บทที่ 8 ความฉลาดของชิงหมิน
ชิงหมินประมูลสินค้ามาไว้ในมือได้ 3 อย่างก็ไม่สนใจประมูลอย่างอื่นอีก เขาเสียเงินไปเป็แสนเหรียญในครั้งเดียว ทำเอาคนของตระกูลหลี่ได้แต่มองด้วยความอิจฉาเท่านั้น
หากนี่เป็การใช้เงินของตระกูลก็ว่าไปอย่าง ทว่าคุณชายน้อยท่านนี้กลับมีเงินส่วนตัวที่หยิบใช้ง่ายๆรวดเดียวเป็แสนเหรียญ ไม่น่าแปลกใจที่เหล่าเ้านายในตระกูลจะพูดว่าคนที่ร่ำรวยที่สุดในจวนสกุลหลี่ เห็นทีจะเป็บุตรชายคนเล็กของพวกเขา
อาจจะเป็เพราะ นอกจากใช้จ่ายไปกับสาวงามในชนบทผู้นั้นแล้ว ชิงหมินก็ไม่ได้มีความสนใจอย่างอื่นเป็พิเศษ แม้แต่ค่าเบี้ยเลี้ยงรายเดือนของเขาก็ยังคงอยู่ วันๆนั่งทำเพียงชาดอกไม้ หรือปรุงน้ำอบน้ำหอมในเรือน นานๆทีจะให้คนออกไปซื้อเมล็ดพันธุ์แปลกๆมาปลูกเอาไว้ข้างเรือน
ความชมชอบในของสิ้นเปลืองไม่มีเลยแม้แต่น้อย ผู้อื่นตัดเสื้อผ้าเพิ่มกันเดือนละหลายชิ้น ชิงหมินผู้นี้รอเพียงวันขึ้นปีใหม่หรือเทศกาลต่างๆที่ตระกูลหลี่จะรับผิดชอบแจกจ่ายผ้าเนื้อดีมาให้
แน่นอนว่ารวมถึงเครื่องประดับด้วยเช่นกัน ด้วยความเป็คุณชายเล็กที่ไม่ค่อยได้ออกงานมากนัก ตัวเขาพกเพียงพู่กันสีเงินประดับหยกที่ได้เป็ของขวัญมาก็เพียงพอแล้ว ไหนเลยจะ้าเครื่องประดับหรูหราชิ้นอื่นอีก
นอกจากเบี้ยรายเดือนที่เขาแทบจะไม่ได้แตะ ยังมีค่าขนมเพิ่มเติมจากเหล่าเ้านายในจวนอีกด้วย ไม่ใช่แค่พี่น้องร่วมมารดา แต่เหล่าอนุภรรยาของบิดาและพี่น้องเ่าั้ล้วนใช้เงินมือเติบไม่ต่างกันนัก
ได้ยินว่ามีถุงหอมที่ช่วยดับกลิ่นกาย พวกนางก็รีบเอาเงินมาถวายให้แล้ว ได้ยินว่ามีน้ำสมุนไพรที่หลังจากอาบแล้วจะทำให้ผิวพรรณผ่องใสมากขึ้น พวกนางก็แทบจะแย่งกันมา ซึ่งไม่ใช่เพียงสาวๆในจวนเท่านั้น เหล่าบุรุษที่ได้ยินก็ติดต่อผ่านฝูเซ่ามากมายไม่แพ้กัน หากพวกเขานำสิ่งของเหล่านี้ไปเอาอกเอาใจเหล่าอนุหรือสาวงาม ใครเล่าจะหนีพ้นจากเงื้อมือของพวกเขาไปได้
สุดท้ายแล้ว ในแต่ละเดือน เบี้ยหวัดของทุกเรือนในสกุลหลี่ก็แทบจะมากองตรงหน้าของชิงหมินนี่แหละ ไม่แปลกที่เขาจะมีเงินเก็บเอาไว้ใช้มือเติบเช่นนี้ได้
“ไม่มีสิ่งใดที่เ้าสนใจแล้วหรือ?” ตงหลินเห็นน้องชายนั่งเงียบไปก็เอ่ยถาม
ตัวเขารู้สึกสงสารอีกฝ่ายไม่น้อย ทั้งที่สัญญาเอาไว้แล้วว่าจะมอบของรางวัลที่เ้าน้องชายตัวน้อยยอมมาร่วมงานประมูล ช่วยเหลือพี่ชายในการทำกำไรครั้งนี้ แต่กลับมาทอดทิ้งเ้าตัว บอกว่าจะล้มเลิกแผนเดิมเสียอย่างนั้น
