บทที่ 7
มารเงา
นอกเมืองไป๋สือ
ท่ามกลางผืนป่าที่กว้างใหญ่ไพศาลท้องนภามืดมิดปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณ ค่ำคืนนี้ม่านเมฆาสีดำสนิทปกคลุมไปทั่วทั้งท้องนภา ทำให้แสงจากดวงจันทราที่ควรจะสว่างไสวในยามราตรีกับมืดมิดไร้ประกาย
ท่ามกลางผืนป่าที่มืดมิดนอกเมืองไป๋สือแห่งนี้ กับมีเงาร่างของกลุ่มคนกลุ่มนึงกำลังเคลื่อนไหวอยู่ภายในผืนป่า
กลุ่มคนที่เคลื่อนไหวอยู่มีราวๆสิบคน พวกเขาสวมใส่ชุดของกองมือปราบของราชวงศ์ต้าเหยียน ข้างเอวของพวกเขานอกจากจะพกดาบประจำตำแหน่งแล้วอีกข้างนึงยังแขวนตะเกียงไฟที่ให้แสงสว่างในยามราตรี
ร่างของเหล่ามือปราบเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วภายในป่า แม้ภายในป่าจะเต็มไปด้วยสิ่งกีดขวางแต่ร่างของพวกเขากับเคลื่อนไหวรวดเร็วเป็อย่างยิ่ง
นี่เป็เพราะว่าพวกเขานั้นคือผู้ฝึกยุทธ์ ภายในกลุ่มมือปราบนับสิบที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ภายในป่าที่มืดมิด ผู้ที่นำอยู่ด้านหน้าที่สุดคือหนึ่งในหัวหน้ากองมือปราบของเมืองไป๋สือ
หัวหน้ากองมือปราบผู้นี้เป็ชายร่างใหญ่อายุอยู่ใน่วัยกลางคน ยามที่กำลังเคลื่อนไหวทั่วทั้งร่างของเขาแผ่ซ่านหมอกโลหิตจางๆ แสดงให้เห็นว่าอีกฝ่ายคือผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตปราณโลหิต
ภายในเมืองไป๋สือพวกหัวหน้ากองมือปราบที่มีมือปราบใต้บัญชาล้วนแต่เป็ระดับปราณโลหิตทั้งสิ้น
ลำดับขั้นของกองมือปราบภายในเมืองไป๋สือถูกแบ่งออกเป็สี่ระดับใหญ่ ผู้บัญชาการของกองมือปราบมีเพียงแค่คนเดียว และยังเป็ระดับปรมาจารย์ที่มีไม่มากภายในเมือง
รองลงมาก็เป็รองผู้บัญชาการกองมือปราบที่มีสองคนภายในเมือง พวกเขาเป็ยอดฝีมือขอบเขตปราณโลหิตขั้นสมบูรณ์เป็ตัวตนที่เป็รองแค่ปรมาจารย์เท่านั้น
รองลงมาจากรองผู้บัญชาการกองมือปราบก็คือหัวหน้ากองมือปราบ หัวหน้ากองมือปราบภายในกองมือปราบของเมืองไป๋สือมีทั้งหมดราวๆยี่สิบคน แต่ละคนล้วนแล้วเป็ระดับปราณโลหิตทั้งสิ้น
แล้วคนที่นำกลุ่มมือปราบเหล่านี้อยู่ก็คือหนึ่งในหัวหน้ากองทั้งยี่สิบคนเขามีนามว่าซูเกา
กลุ่มมือปราบของเมืองไป๋สือกำลังไล่ล่าเป้าหมาย และเป้าหมายของพวกเขาในยามนี้ก็คือร่างที่กำลังเคลื่อนไหวหลบหนีอย่างรวดเร็วด้านหน้า อีกฝ่ายเป็ชายชราผู้นึงที่มีร่างกายผอมแห้งราวซากศพมีผมและหนวดเคราสีขาวโพลน ยามที่ชายชราผู้นี้กำลังเคลื่อนไหวทั่วทั้งร่างของเขาก็แผ่ซ่านหมอกโลหิตจางๆออกมาอยู่ตลอดเวลา นี่เป็สัญญาณของผู้ฝึกยุทธระดับปราณโลหิต
ชายชราผู้นี้ถูกเรียกว่ามารเงาเป็ผู้ฝึกยุทธ์ระดับปราณโลหิตที่ทางการกำลังตามล่า และที่กลุ่มมือปราบพวกนี้ต้องออกมาเคลื่อนไหวนอกเมืองก็เพราะการปรากฏกายของมารเงาผู้นี้
ภายในกลุ่มมือปราบที่กำลังเคลื่อนไหวตามหลังมารเงาอยู่ สมาชิกภายในย่อมมีจางไป๋รวมอยู่ด้วย
ในค่ำคืนนี้กลุ่มมือปราบของเมืองไป๋สือได้รับภารกิจให้ออกมาตามล่ามารเงา คนที่ออกมาล้วนแต่เป็มือปราบที่มีขอบเขตหลอมกายาขั้นหกขึ้นไปทั้งสิ้น
