ตอนที่ 16 เริ่มเคลื่อนไหว
เสียงเรียกนั้นช่างคุณเคยสำหรับเขาเขาย่อมจำเสียงเรียกนี้ได้ดีเพราะเ้าของเสียงคือคนที่เคี่ยวกำการฝึกร่างกายของเขาอย่างหนักจนมีสถานะและสกิลสูงลิ่วั้แ่ต้น ราดิชเพ่งมองฝ่าความมืดไปก็เห็นใบหน้าที่คุ้นเคย
“จ่าเวส???”
ราดิชพยุงร่างขึ้นขณะที่ห้าในหกคนนั้นเคลื่อนที่มาหาเขาด้วยความเร็วสูงมากชนิดที่ว่าเ้าพวกตั๊กแตนนั้นทาบไม่ติดเลยชั่วพริบตาทั้งห้าก็เข้ามาล้อมตัวเขาเอาไว้แล้ว
“องค์ชาย...”
“องค์ชายจริงๆด้วยพะย่ะค่ะ”
จิมและเจ๊คต่างแย่งกันพูดด้วยความดีใจจะว่าเขาก็สนิทกับพวกนี้อยู่เหมือนกัน เพราะสี่คนนี้มาร่วมฝึกกับเขาด้วยนั่นเอง
“พวกแกอย่าแย่งกันพูดสิรีบรักษาองค์ชายก่อน”
จ๊อบผลักสองคนนั้นออกไปให้พ้นทางและส่งยาฟื้นพลังให้เขาราดิชรับและผงกหัวขอบคุณ เขาเปิดมันและดื่มน้ำยาลงไป
ส่วนเจ๊คที่ได้สติก็รีบร่ายเวทรักษาเช่นกันในทีมนี้มีแค่เจ๊คที่ใช้เวทรักษาได้อย่างเชี่ยวชาญ จ่าเวสใช้ได้แต่ไม่ชำนาญส่วนอีกสามคนเรียนเวทนี้ไม่ได้ด้วยซ้ำไป
“ไม่นึกว่าจะเจอองค์ชายในที่แบบนี้จริงๆนะพะย่ะค่ะ”
จ่าเวสเข้ามาจับและลูบคลำตามตัวเขาอย่างเป็ห่วงเห็นหน้าตาท่าทางหน้ากลัวแบบนี้ แต่แกก็เป็ที่เป็ห่วงเพื่อนร่วมงานมากบอกได้เลยว่าถ้ามีมาทำร้ายพวกเขา จ่าเวสจะเป็คนแรกที่ออกไปจัดการเื่นี้แน่นอน
“พวกท่านตามหาข้าเจอได้ยังไง”
ราดิชเอ่ยถามขึ้นหลังดื่มน้ำยาฟื้นพลังตอนนี้พลังชีวิตของเขาฟื้นขึ้นมาจนถึงขีดปลอดภัยแล้วอาจเป็เพราะเวทรักษาของเจ๊คนั้นถึงระดับสิบแล้ว เ้าตัวก็กำลังทำตามเงื่อนไขเพื่อให้ได้เวทปาฏิหาริย์มาอยู่เหมือนกัน
“ข้าแค่ลองเสี่ยงลงมาที่นี่ดีไม่นึกว่าจะเจอองค์ชายจริงๆ”
จ่าเวสกล่าวพลางปาดน้ำตาด้วยความดีใจทั้งสี่คนเองก็เช่นกันที่ดีใจมาก สายสัมพันธ์ของพวกเขานั้นหาอะไรมาอธิบายไม่ได้นอกจากคำว่าเพื่อนร่วมทุกข์
ราดิชเองก็ดีใจเหมือนกันที่ได้พบพวกเขาเพราะตลอดเวลาหลายวันที่อยู่ที่นี่เขาไม่พบใครเลย นอกจากสัตว์อสูรนี่เป็คนกลุ่มแรกที่เขาเจอหลังจากถูกส่งมาที่นี่
“องค์ชายจะกลับไปพร้อมพวกเราไหมพะย่ะค่ะ”
แจ๊คเอ่ยถามขึ้นมาเพราะภารกิจของพวกเขาคือตามหาองค์ชายให้พบ
“ไม่ล่ะข้าจะขอเก็บเลเวลที่นี่ก่อน เห็นแบบนี้ข้าเพิ่งเลเวลสิบห้าเลยนะ แต่ก็หวิดตายเหมือนกันฮ่าๆ”
ราดิชว่าและเหล่มองซากตั๊กแตนทั้งสามตัวความจริงทั้งห้าคนก็เห็นแล้วว่ามีซากตั๊กแตนอยู่สามตัวแต่คงมีแค่จ่าเวสที่ทันเห็นการต่อสู้่สุดท้าย ที่เขาจัดการพวกมันลงได้เพราะเขามีสกิลมองไกลกว่าเ้าพวกนี้
“องค์ชายจัดการเ้าสามตัวนี้ด้วยตัวเอง??”
