โปรดช่วยข้าด้วยเถิดเจ้าค่ะ! ท่านองครักษ์ผู้นั้นมีเจตนามิชอบต่อข้า

    chapter 31 : ข้าจะไปหาคำตอบจากเขาเอง

             ลี่หยาก้าวตามหวังหยางมาถึงจวนตระกูลหวัง บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความเงียบงัน มีเพียงเสียงลมพัดผ่านใบไม้ที่แผ่วเบา หวังหยางไม่กล่าวอะไรเลยตลอดทาง ใบหน้าของเขาเย็นชาและไม่แสดงอารมณ์ใดๆ เมื่อมาถึงหน้าจวน หวางหลิน สหายสนิทของหวังหยาง ยืนรออยู่แล้ว

            เป็นเวลาเดียวกับสาวใช้เสี่ยวลี่วิ่งกลับมาถึงประตูจวน หอบหายใจรัวราวกับจะขาดใจ ใบหน้าซีดเผือด มือไม้สั่นเทา เมื่อเห็นลี่หยามายืนรออยู่ตรงนั้น น้ำตาที่กลั้นไว้ก็ไหลอาบแก้มทันที นางวิ่งเข้าไปกอดร่างบางของนายหญิงแน่น ร้องไห้ฟูมฟาย

            "คุณหนูบาดเจ็บตรงไหนหรือเจ้าคะ? ข้าเป็นห่วงคุณหนูเหลือเกิน" เสี่ยวลี่ร้องไห้สะอึกสะอื้น มือเล็ก ๆ เอื้อมไปสัมผัสร่างกายของลี่หยาเบา ๆ เหมือนกลัวว่าจะทำให้นายหญิงเจ็บปวด

            สาวใช้ผู้ชื่อสัตย์ที่ติดตามลี่หยามาตั้งแต่วัยเยาว์และนางก็ตามมารับใช้ที่จวนสกุลหวังด้วย เป็นห่วงผู้เป็นนายหญิงมากกว่าชีวิตของตัวเอง  ลี่หยาจับมือนางแน่น แล้วกล่าวสั้น ๆ ว่า ไม่เป็นไร ช้าปลอดภัยดี  แต่สติของลี่หยายังคงจับจอง ที่หวังหยาง และหวางหลิน 


            หวังหยางเหลือบมองลี่หยาด้วยสายตาที่เย็นชา ราวกับน้ำแข็งที่ไม่เคยละลาย ใบหน้าของเขาไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ราวกับกำแพงที่สูงตระหง่านปิดกั้นทุกสิ่งที่อยู่ภายใน ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า "เจ้าเข้าไปข้างในเสียเถิด" คำกล่าวนั้นเหมือนสายลมหนาวที่พัดผ่านกลางใจของลี่หยา ทำให้นางรู้สึกถึงความเย็นชาที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ


            หวังหยางหันไปหาหวางหลิน สหายสนิทของเขา และกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความประชดประชัน "คืนนี้เราไปหานางโลมที่หอเสี้ยวเมฆากันเถอะ" คำกล่าวนั้นเหมือนคมมีดที่กรีดลงกลางใจลี่หยา นางรู้สึกถึงความประชดประชันที่ซ่อนอยู่ในคำกล่าวนั้น หวังหยางกำลังประชดนางเพราะความหึงหวงที่นางไปอยู่กับหลิวฉางที่ตรอกลับหยิน


            หวางหลินที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำกล่าวของหวังหยาง เขามองสหายสนิทด้วยความตกใจและไม่เชื่อหูตัวเอง "หวังหยาง เจ้ากล่าวอะไรออกมา? ทำไมเจ้าถึงกล่าวเช่นนี้ต่อหน้าฮูหยินของเจ้า?" หวางหลินถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวลและไม่เข้าใจ


            หวังหยางยิ้มบางๆ แต่ในดวงตากลับไม่มีแววของความสุข "เจ้าเล่าให้ข้าฟังว่า คืนนี้จะมีการประมูลนางโลมที่หอเสี้ยวเมฆา ไม่ใช่เหรอ?" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ยังคงเย็นชาและประชดประชัน


            หวางหลินรู้สึกอึดอัดใจ เขาไม่รู้ว่าควรจะตอบอย่างไรดี "ข้า...ข้าแค่กล่าวหยอกเจ้าเล่นเท่านั้น หวังหยาง เจ้าไม่ควรกล่าวเช่นนี้ต่อหน้าฮูหยินของเจ้า มันไม่เหมาะสมเลย" หวางหลินพยายามเตือนสหายด้วยความหวังดี


            ลี่หยาที่ได้ยินบทสนทนานั้น รู้สึกเหมือนหัวใจของนางถูกบีบคั้นจนแทบจะหายใจไม่ออก ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในใจของนางทำให้นางรู้สึกเหมือนถูกทรยศ นางไม่เข้าใจว่าทำไมหวังหยางถึงได้ประชดประชันนางเช่นนี้ ทั้งที่นางไม่ได้ทำอะไรผิด


            หวังหยางหันกลับมามองลี่หยาด้วยสายตาที่เย็นชา "เจ้าไม่ต้องกังวล ข้าต้องการเช่นนั้นจริง ๆ " เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความประชดประชัน


            ลี่หยารู้สึกเหมือนถูกทิ้งให้อยู่ในความเงียบงันที่ไม่มีที่สิ้นสุด นางไม่เข้าใจว่าทำไมหวังหยางถึงได้ทำเช่นนี้กับนาง ทั้งที่นางเพียงแค่ต้องการคำตอบจากเขา แต่สิ่งที่นางได้รับกลับเป็นความเย็นชาและความประชดประชันที่ทำให้นางรู้สึกเหมือนถูกทรยศ


            หวางหลินมองดูสถานการณ์ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เขาไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรเพื่อช่วยสหายและฮูหยินของเขาให้ผ่านพ้นความเข้าใจผิดนี้ไปได้ แต่เขารู้ดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างหวังหยางและลี่หยากำลังเผชิญกับความท้าทายที่ยิ่งใหญ่


            ลี่หยารู้สึกเหมือนหัวใจของนางถูกบีบคั้น ความเจ็บปวดที่ไม่อาจบรรยายได้แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย นางไม่เข้าใจว่าทำไมหวังหยางถึงได้เปลี่ยนไปเช่นนี้ ทั้งที่เขาเคยเป็นคนที่อบอุ่นและอ่อนโยน แต่บัดนี้เขากลับกลายเป็นคนที่เย็นชาและห่างเหิน


            ความเจ็บใจที่เกิดขึ้นในใจของลี่หยาทำให้นางรู้สึกเหมือนถูกทรยศ นางไม่เข้าใจว่าทำไมหวังหยางถึงได้ประชดประชันนางเช่นนี้ ทั้งที่นางไม่ได้ทำอะไรผิด นางเพียงแค่ต้องการคำตอบจากเขา แต่สิ่งที่นางได้รับกลับเป็นคำกล่าวที่เต็มไปด้วยความประชดประชันและความเย็นชา


            ลี่หยามองตามหลังหวังหยางและหวางหลินที่เดินจากไปด้วยความรู้สึกเจ็บปวดและโกรธ นางรู้สึกเหมือนถูกทิ้งให้อยู่ในความมืดมิดที่ไม่มีทางออก ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในใจของนางทำให้นางรู้สึกเหมือนถูกบีบคั้นจนแทบจะหายใจไม่ออก


            นางพยายามกลั้นน้ำตาที่เอ่อคลออยู่ในดวงตา ไม่ให้ไหลออกมา นางไม่ต้องการให้หวังหยางเห็นความอ่อนแอของนาง แต่ในใจของนางกลับเต็มไปด้วยความสับสนและความเจ็บปวดที่ไม่อาจบรรยายได้


            ลี่หยารู้สึกเหมือนถูกทิ้งให้อยู่ในความเงียบงันที่ไม่มีที่สิ้นสุด นางไม่เข้าใจว่าทำไมหวังหยางถึงได้ทำเช่นนี้กับนาง ทั้งที่นางเพียงแค่ต้องการคำตอบจากเขา แต่สิ่งที่นางได้รับกลับเป็นความเย็นชาและความประชดประชันที่ทำให้นางรู้สึกเหมือนถูกทรยศ


            ในใจของลี่หยามีแต่ความเจ็บปวดและความสับสน นางไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป แต่นางรู้ว่านางจะต้องหาคำตอบจากหวังหยางให้ได้ ไม่ว่าเขาจะเย็นชาเพียงใดก็ตาม


            ลี่หยามองตามหลังทั้งสองที่เดินจากไปด้วยความรู้สึกเจ็บปวดและโกรธ เสี่ยวลี่ สาวใช้ของนางเดินเข้ามาพอดี นางเข้ามากอดลี่หยาและถามด้วยความห่วงใย "คุณหนูเป็นยังไงบ้าง?"


            ลี่หยาหันไปมองเสี่ยวลี่ด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความโกรธ "ข้าจะตามเขาไป" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น


            "แต่คุณหนู..." เสี่ยวลี่พยายามจะห้าม แต่ลี่หยากลับส่ายหน้า "ข้าต้องการคำตอบ ข้าจะไม่ยอมให้เขาทำเช่นนี้กับข้า"


            บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความตึงเครียด ลมพัดผ่านต้นไม้ใหญ่ที่ยืนตระหง่านอยู่หน้าจวน เสียงใบไม้กระทบกันเบาๆ เหมือนเสียงกระซิบของธรรมชาติที่พยายามปลอบประโลมใจลี่หยา


            "ข้าจะไปหาคำตอบจากเขาเอง" ลี่หยากล่าวด้วยความมุ่งมั่น ก่อนจะก้าวเดินไปยังทิศทางที่หวังหยางและหวางหลินจากไป


            เสี่ยวลี่มองตามหลังคุณหนูของนางด้วยความกังวลใจ แต่ก็ไม่กล้าห้ามปรามอีกต่อไป นางรู้ดีว่าลี่หยามีความตั้งใจแน่วแน่เพียงใด


            ในขณะที่ลี่หยาก้าวเดินไปข้างหน้า หัวใจของนางเต็มไปด้วยความสับสนและความเจ็บปวด นางไม่เข้าใจว่าทำไมหวังหยางถึงได้เย็นชาและห่างเหินเช่นนี้ ทั้งที่เขาเคยเป็นคนที่อบอุ่นและอ่อนโยน


            เสียงฝีเท้าของลี่หยาก้องกังวานในความเงียบงันของยามค่ำคืน นางรู้สึกถึงความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านเข้ามาในใจ แต่ก็ยังคงเดินต่อไปด้วยความมุ่งมั่น