หลังจากที่ประกาศสำคัญของสมาคมนักผจญภัยออกมา ก็ทำให้ทุกคนรู้แล้วว่าตอนนี้กลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้ได้อยู่ที่เมืองนี้ ทำให้แฟนคลับของกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้พากันออกตามหาตัวไลท์และคนอื่นๆอย่างบ้าคลั่ง
แน่นอนว่าในฐานะแฟนคลับแล้วพวกเขาก็อยากที่จะเห็นไอดอลของตัวเองแบบตัวเป็นๆ
ด้วยเหตุนี้ทำให้เมืองแคสเมลกลายเป็นวุ่นวายและคึกคักขึ้นมา
ชาวบ้านจะเห็นว่ามีกลุ่มคนจำนวนมากวิ่งวุ่นไปทั่วทั้งเมืองแคสเมล
ไลท์ที่เป็นตัวต้นเหตุก็นอนเล่นที่ห้องส่วนตัวอย่างสบายใจ จากนั้นเครื่องมือสื่อสารของเขาก็สั่นขึ้นเบาๆ
ไลท์รับสายอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะวางลง
“ กลายเป็นเรื่องวุ่นวายไปซะได้” ไลท์พึมพำออกมาพร้อมกับถอนหายใจ
“ ช่างเถอะแบบนี้ก็ดีกว่าการที่จะทำให้เมืองเกิดการต่อสู้ ” ไลท์พูดออกมาอย่างสบายใจและลงไปนอนต่อ
ไม่นานก็มีคนเคาะประตูก่อนที่จะเปิดเข้ามา
“ เชิญค่ะท่านเบเรียล ” อีฟพูดขึ้นพร้อมกับผายมือเชิญให้เบเรียล ยูเทียและคารินเดินเข้ามาด้านใน
ก่อนหน้านี้เธอมีเวลา เธอจึงไปตามหาโปสเตอร์ของเดธปาร์ตี้มาเก็บเอาไว้จากนั้นเธอก็พยายามที่จะจดจำใบหน้าของสมาชิกเดธปาร์ตี้ให้ได้ ตอนนี้กลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้คือไอดอลของเธอไปแล้ว
“ เป็นอย่างไรบ้างสาวๆ? ” ไลท์ถามออกมาด้วยน้ำเสียงกลั่นขำ
“ ก็เพราะนายนั้นแหละทำให้ฉันต้องถูกล้อมด้วยฝูงชนเกือบร้อยคน ” เบเรียลพูดออกมาพร้อมกับนั่งลงที่โซฟาข้างๆไลท์
ยูเทียและคารินเองก็หัวเราะออกมาเช่นกัน ตอนนี้พวกเธอรู้แล้วว่าสมาชิกกลุ่มเดธปาร์ตี้แต่ละคนโด่งดังแค่ไหน ทันทีที่ทุกคนรู้ว่าเดธปาร์ตี้อยู่ที่เมืองนี้ แฟนคลับทั้งหลายก็เหมือนกับซอมบี้ที่หิวกระหายและไล่ล่าอาหารอย่างบ้าคลั่ง
ทันทีที่มีคนเจอเบเรียล จากนั้นฝูงชนกว่าร้อยคนก็มารุมล้อมเบเรียลทันที พวกเธอเองก็ไม่เคยเห็นฉากแบบนี้มาก่อนจึงรู้สึกตกใจอย่างมาก
แต่ทว่าเบเรียลบอกว่านี้เป็นเรื่องธรรมดาที่สมาชิกเดธปาร์ตี้ทุกคนจะต้องเจอ
“ เจ้าพวกนั้นหรอที่มาสู้กันตอนที่นายตกปลาอยู่? ” เบเรียลถามขึ้นหลังจากที่เห็นว่ามีกลุ่มคนหลายคนกำลังลอยตัวอยู่บนท้องฟ้าตรงกลางบ่อปลา พร้อมกับส่งเสียงร้องตลอดเวลา
“ พวกมันนั้นแหละ เพราะพวกมันทำให้ปลาต้องว่ายหนีไปหมดจนทำให้ฉันตกปลาไม่ได้สักตัว ” ไลท์โกหกไป ใครอยากจะไปบอกล่ะว่าเขาไม่สามารถตกปลาได้สักตัว?
