ภายในห้องโถงของขุนเขาเซียนกระบี่ปราณม่วง
“ข้าห้าวซ่วน คาราวะท่านเ้าขุนเขาหลัว ข้าคือศิษย์เอกของท่านเ้านิกาย มีเื่จะนำมาบอกกล่าวแก่ท่าน ในอีกเจ็ดปีข้างหน้าจะมีการประลองของนิกาย ให้แต่ละขุนเขาส่งศิษย์เข้าร่วมการประลอง หาชนะการประลองจะได้เป็ตัวแทนของนิกาย ไปร่วมงานชิงสมบัติในดินแเดนลับขอรับ”
หลัวเสวียนเกิดความสนใจเมื่อได้ยิน ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยใบหน้าที่นิ่งเฉย
“ข้าทราบแล้ว”
“เช่นนั้น ข้าขอตัวก่อนขอรับ”
ห้าวซ่วน คิดในใจ ‘เขาไปรายงานให้เ้าขุนเขาและศิษย์คนอื่นๆต่างตื่นเต้นดีใจ ตัวเขากับมองเ้าขุนเขาอายุน้อยผู้นี้ไม่ออก แถมระดับการฝึกฝนเขาก็มองอีกฝ่ายไม่ออกว่าอยู่ระดับใด ช่างเป็คนที่ลึกลับยิ่ง ครั้งการประลองกับจูเทียนอี้ กับชนะทั้งทีระดับพลังน้อยกว่า’
“เหยาเอ๋อร์”
“เ้าค่ะศิษย์พี่”
“อีกไม่นานข้าจะพาเ้าลงจากขุนเขา เพื่อไปหาประสบการณ์ ข้าอยากให้เ้าแข็งแกร่งยิ่งกว่านี้ก่อน”
“ศิษย์พี่ ระดับการฝึกฝนของข้าก็สูงแล้วนะเ้าค่ะ”
“ระดับทรราชขั้นที่หนึ่ง ยังไม่เพียงพอเหยาเอ๋อร์ อย่างน้อยตัวเ้าต้องอยู่ในระดับเซียนนภา เหยาเอ๋อร์ภายนอกอันตรายยิ่งนักศิษย์พี่หวังดีต่อเ้า เ้าเอาเม็ดยาทะลวงปราณระดับเทวะนี้ไป มันมีทั้งหมดสิบเม็ด”
“เ้าค่ะ”
[ติ๊ง! ท่านได้มอบเม็ดยาทะลวงปราณระดับเทวะให้แก่ศิษย์น้องของท่านจำนวนสิบเม็ด ติ๊ง! ระบบขอมอบเม็ดยาทะลวงปราณระดับเซียนจำนวนสามสิบเม็ดแก่ท่านเป็การตอบแทน]
“เหยาเอ่อร์ยังไม่หมด ศิษย์พี่ของเ้ายังจะมอบเม็ดยาทะลวงปราณระดับเซียนให้อีกสิบสองเม็ด และทักษะวิชาท่องทะยานพันลี้ทักษะระดับมหาเทวะขั้นสูง เ้าจงนำไปฝึกฝน หากฝึกฝนสำเร็จ หากวันหนึ่งตัวเ้าเกิดเจอศัตรูที่สู้มิได้ ทักษะนี้จะช่วยเหลือเ้าได้”
“ขอบคุณเ้าค่ะ ที่หวังดีต่อข้าศิษย์พี่ เช่นนั้นข้ากลับไปฝึกฝนต่อนะเ้าค่ะ ท่านรอดูความก้าวหน้าของข้าได้เลย”
[ติ๊ง! ท่านได้มอบเม็ดยาทะลวงปราณระดับเซียนจำนวนสิบสองเม็ดแก่ศิษย์น้องของท่าน ติ๊ง! ระบบขอมอบเม็ดยาทะลวงปราณระดับเทพจำนวนห้าร้อยเม็ด ระบบขอแจ้งผู้ใช้งานว่าเม็ดยาระดับเทพนี้คือขั้นสูงสุดของดินแเดนนี้แล้ว]
