“ตามที่ท่านเขียนไว้ ข้าขอชีวิตข้าคืน ในเมื่อท่านมิอาจปกป้องข้ากับลูกตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมาได้” เซี่ยถงวู่สะดุ้งใกับแววตาของตู้เหลียนไม่น้อย ครั้งนี้ดูนางมิได้พูดเล่นเสียแล้ว ด้วยนางไม่เคยเอ่ยเื่นี้มาก่อนเลยสักครั้ง
“อาเหลียน เ้าใจเย็นก่อนดีหรือไม่” เขาเดินเข้ามาจะจับแขนของนางไว้ แต่ก็ถูกนางเบี่ยงตัวหนี
“ไม่ ข้าเกือบเสียอวี้เออร์ไปแล้ว!!! ผู้ใดจะบอกได้ว่าครั้งหน้านางจะยังอยู่เป็บุตรของข้าได้อีกหรือไม่” นางกรีดร้องออกมาสุดเสียง พร้อมทั้งร่ำไห้ออกมาอย่างปวดใจ
แม้จะรักผู้เป็สามีมากเพียงใด แต่ก็ไม่อาจเท่ากับความรักที่มีให้กับบุตรไปได้ หากนางต้องเลือกเสียใครไป ขอเลือกเสียผู้เป็สามีเสียยังจะดีกว่า
“แต่อวี้เออร์ก็ปลอดภัยแล้วมิใช่รึ” เขาขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ ทุกครั้งนางจะยอมอยู่เงียบๆ แต่เหตุใดครั้งนี้ถึงได้คิดจะพาบุตรออกจากตระกูลเขาไปได้
“ท่านยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน” นางเอ่ยออกมาอย่างแ่เบา แล้วยิ้มเยาะความโง่เขลาของตนที่เลือกบุรุษเช่นเซี่ยถงวู่
“เกิดสิ่งใดขึ้นเ้าคะ” เสียงหวานใสดังขึ้นที่หน้าประตูห้องโถงเรือนของตู้เหลียน เป็สวีเหมยลี่ที่รู้เื่ว่าทั้งสองคนมีปากเสียงกันจากบ่าวก็รีบร้อนมาดูให้เห็นกับตาทันที
“เ้ามาทำไม” เซี่ยถงวู่หันไปเอ่ยถามอย่างไม่พอใจ เขาบอกสวีเหมยลี่ไว้แล้ว ว่าหากไม่มีเื่ใดอย่าได้มาที่เรือนของตู้เหลียนเด็ดขาด คงเป็สิ่งเดียวที่เขาแข็งข้อกับนาง
“ข้าได้ยินเสียงดังจากเรือนของน้องสาวจึงได้มาดูด้วยความร้อนใจ” นางเอ่ยออกมาอย่างเป็ห่วง
ตู้เหลียนได้แต่ยกยิ้มเยาะออกมา นางจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าสวีเหมยลี่้ามาใส่ไฟเพิ่มเข้าไปอีก
“ในเมื่อท่านมาก็ดีแล้ว ข้าจะได้พูดครั้งเดียว หนังสือสัญญาแผ่นนี้มีตราประทับของบิดาข้ากับฮ่องเต้เป็พยาน ข้าจะพาลูกออกจากตระกูลเซี่ย หากพวกท่านมิยินยอมก็รอรับราชโองการจากฮ่องเต้ได้เลย” นางเอ่ยเสียงเย็นออกมา
“จะ เ้า หมายความเช่นไร” สวีเหมยลี่ไม่เคยรู้เื่นี้มาก่อน แม้จะรู้ว่าตู้เหลียนเป็ศิษย์พี่ศิษย์น้องกับฮ่องเต้ แต่ไม่คิดว่าพระองค์จะลงนามประทับตราในหนังสือสัญญาของนางไว้ด้วย
“ข้ายอมลงให้ท่านมามากพอแล้ว หากพวกท่านยังไม่ยอมหาความจริงเื่ที่อวี้เออร์ตกน้ำได้อย่างไร เื่นี้ข้าคงต้องไปรบกวนฝ่าาแล้ว” ตู้เหลียนเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอม
ในเมื่อสวีเหมยลี่ชอบปล่อยข่าวเื่ที่นางและบุตรสาวเป็สตรีร้ายกาจ นางก็จะทำให้ได้เห็นถึงความร้ายกาจของนางเอง
“เ้ากล้ารึ” สวีเหมยลี่กรีดร้องออกมา นางทำท่าจะพุ่งตัวเข้ามาทุบตีตู้เหลียน แต่ถูกเซี่ยถงวู่ขวางไว้เสียก่อน