จ่าเวสถามขึ้นมาเพราะเขาเห็นแค่ตอนราดิชจัดการสองตัวสุดท้าย
“ใช่แล้วจ่าข้าเลยเกือบตายอย่างที่ท่านเห็น”
ราดิชตอบอย่างภาคภูมิใจเขาสุภาพกับผู้าุโที่ควรเคารพเสมอ และจ่าเวสก็เป็หนึ่งในนั้นถ้าไม่มีจ่าเวสคอยเคี่ยวเข็ญให้เขาฝึกร่างกายและจิตใจก็คงไม่มีตัวเขาที่แข็งแกร่งในวันนี้ แม้จะมีความทรงจำของชาติก่อนแต่มันก็เป็แค่ส่วนหนึ่งของร่างนี้เท่านั้น
“จัดการพวกมันพร้อมกันสามตัว!! องค์ชาย...ท่านจะเก่งเกินไปไหมพะย่ะค่ะ”
จิมดูใมากที่ราดิชจัดการพวกมันได้พร้อมกันถ้าเป็ตัวเขาถ้าให้สู้กับพวกมันสักตัวก็ยังแย่เลย เพราะถึงจิมจะมีสกิลที่สูงกว่าแต่ถ้าเจอแบบนี้ตัวจิมก็คงเผ่นหนีก่อนอย่างไม่ต้องสงสัย
“จิม...รีบติดต่อกลับไปหาท่านคาตันเร็ว”
จ่าเวสที่นึกขึ้นได้รีบสั่งจิมเ้าหนุ่มจิมรีบเอาอุปกรณ์เวทสื่อสารทางไกลออกมาขณะที่คนนำทางเพิ่งจะวิ่งตามมาถึงและเขาก็ดูใมาเมื่อเห็นอุปกรณ์เวทสื่อสารทางไกลเพราะมันไม่ใช่ของที่คนทั่วไปมีใช้แน่นอน
และเมื่อเขาเห็นเด็กหนุ่มที่คนกลุ่มนี้ล้อมอยู่เขาก็ใขึ้นไปอีกเพราะใบหน้าของเด็กหนุ่มคนนี้เหมือนกับผู้กล้าที่เพิ่งมีประกาศไปเมื่อไม่กี่วันก่อนความจริงถ้าไม่ใช่คนที่ไปที่โบสถ์บ่อยย่อมจะไม่เคยเห็นรูปของผู้กล้าแน่คนส่วนมากมักได้ยินแต่ชื่อเท่านั้น แต่คนนำทางผู้นี้เดินทางไปโบสถ์กับภรรยาบ่อยเลยได้เห็นรูปของผู้กล้าที่ทางโบสถ์ประกาศออกมา
“ไม่ต้องในี่คือท่านผู้กล้านั่นแหละ เขาออกมาฝึกฝนตนเองเพื่อเพิ่มเลเวล”
เป็จ๊อบที่เข้าไปบอกกับคนนำทางที่ทำหน้าเหรอหราอยู่อีกฝ่ายพอได้ยินก็หายงงและไม่ได้ติดใจอะไรอีก เพราะการที่ผู้กล้าจะมาลงเขาวงกตเพิ่มเลเวลก็ถือเป็เื่ปกติ
“ติดต่อได้แล้วครับ”
จิมบอกจ่าเวสพร้อมยื่นอุปกรณ์ให้จ่าจ่ารับไปแทบจะในทันทีและพูดคุยกับปลายสายด้วยเสียงที่เบามากเห็นเขาพูดคุยอยู่สักพักก็วางสายไป จ่าเวสกอดคอราดิชและพาเขาเดินออกจากกลุ่มไปส่วนที่เหลือนั้นรู้งานแยกกันคุมเชิงอย่างไม่ผิดสังเกตุ
“องค์ชายจะอยู่ที่นี่ต่อหรือพะย่ะค่ะ”
“ใช่แล้วจ่าข้าคิดว่าจะฝึกฝนที่นี่ให้แข็งแกร่งก่อนค่อยกลับไปข้าไม่รู้ว่าคนที่ลอบสังหารข้ามันเป็ใครแล้วมันจะลงมืออีกไหม”
“มันเป็พวกจันทราโลหิต”
“อะไรนะ!!! จันทราโลหิต ไม่นึกว่าพวกมันจะหมายหัวข้า คอยดูเถอะ..”