[ติ๊ง! ท่านได้มอบทักษะวิชาท่องทะยานพันลี้ ทักษะระดับมหาเทวะขั้นสูงแก่ศิษย์น้องของท่าน ติ๊ง! ระบบขอมอบทักษะวิชาท่องทะยานหมื่นลี้ทักษะระดับ์ขั้นต่ำแก่ท่าน]
หลังการแจ้งเตือนจากระบบ หลัวเสวียนพอใจกับสิ่งที่ได้รับจากระบบ เขาไม่ได้คิดมากเกี่ยวกับเม็ดยาที่ระบบบอกกล่าว ยังตั้งใจฝึกฝนทักษะวิชาที่ได้จากระบบ อีกทั้งยังศึกษาเกี่ยวกับค่ายกลและทักษะวิชาอย่างอื่นต่อ
สองปีต่อมา…
หลัวเสวียนหยุดการฝึกฝน เพื่อเตรียมตัวจะออกเดินทางไปหาประสบการณ์ ระดับพลังของเขาตอนนี้อยู่ในระดับเทพพิภพขั้นที่หนึ่ง ทั้งทักษะวิชากระบี่ ทักษะค่ายกล ร่วมทั้งทักษะการหลอมอาวุธและปรุงยาก็ใช้อย่างชำนาญ บ่อยครั้งที่หลัวเสวียนต้องวางค่ายกลอาณาเขตให้กับศิษย์น้องของตนที่บรรลุระดับขั้น
“ศิษย์พี่ ข้าพร้อมจะออกเดินทางแล้วเ้าค่ะ”
หลัวเสวียน มองไปยังศิษย์น้องของตนที่มาพร้อมกับรอยยิ้มอันสดใส ร่าเริง
“เหยาเอ๋อร์ระดับพลังของเ้า เกินคาดหมายจริงๆ พลังระดับมหาเซียนขั้นที่เก้า รากฐานฝึกฝนก็มั่นคง”
“คำสอนของศิษย์พี่ ข้าจำขึ้นใจ เช่นนั่นพวกเราก็ไปกันเถอะเ้าค่ะ”
“เหยาเอ่อร์ เ้าอย่าพึงรีบร้อน รับทักษะนี้ไป”
หลัวเสวียนส่งทักษะวิชาด้วยจิตการรับรู้ส่งต่อไปยังหลินซูเหยาศิษย์น้องของตน หลังจากตัวหลัวเสวียนบรรลุพลังระดับเทพหลัวเสวียนก็ไม่จำเป็ที่จะต้องใช้ม้วนทักษะวิชาส่งมอบอีกต่อไป
“เหยาเอ๋อร์ นี้คือทักษะวิชาปกปิดขอบเขตพลัง เป็ทักษะระดับ์ขั้นสูง เมื่อเ้าฝึกสำเร็จผู้อื่นก็ไม่สามารถรู้ระดับพลังของเ้าแล้ว และด้วยพร์ของเ้าเพียงครึ่งเดือนก็ฝึกฝนสำเร็จ”
“เช่นนั้นข้าจะรีบฝึกฝนทันทีศิษย์พี่”
"ฮ่าๆ"
[ติ๊ง! ท่านได้มอบทักษะวิชาปกปิดขอบเขตพลังระดับ์ขั้นสูงแก่ศิษย์น้องของท่าน ติ๊ง! ระบบขอมอบทักษะวิชาปกปิดขอบเขตพลังระดับเทพเ้าขั้นกลางแก่ท่าน]
‘ระบบช่างยอดเยี่ยม จากนี้อีกครึ่งเดือนเขาจะฝึกฝนทักษะวิชานี้เพิ่ม หากฝึกสำเร็จ ตัวตนระดับเทพเ้าะก็มิอาจรู้ระดับพลังของเขาได้’
หลังจากนั้นอีกครึ่งเดือน หลัวเสวียนและหลินซูเหยาก็ออกจากขุนเขาเซียนกระบี่ปราณม่วงไป.