เช้าวันใหม่เธอก็ตื่นมาแต่เช้าและเตรียมชุดให้ชายหนุ่มข้างนอกตามหน้าที่ภรรยาที่แอบถามจิกมาเมื่อวาน ว่าต้องทำอะไรบ้าง และออกไปทำธุระส่วนตัวของตัวเองจนแล้วเสร็จ หลังจากอ่านสมุดโน๊ตของแม่หญิงไปพอสมควรทำให้เธอรู้ว่าที่บ้านเธอพ่อแม่ชื่ออะไร บ่าวไพร่ในเรือนชื่ออะไรกันบ้าง แต่ละคนมีรูปร่างหน้าตานิสัยแบบไหน แม่หญิงเขียนไว้ให้ค่อนข้างละเอียด เธอเริ่มอยากรู้ว่าแม่ในภพนี้จะหน้าตาคล้ายกับแม่ของเธอในภพชาติที่เธอจากมา เหมือนที่ในละครชอบทำให้ดูหรือปล่าว ออกไปขออนุญาตอีตาพี่ขุนดีกว่า
แก้วตา : “ฉันอยากไปเยี่ยมพ่อกับแม่ค่ะ ไปวันนี้เลยได้มั้ยคะ”
เธอเอียงคอถามท่าทางออดอ้อนเกาะแขนเขาส่ายไปมาเหมือนเด็กขอของเล่น ขุนนรศักดิ์หันมามองท่าทางของเมียเขาด้วยความพึงพอใจ เขาชอบกิริยาของเธอที่ไม่มัวแต่นั่งเอียงอายเหมือนเมื่อก่อน แค่มองหน้าเขาเธอยังไม่กล้ามองตรง ๆ แต่ก็น่าแปลก 2-3 วันมานี้กิริยาท่าทางคำพูดคำจาของเธอเปลี่ยนไปมาก แต่คิดอีกทีก็ดีเหมือนกันเขาชอบที่เธอเป็แบบนี้ เมื่อตอนตัดสินใจแต่งงานเขาแค่คิดถึงความเหมาะสมตามที่พ่อแม่บอกเท่านั้น
ขุนนรศักดิ์ : “เรียกพี่ว่าคุณพี่แบบเดิมที่เคยเรียก ใช้คำแทนตัวเองว่าน้องดีกว่านะ”
พูดพลางยิ้มอ่อนโยน แก้วตาถึงกับมองด้วยความอึ้งตะลึงในความหล่อของคุณพี่ไปเลย จะว่าไปผู้ชายยุคนี้ก็ดูมีเสหน่ห์ดีนะ และตัวเธอก็ไม่เคยคบใครเป็แฟนเลยเพราะตอนเรียนมีคนมาจีบอยู่หลายคน แต่เธอไม่ชอบดูแล้วมีแต่คนเ้าชู้ จนเพื่อนๆคิดว่าเธออาจจะชอบผู้หญิงด้วยกัน พากันเอาไปเม้าส์สนุกปาก แต่เธอก็ไม่ได้แก้ตัวอะไร ดีเสียอีกผู้ชายจะได้ไม่ต้องมาจีบ
ขุนนรศักดิ์ : “ไว้พรุ่งนี้พี่จะพาน้องไปนะ วันนี้พี่มีงานต้องไปสะสางให้แล้วเสร็จ”
เธอทำหน้าเซ็งนิด ๆ ที่ไม่ได้ไปวันนี้ แต่ไม่เป็ไร พรุ่งนี้ค่อยไปตามที่เขาบอกก็ได้
แก้วตา: “ก็ได้ค่ะ ไปพรุ่งนี้ก็ได้”
หลังจากทานข้าวเสร็จแล้วเขาก็ออกไปข้างนอก แก้วตาจึงเดินกลับเข้าไปในห้อง หยิบหนังสือของแม่หญิงเดินลงไปนั่งอ่านที่ศาลาท่าน้ำ นั่งอ่านไปได้สักพักเธอก็วางหนังสือลง เริ่มนั่งมองอีกฝั่งของท่าน้ำดูบ้านเรือนรอบๆ ดูเรือที่ผ่านไปมา โชคดีนะที่เธอไม่ติดโชเชียล ไม่ติดโทรศัพท์เท่าไหร่ เวลาว่างชอบไปหาเช่าหนังสือหรือหายืมที่ห้องสมุดมาอ่าน คิดไปแล้วก็นึกขึ้นมาได้
“แล้วหนังสือที่ชั้นยืมมาจากห้องสมุด แม่จะเห็นมั้ยนะหลายเล่มซะด้วย” คิดถึงหนังสือที่เธอไปยืมมาจากห้องสมุดมหาวิทยาลัย ถึงแม้เธอจะเรียบจบแล้วแต่ก็ยังไปยืมหนังสือที่นั่นมาอ่านประจำและเพื่อนเธอทำงานเป็บรรณาลักษณ์ที่นั่นด้วย จะว่าไปก็คิดถึงแม่ คิดถึงเพื่อนรัก ทุกคนคงจะเสียใจมากที่เกิดเื่แบบนี้กับเธอ แต่จะทำไงได้คงกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วตอนนี้ อยู่กับปัจจุบันดีกว่าจะได้ไม่เครียดจนเป็บ้าไปเสียก่อน
เมื่อเห็นเธอทำหน้าเศร้าๆ จิกก็เดินเข้ามาหาและนั่งลงตรงข้าง ๆ
จิก :”แม่นายเป็อะไรไปเ้าค่ะ”
แก้วตา :”จิก เธอเคยห่างพ่อแม่ไปไหนไกล ๆ มั้ย”
จิก :”บ่าวห่างพ่อกับแม่ั้แ่เล็กแล้วเ้าคะ พ่อแม่ขายให้มาเป็บ่าวรับใช้บ้านท่านเ้าพระยา”
แก้วตา:”แล้วเธอไม่คิดถึงพ่อกับแม่บ้างเหรอ”
จิก:”คิดถึงก็เท่านั้นละเ้าคะ บ่าวเริ่มคุ้นเคยแล้วมีหลายคนก็ถูกขายมาเหมือนกัน มีนายใจดีก็ถือเป็บุญของบ่าวเ้าคะ”
แก้วตา :”โถ่ ไปๆ มาๆ น่าสงสารกว่าเราอีก ไม่เป็ไรนะ”
คุยไปคุยมาจากเศร้าคนเดียวกลายเป็เศร้าสองคนซะงั้น นี่ตอนแรกตั้งใจจะปลอบเธอหรือป่าวนะ พอๆ เปลี่ยนเื่คุยดีกว่ามั้ง เธอคิดในใจ จึงเปลี่ยนไปคุยเื่อยากไปเที่ยวตลาดแทน ซึ่งบรรยากาศก็ดีขึ้นพอหายเศร้ากันไปได้บ้าง ถ้าเป็เื่กินเที่ยวเนี่ยนะ สาวๆ อย่างเราชอบทุกคนรับรองได้ ฮ่าๆๆๆ