แต่ก่อนเวลาที่
เห็นเด็กคนอื่นมีของเล่นดี ๆ มีรถของเล่นเจ๋งๆ ลูกพลับดูแล้วก็รู้สึกอยากได้บ้าง
หากก็ทำได้เพียงแค่คิดฝันว่าอยากจะได้ อยากจะมีเด็กชายรู้ตัวดีว่าที่บ้านของตนนั้นจนมาก แล้วพ่อก็ยังบอกว่าของเล่นไร้สาระ ลูกพลับไม่มีวันที่จะมีเงินมาหาซื้อของเล่นเป็ของตนเองได้อย่างแน่นอน
หากแล้ววันนี้...
วันที่คิดว่าไม่มีวันก็กลับโผล่มาพบกับเขาได้โดยไม่ทันตั้งตัวลูกพลับคิดไม่ถึงเลยว่าจะมีสักวันหนึ่งที่ตัวเองได้กำเงินมาหาซื้อของเล่นที่ร้านได้ด้วยตนเองอย่างนี้
เด็กชายเคยจินตนาการว่าหากตัวเองมีเงินเมื่อไหร่ก็จะซื้อของเล่นเอาไปให้หมดร้านเลยแล้วก็จะเอาไปอวด เอาไปโชว์ให้พวกพี่เปี๊ยกพี่บอล แล้วก็พี่โปเต้ดู ว่าลูกพลับมีของเล่นเยอะที่สุดในโลกเลยนะ
‘...’
ในตอนนั้นเด็กน้อยคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่า การที่เด็กคนหนึ่งได้มาเลือกซื้อของเล่นให้ตัวเองนั้นมันจะเป็อะไรที่ยากลำบากถึงขนาดนี้!
ลูกพลับกะพริบตาปริบ ๆ ฟังคนขายพยายามโปรโมตสินค้าคิดไปคิดมาก็เลือกของเล่นราคาไม่แพงมาจำนวนสองสามชิ้นเท่านั้นยังมีเงินอยู่เหลืออยู่ถึงสามสิบกว่าบาทลูกพลับจึงเลือกหยิบกระปุกออมสินแบบสังกะสีราคาเจ็ดบาทมาด้วยหนึ่งอัน
เด็กชายหอบของที่ซื้อมาทั้งหมดเอามากองไว้บนโต๊ะร้านข้าวแกงตรงหน้าที่พ่อของตนนั่งอยู่สีหน้าดูหงอย ๆ ไม่เหมือนกับเด็กที่เพิ่งจะได้ของเล่นชิ้นใหม่มาเลยสักนิด
ไตเติ้ลไม่รู้ว่าเ้าเด็กนี่ไปเจออะไรที่ร้านของเล่นมาถึงได้หน้าจ๋อยแบบนี้เขาตัดสินใจที่จะนั่งเงียบไม่ซักถามอะไร รอจนกระทั่งลูกพลับเป็ฝ่ายเล่าออกมาเอง
"ลูกพลับใช้เงินไม่หมดห้าสิบบาทครับจะซื้อให้หมดลูกพลับก็เสียดายเงิน มีเหลือมาตั้งยี่สิบกว่าบาทป๊ะป๋าอย่าดุลูกพลับนะครับ"
พอฟังเด็กชายที่ทำหน้าจ๋อยสารภาพบาปจนจบไตเติ้ลก็หัวเราะออกมาทันทีอย่างกลั้นเอาไว้ไม่ได้
มีอยู่ในโลกนี้ด้วยเว้ยคนที่ใช้เงินเหลือแล้วยังกลัวจะโดนดุได้เนี่ย
"ก็ป๊ะป๋าบอกให้ซื้อของเล่นห้าสิบบาทมันมีของเล่นที่ราคาห้าสิบบาทอยู่แต่ลูกพลับไม่ได้อยากได้ลูกพลับเลือกซื้อของที่อยากเล่นแต่มันราคาไม่แพงเงินก็เลยเหลือครับ"
เด็กชายพยายามอธิบายเมื่อเห็นพ่อของตนอยู่ดี ๆ ก็หัวเราะจนตัวงอหงาย
"ดีแล้วครับ ลูกพลับใช้เงินประหยัดเป็เด็กดีแล้วป๊ะป๋าไม่ดุหรอกครับ"
ไตเติ้ลปลอบลูกชายทั้งเสียงหัวเราะ
ไอ้เ้าเด็กแสบนี่มันน่ารักน่าเอ็นดูจริง ๆ เสียด้วยสิไม่น่าเชื่อเลยว่าจะเป็เด็กที่โตมาจากการถูกพ่อใจร้ายตบตีเลี้ยงด้วยลำ(หน้า)แข้งมาโดยตลอด