ราดิชย่อมรู้จักนามจันทราโลหิตจากการศึกษาสันนิฐานว่ามันเป็องค์กรที่ก่อตั้งมานานแล้วแต่เพิ่งเริ่มมีบทบาทหลังการตายของผู้กล้ารุ่นที่สิบสองซึ่งหลายคนคาดว่าผู้ที่อยู่เื้ัการตายของผู้กล้ารุ่นที่สิบสองคือพวกมัน
“ถ้าองค์ชายอยากคิดแก้แค้นก็ต้องแข็งแกร่งก่อนนั่นแหละอย่างน้อยก็มีเลเวลเท่ากระหม่อมเป็อย่างน้อยนะพะย่ะค่ะ”
“เลเวลเจ็ดสิบเอ็ดแบบจ่าน่ะเหรอ”
“เจ็ดสิบสองแล้วตอนนี้ฮ่ะๆ”
“.....”
“ดูจากสภาพองค์ชายแล้วคงใช้ยาฟื้นพลังจนหมดล่ะสิ แต่ไม่นึกว่าองค์ชายจะรอดจากการลอบสังหารของพวกมันได้”
“ก็ใช้หมดไปั้แ่ตอนถูกเวทมิติส่งมาแล้วข้าตกลงมากระแทกพื้นเกือบตาย”
ราดิชบอกไปตามนั้นแต่ไม่ได้กล่าวทั้งหมดเพราะเื่ที่เกิดขึ้นมันน่าเหลือเชื่อเกินไป
“องค์ชายบอกว่าเลเวลสิบห้าแล้ว ใน่เวลาไม่กี่วันเนี่ยนะพะย่ะค่ะ”
จ่าเวสที่เก็บความสงสัยไว้ั้แ่เมื่อครู่หลุดปากถามขึ้นมา
“ใช่แล้วจ่าเื่มันเริ่มจาก.....”
เขาเล่าให้จ่าเวสฟังั้แ่ต้นแบบย่ออีกฝ่ายได้ยินเข้าถึงกับใไม่น้อยที่องค์ชายเลือกวิธีเพิ่มระดับที่บ้าบิ่นเช่นนี้เพราะถ้าพลาดเพียงนิดเดียวอาจตายได้เลย
“ยังไงข้าก็ยังไม่ตาย”
“....”
