จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 59 จู่โจมโดยไม่ทราบสาเหตุ

                ไป๋หยุนเฟยไม่ได้จู่โจมหมัดด้วยวิชาระลอกคลื่นแต่ถึงอย่างนั้นก็เกินกว่าผู้บรรลุด่านปัจเจกวิญญาณระดับปลายเช่นหลงเทา(พี่ชาย)จะทานทนได้หลังจากกระเด็นถอยหลังไปห้าหกก้าวติดต่อกันค่อยตั้งหลักยั้งกายไม่ให้ล้มลงได้

                “วีรชนวิญญาณ!”หลงเทากุมหน้าท้องมองดูไป๋หยุนเฟยด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

                “กลัวแล้วกระมัง?สายไปแล้ว!” ไป๋หยุนเฟยแค่นเสียงแผ่วเบาก่อนจะพุ่งกายไปด้านหน้าอีกครา

                แม้ในใจหลงเทาจะตื่นตระหนกแต่คู่ต่อสู้ก็มาถึงตรงหน้าแล้วมันไม่มีทางเลือกได้แต่ต้องสู้เท่านั้น กล้ามเนื้อทั่วร่างมันเบ่งพองขึ้นส่งผลให้บุรุษร่างกำยำเช่นมันถึงกับสูงใหญ่ยิ่งขึ้นอีกจากนั้นหลงเทาจึงชกหมัดใส่ไป๋หยุนเฟยอย่างดุดัน

                เมื่อพุ่งกายมาถึงเบื้องหน้าหลงเทาไป๋หยุนเฟยพลันฟุบกายไปด้านข้าง หมัดที่หลงเทาชกสุดกำลังจึงกระทบถูกเพียงอากาศธาตุจากนั้นไป๋หยุนเฟยขยับร่างคราหนึ่งก็ไปปรากฏอยู่ที่ด้านซ้ายหลังจากส่งสายตาแฝงความหมายมองดูก็ยกมือขวาขึ้นตบหน้าหลงเทาเสียงดังสดใส

                จากนั้นภายใต้สายตาตื่นตะลึงของผู้ชมรอบข้าง ไป๋หยุนเฟยราวกับเย้าแหย่สัตว์ร้ายมันใช้ท่าเท้าเหยียบคลื่นสร้างเงาร่างล้อมรอบกายจนหลงเทาไม่อาจจู่โจมได้ถูกจึงได้แต่ร้องคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวและจู่โจมอย่างคลุ้มคลั่ง ตรงข้ามกับไป๋หยุนเฟยที่ทุบตีคู่ต่อสู้ครั้งแล้วครั้งเล่าพร้อมกับ‘ก่นด่า’ด้วยท่าทีพลุ่งพล่าน

                “นี่สำหรับที่เจ้าวางตัวราวผู้ยิ่งใหญ่!”

                “นี่สำหรับที่เจ้าไม่โกนหนวดเครา!”

                “นี่สำหรับที่เจ้าใช้อำนาจของตระกูลข่มเหงผู้อื่น!”

                “นี่สำหรับที่เจ้าเป็นตัวประกอบ!”

                “……”

                เพียงไม่นานใบหน้าหลงเทาก็กลายเป็นบวมพองราวกับสุกรถึงกับเป็นสุกรที่หนวดเครารกครึ้มเช่นนี้...

                เมื่อเล่นสนุกจนสาแก่ใจไป๋หยุนเฟยจึงสะบัดมือตบอย่างดุดันส่งคู่ต่อสู้ปลิวกระเด็นออกไปอีกครา ขณะเดียวกันก็ร้องตะโกนเสียงดัง

                “ข้าจะบอกเจ้าเป็นครั้งสุดท้ายหมดคิวเจ้าแล้ว เก็บของกลับบ้านไปซะ!!”