หากชิงหมินมีบางอย่างที่สนใจและราคาไม่แพงนัก เขาอาจจะใช้โอกาสนี้เพื่อซื้อของเป็การขออภัยอีกฝ่ายก็ได้
“ยังไม่มีชิ้นไหนที่สนใจอีกขอรับ”
ชิงหมินไม่ได้ใส่ใจมากนัก หลังจากที่เขาได้ของที่้ามาบ้างแล้ว เขาก็สนใจแค่การคำนวณผลกำไรเท่านั้น ใช้จ่ายไปเป็แสน จะได้กลับมาเกือบ 200,000 เหรียญ เช่นนี้ไม่เรียกว่าคุ้มค่าได้อย่างไร เขายังจะอยากได้รางวัลอะไรจากพี่ชายอีก
เวลานี้สิ่งที่ชิงหมินสนใจ ก็มีแค่ไอพลังหยินที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากด้านหลังเท่านั้น เขารู้สึกว่าพลังงานหยินมาวนเวียนรอบตัวของเขาเป็พิเศษ บางทีอาจจะเพราะเขาเป็พระรอง และเป็คนรู้จักของแม่นางเอก พระเอกอย่างหวงซีเฉิงจึงได้ให้ิญญาจำนวนหนึ่งมาตรวจสอบว่าเขา้าทำอะไรกันแน่ก็ได้กระมัง
ดังนั้นชิงหมินจึงไม่ใช้พลังงานของตนเองให้เป็ที่สะดุดตาอีก ยิ่งเมื่อสินค้าอย่างว่านกิเลนหมอกปรากฏขึ้นเมื่อไร เขาจะต้องแสดงท่าทางให้เป็ปกติมากที่สุด ไม่สมควรให้ทางนั้นรับรู้ว่าเขามีบางอย่างผิดปกติไป
ก็เหมือนกับที่ชิงหมินคาดการณ์เอาไว้ ิญญารอบๆตัวของเขามีหนาแน่นจริงๆ ซีเฉิงพยายามให้พวกิญญาฟังบทสนทนาของสองพี่น้องเพื่อเข้าใจสถานการณ์ในจวนสกุลหลี่มากขึ้น
เขาเข้าใจว่าการปล่อยพลังหยินออกมาทั้งห้องนี้ ก็ไม่น่าจะทำให้ชิงหมินสงสัยเกี่ยวกับพลังหยินรอบตัวของตนเองอีก จึงสั่งให้พวกิญญาทำหน้าที่อย่างเต็มที่
ต่างจากก่อนหน้านี้ที่บอกให้พวกมันระวัง ไม่ควรเข้าใกล้ชายหนุ่มมากเกินไป แต่ก็นั่นแหละ...ตัวเขาไม่ได้รู้ว่าชิงหมินรู้ถึงความสามารถของตนเอง และรู้ดีกว่าด้วยซ้ำในบางเื่ การกระทำของเขาจึงไม่ได้รอดสายตาของชิงหมินไปได้ ต่างกันแค่ความเข้าใจไม่ตรงกันก็เท่านั้น
‘เป็คุณชายที่มีความสามารถไม่น้อย ไม่โลภมากเหมือนผู้อื่น ในขณะที่ทุกคนกำลังเฝ้ารอของชิ้นใหญ่ที่จะปรากฏขึ้น เขาก็สามารถชิงประมูลสินค้าหลายอย่างไปได้ในราคาที่ถูกกว่าปกติ’
ิญญาของชายชราที่สิงสถิตอยู่ที่นี่กล่าวถึงชิงหมินในแง่ดีไม่น้อยเลย ตัวเขาเห็นผู้คนมามาก แต่เด็กน้อยอย่างชิงหมินที่ทำการรอบคอบนั้นหาได้ไม่มากนัก
แม้ว่าเขาจะเป็ิญญาสกุลฟ่ง ทั้งยังเคยเป็ผู้ประเมินมาก่อน หากไม่ใช่เพราะรู้ว่าสินค้าที่จะนำออกประมูลเป็สินค้าราคาแพง ชนิดที่ว่าหลายคนเอื้อมมือไม่ถึง เขาก็คงจะให้คนของตระกูลฟ่งพยายามแย่งชิงมันมาเป็ของตนเองแล้ว
