ในตอนนี้ตะวันกับโปรเจ็ควินัยกำลังขมักเขม้นในการคำนวนการรับน้ำหนักของโครงสร้าง โดยที่โปรเจ็ควินัยกำลังทำการคำนวนการรับน้ำหนักของอาคารสโมสร ส่วนตะวันก็กำลังหมกมุ่นอยู่กับการคำนวนการรับน้ำหนักของบ้าน Type D
ดังนั้นในออฟฟิตของฝ่ายก่อสร้างจึงเหลือแค่โปรเจ็ควินัยกับตะวันเท่านั้น
โปรเจ็ควินัยเคาะแป้นพิมพ์ของเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างแรง แล้วบ่นออกมาดังๆให้ตะวันได้ยินว่า "เฮ้ย..ไอ้คณาวุธมันจะบ้ารึเปล่าวะ นี่มันเขียนแบบระเบียงของอาคารสโมสรชั้นที่ 2 ให้ยื่นออกมาคลุมสระว่ายน้ำยาวล้นเข้าไปตั้ง 3.50 เมตร โดยที่ไม่มีเสารับ"
"แถมมันยังมีโน๊ตมาอีกว่า ห้ามใส่คานยื่นขนาดใหญ่ มันจะไม่สวยงามตามแบบสถาปัตย์ของมัน"
"เฮ้ย..นี่ไอ้คณาวุธมันจงใจแกล้งกันชัดๆนี่หว่า.." โปรเจ็ควินัยทั้งบ่นและทั้งโวยวายออกมาตามนิสัยของแก
"พี่วินัยทำได้อยู่แล้วครับ ผมเชื่อมือพี่วินัยครับ" ตะวันเอ่ยออกมา
"ไอ้ทำได้มันก็ทำได้อยู่..แต่ต้องกลับมาใช้การคำนวนมือเขียนในกระดาษแล้วกดเครื่องคิดเลขคิดเอา ส่วนโปรแกรมในคอมฯที่มันช่วยคำนวนมาให้ก็มีแต่หน้าตัดคานขนาด 30 × 80 ขึ้นไปทั้งนั้น จะไปตอบโจทย์ความสวยงามของไอ้คณาวุธมันได้ยังไง..เฮ้อ.." โปรเจ็ควินัยทั้งอธิบายไปและทั้งบ่นไป
[ 30 × 80 ก็คือหน้าตัดของคานขนาดกว้าง 30 เิเและสูง 80 เิเ ]
ตะวันอมยิ้มน้อยๆ แล้วก้มหน้าก้มตาทำการคำนวนบ้าน 2 ชั้นของเขาต่อไป เพราะถ้าจะให้ตะวันทำการคำนวนคานที่ยื่นออกมายาวขนาดนั้นแบบที่โปรเจ็ควินัยทำ ตะวันก็ยังไม่สามารถทำได้ ต้องไม่ลืมว่าตะวันเพิ่งจบคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธามาได้แค่ 5 ปี การคำนวนบ้าน 2 ชั้นก็ยังอยู่ในขอบเขตที่ตะวันสามารถทำได้ ตามใบประกอบวิชาชีพและตามข้อกำหนดของสภาวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย
ส่วนอาคารใหญ่ๆ , อาคารสาธารณะที่มีคนเข้ามาใช้งานมากๆ ตะวันยังไม่สามารถคำนวนโครงสร้างให้ได้ตามกฎของสภาวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย แต่ตะวันก็สามารถควบคุมงานก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ที่ผ่านการเขียนแบบและคำนวนจนผ่านการอนุมัติจากทางราชการมาแล้วได้
อนึ่ง. ระดับของวิศวกรที่ได้รับการับรองจากสภาวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยไม่ว่าจะเป็วิศวกรจากสาขาไหนก็ตามสามารถแบ่งได้เป็ 3 ระดับดังนี้
1. ระดับภาคีวิศวกร [ ตะวันอยู่ในระดับนี้ ]
2. ระดับสามัญวิศวกร [ โปรเจ็ควินัยอยู่ในระดับนี้ ]
3. ระดับวุฒิวิศวกร ซึ่งเป็ระดับที่สูงที่สุด
"นี่..น้องตะวัน เธอจะมาหมกตัวอยู่แต่ในออฟฟิตแบบนี้ไม่ได้นะ" เจ๊ลินลี่เปิดประตูเข้ามาในตู้คอนเทนเนอร์ออฟฟิตของฝ่ายก่อสร้างแล้วพูดออกมาด้วยสีหน้าที่จริงจังเป็อย่างมาก
"อะไรเหรอครับพี่ลินลี่ ผมก็ทำงานของผมไปเรื่อยๆครับ" ตะวันตอบไปงงไป
"จะอะไรซะอีก..ถ้าตะวันเอาแต่นั่งอยู่ในออฟฟิตเดี๋ยวผิวของตะวันก็ขาวขึ้นมาพอดี"
"แล้วเจ๊ลินลี่แสนสวยคนนี้จะไปหาหนุ่มหล่อคล้ำคมเข้มได้จากที่ไหนอีกกัน เจ๊ไม่ชอบแนวขาวๆตี๋ๆ มันดูหน้าเบื่อม๊าก.."