คราวนี้เป็จ่าเวสที่เบ้หน้าเพราะไม่รู้จะกล่าวอะไรออกมา
“แล้วองค์ชายมีแผนยังไงต่อพะย่ะค่ะ”
“ข้าคิดว่าหลังเลเวลยี่สิบกว่าไปแล้วจะลงไปยังชั้นต่อไป”
“ชั้นสองของที่นี่นรกเพลิงโลกันตร์ มันเป็ชั้นที่เป็ไปด้วยแม็กม่านี่แต่องค์ชายมีสกิลต้านไฟก็น่าจะไหวอยู่”
จ่าเวสได้ฟังแผนการของราดิชก็คิดตามก่อนจะหันไปกวักมือเรียกจิมให้มาทางนี้ เ้าตัวเข้ามาหาด้วยสีหน้าสงสัย
“องค์ชายจะอยู่ที่นี่ต่อแกไปขอแบ่งยาฟื้นพลังจากทุกคนมา เอาอาหารแห้งและน้ำมาด้วย อ่อ เกือบลืมพวกดาบกับชุดเกราะด้วยล่ะ”
จ่าเวสสั่งการขณะมองชุดเกราะที่แทบจะกลายเป็เศษเหล็กที่ราดิชสวมใส่อยู่ซึ่งราดิชได้แต่ยิ้มแห้งตอบกลับไป เพราะเขาใช้งานมันหนักมากเกินไปจริงๆนั่นแหละ
จิมไปรวบรวมสิ่งของตามที่สั่งไม่นานก็กลับมาและเริ่มถ่ายสิ่งของเ่าั้ใส่แหวนมิติของราดิชตอนนี้ราดิชได้เปลี่ยนชุดและเสื้อเกราะระดับอีปิคตัวใหม่แล้วส่วนดาบที่เขาอยู่ตอนนี้ก็เต็มไปด้วยรอยบิ่นและแตกร้าวหลายจุดเพราะมันเริ่มจะทนรับพลังเวทของเขาไม่ได้แล้ว
จิมไม่ทำให้เขาผิดหวังเพราะหมอนี่เอาดาบระดับอีปิคมาให้เขาหลายเล่ม รวมถึงชุดเกราะระดับอีปิกด้วย ความจริงหน่วยนี้ใช้ไอเทมระดับอีปิคเป็ของประจำการแต่ตอนออกมาทำภารกิจภายนอกจะใช้ไอเทมระดับแรร์กันเพื่อไม่ให้คนอื่นสงสัย
ราดิชจัดการส่งคืนอาวุธระดับแรร์กลับไปและเปลี่ยนมาใช้อาวุธระดับอีปิคแทนดาบยาวในมือเขาตอนนี้ดูภายนอกไม่ต่างจากของที่เคยใช้แต่เมื่อััแล้วจะรู้เลยว่ามันดูเหมาะมือกว่าแถมยังรองรับพลังเวทของเขาได้ไม่มีปัญหาหลังจากลองทดสอบใส่พลังเวทลงไปจนตัวดาบเปล่งแสงออกมามันมากกว่าดาบเล่มก่อนเป็เท่าตัว
“กระหม่อมคงต้องกลับขึ้นไปก่อนถ้าองค์ชายลงไปที่ชั้นสองก่อนพวกข้ากลับมาก็ให้คอยแวะกลับมาที่ทางขึ้นชั้นหนึ่งด้วยนะจะมีทีมคอยนำอุปกรณ์เวทสื่อสารระยะไกลไปรอส่งมอบที่นั่นนะพะย่ะค่ะ”
“เข้าใจแล้ว”
“ส่วนนี่เป็แผนที่ของชั้นหนึ่งและชั้นสองที่สำรวจไปถึงกับข้อมูลสัตว์อสูรที่มีการสำรวจแล้วพะย่ะค่ะ”
จ่าเวสยื่นแผนที่ให้เขาสองฉบับราดิชรับมาและเปิดดูก็เห็นว่ามันมีความละเอียดทีเดียวเพราะมันบอกสถานที่อาศัยของสัตว์อสูรบางตัวที่ค้นพบด้วย นอกจากนี้ยังมีอีกแผ่นที่เป็ข้อมูลของสัตว์อสูรที่มีการสำรวจไว้นับว่ามีประโยชน์อย่างมาก