เบเรียลที่ได้ยินก็หันมามองไลท์ก่อนที่จะมองไปยังถังน้ำที่อยู่ไม่ไกลก่อนที่จะยิ้มออกมาทันที
“ ไม่ใช่ว่านายตกปลาไม่ได้มากกว่าหรอ? ” เบเรียลหัวเราะออกมา
ไลท์กรอกตาไปมาแต่ก็ไม่ได้ตอบอะไร
ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วในที่สุดสมาชิกเดธปาร์ตี้ก็มารวมตัวกันครบที่ห้องส่วนตัวแห่งนี้
แน่นอนว่าทุกๆคนต่างก็ถามคำถามเดียวกับเบเรียลก็คือ เจ้ากลุ่มที่ร้องอยู่ตรงกลางบ่อปลาคือตัวการใช่ไหม
หลังจากนั้นทุกๆคนก็สั่งอาหารหรือเครื่องดื่มที่ตัวเองอยากกินมากิน
ทางด้านไลก้าและคอลรุยก็ไปนั่งตกปลาอยู่ที่ริมระเบียงโดยที่มีเดซี่และยูเทียไปดูด้วย ส่วนคนอื่นๆก็นั่งเล่นไพ่
พริบตาเดียวก็ผ่านไปหลายชั่วโมง
ทางด้านกลุ่มนักผจญภัยบลูสตาร์และกลุ่มนักผจญภัยบลัดมูนก็ได้ตกลงไปที่บ่อปลาแล้วก็หนีออกจากบ่อตกปลาไปแล้ว
ในขณะที่ไลท์กำลังนอนเล่นอยู่บนตักเบเรียล เครื่องมือสื่อสารของเขาก็สั่นขึ้น
ไลท์หยิบมาคุยไม่นานเขาก็วางสายไป
ผ่านไปกว่ายี่สิบนาทีก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนที่จะเป็นอีฟที่เปิดเข้ามา จากนั้นผายมือเชิญเมทัลและชายชราคนหนึ่งเดินเข้ามาด้วย
“ ท่านไลท์ ผมมาแล้วครับ ” เมทัลพูดขึ้นพร้อมกับพาชายชราไปหาไลท์
“ ท่านไลท์นี้คืออาจารย์บอสแมน เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องสมบัติอันดับต้นๆของสภาจอมเวทย์ ” เมทัลแนะนำตัวบอสแมน
บอสแมนเป็นชายชราอายุประมาณหกสิบปี ใบหน้าตอบเล็กน้อย รูปร่างผอม ผมสีเทาอมควัน ออร่าของเขาอยู่ในระดับA
“ ยินดีที่ได้พบนะครับท่านไลท์ ” บอสแมนพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“ เช่นกันครับคุณบอสแมน ” ไลท์ยิ้มทักทายเป็นกันเองจากนั้นเขาก็เชิญให้บอสแมนนั่งลงก่อน ส่วนเมทัลเขาเดินมานั่งคุยกับพวกไลก้าที่ตรงระเบียง
“ ได้ข่าวว่าท่านไลท์จะนำสมบัติมาประมูลไม่ทราบว่าท่านไลท์ได้เตรียมสิ่งใดมาประมูลบ้างครับ? ” บอสแมนถามออกมาด้วยความสนใจ
ไลท์หยิบสมบัติจำนวนมากออกมาจากแหวนมิติ
สมบัติเหล่านี้บางชิ้นไลท์ก็ไม่รู้จัก เขาจึงนำมันออกมาให้บอสแมนตรวจสอบดู
บอสแมนที่เห็นว่าไลท์นำสมบัติจำนวนมากออกมาวางไว้บนโต๊ะก็ถึงกับเกิดอาการใบ้กิน
เพราะสมบัติที่ไลท์นำมาวางไว้บนโต๊ะนั้นมีเป็นจำนวนมาก แม้กระทั้งมีสมบัติบางอย่างที่บอสแมนไม่เคยเห็นมาก่อนอีกด้วย
