กาลเวลาผ่านไปเข้าสู่ฤดูหนาว อากาศหนาวเย็นเริ่มปกคลุมแต่ยังไม่มากเท่าใดนัก
ฮ่องเต้ประทานผ้าห่มอย่างหนาที่พระชายาแห่งฉินได้มอบให้ ให้แก่ใต้เท้าหยวนกู้เจิง
เพราะฮูหยินหยวนใกล้คลอดแล้ว เกรงว่าอากาศจะเย็นเกินไป
ดวงดาวระยิบระยับงามเต็มท้องฟ้ายามค่ำคืน สายลมอ่อนๆ พัดโชยเบาๆ
แต่จวนใต้เท้าหยวนยังคงอลหม่านอยู่กับการคลอดของฮูหยิน เสียงร้องด้วยความเ็ป
ผ่านไปหลายชั่วยาม ไม่มีทีท่าว่าจะคลอดหมอหญิงจากในวังมาทำคลอดก็พยายามที่จะใช้วิธีที่ปลอดภัยที่สุด
แต่โชคชะตาของเทพธิดาเฟยหลิง อย่างไรก็ต้องได้เกิด
เสียงกรีดร้องของฮูหยินหยวนซึ่งเหมือนจะเป็การรวบรวมลมหายใจอย่างเต็มกำลังและในที่สุด เสียงทารกน้อยนั้น ก็ดังขึ้น
"เป็บุตรสาวเ้าค่ะ ใต้เท้า"
ใต้เท้าหยวนโล่งใจที่ฮูหยินและบุตรสาวปลอดภัย
ค่ำคืนอันน่าวิตกได้ผ่านไป ่เช้า จวนใต้เท้าหยวน ตั้งโต๊ะเตรียมบวงสรวงเทพเซียน
ด้วยเกิดเื่ยินดีปรีดา ขึ้นในจวน เมื่อเสร็จพิธี ใต้เท้าหยวนจะเข้าไปในวังเพื่อแจ้งข่าวแก่ฮ่องเต้ให้รับทราบ
ชายแก่คนหนึ่งยืนหันหลัง อยู่หน้าจวน ใต้เท้าหยวนนั่งรถม้าผ่านไป ความรู้สึกถึงความ
ผุดผ่องและความผ่องใสยิ่งนัก เหตุใดชายแก่ผู้นี้จึงมีผิวพรรณวรรณะผุดผ่องดูมีบารมีเสียจริง แต่ด้วยต้องเข้าวังจึงไม่ได้สนใจอันใดมากนัก
เซียนจางกั่วเหล่า เป็กังวลเื่การเกิดของศิษย์ จึงลงมาจากแดน์
ได้เห็นหน้าใต้เท้าหยวนจึงเบาใจ เพราะเป็คนดีและมีจิตเมตตา
ณ ดินแดน์
ราชันเซียนได้เชิญเซียนจางกั่วเหล่าและเทพธิดาหอจันทราไปพบ
"ท่านเซียนจางกั่วเหล่า ท่านปล่อยให้เป็ไปตามกรรมเถิด"
หากจะกล่าวง่ายๆ คือ ราชันเซียนเรียกมาตำหนินั่นเอง เหตุด้วย มีทั้งนักเวทย์ และมนุษย์ตอนนี้
หากเทพเซียนไปพัวพันหรือปรากฏตัวบ่อยๆ อาจจะทำให้วัฏจักรของโลกไม่เป็ไปตามที่กำหนด หากมีการเปลี่ยนแปลง มันจะไม่เป็ผลดี
เซียนจางกั่วเหล่ารับพระบัญชา ที่จะไม่ลงไปยังแดนมนุษย์อีก ถ้าไม่จำเป็
"ตอนนี้ดวงจิตทั้งสองที่ราชันเซียนให้ดูแล และส่งไปจุติ ข้าได้ทำเสร็จสมบูรณ์แล้ว"
เทพธิดาหอจันทรารายงานภารกิจของตัวเอง ลุล่วงไปได้ด้วยดี
ณ แคว้นเฉียนเหลียง
ฮ่องเต้ เฉียนเหลียง มีแม่เมืองคือฮองเฮา มีพระสนามเอกกุ้ยเฟยและ พระสนมซู่เฟย
พระสนมกุ้ยเฟยเป็คนมีจิตใจเมตตาอ่อนโยน กิริยาวาจางดงาม
