ตอน 2 สหายใบ้
"ผิงเยว่!! ผิงเยว่...พาคุณชายหุนเต๋อกลับได้แล้ว"
ก่อนจะจากลากัน... คุณชายน้อยต้วนหุนเต๋อมอบขวดยาให้นาง...
"เ้าเอาไว้ทาที่หลังของเ้านะเป็ยาที่มีเฉพาะสกุลของข้า "
ผิงเยว่ พยักหน้าพร้อมกับโบกมือลาหุนเต๋อ
หลังจากนั้นเป็ต้นมาทุกครั้งที่พ่อของต้วนหุนเต๋อเดินทางมาที่หมู่บ้านอิ่งโจวแห่งนี้ต้วนหุนเต๋อก็มักจะขอติดตามท่านพ่อมาแต่โดยดีไม่มีท่าทีดื้อดึงงอแงหรือสร้างความรำคาญใจใดๆทุกครั้งที่มาถึงทั้งสองคนต่างรู้งาน..จูงมือกันออกไปวิ่งเล่นที่ทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ใต้ต้นไม้ต้นเดิมกลายเป็สถานที่ลับๆเอาไว้นัดพบกันของคุณชายต้วนหุนเต๋อและหลีผิงเยว่...
ต้วนหุนเต๋อ...เติบโตมาอย่างดี เป็ชายหนุ่มรูปงามของสกุลต้วนที่สาวงามต่างเมืองต่างหมายปอง... ต้วนหุนเต๋อเพียบพร้อมไปด้วยไหวพริบเฉลียวฉลาดเ้าเล่ห์เอาการและเก่งกาจไปด้วยวิชายุทธ จะเสียก็แต่...ต้วนหุนเต๋อมีจิตใจที่ไม่แน่วแน่ยังยำเกรงต่อคำสั่งและความรุนแรงของพ่อ ต้วนหุนเต๋อจะทำการใดย่อมไม่เด็ดขาดต้องฟังคำพ่อเท่านั้น...
เขาเป็บุตรชายที่เชื่อฟังพ่อมากจนตอนนี้กลายเป็เหมือนบริวารรับใช้มากกว่าเป็บุตรชายในสกุล...แต่เห็นอย่างนั้นต้วนหุนเต๋อก็ไม่เคยน้อยเนื้อต่ำใจ เต็มใจยินดีรับใช้ท่านพ่อเพื่อความก้าวหน้ายิ่งใหญ่ของสกุลต้วน...
ณ แคว้นสือเ้า
ตลอด 15 ปีมานี้ ก็เกิดแต่ภัยพิบัติมากมาย
ทั้งน้ำท่วม โรคระบาด การบุกยึดดินแดนรุกรานจากเผ่าทุ่งหญ้าความโกลาหล เกิดขึ้นในเมืองหลวงบ่อยครั้ง
โดยที่อ๋องหลีจ้านเสอก็หาคำตอบมิได้ว่าเื่วุ่นวายนี้เหตุใดเกิดขึ้นไม่หยุดหย่อน คล้ายถูก์ลงโทษ แต่กระนั้นอ๋องหลีจ้านเสอก็ไม่ทอดถอนใจยิ่งอุทิศตนอย่างหนักเพื่อแก้ปัญหาต่างๆกระทั่งหลายปีมานี้ร่างกายชราทรุดโทรมลงเรื่อยๆ...
แต่ก็ยังพอวางใจได้บ้าง ที่บุตรี(หลีซานตงเหอ) เก่งกาจทั้งวรยุทธทั้งยังเฉลียวฉลาดเกินวัย ถึงแม้จะมีนิสัยร้ายกาจอยู่บ้าง แต่ก็ยังมิเคยกระทำผิดอันใดร้ายแรง
ณ โรงน้ำชา เมืองอิ่งโจว...
นี่เป็ครั้งแรกในรอบ 15 ปี ที่คุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ย เดินทางมาที่เมืองอิ่งโจวอีกครั้ง... คุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ยขี่ม้าดำทมิฬดูแล้วเป็ม้ารบคู่กายที่แข็งแรงน่าเกรงขามผูกไว้หน้าโรงน้ำชา....ด้วยความกระหาย คุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ยเดินเข้ามาในโรงน้ำชาแห่งนี้อย่างไม่ลังเล
เมื่อคุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ยเดินเข้าไปแม่นางน้อยใหญ่ในโรงน้ำชาต่างตกตะลึงในรูปโฉมที่งดงามและน่าเกรงขาม...แม่นางน้อยใหญ่ที่มาดื่มชากับสามีในโรงน้ำชาต่างก็ละสายตาจากคุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ยผู้นี้มิได้...กระทั่งสามีของนางมิพอใจทำท่าทีงอลภรรยาหนีกลับบ้านหลายราย...
คุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ยไม่สนใจเอาแต่ทำหน้าเ็าราวกับก้อนน้ำแข็ง....
