สองปีผ่านไป แสงแฟลชวิบวับสาดส่องไปยังเวทีเสียงชัตเตอร์รัวเร็วของทีมนักข่าวหลากหลายสำนัก บรรดาดารานักแสดงที่ได้รับรางวัลยืนเรียงรายยาวเยียด หนึ่งในนั้นแน่นอนว่ามีดาราน้องใหม่ที่ชื่อว่าน้ำหนึ่ง ฟ้าประทาน (ฉายาในวงการบันเทิงของหนึ่งหทัย) ทางด้านจุ๊บแจงยืนยิ้มไม่หุบกับผลงานชิ้นใหม่ล่าสุดที่หนึ่งหทัยได้ลองลงเล่นละครหลังข่าวถึงแม้จะไม่ได้เป็ตัวเอก แต่ด้วยฝีมือการแสดงบทเ้าน้ำตาถึงใจคนดู จนทำให้หล่อนได้รับรางวัลนักแสดงดาวรุ่งหญิงยอดเยี่ยมแห่งปีนี้ไปเป็ที่เรียบร้อยแล้วด้วยคะแนนเสียงโหวดจากประชาชนอย่างล้นหลาม
“เมื่อยเท้าจังเลยพี่จุ๊บแจง” หนึ่งหทัยทิ้งตัวลงที่โซฟานุ่มตัวโปรดมือบีบนวดบริเวณข้อเท้าที่เพิ่งสลัดส้นสูงสูงกว่า 3 นิ้วครึ่งทิ้งไว้ที่ชั้นวางรองเท้า
“อ่ะดื่มน้ำเพื่อความสดชื่นก่อน วันนี้น้ำหนึ่งทำได้ดีมากเลย และก็สวยมากด้วย เจิดจรัสบนเส้นทางนี้อย่างแน่นอนพี่คอนเฟิร์ม” จุ๊บแจงยื่นแก้วน้ำเปล่าให้หนึ่งหทัยก่อนหย่อนก้นลงยังโซฟาตัวตรงกันข้าม
“ขอบคุณพี่จุ๊บแจงมากนะคะที่คอยเป็กำลังใจให้กันเสมอมา น้ำหนึ่งรักพี่จุ๊บแจงที่สุดในโลกเลย” หนึ่งหทัยกลืนน้ำด้วยความกระหายก่อนวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าะโไปนั่งโอบเอวสาวประเภทสองแสดงความรักจากใจจริง
“ขี้อ้อนเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะเรา”จุ๊บแจงสวมกอดกลับกระชับให้แน่นขึ้นแล้ววางมือบนศีรษะของหนึ่งหทัยอย่างรักใคร่เอ็นดรู
“ถ้าไม่มีพี่จุ๊บแจงน้ำหนึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะมีวันนี้ได้หรือเปล่า รักนะคะ”น้ำเสียงและสายตาซึ้งสื่อผ่านทางกายกระชับกอดแน่นขึ้นซึ่งสาวประเภทสองรับรู้ถึงััที่จริงใจนี้ด้วยดีเสมอมา
“รู้แล้วว่ารักพี่ก็รักน้ำหนึ่งเช่นกันพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้พี่มารับเก้าโมงเช้า เรามีนัดลงนามร่วมสัญญากับบริษัทอสังหริมทรัพย์ั์ใหญ่” จุ๊บแจงดันหญิงสาวออกจากเอว เช็ดน้ำตาที่เปรอะตามแก้วนวลให้อย่างลวกๆ
“จริงด้วยเดี๋ยวพรุ่งไม่สวยแย่เลย โดนปลดจากการเป็แบรนด์แอมบาสเดอร์ ชวดเงินล้านแน่เรา” หนึ่งหทัยรีบลูบหน้าลูบตาเตือนสติตัวเอง
“พี่ไปล่ะเจอกันพรุ่งนี้ ห้ามเลทนะ” สาวประเภทสองะโก่อนที่ประตูจะปิดลงและไม่ลืมที่จะกดล็อคประตูให้หญิงสาว
“รับทราบเ้าค่ะขับรถกลับบ้านปลอดภัยนะคะพี่จุ๊บแจง” หนึ่งหทัยส่งยิ้มกว้างพร้อมโบกมืออำลา