"พอๆๆ..มีเื่อะไรก็รีบพูดมาไอ้ลินลี่ เดี๋ยวก็เอาพระบาทไปฟาดพระโอษฐ์เข้าให้ซะหลอก" โปรเจ็ควินัยด่าออกมา
"แหม..พี่วินัยล่ะก็ ให้ลินลี่ได้แซว ได้ฉุ่มฉ่ำกับน้องตะวันบ้างสิคะ"
"พี่วินัยแก่แล้วแถมยังหัวล้านไปตั้งครึ่งหัว จะมาเข้าใจสาวๆอย่างลินลี่กับหนุ่มๆอย่างน้องตะวันได้ยังไงกันคะ"
"เอาๆๆ..อยากจะพูดอะไรก็รีบพูด อยากจะตดอะไรก็รีบตด รีบๆบอกมาว่ามีอะไร" โปรเจ็ควินัยี้เีเถียงเลยตัดบทเข้าเื่งาน
"คือว่า..งานนี้คืองานที่จะให้ตะวันไปทำงานแบบในหนังสายลับเื่ 007 ค่ะ"
โปรเจ็ควินัยยกเเม็กเย็บกระดาษแล้วกางเเขนเตรียมขว้างเข้าใส่เจ๊ลินลี่ในทันที
ส่วนตะวันก็เงยหน้าขึ้นมามองด้วยความสงสัย เพราะเจ๊ลินลี่ สถาปนิกสาวสองหุ่นอวบนางนี้ถึงแม้ว่าจะเป็คนที่สนุกสนานขี้เล่น แต่ก็ไม่เคยพูดอะไรที่ไร้สาระขนาดนี้
ตะวันจึงมองไปทางโปรเจ็ควินัยว่านี่มันเป็เื่ล้อเล่นอะไรกันแน่
โปรเจ็ควินัยวางแม็กเย็บกระดาษลงแล้วพูดออกมาว่า "มาพูดเื่นี้ตอนนี้ คงตั้งใจให้ตะวันได้ยินสินะ"
"ใช่ค่ะ..พี่วินัย พ่อกับแม่ของลินลี่สังเกตุดูตะวันมานานพอสมควรแล้วค่ะ"
"ตะวันเป็คนตรง ไม่มีนอกมีใน ไม่เคยโกงบริษัทแม้กระทั่งเวลาทำงาน แถมยังฉลาดและเป็คนที่เด็ดขาดพอค่ะ" ลินลี่ตอบ
"เฮ้อ..ลินลี่กลับไปก่อนเถอะ พี่จะพูดกับตะวันให้เข้าใจเอง" โปรเจ็ควินัยบอกเจ๊ลินลี่
เจ๊ลินลี่ก็ไม่ได้อยู่ยืดเยื้ออะไรมาก นางยิ้มหวานหยดย้อยให้กับตะวันแล้วเปิดประตูเดินออกไปจากออฟฟิตของฝ่ายก่อสร้างไปในทันที
ตะวันยิ่งงงหนักเข้าไปใหญ่
บรรยากาศตอนนี้..เงียบ..เงียบมาก..เงียบสนิทจริงๆ