                หลงเทาร่างหมุนคว้างลอยออกไปวาเศษก่อนจะร่วงลงสู่พื้นในที่สุดเมื่อตั้งหลักได้ก็ถ่มโลหิตพร้อมกับฟันสองซี่ออกจากปากดวงตาหลงเทาเปี่ยมด้วยความหวาดกลัวและอัปยศอดสู ---แม้จะเป็นถึงปัจเจกวิญญาณระดับปลายแต่ก็ยังถูกหยอกเย้าเช่นนี้นับว่าศัตรูเหยียดหยามมันนัก

                หลังจากส่งพี่ชายลอยกระเด็นออกไปไป๋หยุนเฟยก็ตบมือเบาๆพลางหันไปมองหลงเทาผู้น้องที่แตกตื่นตะลึงลานไม่ทราบเพราะเหตุใดยามไป๋หยุนเฟยนึกถึงว่าเมื่อวานคนผู้นี้คุกคามหลิวเมิ่งอย่างไรก็รู้สึกขุ่นเคืองใจนักมันแค่นเสียงเย็นชาก้าวเท้าเข้าหาฝ่ายตรงข้าอย่างเชื่องช้า

                เสียงแค่นของไป๋หยุนเฟยปลุกหลงเทาสะดุ้งรู้สึกตัวขณะมองไป๋หยุนเฟยที่เดินเข้าหาใบหน้ามันก็ถูกฉาบย้อมด้วยความหวาดกลัวสุดขีดหลงเทาถอยหลังโดยไม่รู้สึกตัวแต่เพราะความลนลานจึงเสียหลักล้มลงนั่งกับพื้นขณะใช้แขนขาตะเกียกตะกายล่าถอยก็กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน “เจ้า เจ้าจะทำอะไร?!อย่า อย่าเข้ามา! พี่ พี่ชายข้าคือ... ”กล่าวถึงกลางคันค่อยนึกออกว่าศัตรูเพิ่งทุบตีพี่ชายมันอย่างดุดันจึงรีบเปลี่ยนคำพูด “บิดาข้าคือหลงกัง! ตระกูลหลงของข้ามียอดฝีมือมากมาย!เจ้าไม่อาจทำร้ายข้า!”

                ดวงตาไป๋หยุนเฟยฉายแววเหยียดหยามแต่ก็ยังหยุดเท้า‘อย่างที่ฝ่ายตรงข้ามบอก’ ชั่วขณะที่ศัตรูถอนหายใจโล่งอก ไป๋หยุนเฟยพลันสะบัดมือขวาซัดประกายเย็นเยียบสามจุดเข้าใส่อย่างฉับพลัน!

                หลงเทาเพียงได้ยินเสียงแผ่วเบาสามเสียงยามที่ก้มหน้าลงมองอย่างงุนงงในหน้ามันพลันกลับกลายเป็นซีดขาวราวคนตายพร้อมกับหลั่งเหงื่อเย็นเยียบ ---มันเห็นมีดสองเล่มส่งประกายเย็นเยียบปักตรึงกับพื้นระหว่างง่ามนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้หากคลาดเคลื่อนเพียงนิดก็จะปักตรึงมือของมันไว้กับพื้นแล้ว!แต่ที่สร้างความหวาดหวั่นแก่มันที่สุดคือมีดอีกเล่มที่ปักอยู่ตรงระหว่างขา!มีดนี้พุ่งตัดกางเกงหลงเทาเป็นรูโหว่ตรึงแน่นอยู่กับพื้นมันถึงกับรู้สึกว่าลมเย็นยะเยือกโชยพัดผ่านมีดสั้นเข้าสู่รูที่เป้ากางเกง!

                เห็นหลงเทาตื่นตระหนกแทบปัสสาวะรดกางเกงไป๋หยุนเฟยก็พลันรู้สึกว่าน่าเบื่อหน่ายและหมดความสนใจจึงโบกมือราวขับไล่แมลงวันพลางกล่าวว่า “พวกเจ้าทุกคนไสหัวไป!”

                ………

                หลังจากมองดูกลุ่มบุรุษตรงหน้าตะเกียกตะกายหนีหายลับตาไปไป๋หยุนเฟยก็สั่นศีรษะอย่างคับข้องใจ พลางถอนหายใจแผ่วเบา “โธ่ ช่างซ้ำซากนัก”

                “ท่านเป็นไรหรือไม่หยุนเฟย?”หลิวเมิ่งเอ่ยปากถามหลังจากเดินเข้าหาไป๋หยุนเฟยที่ดึงมีดสั้นขึ้นจากพื้นดิน

                “โอ ข้าย่อมไม่เป็นไรหรือพวกมันจะทำร้ายข้าได้?” ไป๋หยุนเฟยส่งยิ้มให้พลางกล่าวอย่างเบิกบาน

                “หยุนเฟยท่านไม่สมควรหยอกล้อพวกมันเช่นนั้น... ตระกูลหลงนับว่ามีอิทธิพลในเมองนี้ไม่น้อยข้าเกรงว่า...” หลิวเมิ่งขมวดคิ้วกล่าววาจาขณะมองตามทิศทางที่คนตระกูลหลงหายลับไป