ณ ห้องประชุมใหญ่ของบริษัทอสังหริมทรัพย์ั์ใหญ่แห่งหนึ่งริสาเลขาสาวของธาดาวันนี้ดำเนินการแทนธาดาเนื่องจากบอสหนุ่มของหล่อนมาไม่ทันเพราะเครื่องบินดีเลย์จากต้นทางประเทศญี่ปุ่นทางด้านจุ๊บแจงกับหนึ่งหทัยนั่งอ่านเอกสารสัญญาอยู่ครู่หนึ่ง
“ถ้าเอกสารไม่มีปัญหาอะไรรบกวนคุณน้ำหนึ่งเซ็นต์ตรงนี้ได้เลยนะคะเพราะคุณธาดาได้เซ็นต์ล่วงหน้าก่อนจะบินไปญี่ปุ่น เพราะคาดการณ์ไว้อาจกลับมาไม่ทันตามวันเวลาที่นัดไว้นะคะ” ริสาเลขาสาวหน้าหวานอธิบายด้วยรอยยิ้มหล่อนอายุน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับหนึ่งหทัย เลยดูเข้ากันได้ง่าย
“เรียบร้อยค่ะ”หลังจากที่หนึ่งหทัยลงนามเสร็จทั้งสองฉบับ
“นี่ค่ะเล่มนี้พี่จุ๊บแจงกับคุณน้ำหนึ่งเก็บไว้นะคะ”ริสาเปิดเอกสารตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้งก่อนยื่นเอกสารเล่มหนึ่งให้ยังสาวประเภทสอง
“ยังไงพี่ต้องฝากน้องริสาช่วยดูแลน้ำหนึ่งในขณะที่มาทำงานที่นี่ด้วยนะคะ” น้ำเสียงเอ่ยอย่างวิงวอน
“สบายมากค่ะรู้สึกเป็เกียรติจังจะได้ร่วมงานกับดาราดัง อิอิ” เสียงหัวเราะสดใสของริสาสามารถเรียกเสียงหัวเราะจากอีกสองสาวได้ด้วยเช่นกัน
“ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะริสา” หนึ่งหทัยเอ่ยเรียกอย่างเป็กันเองและรู้สึกใจชื้นขึ้นอย่างน้อยก็ได้พันธมิตรแล้วคนนึง
“เห็นอย่างงี้พี่ก็เบาใจ”จุ๊บแจงเอามือทาบอกที่ผ่ามีดหมอมาเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“แต่ตอนนี้น้ำหนึ่งต้องช่วยริสาเคลียพื้นที่เหล่าบรรดาแฟนคลับหน่อยแล้วค่ะก่อนที่บอสริสาจะมาถึง พนง. ไม่เป็อันทำงาน มีหวังโดนดุแน่เลย” เลขาสาวโบ้ยหน้าไปยังนอกห้องกระจก
“อยากถ่ายรูปกับน้ำหนึ่งนะรึ?” หนึ่งหทัยหันไปถามเลขาสาวที่เพิ่งตกลงเป็มิตรใหม่กัน
“ใช่ค่ะตื่นเต้นั้แ่รู้กันว่าน้ำหนึ่งจะมาที่บริษัทฯ” ริสายิ้มอ่อนส่งสายตาวิงวอน เพราะเื่นี้ไม่มีในข้อตกลง
“พี่จุ๊บแจงค่ะเราพอมีเวลาใช่ไหม?” หนึ่งหทัยหันไปถามผู้จัดการส่วนตัว
“ก็พอได้อยู่นะแต่ได้ไม่นานมาก เรามีงานถ่ายปกนิตยสารต่ออีกที่หนึ่ง” สาวประเภทสองเอ่ยบอกในขณะที่เปิดแท็ปเล็ตดู
ในขณะที่หนึ่งหทัยก้าวเดินออกจากห้องประชุมก็มีเสียงฮือหาเหล่าบรรดาพนักงานที่เป็ทั้งแฟนคลับแล้วก็ไม่ได้เป็ต่างพากันตื่นเต้น ยื่นต่อคิวกันถ่ายรูปไปรวมตัวอยู่กระจุกเดียวกัน ในขณะที่โต๊ะทำงานนั้นเหลือเพียงเก้าอี้ว่างเปล่าหน้าจอคอมฯที่ยังคงส่องแสงสว่าง