“ ท่านไลท์มันจะไม่เยอะไปหน่อยหรอครับ? ” บอสแมนอดไม่ได้ที่จะถามออกมา จากที่เขาคาดเดาก็น่าจะมีสมบัติไม่ต่ำกว่าสองร้อยชิ้น เกือบๆสามร้อยชิ้นเลยมากกว่า
“ อ่าวหรอ นี้ฉันยังมีสมบัติอีกเยอะเลยนะที่อยากจะให้คุณบอสแมนตรวจสอบ ” ไลท์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงผิดหวังเล็กๆ
บอสแมนที่ได้ยินดังนั้นก็ถึงกับคิ้วกระตุก
“ ไม่เป็นไรๆ เรายังพอมีเวลาเหลืออยู่อีกหลายวัน ถ้าหากสมบัติชิ้นไหนที่สามารถนำไปประมูลได้ ทางเราก็จะนำกลับไป แต่ถ้าหากสมบัติชิ้นไหนที่ไม่สามารถนำไปประมูลได้ ท่านไลท์ก็นำมันไปแลกเปลื่ยนที่งานก็ได้นะครับ ” บอสแมนพูดขึ้น
“ แต่ฉันไม่รู้ว่าสมบัติชิ้นไหนมีค่ามากกว่ากันนี้สิ ” ไลท์ส่ายหน้าเบาๆ เพราะถ้าหากเขาไม่รู้ราคาสมบัติเขาก็อาจจะถูกโกงได้
“ ไม่มีคำว่าถูกหรือแพงหรอกครับ มีแต่คำว่าถูกใจ ถ้าหากถูกใจก็ไม่มีอะไรที่แพงเกินไป ” บอสแมนตอบ
ไลท์ที่ได้ยินดังนั้นก็หัวเราะออกมา
“ นั้นสินะ ถ้าหากถูกใจก็ไม่มีคำว่าแพงเกินไป ” ไลท์เห็นด้วยกับคำนี้ ดูเหมือนว่าเขาจะต้องไปดูที่งานแลกเปลื่ยนสมบัติสักหน่อยแล้ว ไม่แน่ว่าเขาอาจจะโชคดีเจอสมบัติล้ำค่าก็ได้ใครจะไปรู้
ผ่านไปห้าชั่วโมง
บอสแมนได้พูดคุยกับพวกไลท์พร้อมกับบอกข้อมูลของสมบัติที่เขากำลังตรวจสอบไปด้วย
การพูดคุยกับบอสแมนทำให้ไลท์ได้ความรู้เกี่ยวกับสมบัติมากขึ้นและเป็นการเปิดโลกสมบัติให้กับไลท์และคนอื่นๆอย่างมาก
บอสแมนได้แยกกองสมบัติออกมาเป็นสี่กองด้วยกัน
กองแรกคือกองที่จะสามารถนำไปประมูลได้
กองที่สองคือกองที่มีราคาต่ำเกินกว่าที่จะนำเข้าไปประมูลได้แต่ก็นับว่ามีราคาสูงกว่าหลักสิบล้านจีเซล
กองที่สามคือกองสมบัติธรรมดาที่หาซื้อได้ทั่วไป
ส่วนกองที่สี่คือกองสมบัติที่แม้แต่บอสแมนก็ไม่รู้ว่ามันคือสมบัติอะไร
บอสแมนถอนหายใจออกมาก่อนที่จะพูดขึ้นว่า “ ท่านไลท์ จากสมบัติทั้งหมดที่อยู่บนโต๊ะ มีสมบัติถึงสิบสามชิ้นที่สามารถนำไปประมูลได้ ไม่ทราบว่าท่านไลท์จะนำไปประมูลหรือไม่? ”
สมบัติกว่าสามร้อยชิ้นที่ไลท์นำออกมาวางไว้บนโต๊ะ สามารถนำไปประมูลได้ถึงสิบสามชิ้น ก็นับว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว
“ แน่นอนสินำไปประมูลให้หมดเลย ” ไลท์หัวเราะออกมาอย่างยินดี
แน่นอนว่าสมบัติที่จะสามารถเข้าสู่งานประมูลได้จะต้องมีราคาไม่ต่ำกว่าหลักร้อยล้านจีเซล และการที่ไลท์สามารถนำสมบัติเข้าร่วมประมูลได้ถึงสิบสามชิ้นนับว่าเขาจะได้เงินสูงถึงหนึ่งพันสามร้อยล้านจีเซลเป็นอย่างต่ำ