“พวกกระหม่อมคงต้องกลับไปขึ้นไปก่อนยังไงก็ขอให้องค์ชายระวังตัวด้วยนะพ่ะย่ะค่ะพวกจันทราโลหิตอาจส่งคนมาอีกก็ได้หลังจากนี้”
“ขอบคุณท่านมาก”
ราดิชรู้สึกขอบคุณในความเป็ห่วงของจ่าเวสหลังจากล่ำราจ่าและสี่สหายแล้ว พวกจ่าเวสให้คนนำทางพากลับขึ้นไป ส่วนราดิชก็ลงมือกินเ้าพวกตั๊กแตนเพื่อฟื้นฟูค่าพลังกายที่เสียไปหลังจากนั้นเขาก็อาศัยแผนที่ชั้นหนึ่งที่จ่าเวสมอบให้ซึ่งจ่าได้ทำเครื่องหมายแสดงจุดที่เขาอยู่และจุดหมายให้แล้วเขาออกเดินทางต่อโดยตั้งเป้าจะต้องแข็งแกร่งให้มากที่สุด
จักรวรรดิเคเดม
คาตันที่ทราบข่าวจากจ่าก็ดีใจมากหลังคุยกับจ่าเวสเสร็จเขาก็รีบไปพบจักรพรรดิโรนัลด์เพื่อรายงานเื่นี้ทันที
“พบองค์ชายแล้วพะย่ะค่ะฝ่าา”
“ที่ไหน!! เจอลูกเราที่ไหน เขาปลอดภัยไหม”
โรนัลด์แทบจะลิ้นพันกันเพราะไม่รู้ว่าจะพูดคำไหนออกมาก่อน
“ใจเย็นๆก่อนฝ่าา”
คาตันพยายามปลอบพระองค์จนโรนัลด์ใจเย็นลงจากนั้นคาตันก็เล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้ฟัง เพราะหลังจ่าเวสแยกกับราดิชเขาก็ติดต่อกลับไปและขอให้จ่าเวสเล่ารายละเอียดทั้งหมดให้ฟังรวมถึงแผนการของราดิชด้วยซึ่งคาตันเองก็ไม่มีปัญหาในเื่นี้
“เ้าราดิชจะฝึกฝนต่อที่นั่น...”
“เื่นี้ไม่ต้องห่วงไปฝ่าาเดี๋ยวกระหม่อมจะเรียกหน่วยพิเศษกลับมาและส่งพวกเขาไปที่นั่นทันทีโดยแจ้งว่าเป็ภารกิจเก็บเลเวล แต่ความจริงเป็การให้ความคุ้มครององค์ชายต่างหากแต่คงต้องให้ฝ่าาช่วยออกหน้า”
“หมายความว่า..เข้าใจละ”
โรนัลด์ตอนแรกยังงงอยู่แต่พอมาคิดดูเขาก็เข้าใจความหมายของคาตันได้เพราะการส่งทหารเข้าไปในประเทศอื่นนั้นมันไม่ใช่สิ่งที่ควรกระทำแต่เขาน่าจะทำแบบนี้ได้เพราะมารดาของราดิช
ราชินีที่สิ้นพระชนม์ไปนั้นมีศักดิ์เป็พระเชษภคินีของจักรพรรดิคาอินองค์ปัจจุบัน หรือก็คือเขาเป็เสด็จน้าของราดิชนั่นเอง
“เื่นี้ข้าจัดการเอง”
โรนัลด์กล่าวและให้คนไปนำอุปกรณ์เวทสื่อสารทางไกลมาเพื่อติดต่อไปทางคาอินเขาใช้เวลาพูดคุยกับจักรพรรดิแห่งคาอินอยู่พักใหญ่และต้องเล่าเื่ที่ราดิชถูกลอบสังหารและเป้าหมายให้อีกฝ่ายฟัง ดูเหมือนทางนั้นจะโกรธพวกจันทราโลหิตมากและยอมให้ทหารของทางนี้เข้าไป รวมถึงทางคาอินจะส่งคนไปที่นั่นด้วยเช่นกัน
ส่วนคาตันก็ให้คนติดต่อเรียกหน่วยพิเศษทีมอื่นให้กลับมารวมพลในทันทีตอนแรกพวกนั้นก็สงสัยแต่ก็รีบกลับมารวมพลแต่กว่าพวกเขากจะกลับมากันครบก็ใช้เวลาไปครึ่งวันเหมือนกัน