“พี่จุ๊บแจงค่ะ” ริสาวิ่งปรี่เข้ามาเรียกสาวประเภทสองที่ยืนมองดูความสำเร็จของน้องสาวสุดที่รักกำลังยืนยิ้มกว้างถ่ายรูปกับพนักงานบริษัทฯทั้งหญิงทั้งชายในก้าวเริ่มต้นของการเป็คนบันเทิง
“เป็อะไรน้องริสาหน้าตาตื่นเชียว” จุ๊บแจงถามด้วยความสงสัย
“บอสริสามาถึงห้องทำงานแล้วค่ะพี่จุ๊บแจงเช็คคิวน้ำหนึ่งให้หน่อยซิค่ะ ว่าพอมีเวลาไปพบบอสริสาตอนนี้เลยจะได้ไหมค่ะ?” เสียงริสาดูเป็กังวลเพราะถ้าไม่ใช่เธอขอให้ช่วยถ่ายรูปกับเหล่าพนักงานทางด้านหนึ่งหทัยคงกลับไปทำงานตามปกติแล้ว
“ต้องได้แน่นอนนายจ้างรายใหญ่ขนาดนี้ทำไมจะไม่ได้ล่ะ เดี๋ยวพี่เคลียทางนี้สักครู่นะ” ไม่นานหนักสาวประเภทสองสวมบทบาทผู้จัดการส่วนตัวดาราทำหน้าที่สลายม๊อบแฟนคลับได้อย่างรวดเร็วและว่องไวปานมืออาชีพ
ก๊อก ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับการเปิดออกด้วยฝีมือเลขาสาวที่เดินนำสองสาวเข้ามายังหน้าโต๊ะทำงานของซีอีโอหนุ่มรูปหล่อที่เพิ่งลงเครื่องมาก็ดิ่งตรงเข้ามายังห้องทำงาน เพราะมีงานด่วนต้องสะสางมากมายตอนแรกที่เดินผ่านก็ยังงงอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้นเห็นคนไปรวมตัวทำอะไรกันตรงหน้าห้องประชุมแต่ก็คลายความสงสัย เพราะทางด้านริสาปรี่เข้ามารายงาน พร้อมเสิร์ฟกาแฟ ธาดายังก้มหน้าก้มตากับการลงนามในเอกสารมากมายที่กองอยู่บนโต๊ะ
“เชิญนั่งก่อนค่ะพี่จุ๊บแจง คุณน้ำหนึ่ง” ริสาผายมือเป็การเชื้อเชิญด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย
“ขอบคุณค่ะ”ทั้งคู่กล่าวพร้อมกัน
“บอสค่ะ” ริสาเห็นว่าเ้านายหนุ่มไม่เงยหน้าขึ้นมาสักทีจึงตัดสินใจเรียกด้วยเสียงนุ่มนวล
“ว่าไงครับคุณริสา” ธาดาเงยหน้าขึ้นวางปากกกาในมือลงแต่คิ้วยังคงผูกโบว์ด้วยความเครียด
“นี่คุณหนึ่งหทัยที่จะมาเป็แบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับบริษัทฯของเราค่ะ ส่วนนี่พี่จุ๊บแจงผู้จัดการส่วนตัวของคุณหนึ่งหทัย” ริสาเลขาสาวทำหน้าที่แนะนำอย่างเป็ทางการธาดาหันไปประสานสายตากับสาวสวยที่นั่งตรงกันข้าม สายตาที่ดูคุ้น ใบหน้าที่ไม่เคยลืมกรามขบแน่นเป็เส้นนูนขึ้น จากคิ้วที่ชนกันด้วยความเครียด หน้าของชายหนุ่มตอนนี้ตึงขึ้นกว่าเดิมทวีคูณทุกอย่างยังคงอยู่ในความเงียบ
“คุณ” เสียงที่ออกจากลำคอเพียงแ่เบาร่างกายรู้สึกร้อนวูบวาบ เหมือนคนกำลังจะเป็ไข้สีหน้าเริ่มซีดเหมือนเืไหลเวียนไม่ทั่วถึง หล่อนกระพริบตาถี่ขึ้น ถามตัวเองในใจว่าชายหนุ่มจะจำหล่อนได้ไหมแต่เห็นชายหนุ่มนั่งนิ่งไม่มีท่าทีใดใด มีแต่หล่อนเองที่รู้สึกกระวนกระวายใจและไม่อยากนั่งอยู่ตรงนี้สักวินาทีเดียว