“ เข้าใจแล้วครับท่านไลท์ ตอนนี้ก็ดึกแล้วพรุ่งนี้พวกเราค่อยมาตรวจสอบสมบัติกันต่อแล้วกันหรือไม่ตอนกลับไปท่านไลท์ก็ลองไปแยกสมบัติตามที่ผมบอกก็ได้ ท่านไลท์จะได้คัดแยกสมบัติเหล่านั้นไปด้วย ” บอสแมนพูดขึ้น
“ เข้าใจแล้ว งั้นคุณบอสแมนกินข้าวเย็นกับพวกเราไหม? ” ไลท์ถามขึ้นด้วยความเคารพ
“ ไม่เป็นไรดีกว่าครับ เอาเป็นว่าเจอกันพรุ่งนี้แล้วกันครับ ” บอสแมนพูดขึ้น
จากนั้นเมทัล บอสแมน ไลก้าและคอลรุยก็เดินออกไปพร้อมกัน
ไลท์บอกให้ไลก้าและคอลรุยไปส่งทั้งสองที่โรงแรม
เช้าวันต่อมา
ตอนสายๆไลท์ก็นัดเมทัลและบอสแมนมาที่บ่อปลาริฟเฟอร์อีกครั้งหนึ่ง
ภายในห้องส่วนตัวมีเดธปาร์ตี้ทุกคน บอสแมน เมทัล
สมาชิกเดธปาร์ตี้ทุกคนเองก็มีสมบัติที่ต้องการนำมาประมูลด้วยเช่นกัน แม้ว่าจะไม่เยอะแต่ก็คนละสามสี่ชิ้น
“ คุณบอสแมนผมได้ฝึกแยกของตามที่คุณบอกมาแล้วแต่ไม่รู้ว่าจะทำสำเร็จไหมนะ ” ไลท์หัวเราะออกมาแห้งๆก่อนที่จะหยิบสมบัติอีกประมาณห้าร้อยชิ้นออกมาวางไว้บนโต๊ะ
ไลท์ได้แยกออกมาเป็นสี่กองเหมือนกับที่บอสแมนแยกเอาไว้เมื่อวาน
เมทัลและบอสแมนพากันเป็นใบ้เพราะดูเหมือนว่าสมบัติในวันนี้จะมีมากกว่าเมื่อวานเสียอีก
บอสแมนมองดูสมบัติที่ไลท์ต้องการจะนำไปประมูลซึ่งมีมากถึงสามสิบชิ้น
ส่วนสมบัติที่เอาไว้แลกเปลื่ยนที่เมืองมิลเลอร์ฟรอสก็มากถึงสามร้อยชิ้น ส่วนสมบัติธรรมดาไลท์มีประมาณหนึ่งร้อยกว่าชิ้น ส่วนสมบัติที่ไลท์เองก็ไม่ทราบว่าคืออะไรก็มีอีกประมาณหนึ่งร้อยชิ้น
บอสแมนตรวจสอบสมบัติที่ไลท์จะนำไปประมูลก่อนที่จะพยักหน้ารับและพูดขึ้นว่า “ สมแล้วที่เป็นท่านไลท์ เพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็สามารถแยกสมบัติเป็นแล้ว ”
ไลท์ยิ้มออกมาแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
หลังจากที่บอสแมนตรวจสอบสมบัติของไลท์ที่จะนำไปประมูลแล้ว บอสแมนก็ตรวจสอบสมบัติของเดธปาร์ตี้คนอื่นๆดูว่ามีสมบัติอะไรที่สามารถนำไปประมูลได้บ้างไหม
“ อื้ม ไม่เลวๆ สมบัติเหล่านี้สามารถนำไปประมูลได้จริงๆ ” บอสแมนพูดขึ้นด้วยความชื่นชม
หลังจากที่พวกเบเรียลให้บอสแมนตรวจสอบเสร็จแล้วพวกเธอก็ออกไปเดินเล่นกันต่อ แน่นอนว่าทุกๆคนได้ทำการปลอมตัวเพื่อไม่ให้ชาวบ้านจำพวกเธอได้
หลังจากนั้นบอสแมนก็มาตรวจสอบสมบัติที่ไลท์ต้องการจะนำไปแลกเปลื่ยนดูว่ามีสมบัติล้ำค่าที่สามารถนำไปประมูลได้ไหม