เถ้าแก่โรงน้ำชาเห็นคนผู้นี้ ก็คิดในใจว่า
"คุณชายท่านนี้ย่อมไม่ธรรมดาแน่"
เมื่อเห็นเช่นนั้นก็ออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง
"คุณชายท่านนี้ดูแล้วช่างสง่างามไร้ที่ติท่านมาที่โรงน้ำชาของข้า้าสิ่งใดบ้าง"
"ข้า้า...ชาที่แพงที่สุดที่ดีที่สุดของร้านเ้า และอาหารอีกสองสามอย่าง"
"ได้เลย รอสักครู่"
"เห้ แม่นางหลีผิงเยว่เตรียมน้ำชาร้อนให้คุณชายท่านนี้ เอาชาที่ดีที่สุด อาหารอะไรก็ได้ 2-3 อย่าง"
เพียงแค่ครู่เดียว...หลีผิงเยว่ก็ยกชาออกมาให้...แต่แล้วเหตุวุ่นๆก็เกิดขึ้น...เมื่อมีนักเลงผู้หนึ่งเดินชนหลีผิงเยว่ จนกระทั่งโถชาร้อนหกลงราดตัวนาง....แต่ด้วยความลำบากในการพูด แม้แต่จะส่งเสียด่าทอคนไร้มารยาทคนนั้นนางยังทำไม่ได้...ทุกคนในร้านที่เห็นเหตุการณ์นี้ ก็ไม่ได้สนใจอะไร....เพราะทุกคนมองว่าเป็เื่ปกติ หลีผิงเยว่ต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้มาั้แ่เล็กจนโต...นางทำได้เพียงร้องไห้ ค่อยๆลุกขึ้นยืนด้วยตัวเองเก็บกวาดเศษโถชาที่แตกไม่มีชิ้นดี...ให้เรียบร้อยก่อนจะโค้งคำนับเพื่อขออภัยคุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ย...
คุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ย ชายผู้มากไปด้วยคุณธรรมรู้สึกทนไม่ได้ระหว่างที่นางไปเตรียมน้ำชามาให้ตนใหม่ ก็เดินออกไปจากโรงน้ำชาเงียบๆตามติดชายนักเลงคนนั้นดั่งเงาเอามือกระแทกหลังจนชายนักเลงผู้นั้นกระเด็นไปกองอยู่บนก้อนฟางที่วางอยู่ริมทาง...
"อ๊ะ อ่า นะนะนี่ เ้าเป็ใครกันกล้าลงมือกับข้าบนถนนเชียวหรือ"
"ไม่รู้หรือว่าข้าเป็ผู้ใดกัน...."
เมื่อได้ยินเช่นนั้น คุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ยยิ่งโมโหมากกว่าเดิมเดินเข้าไปใกล้ๆ เอามือจับใบหน้าของชายนักเลงไร้มารยาทผู้นั้นขึ้นมาเอามืออีกข้างตบปากชายผู้นั้นเน้นๆเสียงดังฟังชัด เพี๊ยะ!!!!
"เ้ายังจะปากดีกล้าต่อล้อต่อเถียงกับข้าอีกหรือไม่"
"พี่ใหญ่ ปล่อยข้าไปเถอะ ข้ากลัวแล้ว"
คุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ยดึงชายผู้นั้นให้ลุกขึ้น
"รู้หรือไม่ ว่าเ้าผิดอะไร "
"ข้าผิดอะไร...ข้าไม่รู้"
"เพราะคนเสเพลเช่นเ้า ทำนิสัยแย่ๆกับผู้อื่นจนเคยตัวบัดนี้ยังไม่รู้ ว่าที่ตนทำนั้น ผิดเกินกว่าที่ข้าจะอภัย"
ชายผู้นั้นกลัวจนฉี่ราด....เห็นเช่นนั้นคุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ยก็ยังไม่ปรานีลากคอชายผู้นั้นกลับไปที่โรงน้ำชา...
ณ โรงน้ำชาเมื่องอิ่งโจว
หลีผิงเยว่ ยกน้ำชาโถใหม่ออกมา กลับรู้สึกแปลกใจ
"เอ๊...คุณชายท่านนี้หายไปไหนแล้ว"นางคิดในใจ
ในตอนนั้นเองอยู่ดีๆคุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ยก็ลากคอชายผู้นั้นเข้ามาสะบัดคอเขาให้หมอบกราบอยู่แทบเท้าของแม่นางผิงเยว่
"เ้าขอโทษนางซะและอย่าให้ข้าเห็นว่าเ้าไร้มารยาทกับนางอีกไม่ว่าผู้ใดในเมืองนี้เ้าก็ไม่ควรไปรังแกผู้ที่ด้อยกว่า...หากข้าเห็นอีกล่ะก็ข้าจะกลับมาหักนิ้วเ้าเสีย"
ชายผู้นั้นกลัวจนหัวหด.... รีบโค้งหมอบคำนับผิงเยว่ที่พื้น 3 ครั้ง ก่อนจะรีบวิ่งหนีออกไป
ผิงเยว่ใมาก ได้แต่มองหน้าคุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ยด้วยความงุนงงสงสัย
"เอาล่ะ แม่นาง....เ้าจะมองข้าอีกนานไหม...ข้าสั่งอาหารไป 3 อย่างที่เ้าถืออยู่ในมือคงจะเป็อย่างสุดท้ายแล้วสินะ"
"วางลงซะ แล้วนั่งลงทานมันเป็เพื่อนข้า.."