สวีเหมยลี่นางจะยอมให้ค้นหาความจริงเื่ที่เซี่ยหรูอวี้ตกน้ำได้อย่างไร ในเมื่อเป็บุตรสาวของนางที่ผลักเซี่ยหรูอวี้ตกน้ำ ทั้งยังเป็ฝ่ายเรียกนางให้เข้ามาหาที่งานเลี้ยงน้ำชาด้วยตนเอง
“อาเหลียนเ้าอย่าได้ทำให้กลายเป็เื่ใหญ่ได้หรือไม่” เซี่ยถงวู่หันมาเอ่ยขอร้องนาง มือทั้งสองข้างก็ยังจับตัวของสวีเหมยลี่ไว้ไม่ยอมปล่อย
“คงจะมิได้ ท่านปล่อยให้นางรังแกข้ากับลูกมาเนิ่นนาน แต่หนนี้นางคิดจะฆ่าอวี้เออร์ให้ตกตาย ทนจะให้ข้าอยู่เฉยโดยไม่ทำอันใดรึ”
“แล้วนางตายหรือไม่เล่า!!!” สวีเหมยลี่ะโออกมาอย่างหมดความอดทน
“หึ น่าขันนัก หากเป็บุตรสาวของเ้าที่โดนกระทำ มิใช่ว่าเ้าจะวิ่งโร่ไปฟ้องตระกูลสวีของเ้าแล้วหรอกรึ แล้วจะต่างอันใดหากข้าจะนำเื่นี้ขึ้นทูลฝ่าา เพื่อเรียกร้องความเป็ธรรม”
“กรี๊ดดดดด ข้าจะฆ่าเ้าเสีย” สวีเหมยลี่เหมือนจะเสียสติไปแล้ว
เดิมที นางคิดจะมาเยาะเย้ยตู้เหลียนเื่ที่บุตรสาวนางตกน้ำ ทั้งยังจะมาดูนางถูกเซี่ยถงวู่ตำหนิ แต่ไม่คิดว่าครั้งนี้ตู้เหลียนจะลุกขึ้นมาต่อกรกับนางเช่นนี้ได้
“ท่านพี่ ท่านจะว่าเช่นใด หากท่านไม่จัดการเื่นี้ให้ข้า ก็ต้องปล่อยข้ากับลูกไปเสีย” นางจ้องมองเซี่ยถงวู่อย่างไม่ถดถอย
ครั้งนี้นางรู้แก่ใจแล้ว แม้เซี่ยหรูอวี้นางจะเอ่ยเตือนเื่บิดาของนางไม่อาจจะทำตามคำขอของตู้เหลียนได้ พอมาฟังถ้อยคำด้วยตนเองนางเ็ปจนด้านชาไปเสียแล้ว
เซี่ยถงวู่กัดฟันแน่น หากเขาสอบสวนเื่ที่เกิดขึ้นย่อมต้องมีปัญหากับตระกูลสวี แต่หากไม่ทำยังรั้งตู้เหลียนและบุตรทั้งสองไว้ที่จวนก็มีแต่จะสร้างปัญหา ดีไม่ดีเื่นี้อาจจะถึงหูของฮ่องเต้ จนทำให้ตำแหน่งขุนนางของเขาสั่นคลอนเป็แน่
“เ้าคิดดีแล้วใช่หรือไม่ สตรีที่ออกไปใช้ชีวิตลำพังต้องลำบากเพียงใดเ้าก็รู้เื่นี้ดี” เขาข่มขู่นางให้นางหวาดกลัว หากต้องเป็หม้ายย้ายกลับไปอยู่บ้านเดิม
“ข้าคิดดีแล้ว” แววตาของนางช่างว่างเปล่าจนเซี่ยถงวู่ภายในอกสั่นไหว
“เช่นนั้นข้าจะยอมให้เ้าพาบุตรทั้งสองออกจากจวนไป” เขาหลับตาลงอย่างจำยอม แม้ไม่อยากเสียนางไป แต่ก็ไม่อาจเสียตำแหน่งหน้าที่ ทั้งไม่อยากมีเื่กับตระกูลสวีด้วย
“หึ ไสหัวของพวกเ้าสามแม่ลูกไปให้เร็วเสีย” สวีเหมยลี่ยกยิ้มออกมาอย่างพอใจ
ครั้งนี้คงต้องยกความดีความชอบให้บุตรสาวของนางที่ช่วยกำจัดหนามตำใจออกไปได้
“ไม่ต้องห่วง ข้าจะออกเดินทางในวันพรุ่งนี้”
“แล้วอย่าได้นำข้าวของที่จวนของข้าไปเล่า” สวีเหมยลี่ไม่ยอมให้นางได้แบ่งทรัพย์สินออกไปอย่างแน่นอน
“ของเ้ามีสิ่งใดที่ข้า้า ในเมื่อสินเดิมของข้าคงมีมากกว่าสินเดิมที่ติดตัวเ้ามาอีกกระมัง” ตู้เหลียนยิ้มเยาะออกมา
ตอนที่สวีเหมยลี่แต่งเข้าจวนตระกูลเซี่ย เซี่ยถงวู่ยังเป็เพียงขุนนางต่ำต้อย หากมิใช่หน้าตาที่หล่อเหลาของเขา นางก็คงไม่คิดจะแต่งให้อย่างแน่นอน
ตระกูลสวีมิได้พึงใจในตัวบุตรเขยเช่นเซี่ยถงวู่มากนัก จึงให้สินเดิมแก่สวีเหมยลี่ติดตัวมาเพียงไม่กี่หีบ
“จะ เ้า...”