การที่หลายคนพลาดของดี และจบการต่อสู้ไปง่ายดายในครั้งนี้ เป็เพราะพวกเขาคิดคาดหวังทุ่มกำลังประมูลในสินค้าชิ้นสุดท้ายต่างหาก เหมือนกับที่ชายหนุ่มสกุลหลี่คนโตทำอยู่นี่แหละ หลายคนไม่เข้าร่วมประมูลด้วยซ้ำ ปล่อยให้มันจบลงโดยเร็วก็พอแล้ว
“เป็คนที่ได้รับความรักมาโดยง่ายจริงๆเลยนะ” แม้แต่พวกิญญาก็ยังชมชอบที่จะอยู่ใกล้เขา ไม่น่าแปลกใจที่ตัวเขาเองก็จะเคลิบเคลิ้มไปกับอีกฝ่ายด้วย
เมื่อนึกถึงกลิ่นหอมที่ส่งผ่านพวกิญญา ซีเฉิงรู้สึกอยากจะหลอกล่อให้ทางนั้นไปที่กระท่อมของเขาอีกครั้ง หาโอกาสอยู่กันเพียงสองคน แล้วให้เ้าตัวนั่งอยู่ในกระท่อม คอยส่งกลิ่นหอมกล่อมเขาให้ได้นอนเต็มที่สักครั้งในชีวิต
เนื่องจากเป็ผู้ใช้ิญญา ดึงเอาภูตผีปีศาจที่ควรจะอยู่ในโลกของตนเองมาใช้งานเยี่ยงทาส สิ่งที่ซีเฉิงต้องตอบแทนกับการเข้าไปยุ่งวุ่นวายในโลกิญญาก็มีเช่นกัน อย่างแรกคือเขาจะได้ยินเสียงโหยหวนของิญญาทั้งหมดในขณะที่พวกมันตาย กระทั่งพวกิญญาเองก็อาจจะลืมความทรมานเ่าั้ไปแล้วด้วยซ้ำ
ซีเฉิงอยู่กับความวุ่นวายเช่นนั้นตลอดทั้งวันทั้งคืน หากไม่ใช่เพราะเขาถูกฝึกั้แ่ยังเล็กเพื่อเข้าสนามรบ จนกระทั่งปลุกพลังในวัย 15 ปี เขาอาจจะเสียสติไปแล้วก็เป็ได้
แต่การฝึกอันโหดร้ายของบิดาที่ทำให้เขาต้องตื่นตัวอยู่ตลอด ดาบที่ถือต้องพร้อมตัดหัวของศัตรู และภาพที่พวกพ้องรวมถึงฝ่ายตรงข้ามเปลี่ยนจากผู้มีชีวิตกลายเป็ศพ คนที่เข้าสนามรบั้แ่อายุ 6-7 ปีนั้น จิตใจของเขาย่อมถูกทำลายสิ้นไปหมดแล้ว
ซีเฉิงไม่ได้ตำหนิบิดาที่ทำเช่นนั้น กลับกัน...เขายังรู้สึกขอบคุณที่ถูกสั่งสอนให้กลายเป็ปีศาจเสียมากกว่า ไม่อย่างนั้น...เขาก็คงจะไม่ได้มีชีวิตรอดมาถึงตอนนี้ได้
ดวงตาของชายหนุ่มเปลี่ยนเป็คมกริบเมื่อนึกถึงเื่ราวในอดีตที่ผ่านมา เสียงอื้ออึงของสนามรบย้อนกลับมาในความทรงจำอีกครั้งจนซีเฉิงต้องแค่นหัวเราะ
สำหรับเขา ่เวลาที่สงบสุขนั้นมีเพียง 2 ่เท่านั้น หนึ่งก็คือตอนที่เขาาเ็เจียนตาย พลังที่ปลุกขึ้นแทบจะเรียกออกมาใช้งานไม่ได้ ตอนที่าเ็นั้นจึงได้รู้ว่าเขาจะหลุดพ้นเื่นี้ไปได้ ก็ต้องเป็ตอนที่เขาไม่มีลมหายใจอยู่แล้ว และสอง...คือ่เวลาที่เขาได้ดื่มชาโม่ลี่ฮวา ชาแปลกประหลาดที่จู่ๆก็เรียกคืนความสงบกลับมาให้กับเขาได้
เพราะแบบนั้น เขาจึงได้ตามหาที่มาของชานั้นอยู่ตลอด ไม่คิดว่าวันนี้โชคชะตาจะผลักให้เขาได้มาเจอกับผู้ที่คิดค้นชานั้นขึ้นมาได้ บางที...หลังจากนี้ พวกเขาอาจจะได้สื่อสารกันมากขึ้น และเขาก็อาจจะชาโม่ลี่เอาไว้เพียงลำพังก็เป็ได้...
