เกิดใหม่ครั้งนี้พกสวนแห่งชีวิตสู่ยุค 70 พลิกชะตาตระกูลหลิน
ตอนที่ 19 : กลับมาพร้อมข่าวดี
สามสัปดาห์ผ่านไปนับจากวันที่ลุงใหญ่ออกเดินทางเช้าวันหนึ่งขณะที่ทุกคนกำลังกินอาหารเช้ากันอยู่ เสียงล้อรถม้าดังขึ้นที่หน้าบ้าน
"พี่ใหญ่กลับมาแล้ว!"หลินเจี้ยนหัวอุทานออกมาก่อนวิ่งไปเปิดประตู
ลุงใหญ่ก้าวลงจากรถม้าด้วยใบหน้าที่คล้ำแดดกว่าเดิมมากแต่แววตาเต็มไปด้วยความมั่นใจจ้าวซูเฟินวิ่งเข้าไปกอดสามีทันทีด้วยความดีใจที่ได้กลับมาอย่างปลอดภัย
"เป็ยังไงบ้างพี่ได้ที่ดินหรือยัง" หลินเจี้ยนหมินถามด้วยความกระวนกระวาย
ลุงใหญ่ยิ้มกว้างก่อนตอบ"ได้แล้ว และมากกว่าที่คิดไว้อีก ที่หมู่บ้านชิงเหอกองการผลิตหนึ่งของคอมมูนชิงซงหลิ่งมีที่ดินชายหมู่บ้านติดูเาและลำธารที่ยังไม่มีใครจับจองพี่เจรจากับทางคอมมูนได้ที่ดินรวมยี่สิบหมู่ เพราะครอบครัวเราไม่แยกบ้าน"
ทุกคนในบ้านต่างอุทานด้วยความดีใจลุงใหญ่เล่าต่อไปอย่างละเอียดว่าได้เริ่มสร้างบ้านสามหลังเรียงติดกันเป็รูปตัวยูตามที่วางแผนไว้บ้านใหญ่สำหรับครอบครัวตัวเอง บ้านรองสำหรับครอบครัวหลินเจี้ยนหัวและบ้านสามหลังใหญ่ที่สุดสำหรับปู่ย่าและครอบครัวหลินเจี้ยนหมิน
"ตอนนี้โครงบ้านเสร็จไปแล้วเกือบทั้งหมดเหลือแค่ตกแต่งรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ พอทุกคนไปถึงก็สามารถเข้าอยู่ได้เลย"ลุงใหญ่พูดด้วยความภูมิใจ
หลินเต๋อชางเดินเข้ามากอดลูกชายคนโตแน่น"ลูกทำได้ดีมาก พ่อภูมิใจในตัวลูกจริงๆ"
คืนนั้นทั้งบ้านฉลองข่าวดีด้วยมื้อค่ำที่พิเศษกว่าปกติทุกคนพูดคุยกันอย่างมีความหวังมากขึ้นเรื่อยๆเกี่ยวกับชีวิตใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้น
ลุงใหญ่เล่าเื่ราวระหว่างการเดินทางให้ฟังอย่างออกรสชาติทั้งเื่ถนนที่ขรุขระจนต้องเดินเท้า่หนึ่งเื่ได้พบผู้ใหญ่บ้านใจดีที่ช่วยแนะนำช่างก่อสร้างในพื้นที่ให้และเื่ต้องนอนในโรงนาชั่วคราวอยู่หลายคืนก่อนจะได้ที่พักที่เหมาะสม
"ตอนแรกพี่ก็กังวลอยู่เหมือนกันว่าจะหาที่ดีๆทันเวลาไหม"ลุงใหญ่สารภาพพลางยิ้มเหนื่อยๆ "แต่พอเจอที่ตรงนั้นเข้าจริงๆก็รู้สึกเลยว่าใช่ ูเาล้อมรอบ มีลำธารไหลผ่าน อากาศดีมากเหมาะกับการเริ่มต้นใหม่ของครอบครัวเรามากที่สุด"
ซินเยว่ฟังเื่ราวทั้งหมดด้วยความตื่นเต้นในใจนึกภาพหมู่บ้านที่จะกลายเป็บ้านใหม่ของทุกคนไปพลางๆอดใจรอไม่ไหวที่จะได้ไปเห็นด้วยตาตัวเองสักที