“เป็อะไรไปน้ำหนึ่ง” จุ๊บแจงกระซิบถาม
“ปะเปล่าค่ะ”หนึ่งหทัยตอบตะกุกตะกัก
“ทักทายคุณธาดาเ้านายใหม่หน่อยซิจ๊ะ”จุ๊บแจงเอานิ้วสะกิดข้อศอกของหนึ่งหทัย
“สวัสดีค่ะ” หนึ่งหทัยก้มหน้าก้มตายกมือไหว้แบบเร็วจนทุกคนแทบมองไม่ทัน
“สวัสดีค่ะคุณธาดา” จุ๊บแจงรีบพนมมือไหว้ก่อนถึงแม้อายุจะมากกว่า โดยมารยาทของคนทำงานจะรู้ดีว่าตำแหน่งหน้าที่การงานนั่นเป็สิ่งสำคัญ
“ครับสวัสดีครับต้องขอโทษด้วยงานผมยุ่งมากวันนี้ อาจจะรองรับได้ไม่ดีพอ” ซีอีโอหนุ่มพนมมือไหว้กลับอย่างนอบน้อม
“ไม่เป็ไรเลยค่ะน้องริสาดูแลพวกเราเป็อย่างดีค่ะ” จุ๊บแจงยิ้มแป้นถูกชะตากับซีอีโอหนุ่มหล่อมาดเท่ห์ดูสุขุมน่าเกรงขาม แต่สายตาค่อยข้างดุไปหน่อย
“ชื่อคุณจุ๊บแจงดูคุ้นหูผมมาก”เสียงชายหนุ่มเอ่ยด้วยเสียงเ็าแต่สายตายังคงจับจ้องผู้หญิงอีกคนที่ตอนนี้นั่งเหมือนคนใบ้กิน
“วันนี้พี่จุ๊บแจงกับน้ำหนึ่งแค่อยากมาแนะนำตัวเท่านั้นคงไม่รบกวนเวลาทำงานของคุณธาดานานนะคะ อีกอย่างเราก็มีคิวงานต่อด้วยอีกที่หนึ่งค่ะ” ผู้จัดการสาวประเภทสองรีบอธิบาย
“ตายจริงคุณน้ำหนึ่งไม่สบายหรือเปล่าค่ะทำไมหน้าซีดจัง รอสักครู่นะคะ” ริสาด้วยความที่เธอทำงานเป็เลขา ทุกอย่างเธอจะแก้ไขสถานได้รวดเร็วออกไปข้างนอกก่อนเข้ามาพร้อมผ้าเย็น น้ำอุ่น และยาดมยื่นส่งให้จุ๊บแจงที่กำลังบีบๆ นวดๆ ตามนิ้วมือของหญิงสาว
“ขอบคุณนะริสาแต่น้ำหนึ่งดีขึ้นแล้ว เอ่อ เอ่อ คะ คะ คือ ดิฉันขอยกเลิกสัญญาได้ไหมค่ะ?” หลังจากที่รวบรวมความกล้าอยู่เป็นานหนึ่งหทัยพูดโพล่งออกมาพร้อมกับหยิบสัญญาในมือของจุ๊บแจงยื่นไปยังชายหนุ่มที่นั่งจ้องมองหล่อนอยู่นานแล้วเมื่อสายตาประสานกันอีกครั้ง ความกล้าของหนึ่งหทัยก็ลดลงอย่างรวดเร็ว รีบหลุบตาหลบแต่มือยังคงยื่นเอกสารค้างไว้
“น้ำหนึ่ง/คุณน้ำหนึ่ง” เสียงประสานจากผู้จัดการสาวประเภทสองกับเลขาหน้าหวานเรียกชื่อหล่อนด้วยความใ
“คุณริสาครับมีอะไรจะอธิบายผมไหม?” ธาดาเปล่งเสียงทรงอำนาจฟังดูน่ากลัวชวนขนลุก
“บอสค่ะคือ ริสา ริสา..” เลขาสาวรู้สาวก็ยังรู้สึกงงกับการปฏิเสธร่วมสัญญาจากหนึ่งหทัยเช่นกันเลยยังไม่ได้เตรียมตัวเพื่อตอบคำถามเ้านายหนุ่ม เสียงที่ลากยาวและสั่นเครือ