แววตาของบุตรชายแม่ทัพ เ้าของฉายาปีศาจร้ายเปลี่ยนเป็คมกริบ แอบมองผ่านผ้าคลุมหน้าเพื่อให้ได้เห็นท่าทางเกียจคร้านของชายหนุ่ม ในขณะที่พี่ชายข้างกายยังพยายามจะเอาอกเอาใจดูแล
เช่นนี้ ให้ความรู้สึกบอบบางยิ่งกว่าสาวน้อยอีกไม่ใช่หรืออย่างไร? ดูท่า...คนสกุลหลี่ก็คงจะทราบดีว่าบุตรชายคนเล็กของพวกเขา เหมาะกับการมอบให้เป็ภรรยาของผู้อื่น มากกว่าจะให้เขาแต่งภรรยาเข้ามากระมัง
เพราะคิดเช่นนั้น ยามได้ยินว่าบุรุษสกุลหลี่คนนี้้าไล่ตามสาวจากเขตชนบทผู้หนึ่ง เขาก็อดที่จะรู้สึกเหนื่อยใจแทนสกุลหลี่ไม่ได้ บุตรชายของพวกเขาไล่ตามสตรีผู้นั้นมาเป็เวลาสองปีแล้ว ถึงจะถูกปฏิเสธร่ำไปก็ยังไม่คิดยอมแพ้ กับคนเช่นนี้...ซีเฉิงรู้เพียงวิธีใช้ไม้แข็งกับเขาก็เท่านั้น
“ฟู่ว....ยิ่งใกล้จะถึงเวลาสำคัญ รู้สึกว่าพลังงานหยินก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นมากอีกนะ เ้าหนาวกายหรือไม่? หากทนไม่ไหว ข้าจะขอให้คนพาเ้าออกไปพักด้านในจวนสกุลฟ่งก่อน” ตงหลินเป็ห่วงน้องชายมาก
เขารู้สึกขนหัวลุกชัน ราวกับว่าพลังงานหยินปะทุออกมาอย่างรุนแรงอีกระลอก แน่นอนว่าคนของสกุลหลี่ล้วนรู้สึกคล้ายๆกัน แต่พวกเขาก็ไม่ได้รู้ว่ามีแค่สกุลหลี่เท่านั้นที่เจอกับสถานการณ์เช่นนี้ ผู้อื่นยังนั่งเป็ปกติ รับรู้เพียงว่ามีพลังงานหยินเป็ระลอกๆให้ัั ทว่าพลังงานที่อัดแน่นนี้จะมีที่ไหนกัน
ชิงหมินถอนหายใจออกมา อาการนี้...ต่อให้เขาหนีเข้าไปที่จวนสกุลฟ่ง ก็ใช่ว่าจะหนีได้พ้น เห็นได้ชัดว่าิญญาพวกนี้ถูกสั่งมาให้ตรวจสอบพวกเขาโดยเฉพาะมากขึ้น ตอนนี้เขาทำได้แค่นั่งตัวตรงและไม่แสดงพิรุธใดๆออกไปก็เท่านั้น
“ข้าทนได้ อีกไม่นานก็คงจะจบแล้ว พี่ใหญ่ไม่ต้องกังวลไป ร่างกายของข้าแข็งแกร่งขึ้นมากแล้ว”
“จะเป็เช่นนั้นได้อย่างไร ตัวของเ้าบอบบางเช่นนี้...”