คาตันแจ้งทุกคนว่าพบราดิชแล้วโดยทีมที่เจอคือทีมจ่าเวส เื่นี้ทำให้พวกที่เหลือดูแปลกใจมากเพราะไม่คิดว่าทีมลูกเจี๊ยบนั่นจะทำภารกิจนี้ได้สำเร็จ
คาตันออกคำสั่งให้ทุกคนเตรียมตัวเดินทางไปคาอินโดยให้เตรียมทุกอย่างเสมือนไปออกรบ โดยภารกิจบังหน้าคือเก็บเลเวลแต่ความจริงคือให้ความคุ้มครองราดิชและคอยตรวจสอบพวกจันทราโลหิต แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าใครเก็บเลเวลได้น้อยที่สุดทีมนั้นก็ต้องถูกทำโทษอยู่ดีและคาตันได้มอบหมายให้ทีมที่ดูไว้ใจได้ไปรอราดิชเพื่อส่งมอบอุปกรณ์เวทสื่อสารทางไกล
“เวลาผ่านไปไม่กี่วันหลังวันลอบสังหารแต่ดูเหมือนองค์ชายจะเติบโตขึ้นมากทีเดียวหวังว่าพระองค์จะแข็งแกร่งและรีบกลับมานะ”
คาตันอดเป็ห่วงไม่ได้แต่เขาก็ทำอะไรมากไม่ได้ตอนนี้แน่นอนว่าตัวถ้าไม่ติดภารกิจอะไรก็จะตามไปที่นั่นในภายหลังเช่นเดียวแม้เหล่าหน่วยพิเศษจะแข็งแกร่งมาก แต่พวกจันทราโลหิตก็แข็งแกร่งไม่แพ้กัน
จักรวรรดิคาอิน
จักรพรรดิองค์ปัจจุบันปีเตอร์ แรนส์ คาอิน เป็ชายวัยกลางคนหน้าตาห้าวหาญเห็นแบบนี้เขามีเลเวลถึงหนึ่งร้อยและมีชีวิตะแต่เขาก็มีแผนเกษียณตัวเองหลังจากหาผู้สืบทอดที่เหมาะสมได้
ราชวงศ์คาอินเป็แบบนี้มาแต่ก่อนแล้วที่จักรพรรดิหลายรุ่นเป็นักรบที่แข็งแกร่งและมีเลเวลเกินร้อยทั้งนั้นแต่พวกเขาก็จะเกษียณและส่งมอบตำแหน่งให้รุ่นต่อไปส่วนพวกเขาจะเร้นกายไปสถานที่อื่นหรืออาจท่องเที่ยวแล้วแต่ความพอใจของแต่ละคน
“มีเื่อะไรหรือพะย่ะค่ะฝ่าาถึงให้คนไปตามกระหม่อมมา”
อัศวินผู้หนึ่งเข้ามาพบจักรพรรดิปีเตอร์เขามีใบหน้าดูใจดี จอนผมสีขาวบ่งบอกถึงอายุของเขาได้เป็อย่างดีทว่านั่นก็เป็เพียงรูปลักษณ์ภายนอกนเท่านั้นอย่างไรเขาก็เป็หนึ่งในผู้มีชีวิตะ ชายคนนี้คืออัศวินอันดับหนึ่งของคาอิน
“หลานชายของข้าถูกพวกจันทราโลหิตลอบสังหารแต่ดีที่เขาปลอดภัย”
“อะไรนะท่านผู้กล้าน่ะหรอ”
อัศวินสูงวัยดูใไม่น้อยกับเื่นี้แน่นอนว่าทางคาอินรู้ดีว่าผู้กล้าคือใคร เขาคือหลานชายของจักรพรรดิผู้นี้และเป็หลานรักของเขาเสียด้วย และเมื่อมีการประกาศชื่อผู้กล้าคนใหม่ว่าเป็ใครทางจักรวรรดิเองก็ภูมิใจและจัดงานฉลองขึ้นมาอย่างยิ่งใหญ่เลยด้วย
“อืม..”