ด้วยระดับพลังของพวกเขาต่อให้ไล่ตามระดับปราณโลหิตไม่ทันแต่ยังก็พอจะติดตามได้อยู่บ้าง ในตอนนี้พวกเขาไล่ตามมารเงามาราวครึ่งชั่วยามแล้ว มือปราบแต่ละคนแม้จะเป็ขอบเขตหลอมกายาขั้นปลาย แต่การไล่ตามเป้าหมายมาตลอดครึ่งชั่วยามก็ทำให้เรี่ยวแรงของพวกเขานั้นแทบจะถูกเผาแผดจนหมดลงเหมือนกัน
แต่ทันทีที่พวกมือปราบกำลังจะหมดแรงลงนั้นเอง อยู่ๆร่างของมารเงาที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ด้านหน้าก็หยุดลง
นี่ทำให้เหล่ามือปราบนับสิบคนได้โอกาส พวกเขาพากันพุ่งไปโอบล้อมมารเงาที่ยืนนิ่งอยู่ตรงกลาง
มือปราบหลายคนชักดาบตั้งท่าเตรียมพร้อมเข้าปะทะ มารเงาที่ถูกมือปราบนับสิบรายล้อมไม่ได้ตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย
ดวงตาบนใบหน้าที่เหี่ยวย่นของมารเงาเป็สีแดงก่ำส่องแสงสว่างไสวท่ามกลางความมืดมิด มันกวาดสายตามองเหล่ามือปราบบริเวณรอบๆ
ทันทีที่เหล่ามือปราบโดนสายตาคู่นั้นกวาดมอง พวกเขากับรู้สึกเสี่ยวสันหลังวูบ เพราะดวงตาคู่นั้นมันให้ความรู้สึกเหมือนว่ากำลังจ้องมองอาหารอันโอชะอยู่
ในบรรดาเหล่ามือปราบทั้งหมดคนที่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดน่าจะเป็จางไป๋ เป็เพราะว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ มันทำให้เขานั้นนึกย้อนถึงภาพความทรงจำเมื่อสามเดือนก่อน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้แทบจะถอดแบบกันมากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสามเดือนก่อนราวกับว่าเป็ภาพซับซ้อน
เมื่อสามเดือนก่อนในตอนนั้นพวกเขาก็ไล่ตามมารเงาเช่นนี้ แล้วในขณะที่พวกเขากำลังจะหมดแรงและไม่สามารถไล่ตามต่อได้แล้ว
อยู่ๆเ้ามารเงาที่เป็เป้าหมายก็หยุดลง จากนั้นพวกเขาก็ปิดล้อมมันเช่นนี้
เพราะแบบนั้นภาพเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น มันเหมือนกับเหตุการณ์ในความทรงจำของจางไป๋อย่างไม่มีผิดเพี้ยน
จางไป๋ทำงานในฐานะมือปราบของเมืองไป๋สือมานาน เพียงแค่มองเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับตนเองก็รู้แล้วว่ามันมีบางอย่างผิดปกติ
ทว่าจางไป๋กับไม่มีโอกาสได้คิดมากนัก เพราะเสียงของหัวหน้ามือปราบซูตวาดดังขึ้น “บุกเข้าไป!!!”
เหล่ามือปราบที่ปิดล้อมมารเงาอยู่ได้ยินคำสั่งของหัวหน้าก็พากันจับดาบแน่นแล้วพุ่งเข้าไป จางไป๋ที่บัดนี้ััได้ถึงความผิดปกติแต่ก็ไม่มีทางเลือก ด้วยคำสั่งของผู้บังคับบัญชาอย่างไรก็ต้องทำตาม ทำให้จางไป๋ก็ต้องจับดาบแล้วพุ่งเข้าไปเหมือนกัน
มือปราบที่พุ่งเข้าไปนับสิบคนเป็ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตหลอมกายาขั้นปลาย แต่ละคนมีพลังเหนือกว่ามนุษย์ธรรมดายามเคลื่อนไหวก็รวดเร็วจนน่าตกตะลึง
แต่ทว่าคนที่พวกเขากำลังพุ่งจู่โจมกับเป็ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตปราณโลหิต ทันทีที่มือปราบคนแรกเข้าประชิดฝ่ามืออันเหี่ยวย่นและผอมแห้งราวกับท่อนไม้ของมารเงาก็ขยับออกไปด้านหน้า
