วันนี้ไทม์ก็มาทำงานตามปกติเขาเริ่มคล่องแคล่วในงานแล้วจัดการเตรียมอุปกรณ์กับวัตถุดิบเพราะเดี๋ยวอีกครึ่งชั่วโมงก็จะเปิดร้านแล้ว
“เออไทม์เดี๋ยววันนี้มีพนักงานใหม่มานะ ถ้าเขามาแล้วให้เขานั่งรอที่เคาน์เตอร์ก่อนนะ”พี่น้ำชะเง้อหน้าออกมาจากห้องด้านหลัง
“ครับ”
กริ๊ง~
“ร้านยังไม่เปิดนะ-อ๊ะ”ยังไม่ทันพูดจบก็ต้องชะงักเพราะคนที่เข้าร้านมาดันไม่ใช่ใครนอกจากเจมส์
“พี่น้ำอยู่มั้ย”
“อยู่นั่งรอแป๊บนะ”
“ขอบใจ”
ไทม์วางไม้ถูพื้นเดินเข้าไปตามพี่น้ำด้วยความงงพลางแอบเหลือบมองเจมส์ที่กำลังนั่งรออย่างเงียบๆบอกตามตรงนะว่าเขาเซอร์ไพรส์มากไม่คิดว่าพนักงานใหม่ที่ว่าจะเป็นเจมส์ด้วยซ้ำ
ขณะที่พี่น้ำกำลังนั่งคุยกับเจมส์ไทม์ก็แอบเหลือบมองอยู่ห่างๆเขาแอบกังวลอยู่เล็กน้อยที่รู้ว่าเจมส์จะมาเป็นพนักงานใหม่ ไม่ใช่ว่ารังเกียจถ้าจำได้เมื่อวันก่อนที่เจอเจมส์มีท่าทงไม่ได้อยากคุยหรืออยากสุงสิงกับเขาสักเท่าไหร่เพราะไอ้เหตุผลนี่แหละทำให้เขารู้สึกกังวลว่าจะกลัวทำงานกันไปแล้วจะอึดอัด
“โอเค เดี๋ยวพี่ให้เราทดลองงานเลย ไทม์! มานี่หน่อย”
“ครับ”
“เดี๋ยววันนี้พี่จะฝากเราสอนเจมส์หน่อยนะเอาง่ายอย่างพวกคิดเงินหรือจัดเค้กก่อนนะส่วนอย่างอื่นพวกชงเครื่องดื่มเดี๋ยวค่อยไว้ทีหลัง โอเคมั้ย”
“อ่าครับ”
“ขอบใจมากงั้นเดี๋ยวพี่ไปทำธุระก่อน เดี๋ยวพี่จะเข้ามาอีกทีตอนทุ่มนึงนะ”พอได้ยินแบบนั้นไทม์ก็แทบอายกพุ่งเข้าไปกอดขาไม่ให้พี่น้ำไปแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากตอบตกลงไปตามนั้น
“งั้นพี่ไปก่อนนะโชคดีนะเด็กๆ” ทำอะไรไม่ได้ได้แต่ยืนมองพี่น้ำเดินออกจากร้านไป
กลับมาที่ปัจจุบันไทม์เริ่มทำการสอนเจมส์เบื้องต้นตามที่พี่น้ำสั่งเอาไว้บอกตามตรงว่ายากมากเพราะเจมส์ทำผิดค่อนข้างบ่อยทำให้ไทม์เริ่มจะกังวลว่าวันนี้จะรอดมั้ย
สุดท้ายก็ต้องเปิดร้านตามเวลาไทม์ให้เจมส์ทำหน้าที่แคชเชียร์ส่วนเขาจะทำหน้าที่ชงเครื่องดื่มกับจัดออเดอร์แทน
เวลาผ่านไป3 ชั่วโมงลูกค้าก็ทยอยเข้ามาเรื่อยๆทั้งสองคนก็ทำไปด้วยความทุลักทุเลแต่ก็ยังคงทำงานได้
ทำงานกันไปจนตอนนี้เข้าบ่ายโมงลูกค้าเยอะจนไทม์เริ่มทำออเดอร์ไม่ทันจนต้องหันไปขอความช่วยเหลือจากเจมส์
“เจมส์มาช่วยทางนี้หน่อย”
“ให้ช่วยอะไร”
“ช่วยทำเครื่องดื่มให้หน่อยทำได้มั้ย ดูจากสูตรตรงนี้อ่ะ” ไทม์ชี้ไปที่แผ่นกระดาษแปะอยู่ที่กำแพง
“ได้มั้ง”เจมส์ตอบอย่างไม่มั่นใจเพราะว่าพี่น้ำไม่ได้บอกให้ไทม์สอนเขาเขาทำไม่เป็นประสบการณ์ก็ไม่มีเลยยิ่งมีความกังวลค่อนข้างมาก
“ไม่เป็นไรๆเดี๋ยวทำคู่ๆ กันไปเดี๋ยวก็ได้” ไทม์ตีไหล่เขาเบาๆ เพื่อให้กำลังใจทำให้เจมส์ยิ่งไม่กล้าปฏิเสธ
“อือ”
ทั้งสองคนทำงานกันไปมีช่วงยุ่งบ้ามีช่วงพักบ้างบอกตามตรงว่าโคตรเหนื่อย คงเพราะทำกันแค่สองคนแล้วก็มือใหม่ทั้งคู่เจมส์ก็ทำผิดทำถูกไทม์ต้องคอยแก้ให้ตลอด
ตอนนี้เวลาเริ่มเย็นประมาณ6 โมงกว่าๆ คนในร้านเริ่มเบาบางลงไทม์กับเจมส์เริ่มทยอยเคลียร์ของเพราะวันนี้ร้านจะปิดเร็วตั้งแต่ 1 ทุ่ม
“เออเจมส์ นายกลับยังไง”
“นั่งรถกลับ”
“เดี๋ยวไปส่ง”
“ไม่เป็นไรกลับเองได้”
“แต่แผลเก่านายยังไม่หายเลยนะ”เจมส์ก้มมองแผลตัวเองที่อยู่บนตัว แผลก็จากที่รถล้มเมื่อวันก่อนนี่แหละแม้ตอนนี้แผลมันจะเริ่มแห้งไปแล้วแต่ก็ยังตึงยังเจ็บอยู่บ้าง
“เอาน่าเดี๋ยวไปส่ง”
เจมส์ยืนครุ่นคริดอยู่ครู่แต่อีกคนก็ไม่ยอมให้เขาได้ปฏิเสธเลย“โอเคนะ”
เจมส์ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง“แล้วแต่เถอะ”
รถมอเตอร์ไซค์ขับไปเรื่อยๆตามถนนในซอกซอยด้วยความเร็ว 60 กิโลเมตร / ชั่วโมงเจมส์ชะเง้อหน้ามาตะโกนบอกไทม์ที่กำลังจดจ่ออยู่กับการขับ
“เดี๋ยวส่งที่ตลาดพอ”
“ห๊ะ? ตลาดหรอบ้านนายไม่ได้อยู่ตรงนี้นี่”
“จะซื้อของเข้าบ้าน”
“อ๋อได้ๆ”
ทำการเลี้ยวรถเทียบจอดที่หน้าตลาดพลางกวาดสายตามองไปรอบๆจะว่าไปตลาดนี้คนก็เยอะเหมือนกันนะเนี่ย
“อ่ะขอบใจที่มาส่ง” เจมส์ยื่นหมวกกันน็อคคืนทำให้ไทม์ปั้นคิ้วขมวดแล้วหันไปมอง
“ไม่ๆเราจะไปส่งที่บ้าน”
“ส่งที่นี่แหละ”
“ไม่จะได้ไม่ต้องเหนื่อยถือของไง”
เจมส์ถอนหายใจอีกรอบไม่เข้าใจกับความดื้อของไทม์เสียเหลือเกิน “อย่าทำตัวใจดีมากได้มั้ย”
ไทม์มองเขานิ่งกับจ้องเขาด้วยสายตาที่จริงจัง“เราไม่ได้ทำตัวใจดี เราแค่อยากช่วยในฐานะเพื่อนมนุษย์ก็แค่นั้นเอง”
คำตอบของไทม์ทำเอาเจมส์ถึงกับพูดไม่ออกก่อนเขาจะหันหลังใส่แล้วพูดทิ้งท้ายหนึ่งประโยคก่อนจะเดินหายเข้าไปในตลาด“เอาเถอะอยากจะทำอะไรก็ทำ ขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงล่ะ”
ไทม์ที่ได้ยินก็ยกยิ้มน้อยๆพร้อมกับตอบออกมาเบาๆ “ขอบใจ”
หลังจากรอเจมส์ซื้อของเสร็จทั้งคู่ก็ขับรถตรงดิ่งไปยังบ้านของเจมส์ทันทีขับมาประมาณ 10 นาทีก็ถึงไทม์ทำการเทียบจอดมอเตอร์ไซค์ที่หน้าบ้านพร้อมกับกวาดสายตามองรอบๆเพื่อสำรวจ เป็นบ้านสองชั้นมีประตูเหล็กปิดด้านหน้าเอาไว้ก็ไม่ได้ดูเก่ามากแต่คิดว่าน่าจะบ้านก็ไม่ได้ดูเก่ามากแต่คิดว่าน่าจะประมาณหลักสิบปีได้
“กลับมากันแล้วหรอลูก”เสียงที่มาพร้อมบานประตูเหล็กที่ค่อยๆ เปิดออกเผยให้เห็นคุณยายท่านหนึ่ง
“ยายยังไม่นอนอีกหรอ”
“ก็รอหนูแหละ”
ไทม์ยืนมองสองหลานยายคุยกันทำให้ย้อนนึกถึงคุณยายที่บ้านต่างจังหวัดเดี๋ยวว่างๆ ค่อยแวะไปเยี่ยมแกบ้างดีกว่า
“แล้วนี่ใครเพื่อนเรอะ”
“สวัสดีครับผมเป็นเพื่อนที่ทำงานน่ะครับ เลยแวะมาส่งเขา”
“โอ้ขอบใจนะลูกนะ กินข้าวรึยังลูก”
“อ่ายังครับ”
“เข้ามากินด้วยกันก่อนสิลูกมา” คุณยายเดินมาดึงแขนเขาให้เข้ามาในบ้านไทม์เหลือบมองเจมส์ที่ปั้นหน้าขมวดคิ้วราวกับว่าไม่อยากให้เขาเข้าแต่ก็ไม่ได้ห้ามหรือทักท้วงอะไร
“นั่งรอตรงนี้ก่อนนะลูกนะเจมส์ไปช่วยยายเตรียมอาหารไป”เจมส์ถอนหายใจอออกมาเล็กน้อยก่อนจะเดินตามยายเข้าไปในครัวอย่างจำใจ “ครับ”
ไทม์มองตามแฟ่นหลังจนเจมส์หายเข้าไปในครัวขณะที่กำลังนั่งรอก็กวาดสายตามองสำรวจ สภาพในบ้านการตกแต่งเป็นแบบตามบ้านทั่วไปมีเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่าๆ กับพวกรูปครอบครัวเก่าๆ ที่แปะตามฝาผนังบ้าน
ขณะที่กำลังชื่นชมบรรยากาศภายในบ้านสายตาก็ไปหยุดที่ภาพสองภาพบนหิ้งไทม์ลุกขึ้นไปดูพอมองใกล้ๆ พบว่ามันคือรูปชะตา มรณะของชายหญิงวัยกลางคนคู่หนึ่ง
“ดูอะไร”เสียงเรียกจาคนด้านหลังทำให้ไทม์สะดุ้งเฮือกจนต้องหันมาพบว่าเป็นเจมส์ที่มองเขาด้วยสีหน้างสงสัย
“อ๋อโทษทีแค่สงสัยเฉยๆ”
“หรอ”เจมส์?มองอยู่ครู่ก่อนจะเดินเอาจานอาหารไปจัดบนโต๊ะไทม์เดินตามไปก่อนจะเลือกถามเรื่องคนในรูปภาพ
“นั่นใครหรอ”ไทม์ถามพร้อมกับชี้ไปที่รูปภาพ “พ่อกับแม่”
พอได้คำตอบไทม์ก็ชะงักไปเล็กน้อยอยากรู้นะแต่ก็ไม่กล้าถามต่อเพราะกลัวจะเสียมารยาท
“มาๆมากินข้าวกันลูกมา”
คุณยายเรียกเด็กให้มานั่งกินข้าวก่อนทุกคนจะเริ่มจัดการอาหารของตัวเองตรงหน้า
“หนูชื่ออะไรหรอลูก”
“ไทม์ครับ”
“ชื่อเพราะเนาะแล้วทำงานที่เดียวกับเจมส์หรอ”
“ครับพึ่งมาทำวันมะรืนเองครับ”
“อ๋อเก่งๆ”
คุณยายกับไทม์นั่งกินไปคุยไปไทม์ดูเหมือนจะสนิทกับคุณยายได้ไวมากราวกับเป็นหลานแท้ๆของเธอเลย นั่งทานข้าวกันไปจนอาหารบนโต๊ะเริ่มหมดไทม์ช่วยเก็บจานยกเข้าไปในครัวแต่พอจะช่วยล้างจานก็ต้องชะงักเมื่อถูกหลานเจ้าของบ้านดึงมือเอาไว้
“วางเอาไว้เดี๋ยวล้างเอง”
“ได้ไงเรามารบกวนนายน่ะ”เจมส์ทำท่าจะค้านแต่ก็ถูกไทม์ส่งสายตาที่ไม่ยอมแพ้จนเขาถึงกับถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้“แล้วแต่เลย”
บรรยากาศในครัวเงียบสนิทได้ยินแต่เสียงก๊องแก๊งจากการกระทบกันของจามชาม
“พ่อกับแม่ฉันเสียตั้งแต่เด็กๆ”เจมส์เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบจนไทม์หันไปมอง
“ตอนนั้นฉันอยู่ที่โรงเรียนกำลังรอพ่อแม่มาดูฉันขึ้นเวที แต่จู่ๆ ก็มีครูคนนึงเดินมาบอกว่า พ่อกับแม่รถชนตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรหรอกด้วยความเป็นเด็กอ่ะ แค่คิดว่าเดี๋ยวพ่อแม่ก็มาก้ได้แต่รอแล้วรอเล่าพ่อกับแม่ก็ยังไม่มาสักที จนตอนเย็นป้าขับรถมารับพาโรงพยาบาล”
เจมส์หยุดพูดไปชั่วขณะกลืนน้ำลายที่จุกคอก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ“ป้าบอกว่าพ่อกับแม่ไปแล้ว เขาไม่กลับมาแล้ว เขาไม่อยู่กับเราแล้ว”
ไหล่หนาเริ่มสั่นน้ำตาเริ่มเอ่อออกมาไทม์เช้ดมือที่เปียกก่อนจะเอื้อมไปลูบปลอบ
“ตอนนั้นฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการตายคืออะไรนึกว่าแค่พ่อแม่หายไปเดี๋ยวก็กลับมา ฮึก! ฉันก็รอมาตลอดนะ รอๆๆๆแต่รอยังไงเขาก็ไม่กลับมาสักที คนรอบข้างก็บอกเสมอนะ ว่าเขาตายแล้วแต่ฉันก็ไม่ยอมเชื่อ จนช่วงประถมถึงมารู้ว่าการตายคืออะไรแล้วก็เข้าใจว่า…เขาจะไม่กลับมาอีกแล้ว”
เจมส์สูดเข้าใจลึกยกมือเช็ดน้ำตาที่เอ่อออกมาโดยที่มีไทม์คอยยืนปลอบอยู่ข้างๆ
“ไม่เป็นไรนะนายยอมรับกับมันได้แค่นี้นายก็เก่งมากแล้ว”
ทันทีที่ไทม์พูดจบเจมส์ก็ร้องไห้โฮความรู้สึกที่เก็บอั้นไว้ก็ถูกปล่อยออกมาหมดโดยไม่รู้ว่ามีใครบางคนแอบยืนมองอยู่ไกลๆ
หลังจากจัดการกับเศร้าเสร็จไทม์ก็เก็บของเพื่อจะเตรียมตัวกลับ
“กลับแล้วหรอลูก”
“ครับผมกลับก่อนนะครับ” ไทม์หันไปไหว้ลาคุณยาย
“เดินทางปลอดภัยนะลูกแล้วก็ขอบคุณที่เป็นเพื่อนเจมส์นะ” คุณยายยกมือลูบศรีษะอย่างเบามือ “ครับยินดีครับ งั้นผมไปก่อนนะครับ”
เดินออกมาขึ้นรถโดยมีเจมส์เดินออกมาส่ง
“ขอบใจนะ”น้ำเสียงที่เอ่ยกับสีหน้าที่นิ่งสนิทต่างกับเจมส์คนเมื่อกี้ที่ร้องไห้โฮต่างจากคนล่ะคนจนไทม์แอบหัวเราะออกมา
“แค่นี้เองไปแล้วนะ”
“อือ”
ยืนมองรถมอเตอร์ไซค์จนไทม์ขับออกไปจนลับสายตานึกถึงความรู้สึกเมื่อกี้ที่เขาเผลอเล่าและร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายถึงแบบนั้นเขาก็ยังคงมีความรู้สึกไม่อยากเป็นเพื่อนกับไทม์แต่อีกความรู้สึกหนึ่งก็รู้สึกขอบคุณเขาที่ยังคอยช่วยแม้ว่าเขาจะไม่ได้อยากเป็นเพื่อนด้วย
มันพูดยากนะแต่…ก็ขอบคุณ
06.00น. ลูซี่มาถึงโรงพยาบาลตั้งแต่เช้าเพื่อมาฟาแฟนหนุ่มและมาเยี่ยมคุณแม่ด้วยเดินมาถึงห้องพักฟื้นสิ่งแรกที่เห็นคือภาพของคุณแม่ที่กำลังนอนหลับอย่างสงบและลูกชายที่งีบหลับหัวทิ่มโซฟา
มองภาพนั้นก็แอบหัวเราะมันเป็นภาพที่น่ารักเสียจนเธอถึงกับต้องยกมือถือขึ้นมาถ่ายเก็บเอาไว้
“อ่าวมีคนอื่นอยู่ด้วยเรอะเนี่ย” ประตูเปิดออกพร้อมกับชายวัยกลางคนที่ไม่เคยคุ้นตา
“สวัสดีค่ะไม่ทราบว่ามาหาคุณแม่รึเปล่าคะ”
“ใช่ๆหนูใช่แฟนเจ้าไทม์รึเปล่า”
“ค่ะหนูชื่อลูซี่ค่ะ”
“อ๋อ~ เคยเห็นๆ ในทีวีที่เป็นคนรวยๆ ดังๆ นั่นใช่มั้ย ชื่ออะไรนะ”
“ตระกูลวรลักษณ์ค่ะ”
“ใช่ๆๆนั่นแหละ!” คุณลุงตบมือฉาดราวกับว่ามันถูกต้องตรงกับความคิดของเขา“แล้วนี่มาหาเจ้าไทม์เรอะ”
“ค่ะวันนี้ตอนเก้าโมงน้องมีทำงานที่คาเฟ่หนูกะจะไปส่งน้องน่ะค่ะ”
“อ๋อแล้วส่งเสร็จหนูจะไปทำงานต่อมั้ย”
“ส่งน้องเสร็จหนูกะจะกลับมาเฝ้าคุณแม่ต่อน่ะค่ะ”
“หนูไปพักบ้างก็ได้เดี๋ยววันนี่ลุงเฝ้าเอง”
“จะไม่เป็นการรบกวนหรอคะ”
“รบกงรบกวนอะไรกันไปเถอะ พวกหนูเหนื่อยกันมามากแล้ว”
“เอางั้นก็ได้ค่ะ”คุยกันเสร็จเป็นจังหวะที่ไทม์ตื่นพอดีก่อนจะสะลึมสะลือยกมือขยี้ตาแล้วยกมือไหว้ลุงตัวเองอย่างงงๆ
“อ่าวลุงหวัดดีครับ”
“ดีๆไม่ไปทำงานรึจะเจ็ดโมงแล้วเนี่ย”พอได้ยินลุงพูดแบบนั้นไทม์ก็รีบเด้งตัวเองจากโซฟาทันทีก่อนจะวิ่งหายเข้าห้องน้ำไป
“สายแล้วงั้นผมขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะครับ”
“เออแล้วหนูลูซี่ใช่มั้ย เป็นแฟนกับเจ้าไทม์นานรึยังล่ะ”
“สี่วันกับอีกชั่วโมงสาทสิบนาทีค่ะ”
“ฮ่าๆๆๆๆนับยันชั่วโมงกับนาทีเลยเรอะเนี่ยฮ่าๆๆ แล้วไปเจอกันยังไงล่ะ”
“เจอกันตอนช่วงรับน้องพอดีน่ะค่ะ”
พูดคุยกันไปพลางระหว่างรอไทม์อาบน้ำคุณลุงแกก็พูดคุยสนุกดี แล้วก็ได้รู้ว่าคุณลุงเป็นพี่ชายแท้ๆ ของคุณแม่ด้วย
เป็นจังหวะเดียวกันที่ไทม์ออกมาพอดีเขากุลีกุจอเตรียมข้าวของสำหรับเตรียมไปทำงาน
“เดี๋ยววันนี้พี่ไปส่งนะคะ”
“พี่ลูซี่หยุดหรอครับ”
“ป่าวค่ะพี่กะว่าจะเอางานไปนั่งทำที่คาเฟ่ไทม์”
“อ๋อ”ไทม์หยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายพลางหยิบมือถือขึ้นมาดูเวลาพบว่าตอนนี้ 8 โมงครึ่งแล้ว
“งั้นเดี๋ยวพวกผมไปก่อนนะครับวันนี้ผมกะจะไปดูบ้านด้วยฝากแม่ด้วยนะครับลุง”
“ได้ๆโชคดีๆ”