ส่วนพระสนมซู่เฟยนั้นมีวิชาความรู้เื่โหราศาสตร์และดวงดาว
นางเป็น้องสาวคนสุดท้องของตระกูลจาง นางมาจากตระกูลนักเวทย์ เป็คนเ้าระเบียบ
พูดจาไม่ค่อยอ่อนหวานนัก วันนี้มีพระบัญชาให้ใต้เท้าหยวนและฮูหยิน นำตัวบุตรสาวเข้าเฝ้า
ณ ตำหนักฉางชุน
ที่ประทับของฮองเฮา พระสนมทั้งสองมารออยู่ก่อนหน้าแล้ว
"ข้าน้อยหยวนเหมยฮวา คำนับฮองเฮา"
ฮูหยินหยวน วางเฟยหลิงไว้บนผ้าปูที่ฮองเฮาเตรียมไว้ให้
"ดูเ้าสิเฟยหลิง เ้ามีมารดามากมายเต็มไปหมด"
สนมกุ้ยเฟย ทรงรักเด็กมาก เพราะอยากมีทายาทให้ฮ่องเต้ ทั้งสามพยายามอย่างมาก
แต่์ก็ยังไม่ประทานมาให้สักครา
สนมซู่เฟย มีปราณเวทย์แก่กล้ากว่านักเวทย์จางผู้เป็พี่ ััได้ถึงบางอย่างในตัวเฟยหลิง มีพลังบางอย่างในกายเด็กคนนี้
"พระสนมััถึงสิ่งใดในตัวบุตรสาวของข้าหรือไม่"
ฮูหยินหยวน เห็นพระสนมซู่เฟย มีท่าทีแปลกไปจากเดิม จึงเอ่ยถาม
"มีพลังบางอย่างในตัวเด็กคนนี้ ข้าััได้ถึงพลังปราณ"
ทันทีที่พระสนมซู่เฟย จะัั เฟยหลิงนางร้องไห้ออกมาเสียงดัง
ฮองเฮา รีบคว้าตัวนางมาอุ้มไว้ในอ้อมกอด พร้อมปลอบและเขย่าตัวเฟยหลิงเบาๆ
"สนมซู่เฟย ต้องดุเป็แน่เ้าเลยกลัวใช่ไหม เ้าเด็กน้อย"
ฮองเฮา ทรงหยอกล้อสนมซู่เฟย และปลอบเฟยหลิงจนนางหลับในอ้อมกอด
ณ จวนใต้เท้าหยวน
"วันนี้เฟยหลิง ไม่ให้สนมซู่เฟยถูกเนื้อต้องตัว ท่านพี่ข้ากลัว"
"พระสนมนางมีปราณเวทย์ เด็กจิตอ่อน ย่อมแสดงออกด้วยการร้องไห้เป็ธรรมดา"
ใต้เท้าหยวนครุ่นคิดถึง ชายชราที่พบหน้าจวนตอนที่เฟยหลิงคลอด
คิดว่าต้องเป็ท่านเซียนเป็แน่ และเฟยหลิงบุตรสาวต้องเป็เซียนมาเกิดอย่างแน่นอน
ใต้เท้าหยวนเดินอุ้มลูกสาวไว้ในอ้อมกอด ดวงชะตาของบุตรสาวนั้น ต้องไกลบ้านเมือง
ผู้เป็บิดามีัั รับรู้อนาคตบุตรสาว น่าเศร้าเพียงไหนที่รู้แต่ทำอันใดไม่ได้
นักเวทย์ทั้ง 5 เริ่มเข้ามาวุ่นวายกับสำนักดาราศาตร์มากขึ้นทุกวัน
แม้จะไม่มาในหน้าที่โดยตรงแต่ก็สร้างความลำบากใจ ในการทำงานของใต้เท้าหยวนยิ่งนัก
5 ปี ผ่านไป ณ สำนักดาราศาสตร์
"ท่านพ่อ ข้าหิว หิวมากเลย"
"โอ้ เฟยหลิงของพ่อหิวอีกแล้วหรือนี่ เ้าเพิ่งไปกินขนมกับฮองเฮามาเองมิใช่เหรอ"
เฟยหลิงตัวน้อยบัดนี้อายุ 5 ปีแล้ว เป็เด็กเฉลียวฉลาดยิ่งนัก นางซ่อนขนมไว้ในมือด้านหลัง
และทำเป็ไม่รู้เื่ที่บิดาพูด นางแอบเอาขนมไปป้อนกระต่ายและนกในหอดาราศาสตร์