ผิงเยว่ได้ยินเช่นนั้นก็ดื้อดึง โค้งคำนับและถอยห่างออกไปสามก้าว
คุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ย พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันดุดัน
"..ข้า !! บอก ให้เ้านั่งลง เป็เพื่อนข้า!!!!"
คุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ยเห็นว่า แม่นางน้อยเริ่มมีท่าทีที่หวาดกลัว...ก็เริ่มครุ่นคิดในใจ
"จะกลัวข้าทำไมกัน ข้ามิเคยทำร้ายนางแต่นางกลับมีท่าทีหวาดกลัวข้า หรือว่าข้าดูขึงขังจนเกินไป ทำให้นางใ"
"อืม...ช่วยไม่ได้ ข้าก็เป็เช่นนี้แหละ อยู่กับเหล่าทหารมากเกินไปไม่คุ้นเคยกับการเจรจากับสตรี"
ผิงเยว่ยืนนิ่งมิกล้าเดินไปไหน นางยืนก้มหน้าอยู่อย่างนั้นยิ่งทำให้คุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ยหงุดหงิด
"เ้านี่มัน!!! น่าหงุดหงิดชะมัด"
คุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ยยื่นมือไปจับแขนนางให้นั่งลง... คุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ยเห็นว่านางมีท่าทีที่เ็ป...เขาจึงดูที่แขนนาง...
"นี่แขนเ้าโดนน้ำร้อนนี่...เจ็บไหม..."
ผิวเยว่พยักหน้า...ไม่พูดอะไร...
คุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ยคิดในใจ
"อืม...เหตุใดข้ารู้สึกคุ้นเคยกับแม่นางผู้นี้นักทั้งที่มิเคยรู้จักกับนางมาก่อน"
"เดินมานั่งข้างข้าสิ.... ครั้งนี้อย่าดื้อดึง!!!ข้าพูดครั้งเดียวก็จงเชื่อฟัง...มิเช่นนั้นจะไม่ใช่แค่จับแขน ข้าจะลุกไปอุ้มเ้าซะหากไม่อยากขายหน้า ก็ยินยอมแต่โดยดี"
แม่นางผิงเยว่ค่อยๆลุกขึ้นมานั่งข้างคุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ย...ทว่านางสะดุดล้ม... ร่างของนางล้มไปอยู่ในอ้อมกอดของคุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ยพอดิบพอดีกลายเป็ว่านางได้นั่งอยู่บนหน้าตักของคุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ย...นางรู้สึกเขินอายมากพยายามลุกขึ้น
คุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ยพูดว่า
"นี่เ้าคงจะเขินอายรีบลุกขึ้นหนีข้าไปใช่ไหม ฮ่าๆครั้งนี้ถือว่าข้ารู้ทันสตรีนะ "
คุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ยกอดรัดนางไว้เพื่อไม่ให้นางหนีไป
"แม่นางอย่าดื้อดึง ข้ายังไม่ให้เ้าไปเ้าก็ไม่มีสิทธิ์ไป... มิต้องกังวลหรอก บุรุษเช่นข้ามิฉวยโอกาสเ้า เ้าควรดีใจนะเพราะตักของข้ามิใช่ว่าแม่นางคนไหนจะได้นั่งหรอกนะเ้าเป็คนแรกที่นั่งตกข้านะ"
"ข้าตั้งใจว่า...ตักและอ้อมกอดของข้า จะมอบให้ชายาของข้าแต่เพียงผู้เดียวแต่เห็นทีว่าจะเกิดขึ้นยากนัก ข้าอายุมากขึ้นปูนนี้จะมีสาวงามแคว้นไหนแต่งกับข้าได้อีก..."
คุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ยเอาแต่ตัดพ้อ...
"เอาล่ะ ข้าแค่จะช่วยเ้าทายาเท่านั้นเองเ้าไม่ควรถูกผู้ใดรังแก เหตุใดสามีของเ้าปล่อยให้เ้าต้องมาลำบากข้างนอก"
"ที่ข้าเรียกให้เ้านั่งกินดื่มเป็เพื่อนนั้นมิได้มีเหตุผลใด นอกจากอยากให้เ้าได้กินอาหารดีๆให้มากหน่อย "
คุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ยพูดจบก็ค่อยๆคลายมือที่กอดรัดนางไว้อุ้มนางให้นั่งข้างๆตนค่อยๆถกแขนเสื้อของนางขึ้น...เอามืออีกข้างล้วงขวดยาเล็กๆออกจากชายอาภรณ์ทายาให้นางตามข้อมือ ตามแขนของนาง ด้วยความอ่อนโยน