“โถ่ พี่ใหญ่...เห็นข้าแบบนี้ก็เป็บุรุษผู้หนึ่ง ท่านอย่ากังวลเกินไปเลย เดี๋ยวสาวงามที่ข้าชอบมาได้ยินเข้า นางจะเข้าใจผิด คิดว่าข้าเป็สตรีปลอมกายมาหรอก”
“หึ! เ้าเด็กคนนี้ ยังจะกล้าพูด” ตงหลินส่ายหน้า สาวงามที่ไหนที่น้องชายของเขาสนใจกัน มีก็แค่สาวงามในเขตชนบทคนนั้นเท่านั้นแหละ ทั้งครอบครัวรู้เห็นทั้งนั้น แต่หญิงสาวเขาไม่เล่นด้วย ถือว่าเป็โชคดีแล้ว
หากคนที่เ้าน้องเล็กชื่นชอบเป็พวกเห็นแก่เงิน เพียงถูกเกี้ยวก็ตามมาแต่งเข้าจวนสกุลหลี่ เวลานั้นคงจะแย่ของจริงเป็แน่ เห็นน้องชายพยายามไล่ตามมาเป็เวลานานเช่นนี้ แต่สาวก็ยังไม่สนใจด้วย พวกเขาก็แค่รู้สึกเบาใจเท่านั้น
น้องชายคนเล็กผู้นี้ หากหาคนดีๆมาแต่งด้วยไม่ได้ หรือไม่มีคนอื่นพึงใจต่อกันแล้ว พวกเขาก็อยากจะเก็บเอาไว้ในจวน ให้เ้าตัวแสบนั่งนอนเล่นอย่างสบายใจ ไม่ต้องแต่งออกไปบ้านไหน ไม่ต้องแต่งใครเข้ามาให้รกหูรกตาก็ยังได้
อย่างไรก็ดี เมื่อพูดถึงสตรีผู้นั้น ตงหลินก็นึกดูแคลนนางอยู่ในใจบ้าง แม้จะเป็พวกหยิ่งในศักดิ์ศรี แต่น้องชายของเขาน่ารักและแสนดีขนาดนี้ เหตุใดยังไม่ชมชอบอีก คนที่ไม่ชอบน้องของเขา ก็เท่ากับไม่ชอบพวกเขาด้วยเช่นกัน!
“พี่ใหญ่ทำหน้าตาน่ากลัวอีกแล้ว”
“อ่อ ข้าแค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย”
“เพราะแบบนั้น ผู้คนจึงไม่ชอบท่านอย่างไรเล่า”
“ฮ่าๆ เช่นนั้นข้าต้องทำหน้าเช่นเ้าหรือ? ผู้คนมากมายจึงชอบเข้าหาเ้ากันเหลือเกินน่ะ” ตงหลินหยอกน้องชายเล่น แน่นอนว่าในความ “เล่น” ของเขา ล้วนมีความจริงแฝงอยู่ด้วยไม่น้อยเลย
ยังพูดไม่ทันขาดคำ ร่างสูงของใครบางคนก็เดินเข้ามาแล้ว ทางนั้นกล้าเดินมาข้างหน้าอย่างไม่เกรงใจผู้ใด ดูก็รู้ว่าเป็พวกมากอำนาจ ทั้งยังบ้าอำนาจไปในตัวด้วย
“น้องหลี่ ข้าเห็นเ้ามาสักพักแล้ว แต่เห็นเ้ากำลังยุ่งกับการประมูลสินค้าอยู่ จึงปล่อยให้เ้าได้ทำหน้าที่ของตนเองก่อน ทว่าตอนนี้พวกเ้าพูดคุยเล่นกันแล้ว แปลว่าไม่มีของที่สนใจอีกแล้วหรือ? เช่นนั้น....อยากจะขึ้นไปดื่มน้ำชากับข้า้าหรือไม่?”
น้ำเสียงอบอุ่นของบุรุษผู้มาใหม่ทำให้คนสกุลหลี่ขนลุกชันจริงๆ บุรุษผู้นี้มีอำนาจมาจากเมืองหลวง เขาเป็บุตรชายคนรองของขุนนางใหญ่ในเมืองหลวง แต่เพราะกระทำความผิดจึงถูกส่งมาลงโทษเป็เวลา 5 ปี อยู่ที่นี่มาแล้ว 3 ปี และเริ่มไล่ตามคุณชายของพวกเขามา 2 ปี
ทุกครั้งที่เจอล้วนแต่แสดงท่าทางสุขุมมีมารยาท แต่ในความเป็จริง เื้ัของเขาล้วนเน่าเฟะทั้งนั้น ไม่ใช่แค่เป็คุณชายเสเพลที่แต่งอนุเข้าจวน 12 คนใน 3 ปีเท่านั้น ยังมีข่าวลือเกี่ยวกับรสนิยมของเขาที่ชอบพูดจาหวานหูไปพร้อมกับเฆี่ยนตีคนรักของตนเองไปด้วย
คนที่มีจิตใจราวกับสัตว์เดรัจฉานเช่นนี้ ไม่มีทางที่คนสกุลหลี่จะชื่นชอบได้ ยิ่งมายุ่งกับคุณชายเล็กของพวกเขาที่หวงแหนยิ่งกว่าไข่ในหิน พวกเขามีแต่จะพยายามช่วยกันกีดกันก็เท่านั้น
………………………………………………