"เ้านก เ้ากระต่าย กินเยอะๆ นะ เดี๋ยวเ้าจะไม่มีแรง"
"เ้าคงคิดถึงแม่เ้าสินะ เดี๋ยวพ่อพาเ้ากลับบ้านก็ได้"
สาวน้อยดีใจ จนเผลอทำขนมหล่นพื้นเต็มไปหมด รู้ตัวว่าทำผิดจึงก้มหน้าไม่พูดอะไร
รถม้าเคลื่อนไปจนถึงหน้าจวน เฟยหลิงน้อยนอนหลับในอ้อมกอดของบิดา
ช่างน่าเอ็นดูยิ่งนัก ที่จวนเหมือนจะมีแขกมาเยี่ยม ใต้เท้าหยวนอุ้มเฟยหญิงเข้าไปด้านใน เสนาบดีฝ่ายซ้ายนั่งอยู่ก่อน
"ท่านเสนาซ้าย ขออภัยข้าไม่ทราบท่านจะมาก่อนหน้านี้"
"ไม่เป็ไร ข้าร้อนใจ จึงรีบมาให้ฮูหยินหยวนช่วยรักษาบุตรชาย"
บุตรชายเสนาซ้ายโดนพิษสัตว์ไม่ทราบชนิด เป็แผลพุพอง เหมือนจะลุกลาม
โชคดีที่จวนใต้เท้าหยวนมียาชั้นดี ที่ได้มาจากแคว้นฉิน จึงรักษาได้ทันท่วงที
"คุณชายหลิวนอนพักสักคืน ไข้เบาลงค่อยกลับ"
แผลพุพองทำให้เ็ปและมีไข้สูง หลิวลี่เฉิง บุตรชายคนโตของเสนาบดีฝ่ายซ้าย
เป็ที่อิจฉา ของเหล่าบรรดาขุนนางยิ่งนัก เพราะฮ่องเต้ทรงโปรดปรานและได้เข้าเฝ้าบ่อยๆ
รุ่งเช้า คุณชายหลิว อาการดีขึ้น เสนาซ้าย ดีใจอย่างบอกไม่ถูก
"ข้านำยาใส่ห่อเผื่อไว้ให้ท่านเสนาซ้ายอย่าได้เกรงใจ พิษอาจจะกลับคืนมาอีกได้"
ในห้องโถง ก่อนเสนาซ้ายอำลากลับ ได้ดื่มชาพูดคุยเื่ทั่วไป เฟยหลิง วิ่งซนมาแต่ไกล เสนาซ้ายยังไม่เคยพบหน้า นี่เป็ครั้งแรก
"เฟยหลิง มาคารวะท่านเสนาซ้าย และคุณชายหลิว เร็วเข้าสิ"
"ข้าน้อย หยวนเฟยหลิงคารวะท่านเสนาซ้ายและคุณชายหลิว"
เสียงเล็กๆ นั้นช่างน่าทะนุถนอม คุณชายหลิว ยิ้มออกมาด้วยความน่าเอ็นดูของเฟยหลิง
นางเห็นแผล ถูกผ้าปิดไว้ จึงสงสัยและเดินเข้าไปดูใกล้ๆ
"ท่านคงเจ็บมาก ข้าขอให้ท่านหายไวไว คุณชายหลิว"
เฟยหลิงนางอ่อนโยนและมีจิตใจเมตตา ด้วยได้รับการอบรมจากสนมซู่เฟย
บ่าวไพร่ เ้านาย ต่างชื่นชมในคำพูดหลักแหลมของเฟยหลิง เสียงหัวเราะมีความสุขดังไปทั้งจวน
แต่แล้วต้องหยุดชะงักเมื่อเฟยหลิงเอ่ยประโยคนั้นขึ้นมา
"ท่านเสนาซ้ายท่านจะไม่ปลอดภัย ส่วนคุณชายหลิวท่านจะได้เป็พระาา"
จอกชาในมือของใต้เท้าหยวนร่วงลงที่พื้น มือสั่นไปหมดเมื่อได้ยินบุตรสาวพูด
"ท่านพ่อ ท่านแม่ ต้องหนีไป ที่นี่ไม่ปลอดภัย"
บ่าวไพร่ ได้ยินจึงพูดต่อๆ กันไป เสียงอื้ออึงนั้นทำให้ใต้เท้าหยวนต้องหยุด
มิให้ใครพูดว่าเื่นี้เคยเกิดขึ้น เขาขู่จะฆ่าทิ้งเสียให้หมด ทุกคนไม่เคยเห็นใต้เท้าเป็เช่นนี้ จึงปิดปากเงียบ