“พอได้แล้ว กลับเรือนของเ้าไปเสีย!!!” เซี่ยถงวู่เริ่มหมดความอดทนกับสวีเหมยลี่แล้ว
คนที่ร้ายกาจ คอยใส่ร้ายตู้เหลียนกับบุตรของนาง เขารู้มาตลอดว่าเป็สองแม่ลูกสวีเหมยลี่และเซี่ยหรันเซียน แต่เพราะมีอำนาจตระกูลสวีที่หนุนหลังจึงไม่อาจจะจัดการได้ แต่ในยามนี้ไม่ใช่แล้ว ในเมื่อเขาต้องเสียคนรัก นางก็ควรจะสงบปากได้แล้ว
“ท่านก็กลับไปด้วย ข้าจะเก็บของ อ้อ...แล้วอย่าลืมหนังสือสัญญาตัดขาดข้าสามคนแม่ลูกเล่า ข้าจะให้แม่นมตามท่านไปรับที่ห้องตำรา” ตู้เหลียนหันหลังเดินกลับเข้าห้องของนางทันที โดยไม่ทันมองใบหน้าของเซี่ยถงวู่ที่มองนางอย่างเ็ป
“นายท่าน เชิญเ้าค่ะ” แม่นมตู้ผายมือให้เซี่ยถงวู่ออกจากเรือนของตู้เหลียนไป
“เพ้ย!!!” เขาเดินกระทืบเท้าออกไปอย่างไม่พอใจ
ตู้เหลียนปาดน้ำตาออกจากหางตาลวกๆ นางไม่้าไปพบบุตรทั้งสองของนางเพื่อบอกเื่ที่เกิดขึ้นทั้งน้ำตา แต่ดูเหมือนว่าเซี่ยหยวนจะรู้เื่เสียแล้ว เขามาพบมารดาที่เรือนของนางด้วยความเป็ห่วง
“ท่านแม่” เขาเดินเข้าไปกอดปลอบมารดา
ตู้เหลียนสะอื้นไห้อยู่ภายในอกของบุตรชาย นางไม่ได้เข้มแข็งเช่นที่แสดงออกเมื่อครู่ นางก็ปวดใจไม่แพ้กัน ยิ่งรู้ว่าบุรุษที่นางรักไม่คิดจะปกป้องนางกับลูกเลย น้ำตาของนางก็ไม่อาจที่จะหยุดไหลได้
“แม่ไม่เป็อันใดแล้ว เ้ารีบไปเก็บของเถิด ยังต้องไปที่เรือนของอวี้เออร์เพื่อเก็บของให้นางอีก”
“เื่นี้ท่านไม่ต้องเป็ห่วง น้องบอกข้าก่อนที่จะออกมาจากเรือนของนาง ของมีค่าทั้งหมดนางจะเก็บไว้ในมิติ ท่านเพียงแค่เก็บเสื้อผ้าเท่านั้นก็พอ”
“อืม แม่เข้าใจแล้ว” นางเกือบลืมเื่มิติของบุตรสาวไปเสีย เช่นนี้ก็ดี ของมีค่าทั้งหมดจะได้ไม่ถูกรื้อค้นไปด้วย
นางไม่เคยบอกผู้ใดว่าสินเดิมของนางมีมากเพียงใด แต่ต่อให้ไม่มีมิติของหรูอวี้ ก็ไม่มีผู้ใดกล้านำของที่ฮ่องเต้พระราชทานไปอย่างแน่นอน