เห็นเพียงฝ่ามือนั้นเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวก็คว้าจับเข้าที่ลำคอของมือปราบหนุ่มที่พุ่งเข้ามาคนแรก
มือปราบหนุ่มผู้นั้นเป็ถึงผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตหลอมกายาขั้นหกแต่กับโดนคว้าจับคอง่ายราวกับเป็ลูกไก่ตัวนึง มือปราบหนุ่มผู้นั้นพยายามใช้พลังทั้งร่างในการขัดขืน ทว่าภายในมือของชายชรามือปราบหนุ่มกับไม่สามารถขยับได้เลยแม้แต่น้อย
พริบตานั้นมือปราบหนุ่มก็ััได้ถึงบางอย่าง พลังภายในร่างของเขากับเหมือนว่าจะถูกดึงดูดออกไป มันเป็ความรู้สึกที่แปลกประหลาดเป็อย่างมาก ทั้งตัวเริ่มชาจากนั้นสติก็เริ่มเลือนลาง ทั้งที่ผ่านไปเพียงแค่ไม่กี่ลมหายใจเท่านั้น
ฉวยโอกาสที่มือปราบหนุ่มกำลังโดนสูบพลังทั่วทั้งร่างกาย ร่างของมือปราบที่เหลือก็เข้ามาประชิด แต่ละคนล้วนแล้วแต่ปลดปล่อยการโจมตีออกมาหวังจะขัดขวางชายชรา
ทว่าชายชรากับทำเพียงแค่อ้าปากออกแล้วเปล่งเสียงร้องคำรามออกมา เสียงคำรามนั้นแฝงเร้นพลังบางอย่างทันทีที่เสียงดังขึ้นปราณโลหิตสีแดงสดก็พุ่งออกมากระแทกร่างของมือปราบนับสิบคนกระเด็นออกไป
ร่างของมือปราบหนุ่มในมือของชายชราบัดนี้หมดสติไปแล้ว ิัของมือปราบหนุ่มซีดขาวไร้สีเื มารเงาโยนร่างของมือปราบหนุ่มที่โดนสูบพลังจนหมดทิ้งราวกับขยะไร้ค่า
จากนั้นร่างของมารเงาก็เคลื่อนไหวอีกครั้ง มันพุ่งทะยานเข้าหามือปราบอีกผู้นึงที่อยู่ใกล้ที่สุด
ฝ่ามือที่เหี่ยวย่นของมันคว้าจับไปด้านหน้า หวังจะคว้าเข้ากับลำคอมือปราบผู้นั้น
ทว่าจางไป๋ที่อยู่ใกล้มือปราบผู้นั้นมากที่สุดเมื่อตั้งหลักได้แล้วเห็นภาพนี้ ร่างของเขาก็เคลื่อนไหวลมปราณทั่วทั้งร่างกายะเิออกขับเคลื่อนกล้ามเนื้อ ดาบเหล็กในมือตวัดออกไปด้านหน้าด้วยเคล็ดวิชาดาบของตนเอง
พลังอำนาจของดาบนี้ที่สำแดงออกมาทำให้ใบหน้าของชายชราที่บ้าคลั่งบังเกิดมีการเปลี่ยนแปลงฉับพลัน สุดท้ายมารเงาก็ตัดสินใจดึงมือของตนเองกลับมา
จริงอยู่ที่ระดับห่างกันมากแต่ด้วยพลังดาบนี้ แต่พลังอำนาจของดาบนี้ไม่ธรรมดา ต่อให้เป็มารเงาก็มั่นใจว่าตนเองจะต้องาเ็ถ้าเกิดว่ารับการโจมตีนี้ไปตรง
แต่ทุกอย่างมันไม่ได้จบลงเพียงแค่นั้น เพราะว่ามารเงาที่ดึงมือของตนเองกลับมา มันกับเปลี่ยนทิศทางการโจมตี ฝ่ามือของมันพุ่งทะยานตรงเข้าไปหมายจะคว้าจับจางไป๋แทน
ใบหน้าของจางไป๋เปลี่ยนไปเขาพยายามใช้ลมปราณภายในร่างกายเพื่อเคลื่อนไหวร่างของตนเองถอยออกห่าง แต่ด้วยระดับพลังที่ต่างกันความรวดเร็วก็ย่อมต่างกัน
พริบตาเดียวฝ่ามือของมารเงาก็เข้ามาประชิดลำคอของจางไป๋แล้ว ในขณะที่ทุกคนหรือแม้กระทั่งจางไป๋เองคิดว่าตนเองไม่รอดแล้ว
ร่างเงาสีดำสนิทร่างนึงอยู่ๆก็พุ่งตกลงมาตรงจุดที่พวกเขาอยู่ การตกกระแทกของร่างนั้นลงตรงจุดนั้นเงียบสงัดเป็อย่างยิ่งราวกับว่าอีกฝ่ายไม่มีน้ำหนัก
และในขณะที่ทุกคนยังไม่ทันได้ตั้งตัวนั้นเอง แสงดาบสายนึงก็เปล่งประกายท่ามกลางความมืดมิด หลังจากนั้นทุกคนก็มองเห็น นั้นเป็ภาพแขนของมารเงาที่ผอมแห้งราวกับท่อนไม้ลอยกระเด็นขึ้นสู่อากาศ