“นี่คุณ..เื่นี้มันไม่เกี่ยวข้องอะไรกับริสาเลยนะคะ” หนึ่งหทัยใกับน้ำเสียงของธาดาที่ตอนนี้ทำให้หญิงสาวในห้องทั้งสามคนพาลหน้าถอดสีกันไปหมด
“ผมกำลังถามลูกน้องของผมอยู่ว่าไง? คุณริสามีอะไรจะอธิบายผมหรือไม่?” ธาดาตวัดสายตาไปยังคนต้นเหตุกระชากเสียงบอกหล่อน ก่อนเบนสายตากลับมาสนใจรอฟังคำตอบเลขาสาวของตนเองริสารู้ดีว่าเวลาธาดาดุน่ากลัวแค่ไหน หล่อนจำได้ดีวันแรกๆที่มาเริ่มทำงานเคยทำเอกสารผิดพลาดครั้งหนึ่ง ยกเลิกประชุมกลางอากาศ แล้วเดินออกจากห้องไปในทันทีทำเอาหล่อนร้องไห้ไปสามวันทุกวันนี้หล่อนเลยตั้งใจทำงานตรวจสอบตรวจทานทุกอย่างให้มั่นใจก่อนที่จะส่งเื่ให้บอสหนุ่มแต่วันนี้หล่อนคิดไม่ถึงจริงจริงว่าหนึ่งหทัยจะกลับลำกะทันหันทั้งที่เพิ่งตกลงนั่งเรือมาลำเดียวกันแท้แท้
“ไม่มีค่ะ” เสียงสั่นเครือตอบเสียงอ่อยเอามือปาดน้ำตาที่มันกำลังไหล ทั้งที่พยายามจะไม่ร้องไห้ออกมาแต่มันสั่งให้หยุดไม่ได้
“ร้องไห้อีกแล้วเราทำธุรกิจกันอยู่นะไม่ได้มานั่งเล่นขายของแล้วนี่ผมจะต้องให้อภัยคุณสักกี่ครั้งกัน” ธาดาถอนหายใจยาวถึงแม้จะรู้สึกเสียใจที่พูดจาทำร้ายจิตใจผู้หญิงไปบ้างแต่ทำไงได้งานก็คืองานจะให้มาใจอ่อนปล่อยเลยตามเลยไม่ได้
“คุณใจร้ายไปไหม?ถ้าคุณจะโมโหก็มาลงที่ฉัน ริสาไม่เกี่ยว ฉันเองที่เปลี่ยนใจ” หนึ่งหทัยทนเห็นริสายืนสะอื้นไห้ไม่ไหวถึงกับลุกขึ้นไปโอบไหล่ปลอบ สายตาจับจ้องซีอีโอหนุ่มอย่างลืมความกลัว
“สำหรับคุณ ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่ต้องรับผิดชอบในเื่นี้หรอกครับอ่ะ..เปิดดูเอกสารแนบให้ชัดๆว่าถ้าหากคุณขอยกเลิกสัญญาก่อนกำหนดจะต้องชดใช้อะไรบ้าง?” ธาดาเดินมายื่นเอกสารพร้อมเปิดหน้าที่ระบุชัดเจนว่าหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำการยกเลิกสัญญาก่อนกำหนดเวลาจะต้องจ่ายค่าชดเชยเป็เงินจำนวนสองล้านบาทถ้วนโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดใด
“พี่จุ๊บแจงว่าทุกคนใจเย็นลงก่อนนะคะเรียนเชิญคุณธาดานั่งลงก่อนค่ะ” เสียงสาวประเภทสองขัดขึ้นทางกลางบรรยากาศมาคุอย่างรุนแรงดูว่าไม่น่าจบลงง่าย และอีกอย่างหล่อนรู้ดีว่าในเอกสารเขียนอะไรไว้บ้างตอนที่อ่านก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรในข้อนี้เพราะคิดว่าสามารถทำตามเงื่อนไขได้อย่างไม่เป็ปัญหา
“ริสา ริสา ไม่ต้องร้องแล้วน้ำหนึ่งขอโทษนะ ที่ทำอะไรวู่วามไปหน่อย โดยไม่ได้สนใจความรู้สึกริสาเลย” หนึ่งหทัยแสดงความบริสุทธิ์ใจลูบไหล่บางของเลขาสาวเป็การปลอบ