                “เอ่อ...เมิ่งเอ๋อร์ท่านพูดถูก ข้าวู่วามไปบ้างทันทีที่ข้าคิดถึงว่าพวกมันทั้งคู่เป็นหลงเทาก็อดไม่ได้ต้องเหยียบย่ำอย่างดุดัน...”ไป๋หยุนเฟยเกาศีรษะขณะเดียวกันก็สำนึกได้ว่าเมื่อครู่ตนเองกระทำเกินเลยไป“แต่สมควรไม่เป็นปัญหาอันใด นี่ถือเป็นเพียงการต่อยตีของเหล่าผู้เยาว์เท่านั้นอีกอย่างพวกมันทราบฝีมือข้าแล้วคงไม่มารบกวนข้าอีก...”

                “โธ่ข้าก็หวังเช่นนั้น” หลิวเมิ่งถอนหายใจแผ่วเบา “แล้วกันไปเถอะ อย่าได้กล่าวถึงเรื่องนี้อีกหยุนเฟยพวกเราไปหาร้านรับประทานอาหารเย็นเถอะ...”

                …………

                แสงจันทร์ส่องสว่างขณะที่ดวงดาวปรากฏประปรายนี่เป็นยามค่ำคืนแล้ว ไป๋หยุนเฟยเดินอย่างเงียบงันอยู่ในตรอกมุ่งหน้ากลับโรงเตี๊ยม

                “โธ่...ไฉนข้ารับปากนางอีกครา? ข้าต้องไปจากที่นี่พรุ่งนี้แท้ๆ...” ไป๋หยุนเฟยถอนหายใจขณะเดินก้มศีรษะ“พรุ่งนี้ข้าต้องไปไหว้พระที่อารามชุ่ยฮัวทางตะวันออกของเมืองไฉนยามนั้นข้ากลับรับปากโดยยั้งคิด...?”

                แม้จะลอบสำนึกเสียใจที่รับปากรั้งอยู่ที่เมืองชุ่ยหลิวแต่ก้นบึ้งจิตใจไป๋หยุนเฟยกลับตั้งหน้ารอจะไปท่องเที่ยวในวันพรุ่งนี้ จิตใจมันยามนี้ว้าวุ่นสับสนถึงกับไม่ทราบจะทำอย่างไรกับตนเองดี...

                “อยู่ต่ออีกวันเถอะเพียงวันเดียว สมควรไม่เกิดปัญหาใด” ไป๋หยุนเฟยปลอบขวัญตนเองในใจขณะจะเร่งฝีเท้าขึ้น สีหน้าก็พลันแปรเปลี่ยนไปมันหยุดเท้าเขม้นมองในตรอกทางขวามือพร้อมกับกล่าวอย่างเคร่งเครียด “ผู้ใด?!ออกมา!”

                “ฮ่า ฮ่าเจ้ากลับตื่นตัวนัก น้องชาย” เสียงหัวร่อแผ่วเบาดังขึ้นตามด้วยเงาร่างคนผู้หนึ่งเดินออกมาอย่างเชื่องช้าฟังจากน้ำเสียงสมควรเป็นบุรุษสูงอายุคนผู้นี้รูปร่างไม่สูงเท่าใดทั้งสองก็มือว่างเปล่าแม้จะเดินออกมาจากตรอกแต่ยังคงซ่อนร่างในเงามืดจึงไม่อาจมองเห็นใบหน้าได้อย่างชัดเจน

                “ท่านเป็นใคร? ต้องการอะไร?” ไป๋หยุนเฟยขมวดคิ้วถามมันซ่อนมือขวาไว้ด้านหลังขณะเดียวกันก็เค้นสมองครุ่นคิดหรือจะเป็นศัตรูจากตระกูลหลง? หรือคนผู้นี้จะมาจากสำนักธารน้ำแข็ง?

                ชายชราราวกับพิจารณาไป๋หยุนเฟยอย่างละเอียดก่อนจะกล่าวอย่างยิ้มแย้มเช่นเดิม“เจ้าไม่ทราบว่าข้าเป็นผู้ใด ข้าก็ไม่แน่ใจตัวตนของเจ้าเช่นกันถ้าเช่นนั้นแลกเปลี่ยนกระบวนท่าเพื่อหาคำตอบเถอะ!”

