล้วเอามามัดเอวเ้ากับข้าเอาไว้ด้วยกัน “
ชายหนุ่มออกคำสั่งเสียงเข้ม ในขณะที่สายตาก็มองหาทางขึ้นฝั่งที่แทบเป็ไปไม่ได้เลย
” ท่านอ๋องข้าไม่กล้าปล่อยมือ “
มือสองข้างที่กอดคอเว่ยตงหยางจากด้านหน้าตอนนี้ยิ่งกอดแน่นกว่าเดิม”
“เร็ว! ไม่เช่นนั้นเราจะไม่รอดกันทั้งคู่ ข้ากอดเ้าไว้แล้วไม่มีทางจม เร็วๆ”
ครั้งนี้ชายหนุ่มใส่น้ำเสียงดังขึ้นกว่าเดิม เพราะพายุลมแรงเมื่อสักครู่ ทำให้มีต้นไม้ที่อยู่ใกล้หักล้มจนพัดมากับกระแสน้ำ หากต้นไม้ใหญ่มากมายลอยมาถึงทั้งคู่เกรงว่าจะรักษาชีวิตไว้ไม่ได้เสียแล้ว มือบางที่ตอนนี้ชีดจนแทบเป็สีเดียวกันกับกระดาษปล่อยมือจากเขา จากนั้นแกะเชือกยาวที่หมัดผมตนและผูกตัวตนเองเข้ากับชายหนุ่มให้แน่นจนแน่ใจ
“ท่านอ๋อง ท่านจะทำสิ่งใดเ้าคะ”
“เกาะข้าไว้ให้แน่นๆ”
เว่ยตงหยางเอ่ยสั่งเสียงเข้ม หญิงสาวทำได้เพียงทำตามคำพูดของเขาเพราะยังอยากมีชีวิตรอด ทั้งคู่ตอนนี้อยู่กลางแม่น้ำไม่มีทางเลยที่จะว่ายจนไปถึงฝั่งด้วยความเชี่ยวของน้ำขนาดนี้ แค่เพียงต้านไม่ให้ทั้งคู่ไหลไปตามแรงก็แทบทนไม่ไหว
แต่ดูท่าแล้วชะตาของทั้งคู่คงไม่ดีนัก ต้นไม้ใหญ่ทั้งต้นถูกน้ำเชี่ยวพัดมาอยู่ข้างหลังเขาไม่ไกล สีน้ำใสเริ่มเปลี่ยนเป็สีขุ่นเข้ม ลักษณะเช่นนี้บงบอกได้ว่านี้คือคลื่นน้ำป่าจากบนเขาที่ไหลลงมาผ่านเส้นนี้
“กรี๊ด~~~~~~~~”
สองร่างกอดกันเกลียว พร้อมกรี๊ดร้องออกมา คลื่นน้ำสูงพัดเอาทั้งคู่ให้ไหลไปตามทิศทาง…
……
เอาใจช่วยอีพี่กับยัยน้องด้วยนะคะทุกคนนนนนนน
———-
ไรท์จะพยายามลงทุกวันฝากทุกคนกดหัวใจที่หน้าปก ติดตาม คอมเม้นเป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยน๊าาา???? ไรท์จะลงวันละ 1 ตอน เวลาประมาณ 1 ทุ่มของทุกวันน๊าาา
---------
1 เค่อ คือ15 นาที
1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง
1 ชั่วยามมี 8 เค่อ
1วันมี 100 เค่อ
1 ลี้ เท่ากับ 500 เมตร 2 ลี้ เท่ากับ 1 กิโลเมตร
ยามจื่อ คือ 23.00 - 24.59 น.
ยามโฉ่ว คือ 01.00 - 02.59 น.
ยามอิ๋น คือ 03.00 - 04.59 น.
ยามเหม่า คือ 05.00 - 06.59 น.
ยามเฉิน คือ 07.00 - 08.59 น.
ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น.
วสันต์ = ฤดูใบไม้ผลิ คิมหันต์= ฤดูร้อน สารท= ฤดูใบไม้ร่วง เหมันต์= ฤดูหนาว
——————————