"งั้นลูกพลับซื้อกระปุกออมสินมาด้วยลูกพลับขอเอาเงินที่เหลือหยอดใส่กระปุกออมสินของลูกพลับได้ไหมครับ"
เด็กชายเห็นพ่อยังคงหัวเราะอารมณ์ดีไม่โกรธเขาที่ไม่ยอมใช้เงินทั้งห้าสิบบาทตามคำสั่งจึงหยิบกระปุกออมสินขึ้นมาโชว์ให้ดู
"ได้สิครับเงินนั้นป๊ะป๋าให้ลูกพลับแล้วจึงเป็เงินของลูกพลับหนูจะใช้จนหมดหรือใช้แล้วเหลือและจะจัดการกับส่วนที่เหลือยังไงลูกพลับสามารถตัดสินใจเองได้เลยครับ"
ไตเติ้ลบอกพร้อมกับลูบหัวลูกชาย
เห็นลูกพลับรู้จักใช้เงินอย่างนี้เขาก็เริ่มวางแผนว่าจะให้เงินค่าขนมเด็กชายทุกวันวันละสิบถึงยี่สิบบาท เพื่อฝึกให้เด็กน้อยได้เรียนรู้รู้จักบริหารจัดการการเงินของตนเองได้ั้แ่ยังเล็ก
"แต่ถ้าลูกพลับคิดอยากจะซื้ออะไรแพง ๆลูกพลับต้องมาปรึกษาป๊ะป๋าก่อนนะครับป๊ะป๋าจะได้ช่วยลูกพลับดูให้ได้ว่าของที่ลูกพลับจะซื้อนั้นมันดีหรือไม่ดีคุ้มค่าแก่การจ่ายเงินหรือเปล่า"ไตเติ้ลสอนลูกชาย
อันที่จริงในทีแรกไตเติ้ลตั้งใจจะเลี้ยงเ้าสมบัติเก่านี่ให้เป็เหมือนกับน้องชายคนหนึ่งถึงจะตายจากโลกเดิมมาตอนที่อายุสี่สิบเจ็ดแล้วแต่เขาก็ยังเป็หนุ่มโสด… เอ่อเป็แก่โสดก็ได้
ไตเติ้ลเป็คนบ้างานที่ไม่ได้สนใจเื่แต่งงานมีครอบครัวมันเป็เื่ปกติของคนในยุค พ.ศ. 256X ที่ส่วนใหญ่จะรักชีวิตโสดกันมากกว่าชีวิตคู่และที่สำคัญตัวเขาก็ไม่ได้รักเด็กมากมายถึงขั้นอยากจะแต่งงานสืบพันธุ์มีลูกเป็ของตัวเองสักเท่าไรนัก
ตอนหลุดเข้ามาอยู่ในร่างนี้และรู้ตัวว่าได้รับมรดกสมบัติเก่าเป็ลูกชายมาหนึ่งคนในทีแรกก็คิดว่าคงจะน่ารำคาญแน่ ๆ เขาเลี้ยงเด็กไม่เป็และไม่คิดอยากจะมีลูกที่สำคัญในโลกเดิมนั้นไตเติ้ลเคยมีน้องชายอยู่คนหนึ่ง ตอนเด็ก ๆ ก็เป็เด็กแสบสันดานเสียขยันแหกปากร้องไห้จนน่ารำคาญเป็ที่สุดถ้าไม่ใช่เพราะว่ากลัวโดนแม่ตี ไอ้น้องชายคนนั้นคงจะถูกเขาตีตูดบวมจับใส่หม้อถ่วงน้ำไปนานแล้วรับรองว่าไม่มีโอกาสได้เติบโตขึ้นมาจนกลายเป็ไอ้ยานพ่อที่นิสัยน่าตืบยิ่งกว่าตอนมันเป็เด็กเสียอีกเถอะ
ใช่… ไอ้เ้าเด็กแสบนั่นพัฒนาเติบโตขึ้นมาเป็ยานพ่อมีลูกชายคนหนึ่งแล้วก็เลี้ยงลูกออกมาได้เป็เด็กเปรตเหมือนตัวเองตอนเด็ก ๆอย่างไม่มีผิดเพี้ยน
จำได้ว่าเคยมีครั้งหนึ่งที่ไอ้เด็กเปรตอยู่ดี ๆก็ไปดึงรากชวนชมราคาหลักหมื่นของ ผอ. โรงเรียนที่ท่านเฝ้าทะนุถนอมมาจนแยกต้นได้ตั้งใจจะขยายพันธุ์ แต่กลับต้องมาตายอย่างน่าอนาถด้วยน้ำมือของเด็กนรกคนหนึ่งนั้นเอง