                ทันทีที่กล่าวจบมิคาดว่ามันจะออกกระบวนท่าจู่โจมโดยไม่บอกกล่าว!

                “รวดเร็วยิ่งนัก!”ได้เห็นคู่ต่อสู้ที่พุ่งเข้าหา ไป๋หยุนเฟยต้องลอบตื่นตระหนกแต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่อาจมองเห็นใบหน้าอีกฝ่ายได้ชัด ไป๋หยุนเฟยขยับเท้าเคลื่อนร่างถอยอย่างว่องไวขณะเดียวกันก็สะบัดมือขวาซัดมีดสั้นสองเล่มเข้าใส่ศัตรู

                ฝ่ายตรงข้ามราวกับทราบแต่แรกว่าไป๋หยุนเฟยต้องเคลื่อนไหวเช่นนี้จึงเอนกายไปด้านข้างเล็กน้อยหลบมีดทั้งสองเล่มก่อนจะพุ่งเข้าหาไป๋หยุนเฟยต่อไปโดยไม่ชะงักแม้แต่น้อย

                ด้วยแสงจันทร์ที่ส่องกระทบในที่สุดไป๋หยุนเฟยก็มองเห็นอีกฝ่ายชัดตาคนผู้นี้มีผมสีดอกเลาแต่ใบหน้ากลับไม่แก่ชราแม้แต่น้อยแต่เพราะรอยยิ้มเมื่อครู่จึงปรากฏริ้วรอยยับย่นทั่วใบหน้า ชายชราหรี่ตามองดูไป๋หยุนเฟยขณะยื่นมือขวาคว้าใส่ลำคอชายหนุ่มอย่างอำมหิต!

                ขณะที่เกือบคว้าจับได้สำเร็จไป๋หยุนเฟยพลันล้มไปด้านหลังอย่างกะทันหันก่อนจะพลิกกายดัดโค้งหลบรอดไปด้านข้างได้อย่างพิสดาร

                แต่ก่อนจะทันได้เคลื่อนไหวต่อไปไป๋หยุนเฟยก็พลันรู้สึกถึงพลังหนักหน่วงพุ่งใส่เอวด้านซ้ายที่แท้ชายชราพลันเปลี่ยนกระบวนท่าแปรกรงเล็บเป็นฝ่ามือฟาดใส่ระหว่างเอวไป๋หยุนเฟยด้วยท่าทีแผ่วพลิ้ว

                พลังอันหนักหน่วงที่กระทบถูกส่งไป๋หยุนเฟยเซไปด้านข้างสองก้าวโดยไม่อาจต้านทานมันเห็นชายชราฟาดฝ่ามือที่สองเข้ามาก็แค่นเสียงเย็นชาด้วยเท้าที่เคลื่อนสลับก็ปรากฏร่างลวงที่ข้างกายขึ้นสองร่างแต่แทนที่จะหลบฉากออกมาไป๋หยุนเฟยกลับหันกายอย่างกะทันหันชกหมัดใส่หัวใจศัตรูโดยฉับพลัน

                ศัตรูกลับประหลาดใจและพลันรั้งฝ่ามือที่จู่โจมใส่ไป๋หยุนเฟยกลับอย่างกะทันหันหลังจากชักมือกลับอย่างฉับไวก็ซ้อนฝ่ามือไว้ที่ทรวงอกราวกับต้องการรับหมัดไป๋หยุนเฟยซึ่งหน้า!

                ดวงตาไป๋หยุนเฟยสาดประกายพร้อมกับกล้ามเนื้อมือขวาเบ่งพองขึ้น ชายหนุ่มพลันเร่งความเร็วหมัดขึ้นกลางคัน

                วิชาระลอกคลื่นพลังหมัดเก้าทบ!

                ปัง!

                ได้ยินเสียงหนักทึบดวงตาของชายชราฉายแววประหลาดใจ ร่างมันล่าถอยไม่หยุดยั้งทุกก้าวที่ล่าถอยล้วนปรากฏเสียงแตกร้าวดังจากใต้ฝ่าเท้าที่แท้ชายชราเหยียบย่ำแผ่นหินที่ใช้ปูพื้นแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไป

                หลังจากชายชราถอยกายไปร่วมห้าวาก็ยั้งร่างสะบัดมือสลายพลังจากหมัดเก้าทบได้หมดสิ้นคิดไม่ถึงว่าชายชราผู้นี้จะไม่บาดเจ็บแม้แต่น้อย!

     

    คล้ายกับเรื่องจ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน