"อือ..."
เสียงครางเบา ๆในลำคอพร้อมกับร่างสูงที่ขยับตัวยืดเส้นยืดสายทำให้ใบพลูที่กำลังแอบมองอยู่สะดุ้งสุดตัว เธอรีบก้มหน้าลงจ้องตัวหนังสือในเลกเชอร์ทันทีราวกับว่ามันเป็สิ่งน่าสนใจที่สุดในโลกทั้งที่ก้อนเนื้อในอกซ้ายยังคงเต้นระรัวราวกับตีกลองรบ
อัครินค่อ ยๆลืมตาขึ้น แพขนตางอนกะพริบถี่ ๆ ปรับโฟกัสรับแสงสว่าง เขาเงยหน้าขึ้นจากท่อนแขนบิดี้เีเล็กน้อย ก่อนจะระบายยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าเด็กเนิร์ดฝั่งตรงข้ามกำลังนั่งหลังตรงแหน่วทำทีเป็จดเลกเชอร์อย่างขะมักเขม้น ทั้งที่ปลายปากกายังไม่ได้แตะลงบนกระดาษด้วยซ้ำ
"หลับลึกเลยแฮะ พี่กรนหรือเปล่าเนี่ย" เขากระซิบถามด้วยน้ำเสียงติดตลก
"มะ... ไม่ค่ะเงียบมาก" ใบพลูตอบเสียงตะกุกตะกักโดยไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมองเขา
อัครินเท้าคางมองคนตรงหน้ารอยยิ้มบนริมฝีปากของเขาค่อย ๆ เปลี่ยนไปมันไม่ได้กว้างขวางเจิดจ้าเหมือนเวลาเขาอยู่กลางสนามบาสไม่ได้ดูขี้เล่นเหมือนเวลาอยู่กับกลุ่มเพื่อน แต่มันเป็รอยยิ้มบาง ๆที่ดูผ่อนคลาย อบอุ่น และปราศจากหน้ากากใด ๆ
"แปลกจัง..." เขาเอ่ยขึ้นลอย ๆ "ปกติพี่เป็คนหลับยากมากยิ่ง่ใกล้แข่งยิ่งนอนไม่ค่อยหลับ แต่พอมานั่งตรงนี้...กลับหลับสบายเฉยเลย"
ใบพลูหยุดมือที่กำลังจับปากกาเธอค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นสบตาเขา
"พี่คิน...เครียดเื่แข่งเหรอคะ?"
อัครินถอนหายใจยาวแววตาที่เคยเปล่งประกายความมั่นใจหม่นแสงลงเล็กน้อย เขาพลิกฝ่ามือตัวเองขึ้นมาดูร่องรอยด้านชาจากการเสียดสีกับลูกบาสเกตบอลเป็เครื่องยืนยันถึงการฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วง
"ก็... นิดหน่อย" เขายอมรับเสียงแ่
"ปีนี้มหา'ลัยเราหวังแชมป์ระดับชาติโค้ชเลยกดดันหนักมาก ในฐานะกัปตันทีม พี่ต้องแบกรับความคาดหวังของทุกคนเอาไว้ทั้งเพื่อนร่วมทีม ทั้งรุ่นพี่ที่เรียนจบไปแล้ว... บางครั้งพี่ก็แอบคิดนะว่าถ้าวันหนึ่งพี่พลาดขึ้นมา ทุกคนจะยังมองพี่ด้วยสายตาแบบเดิมหรือเปล่า"
นี่เป็ครั้งแรกที่กัปตันทีมสุดเพอร์เฟกต์ยอมเผยความอ่อนแอให้ใครสักคนเห็นใบพลูรับรู้ได้ถึงน้ำหนักของความกดดันที่กดทับบ่ากว้าง ๆ คู่นั้นไว้เธอไม่ใช่คนเก่งกีฬา และไม่รู้หรอกว่าการแข่งขันระดับชาติมันยิ่งใหญ่แค่ไหนแต่เธอเข้าใจดีถึงความรู้สึก 'กลัวที่จะทำให้คนอื่นผิดหวัง'
เด็กสาวนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะเปิดกระเป๋าผ้าของตัวเองหยิบหนังสือจิตวิทยาการพัฒนาตัวเองเล่มหนึ่งที่เพิ่งยืมมาเมื่อวานขึ้นมาเธอเปิดหาส่วนที่คั่นไว้หยิบกระดาษโพสต์อิตสีเหลืองขึ้นมาเขียนข้อความบางอย่างลงไป แล้วแปะทับลงบนหน้านั้นก่อนจะเลื่อนหนังสือข้ามโต๊ะไปตรงหน้าเขา
อัครินก้มลงมองโพสต์อิตแผ่นนั้นชี้ไปที่ประโยคหนึ่งในหนังสือ ซึ่งถูกไฮไลต์ด้วยสีพาสเทลอ่อน ๆ
‘ต้นไม้ที่แข็งแรงที่สุด ไม่ใช่ต้นไม้ที่ต้านทานพายุได้โดยไม่ไหวติงแต่คือต้นไม้ที่รู้จักลู่เอนไปตามลมเพื่อไม่ให้กิ่งก้านของตัวเองต้องเปราะหักต่างหาก’