สุดสัปดาห์ก่อนวันเดินทางเพียงไม่กี่วันจื้อหย่วนลูกชายคนโตของลุงใหญ่ขอลาพักจากค่ายทหารมาเยี่ยมบ้านพร้อมภรรยาหลี่อวี้เฟินและลูกชายตัวน้อยฮ่าวหรานที่อายุได้สองขวบกว่าเมื่อได้ยินข่าวเื่การย้ายครอบครัวจากพ่อเขาก็นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนถอนหายใจเบาๆ
"ผมอยากไปกับทุกคนด้วยจริงๆนะครับพ่อแต่ตอนนี้ผมกำลังอยู่ใน่ทำผลงานสำคัญที่ค่ายถ้าขอลาไปตอนนี้คงเสียโอกาสที่รอมานานไปเปล่าๆ"จื้อหย่วนอธิบายด้วยสีหน้าเสียใจปนกังวล
ลุงใหญ่ยื่นมือมาตบไหล่ลูกชายเบาๆด้วยความเข้าใจ "ไม่เป็ไรลูก พ่อเข้าใจ ผลงานของลูกสำคัญพ่อไม่อยากให้ลูกพลาดโอกาสเพราะครอบครัวหรอก"
"ผมกับอวี้เฟินอยู่ในค่ายทหารกันทั้งสองคนปลอดภัยดีครับ ไม่มีอันตรายอะไร" เขาพูดต่อเพื่อให้ทุกคนคลายกังวล"พอมีวันหยุดยาวเมื่อไหร่ผมจะพาอวี้เฟินกับฮ่าวหรานไปเยี่ยมที่หมู่บ้านใหม่แน่นอนครับ"
ระหว่างที่ผู้ใหญ่คุยกันเื่สำคัญฮ่าวหรานตัวน้อยกลับคลานเข้ามาใกล้ซินเยว่ที่นั่งอยู่มุมห้องยื่นมือจิ๋วมาจับชายเสื้อของอาหญิงตัวน้อยไว้แน่น ไม่ยอมห่างไปไหน
"ฮ่าวหรานชอบอาหญิงคนนี้มากเลยนะ"หลี่อวี้เฟินพูดพลางหัวเราะเบาๆ "ทุกครั้งที่มาเยี่ยมต้องวิ่งหาอาหญิงก่อนใครเลย"
ซินเยว่หัวเราะพลางอุ้มหลานชายตัวน้อยขึ้นมานั่งตัก"ฮ่าวหรานน่ารักจังเลยโตขึ้นต้องมาเที่ยวหาอาหญิงที่หมู่บ้านใหม่บ่อยๆนะ"
เด็กน้อยหัวเราะเสียงใสตอบรับทั้งที่ยังพูดไม่เก่งมือเล็กๆ ตบมือเบาๆ ตามจังหวะที่อาหญิงเล่นด้วยทำให้ทุกคนในห้องยิ้มตามไปด้วยความเอ็นดู
ก่อนกลับจื้อหย่วนกอดลาทุกคนอย่างอาลัย พร้อมสัญญาซ้ำอีกครั้งว่าจะมาเยี่ยมให้เร็วที่สุด"ต่อให้ตัวไม่ได้ย้ายไปด้วยกัน อาหย่วนกับลูกเมียก็ยังเป็คนในครอบครัวเราเหมือนเดิมแค่ต้องรับใช้ชาติอยู่ที่ค่ายก่อนเท่านั้นเอง" ลุงใหญ่พูดกับทุกคนก่อนที่ลูกชายกลับไปที่ค่ายทหารพร้อมครอบครัวพร้อมทั้งเขียนที่อยู่ใหม่ไว้ให้ลูกชายจะได้ติดต่อกันได้สะดวก
คืนนั้น ซินเยว่นอนมองเพดานไม้ที่คุ้นเคยเป็ครั้งสุดท้ายนับวันที่เหลือก่อนการเดินทางในใจ การเตรียมตัวที่เริ่มต้นด้วยความไม่แน่ใจ ค่อยๆกลายเป็ภารกิจร่วมกันของทั้งตระกูลที่ทุกคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ เตรียมพร้อมสำหรับบทใหม่ของชีวิตที่กำลังจะเริ่มต้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า