จักรพรรดิปีเตอร์เล่าเื่ให้อัศวินสูงวัยฟังรวมถึงแผนการของหลานชายตัวเองและการขอความร่วมมือจากจักรพรรดิโรนัลด์เขาเองก็มีคำสั่งให้อีกฝ่ายไปทำเหมือนกัน
“ฝ่าาจะให้กระหม่อมพาคนไปที่เขาวงกตไดดาลอสเพื่อคุ้มครององค์ชายใช่หรือไม่”
อัศวินสูงวัยกล่าวขึ้นเมื่อสังเกตสีหน้าของผู้เป็นาย
“ใช่แล้วรวมมือกับทางเคเดมนั่นแหละ ยังไงก็ฝากด้วยล่ะ ปิดเมืองไดลอสไปเลยค้นหาคนที่จะเป็พวกจันทราโลหิตด้วย”
“รับบัญชาพะย่ะค่ะ”
อัศวินสูงสัยรับคำสั่งและรีบออกไปจัดการทันที
“เ้าพวกจันทราโลหิตบังอาจมาลอบสังหารหลานชายของข้า พวกมันได้เห็นดีแน่”
จักรพรรดปีเตอร์ขบฟันแน่นอย่างโมโหแต่แล้วเขาก็ถอนใจออกมา
“ทำไมพวกลูกหลานเราถึงไม่มีใครเก่งได้แบบราดิชบ้างนะมีแต่พวกไม่ได้ความทั้งนั้น แล้วแบบนี้ข้าจะยกบัลลังก์นี้ให้ใครได้”
ยิ่งคิดก็ยิ่งทำให้จักรพรรดิปีเตอร์โมโหเพราะบรรดาลูกของเขาล้วนแล้วแต่อ่อนแอและไม่ได้ความกันสักคนเดียวเมื่อเทียบกับหลานชายผู้เป็บุตรของพี่สาวที่จากไป ที่เป็ทั้งผู้กล้า จอมมารและมีค่าสเตตัสและสกิลอยู่ในระดับสูงลิ่ว
และถ้าการคาดการณ์ของเขาไม่มีผิดพลาดราดิชจะต้องก้าวข้ามเลเวลหนึ่งร้อยเป็ผู้มีชีวิตะและแข็งแกร่งอย่ากมากได้โดยไม่ต้องสงสัยเลยยิ่งคิดก็ยิ่งโมโหจนทำใหเขาหงุดหงิด
ขณะที่ทุกฝ่ายเริ่มเคลื่อนไหวกันนั้นก็มีอีกฝ่ายที่เริ่มจะทนไม่ไหวเพราะขาดการติดก่อกับคนของตัวเองไปนานจนน่าสงสัย
“ยังติดต่อหมายเลขสี่ไม่ได้อีกเหรอ...”
ชายผู้เป็หัวหน้าองค์กรจันทราโลหิตเอ่ยถามกับนักฆ่าชุดดำที่คุกเข่าตรงหน้าเขา
“ยังเลยขอรับทางเราติดต่อไปแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เหมือนเขาจะปิดเครื่องอยู่ไม่รู้ว่ากำลังทำภารกิจหรือว่าเกิดเื่ไปแล้ว...”
“เกิดเื่??กับภารกิจสุดง่ายแบบนั้นเนี่ยนะ”
ชายผู้นั้นดูท่าทางจะโมโหไม่น้อยที่ทุกอย่างไม่เป็ไปตามที่เขาคิดแต่เขาก็ใจเย็นลงได้หลังผ่านไปชั่วครู่
“ไปที่เคเดมเพื่อสืบข่าวเื่นี้นี่ข้อมูลภารกิจที่หมายเลขสี่ไปทำ”
ชายผู้นั้นดีดม้วนกระดาษให้นักฆ่าผู้นั้นอีกฝ่ายรับและเปิดอ่านทันที
“ข้าจะรีบไปดำเนินการขอรับ”
“ได้เื่ยังไงรีบแจ้งกลับมาด้วย”
“รับทราบขอรับ”
นักฆ่ารับคำสั่งก่อนที่ร่างของเขาจะเลือนหายไปจากจุดนั้น
“มันเกิดเื่อะไรขึ้นหรือว่าหมายเลขสี่จะพลาดท่า”
ชายผู้นั้นคาดเดาไปหลายอย่างแต่ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปอันใดคงต้องรอให้หมายเลขสิบห้าหรือคือนักฆ่าคนเมื่อครู่ไปสืบข่าวมาก่อนถึงจะทราบว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างนี้เขาก็ได้แต่รอฟังข่าวอย่างร้อนใจเท่านั้น