และด้านล่างประโยคนั้นคือลายมือตวัด ๆ ที่เป็เอกลักษณ์ของใบพลูบนกระดาษโพสต์อิต
‘ความแข็งแกร่งที่แท้จริงไม่ใช่การแบกทุกอย่างไว้โดยไม่ปริปากแต่คือการรู้ว่าเมื่อไหร่ควรวางมันลงเพื่อพักหายใจ...มุมนี้อนุญาตให้พี่คินเป็แค่ต้นไม้ที่ลู่ลมได้นะคะ ไม่ต้องเข้มแข็งตลอดเวลาก็ได้- พลู’
อัครินอ่านข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมาหัวใจที่เคยหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยหินนับสิบก้อน จู่ ๆก็เบาหวิวขึ้นมาอย่างประหลาด ราวกับมีสายลมเย็น ๆพัดเข้ามาปลอบประโลมความเหนื่อยล้าทั้งหมด
เขาช้อนสายตาขึ้นมองเด็กสาวฝั่งตรงข้ามใบพลูรีบหลบตาแล้วทำเป็หยิบหนังสือเล่มอื่นขึ้นมาบังหน้าอีกตามเคยแต่คราวนี้ใบหูเล็ก ๆ ของเธอแดงเถือกจนสังเกตเห็นได้ชัด
อัครินคลี่ยิ้มกว้าง...เป็ยิ้มที่มาจากความรู้สึกข้างในจริง ๆเขาพับเก็บโพสต์อิตแผ่นนั้นใส่กระเป๋าเสื้อหน้าอกข้างซ้ายอย่างระมัดระวัง
"ขอบคุณนะ..." เขากระซิบ น้ำเสียงนุ่มนวลกว่าครั้งไหน ๆ
"พี่รู้สึกดีขึ้นมากเลย"
สำหรับอัคริน...มุมเล็ก ๆ ในห้องสมุดแห่งนี้ไม่ได้เป็แค่ที่หลบภัยอีกต่อไป แต่มันคือ 'เซฟโซน'ที่มีใครบางคนคอยโอบรับความอ่อนแอของเขาไว้อย่างเงียบ ๆ
16:30 น. ณ โรงยิมของมหาวิทยาลัย
เสียงรองเท้าผ้าใบเสียดสีกับพื้นไม้ปาร์เกต์ดังเอี๊ยดอ๊าดสลับกับเสียงลูกบาสเกตบอลที่กระทบแป้นกระดานนักกีฬากว่ายี่สิบชีวิตกำลังฝึกซ้อมตามแผนของโค้ชอย่างขะมักเขม้น
"เฮ้ย ไอ้เจมส์ ส่งลูกมาทางนี้!"
'นาที' รองกัปตันทีมบาสะโเรียกบอลก่อนจะะโชู้ตทำคะแนนได้อย่างสวยงาม เขาเดินมาหอบแฮ่ก ๆ ที่ข้างสนามคว้าขวดน้ำขึ้นมาดื่มพลางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ โรงยิม
"ไอ้คินมันไปไหนของมันวะเนี่ย"นาทีบ่นอุบ "่นี้พอพักเที่ยงปุ๊บ แม่งหายหัวปั๊บ ติดต่อก็ไม่ได้นี่ก็ใกล้จะถึงเวลาซ้อมทีมรุกแล้วนะ"
"นั่นดิพี่" 'เจมส์'รุ่นน้องในทีมเดินเข้ามาสมทบพลางเช็ดเหงื่อ
"เมื่อก่อนเห็นกินข้าวเสร็จก็มาขลุกอยู่แต่ในโรงยิมแต่เดี๋ยวนี้หายตัวตลอดแฟนคลับที่มาดักรอก็บ่นกันอุบเลยว่าหาตัวกัปตันไม่เจอ"
นาทีขมวดคิ้วเข้าหากันความสงสัยเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ ในฐานะรองกัปตันที่สนิทกับอัครินมาั้แ่ปีหนึ่งเขารู้ดีว่าเพื่อนคนนี้บ้าบาสเกตบอลขนาดไหน การที่อัครินปลีกตัวออกไปเป็ประจำแบบนี้มันผิดวิสัยสุดๆ
"หรือว่ามันแอบไปซุ่มซ้อมแผนลับคนเดียววะพี่?" เจมส์ตั้งข้อสังเกต
"ซ้อมแผนลับบ้าอะไรล่ะ" นาทียกผ้าขนหนูขึ้นพาดบ่า
"เมื่อวานมีคนในคณะบอกฉันว่าเห็นไอ้คินเดินออกมาจาก 'ตึกห้องสมุดกลาง'"
"ฮะ!? ห้องสมุดเนี่ยนะ!" เจมส์เบิกตากว้าง"คนอย่างพี่คินเนี่ยนะเข้าห้องสมุด! เข้าไปทำไมวะ แอร์โรงยิมก็มีให้ตาก"
นาทีหรี่ตาลง มองไปที่ประตูโรงยิมด้วยแววตาครุ่นคิด
"นั่นแหละที่ฉันสงสัย... พรุ่งนี้ตอนพักเที่ยง แกกับฉัน...เราจะตามไปดูให้เห็นกับตาว่ากัปตันทีมของเรามันแอบไปทำอะไรที่ห้องสมุดกันแน่"