เวลาเดินทางจากจังหวัดนครนายกถึงบ้านของภัทรกรซึ่งอยู่ชานเมืองกรุงเทพฯ เพียง 2 ชั่วโมงเศษ หญิงสาวยังยิ้มแทบไม่หุบตลอดทาง แม้พยายามเก็บอาการแทบแย่แต่ก็ไม่เป็ผล
รถเคลื่อนตัวมาจอดสนิทตรงโรงจอดสำหรับรถ 3 คัน ภายในเขตรั้ว หนุ่มสาวกำลังช่วยกันขนกระเป๋าสัมภาระเข้าไปในบ้าน ทว่าเสียงออดดังขึ้นทำให้กณิกนันท์อาสาเดินไปยังประตูรั้ว
รอยยิ้มแช่มชื่นมีความสุขบนใบหน้าแทบเลือนหายไปทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของผู้มาเยือนอีกฝั่งเมื่อรั้วสเตนเลสอย่างดีเลื่อนเปิดออก
มุกระริน…
หัวใจของกณิกนันท์หล่นวูบ เธอหญิงสาวใบหน้าสวยเก๋ผู้มาเยือนได้ชัดเจนติดตาเพราะเคยกับเธอหลายครั้งตอนที่หล่อนยังคงอยู่ในสถานะภรรยาของภัทรกร
“สวัสดีค่ะ ...คุณบัว” มุกระรินทอดน้ำเสียง ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม หากแต่แววตาไร้ซึ่งความจริงใจ
เสียงฝีเท้าเหยียบกรวดดังจากเื้ั สายตาของหญิงสาวทั้ง 2 คน จึงหันมองอย่างพร้อมเพรียง
ภัทรกรก้าวอาดๆ มาจากตัวบ้าน ใบหน้าของเขามีแววสงสัยปนขุ่นมัวนิดๆ เมื่อพบว่าคนที่มาพบพวกเขาเป็คนแรกหลังจากแต่งงานคืออดีตภรรยา
“หวัดดีจ้ะภรีม เราเอาของขวัญแต่งงานมาให้” เธอชูกล่องของขวัญสีชมพูหวาน ซึ่งเดาไม่ออกว่าภายในบรรจุของสิ่งใด เมื่อภัทรกรก้าวมาหยุดเคียงข้างกณิกนันท์จึงได้เห็นแววตาแข็งกร้าววูบหนึ่งผ่านดวงตาคู่สวยของมุกระรินที่จับมายังทั้งคู่โดยเฉพาะภรรยาใหม่ของอดีตสามี!
ภัทรกรยื่นมือไปรับกล่องของขวัญอย่างเสียไม่ได้
“ความจริงมุกอยากเอาของขวัญไปให้ที่งานนะแต่ได้ยินจากคุณแม่ของภรีมบอกว่าเป็แค่งานผูกข้อไม้ข้อมือกันเงียบๆ เล็กๆ ภายในครอบครัวก็เลยคิดว่าเขาของขวัญมาให้ที่บ้านหลังงานดีกว่า ยินดีด้วยนะคะ” ในประโยคนั้นชัดเจนเหลือเกินว่าหล่อนตั้งใจเกทับกณิกนันท์ เพราะงานแต่งของเธอกับภัทรกรนั้นจัดยิ่งใหญ่มีแเื่ร่วมงานนับพันคนภายในห้องบอลรูมหรูของโรงแรมมีชื่อเสียง ผิดกับงานที่กณิกนันท์เป็เ้าสาวอย่างสิ้นเชิง
“ขอบคุณนะมุก” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบพอๆ กับสีหน้า แขนแข็งแรงยกขึ้นโอบไหล่ภรรยาปัจจุบันโดยไม่นึกใส่ใจสายตาคมกริบของอดีตภรรยาที่มองอย่างเดือดดาลโดยเก็บอาการไม่อยู่เลยสักนิด
เขาตั้งใจจะใช้กณิกนันท์เป็โล่กำบัง และตอนนี้ก็กำลังทำเช่นนั้น เขาคาดอยู่แล้วว่ามุกระรินไม่มีทางรามือเื่ระหว่างเธอกับเขาโดยง่าย ดังนั้นก็ทำให้เห็นชัดเจนไปเลยก็แล้วกันว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับกณิกนันท์แน่นแฟ้นดี
หญิงสาวรับมุกกับเขายกมือขึ้นกุมมือของเขาซึ่งพาดตรงไหล่หลวมๆ แล้วเงยหน้าขึ้นมองพร้อมส่งรอยยิ้มหวานฉ่ำดูแเีราวกับคนตกอยู่ในภวังค์แห่งความรัก
หญิงสาวยิ้มจนตาหยีก่อนหันมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าและแววตามั่นคง “งานแต่งของเราเรียบง่ายจริงๆ ค่ะ ขอโทษนะคะที่ไม่ได้เชิญไปเป็สักขีพยาน วันนั้นบรรยากาศดีมากคุณมุกน่าจะได้มีโอกาสยินดีกับความสุขของเราที่งานเลยไม่ต้องลำบากรีบเอาของขวัญมาให้ถึงที่บ้านขนาดนี้”
มุกระรินกำมือแน่น เพียงแต่พยายามปั้นรอยยิ้มจอมปลอมบนใบหน้า ภายในใจของหญิงสาวคล้ายกับมีเพลิงโหมไหม้ ภัทรกรหักหน้าเธอโดยการแสดงความรักกับเมียใหม่ ไม่แม้กระทั่งจะเชิญเธอเข้าบ้านด้วยซ้ำไป ไหนจะสายตาที่มองตอบกณิกนันท์อย่างหวานหยาดเยิ้มนั่นอีกเล่า!
คนเป็ผู้หญิงเหมือนกันรู้ว่าต่อให้แข็งแกร่งมั่นคงในรักเพียงไรหัวใจย่อมโอนเอนอ่อนไหวคล้ายไผ่ลู่ลมเมื่อมีสิ่งกระตุ้น
“เดี๋ยวมุกจะกลับแล้วล่ะค่ะ แต่มุกขออนุญาตพวกคุณเข้าไปหยิบของใช้ได้มั้ยคะ ตอนมาค้างคราวก่อนมุกลืมหยิบติดมือกลับไปด้วย”
ภัทรกรมีสีหน้าอึดอัดใจ
“เชิญค่ะ” กณิกนันท์เอ่ยแทนสามีพร้อมผายมืออย่างสุภาพ ไม่ได้แสดงท่าทีโอนเอนอ่อนไหวแม้แต่น้อย
มุกระรินยิ้มเย็น ริมฝีปากเหยียดออกหากแต่ดวงตาไม่ยิ้มตาม
ชายหนุ่มระบายลมหายใจ จำต้องเปิดทางให้อดีตภรรยาเดินเข้าบ้านทั้งที่รู้ว่าหล่อนหมายใจจะสร้างความแตกร้าวให้เขากับกณิกนันท์
มุกระรินเดินเข้าสู่ตัวบ้าน รู้จักทุกซอกมุม และจงใจแสดงให้คู่แข่งของตัวเองเห็นว่าเคยเป็เ้าข้าวเ้าของที่นี่รวมถึงชายหนุ่มที่เดินโอบไหล่เธอเข้าตามเข้ามาเช่นกัน