หากจนถึงขนาดนั้นไอ้ยานพ่อน้องชายของเขาก็ยังไม่คิดไปขอโทษทางโรงเรียนไม่รู้เป็เพราะว่ากลัวต้องชดใช้ความผิดหรือแค่ไร้ความรับผิดชอบตามสันดานปกติ แต่เพราะเช่นนั้นจึงทำให้ปู่ย่าหรือพ่อกับแม่ของเขาที่กลัวว่าหลานชายจะอยู่ในโรงเรียนอย่างไม่สงบสุขบ่นเปาะไม่หยุดไปทั้งวันจนเดือดร้อนมาถึงไตเติ้ลที่ต้องไปหากล้วยด่างซึ่งกำลังฮิตใน่นั้นยกขันหมากไปขอขมาผอ. โรงเรียนเื่ราวทุกอย่างจึงจบลงได้ด้วยดี
เจอน้องชายแบบนั้นเห็นครอบครัวของน้องชายมีลูกเป็เด็กเปรตอย่างนั้น นายไตเติ้ลก็ถึงกับเข็ดขยาดเด็กผู้ชายวัยนรกส่งมาเกิดแบบนี้ไปเลยทีเดียว
แต่อย่างไรก็ตาม พอได้มาอยู่ด้วยกันกับลูกพลับแล้วเขาก็เห็นได้ว่าเ้าเด็กคนนี้มีความเป็ผู้ใหญ่เกินตัวคอยระแวดระวังอ่านอารมณ์ของคนอื่นอยู่เสมอ และพยายามไม่ก่อกวนให้คนอื่นรำคาญ
ที่สำคัญยังรู้จักพูดจาประจบประแจงได้อย่างน่ารักน่าเอ็นดูอีกด้วยไตเติ้ลถึงแม้ว่าจะรู้ทันและรู้สึกหมั่นไส้เล็ก ๆ แต่ก็เป็ไปด้วยความเอ็นดูเสียมากกว่ายิ่งมองตาแป๋ว ๆ คู่นั้นก็ยิ่งอดคิดไม่ได้ว่ามันน่ารักดีทั้งความว่านอนสอนง่ายที่พูดอะไรก็เชื่อ สั่งอะไรก็ทำแบบนี้นี่มันลูกชายในฝันของพ่อแม่ทุกคนในโลกนี้เลยชัด ๆ
ไป ๆ มา ๆจากที่คิดจะเลี้ยงให้ผูกพันกันแบบน้องชายเขาก็เริ่มมีความรู้สึกเอ็นดูและเผลอคิดว่าลูกพลับเป็ลูกชายของตนเองจริงๆ เข้าให้เสียจนได้ดูจากคำแทนตัวที่เวลานี้คุยกับเด็กชายก็เรียกตัวเองว่าป๊ะป๋าได้อย่างไม่ขัดเขินแล้วยังมีบางครั้งที่เผลอเรียกแทนตัวเองว่าพ่อเลยเสียด้วยซ้ำ
แต่ก็ดีแล้วละ เพราะเด็กที่โตมาด้วยลำ(หน้า)แข้งของพ่องแบบนี้มักจะขาดความอบอุ่นมานับแต่เล็กถ้าให้ความรักในแบบของครอบครัวที่ผูกพันไม่มากพอโตขึ้นก็อาจกลายเป็เด็กมีปัญหาและพัฒนาต่อไปจนกลายเป็ิญญาร้ายได้
ลูกพลับฟังที่ป๊ะป๋าพูดคุยด้วยแล้วก็ให้รู้สึกมีความสุขเด็กชายชอบมากเวลาที่ป๊ะป๋าคอยสอนและบอกในสิ่งต่าง ๆ ให้กับเขาแบบนี้ตอนก่อนที่พ่อจะบวชถ้าไม่เอาแต่เมาเหล้าพูดจาไม่รู้เื่ก็จะคอยตบตีเขาทำอะไรผิดพ่อก็ไม่เคยบอกว่าผิดยังไง ตรงไหน ไม่อธิบายให้เขาเข้าใจ มีแต่มาหาว่าลูกพลับดื้อเป็เด็กเลว ไม่เชื่อฟังพ่อ แล้วก็ตบตีลูกพลับตลอด
มีครั้งหนึ่งที่ลูกพลับเห็นเด็กข้างบ้าน...เด็กในตลาดถูกพ่อของตัวเองตีซึ่งสาเหตุเกิดมาจากที่เด็กคนนั้นวิ่งซนจนทำให้ข้าวของในบ้านเสียหาย เด็กคนนั้นถูกไม้เรียวตีก้นแค่สามทีก็ร้องไห้จะเป็จะตายแต่ลูกพลับที่มองดูอยู่กลับอิจฉาเด็กคนนั้นเอามาก ๆที่ทำของในบ้านพังยังถูกพ่อตีเบา ๆ แค่สามที ทั้งพ่อยังบอกก่อนด้วยว่าตีเด็กคนนั้นเพราะอะไร
ถ้าพ่อของลูกพลับคอยบอกก่อนว่าลูกพลับทำผิดอะไรถึงได้ถูกตีรับรองว่าลูกพลับจะไม่ร้องไห้ แล้วก็จะจดจำเอาไว้ว่าเื่นั้นเป็เื่ที่ผิด
และไม่ทำมันซ้ำอย่างเด็ดขาดเลยด้วย.