“ โอ้ นี้มันหญ้ากลืนโลหิต ” บอสแมนพูดขึ้นด้วยความประหลาดใจก่อนที่จะหยิบหญ้าสีชาดขึ้นมาไว้ในมือของตัวเอง จากนั้นเขาก็ตรวจสอบดูอย่างละเอียด
“ อื้ม เป็นหญ้ากลืนโลหิตจริงๆ ” บอสแมนพึมพำด้วยความตื่นเต้น
“ หญ้ากลืนโลหิตคืออะไรหรอครับคุณบอสแมน? ” ไลท์ถามออกมาด้วยความสงสัย เจ้าหญ้ากลืนโลหิตนี้อยู่ในอุปกรณ์มิติของแม่ทัพปีศาจตัวหนึ่ง
“ ใช่แล้วล่ะ หญ้ากลืนโลหิตเป็นหญ้าที่หายากมากๆเพราะมันจะขึ้นเฉพาะที่ทวีปปีศาจเท่านั้น หญ้านี้จะเติบโตได้เฉพาะดูดซัพเลือดปีศาจเป็นจำนวนมาก ทำให้มันหายากมากๆสำหรับหญ้ากลืนโลหิตนี้ นอกจากนี้หญ้ากลืนโลหิตคือส่วนผสมสำคัญในการปรุงยากำจัดโลหิตปีศาจด้วย
ยากำจัดโลหิตปีศาจ ก็ตามชื่อของยาเลย มันจะช่วยให้คนที่มีเลือดปีศาจอยู่ในร่างกายสามารถกำจัดเลือดปีศาจที่อยู่ในร่างกายออกไปได้ ซึ่งยานี้หาได้ยากมากๆไม่สิที่บอกว่าหาได้ยากมากๆก็คือหญ้ากลืนโลหิตนี้แหละ ” บอสแมนพูดขึ้นด้วยความประหลาดใจ
“ แล้วราคาของมันแพงมากไหม? ” ไลท์ถามออกมาด้วยความสงสัย
“ แพงสิ เนื่องจากมันต้องเข้าไปหาในทวีปปีศาจทำให้ราคาของมันอยู่ที่ห้าร้อยล้านขึ้นไป ขึ้นอยู่กับว่ามีคนต้องการหญ้านี้มากแค่ไหน ถ้าหากมีคนต้องการมากราคาของมันก็อาจจะสูงถึงหนึ่งพันล้านจีเซลเลยก็ได้ ” บอสแมนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ แพงจริงๆ ” ไลท์พึมพำออกมา ภายในแหวนมิติของเขายังมีหญ้ากลืนโลหิตอีกประมาณยี่สิบต้นเลยทีเดียว แสดงว่าเขาสามารถหาเงินได้อย่างน้อยๆหนึ่งหมื่นล้านจีเซลเลยทีเดียว
หลังจากนั้นบอสแมนก็ตรวจสอบสมบัติของไลท์อยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะเหลือบไปเห็นของบางอย่างอีก
“ แร่กลั่นโลหิต ” บอสแมนหยิบแร่เหล็กออกมาชิ้นหนึ่งพร้อมกับตรวจสอบดูทันที
“ ใช่เป็นแร่กลั่นโลหิตจริงๆ ” บอสแมนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตกใจ
“ อะไรนะครับอาจารย์บอสแมน นี้คือแร่กลั่นโลหิตงั้นหรอครับ ” เมทัลที่อยู่ข้างๆก็แสดงท่าทีตกใจด้วยเหมือนกัน เขารู้ดีว่าแร่กลั่นโลหิตคืออะไร
“ มันคืออะไรงั้นหรอไอเจ้าแร่กลั่นโลหิต? ” ไลท์สงสัยเพราะเขาเห็นท่าทีของบอสแมนและเมทัลที่แสดงท่าทีตกใจขึ้นมา
“ แร่กลั่นโลหิตเป็นแร่ที่จะได้รับก็ต่อเมื่อทำความดีให้กับเผ่าปีศาจอย่างมาก ซึ่งมันจะถูกมอบให้กับตัวตนระดับแม่ทัพปีศาจหรือราชาปีศาจ ซึ่งแร่นี้จะถูกครอบครองโดยจอมมารเดฟิรัส
ส่วนความสามารถของแร่กลั่นโลหิตก็คือ เมื่อแร่นี้ถูกสร้างเป็นอาวุธยิ่งดูดเลือดมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งแข็งแกร่งและทรงพลังมากยิ่งขึ้น ในอดีตเคยมีอาวุธเล่มหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาจากแร่กลั่นโลหิต ชื่อของมันคือ ดาบเอ็กซอร์ด
ดาบเอ็กซอร์ด เป็นดาบที่ทรงพลังที่สุดเมื่อประมาณหนึ่งแสนปีก่อน มันได้ดื่มเลือดของศัตรูมานับไม่ถ้วนจนในที่สุดมันก็ได้กำเนิดสติปัญญาของตัวเองขึ้น มันเป็นจิตวิญญาณที่ชั่วร้ายมากจิตสำนักของมันจะทำให้ผู้ที่ถือครองดาบมุ่งเน้นไปที่การฆ่า
ดาบเอ็กซอร์ดเป็นดาบเล่มแรกที่สามารถพูดตอบโต้กับคนอื่นได้ แต่ตอนนี้ดาบเล่นนั้นได้หายสาบสูญไปนานแล้ว ว่ากันว่าดาบเล่มนั้นถูกผนึกเอาไว้ที่ไหนสักแห่งในโลกนี้ ” บอสแมนพูดขึ้น
ไลท์และคนอื่นตั้งใจฟังที่บอสแมนเล่ามาด้วยความสนใจ
“ นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีดาบที่มีจิตวิญญาณเป็นของตัวเองและสามารถพูดคุยตอบโต้ได้ ” ไลก้าพึมพำออกมาด้วยความประหลาดใจ แต่น่าเสียดายที่ดาบเล่มนั้นเป็นดาบที่ชั่วร้าย
จากนั้นบอสแมนก็เจอแต่ของที่หายากในสมบัติของไลท์ ซึ่งส่วนมากเป็นของหายากที่ต้องเข้าไปในทวีปปีศาจ
“ ดูเหมือนว่าสงครามระหว่างเอลฟ์และปีศาจ ท่านไลท์จะสามารถเก็บสมบัติได้เป็นจำนวนมากเลยนะครับเนี้ย ” บอสแมนหัวเราะออกมาพร้อมกับชื่นชมไลท์ไปด้วย
“ โชคดีนิดหน่อยครับ ” ไลท์ส่ายหน้า
“ โชคดีก็นับว่าเป็นความแข็งแกร่งชนิดหนึ่งนะครับ ” บอสแมนหัวเราะออกมา
หลังจากที่คัดแยกสมบัติเสร็จเรียบร้อยแล้ว เมทัลก็ยื่นเอกสารแผ่นหนึ่งให้กับไลท์
“ นี้คือรายชื่อสมบัติของท่านไลท์ทั้งหมดที่จะนำเข้าร่วมประมูลกับพวกเรา ซึ่งทางเราจะขอหักเงินเป็นจำนวนห้าเปอร์เซ็นต์จากการที่สมบัติชิ้นนั้นขายออกไป ” เมทัลพูดขึ้น
ไลท์หยิบเอกสารมาอ่านก็พบว่าเป็นสมบัติของเขาที่มอบให้กับเมทัลไป
จากนั้นเมทัลก็หยิบเอกสารให้กับไลท์ ซึ่งเอกสารเหล่านั้นของเอกสารของพวกเบเรียลที่นำสมบัติเข้าร่วมงานประมูล
“ ถ้าหากจบงานประมูลแล้วท่านไลท์และทุกท่านสามารถไปที่ผู้ดูแลพร้อมกับยื่นเอกสารแผ่นนี้เผื่อรับเงินได้ครับ อ่อห้ามทำเอกสารแผ่นนี้หายเป็นอันขาดเพราะจะไม่สามารถเบิกเงินได้ ” เมทัลพูดขึ้น
เมื่อมอบเอกสารเสร็จแล้วเมทัลและบอสแมนก็ขอตัวกลับไปเพราะพวกเขาต้องนำสมบัติของเดธปาร์ตี้ไปที่โรงประมูลที่เมืองมิลเลอร์ฟรอส