ราชันย์สิบโลก

    ตอนที่ 152 แม่ทัพใหญ่ฟู่หลง

            “พวกเจ้าคุมตัวพวกมันทั้งหมด อย่าได้สังหารเด็ดขาด” เฟิ่งหยูออกคำสั่งให้กับเหล่าทหารบนเรือรบทหารสิบห้าล้านคนยอมจำนนแต่โดยดี พวกเขาพากันขึ้นเรือรบขนาดใหญ่จำนวนสี่สิบลำในทันที

            เรือทั้งสี่สิบลำถูกบังคับโดยลูกศิษย์ของสำนักเทพดาราที่เฟิ่งหยูพาตัวมาจากเจดีย์ฟ้าสวรรค์ชั่วคราวพร้อมกับกองกำลังทหารที่คอยควบคุมทหารเหล่านั้น

            เฟิ่งหยูทะยานเข้าหาองค์ชายซีอันที่บาดเจ็บที่ขาเขามอบโอสถรักษาให้กับองค์ชายทันที

            “ขอบใจเจ้ามากหากเจ้ามาช้ากว่านี้อีกนิดสงสัยข้าต้องไปเที่ยวยมโลกเป็นคนแรกเป็นแน่”

            “เอาหละอย่าพึ่งพูดอะไรมากเลย พวกเราไปเอาคืนทวีปดาราทมิฬกันก่อนดีกว่า”

            “เจ้าจะทำยังไงต่อไปหละว่าแต่พลังของเจ้าทำไมถึงได้มากมายมหาศาลเช่นนี้ตอนนี้พลังยุทธ์ของเจ้าอยู่ระดับไหนกันแน่”

            “เรื่องนั้นอธิบายยากไว้ข้าจะอธิบายให้เจ้าฟังทีหลังก็แล้วกัน”

            “ตอนนี้นำพวกเขากลับไปยังทวีปดาราทมิฬก่อนข้าจะทำให้พวกเขารู้ซึ้งที่บังอาจมารุกรานทวีปฟ้าครามของพวกเรา”

            “ใครเป็นแม่ทัพใหญ่ของกองทัพนี้ ออกมาเดี๋ยวนี้” เฟิ่งหยูประกาศกร้าว

            “ข้าเอง ข้าฟู่หลงเป็นแม่ทัพใหญ่ของกองกำลังทวีปดาราทมิฬ”

            ฟู่หลงเดินออกมาด้วยท่าทางองอาจ สมกับเป็นแม่ทัพของทวีปดาราทมิฬแต่เฟิ่งหยูไม่ได้ใสใจเขานำเรือเล็กออกมาหนึ่งลำมอบให้กับฟู่หลง

    “เจ้าจงกลับไปยังทวีปของเจ้าและบอกให้กษัตริย์อาณาจักรต่าง ๆ ยอมจำนนเสียแต่โดยดีไม่เช่นนั้นพวกเจ้าจะเป็นดังเช่นภูเขาลูกนั้น”

            เฟิ่งหยูสร้างบอลมิติขนาดเล็กขึ้นขนาดมันพอ ๆกับนิ้วหัวแม่มือเท่านั้น มันเป็นบอลสีดำสลับขาว แต่อบอวนไปด้วยพลังงานมหาศาลเฟิ่งหยูดีดบอลลูกนั้นไปยังภูเขาลูกมหึมาเพียงพริบตาเดียวภูเขาขนาดมหึมาพลันหายไปจนหมดสิ้น

            เฟิ่งหยูสร้างลูกบอลขนาดเท่าศีรษะของมนุษย์ขึ้นมาอีกลูกหนึ่ง

            “หากมันลูกขนาดนี้ เจ้าคงนึกสภาพเมืองหลวงของพวกเจ้าแต่ละเมืองได้สินะว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากข้าโยนมันไป”

            เหล่าทหารและแม่ทัพใหญ่ฟู่หลงพลันเหงื่อไหลท่วมเขาไม่อยากจะจินตนาการเลยจริงๆ หากเป็นเช่นนั้นจริงๆ คนนับล้านจะหายไปภายในพริบตาเมืองที่เคยรุ่งเรืองจะกลายเป็นพื้นที่ว่างเปล่าไปในทันที

            “เจ้าแน่ใจอย่างนั้นหรือว่าจะให้พวกเขายอมจำนน เพียงลำพังเจ้าคนเดียวจะสามารถต่อกรกับผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชันย์จักรพรรดินับร้อยคนได้หรือ?”

            “เจ้าเองก็อยู่ในขั้นราชันจักรพรรดิระดับสาม ซึ่งเป็นขั้นสูงสุดเจ้าลองหนีข้าไปให้ถึงภูเขาลูกที่ข้าทำให้หายไปแล้วดูว่าข้าจะตามเจ้าทันไหมหากเจ้าสามารถหนีข้าไปถึงที่นั่นได้ ข้าจะยอมปล่อยพวกเขาทั้งหมดแต่หากเจ้าหนีข้าไม่ทัน เจ้าเองต้องยอมจำนนต่อพวกเราเป็นคนแรกว่ายังไงเจ้าสนใจที่จะเดิมพันไหม”

            “ได้ ข้าเดิมพัน หากข้าแพ้ให้กับเจ้าข้าจะขอยอมติดตามรับใช้เจ้าด้วยความซื่อสัตย์ หากข้าหนีไปถึงที่นั่นได้เจ้าต้องปล่อยพวกเขาทั้งหมดให้กลับไปกับข้า”

            ฟู่หลงคำนวณดูแล้วจากที่เขาอยู่จนถึงจุดนั้นน่าจะใช้เวลาประมาณสิบห้าลมหายใจเขาก็สามารถไปถึงที่นั่นได้อย่างแน่นอน

            “ข้าจะปล่อยเจ้าให้ไปก่อนสิบลมหายใจ” เฟิ่งหยูเอ่ย

            ทุกคนที่ได้ยินพลันตกตะลึง

            “เจ้าแน่ใจนะว่าจะให้ข้าออกตัวไปก่อนสิบลมหายใจ”

            “ข้าพูดคำไหนคำนั้น เจ้าไม่ต้องห่วง ข้ารักษาสัญญา เจ้าเองก็เช่นกันอย่าลืมที่เจ้าพูดไว้หาไม่แล้วข้าจะบี้เจ้าให้เหมือนมด”

            “ดี เช่นนั้นก็อย่ามาเสียใจและมาว่าข้าทีหลัง ก็แล้วกัน”

            “เชิญ” ฟู่หลงรีบออกตัวไปในทันที

             เพียงเจ็ดลมหายใจเขาก็ไปถึงครึ่งทางแล้ว 

            ลมหายใจที่แปด

            ลมหายใจที่เก้า

            ลมหายใจที่สิบฟู่หลงเหลือระยะทางอีกไม่กี่กิโลเมตรเขาก็จะถึงยังจุดหมาย

            พรึบบบบ.....

            เฟิ่งหยูยืนอยู่ตรงหน้าของฟู่หลงพร้อมกับปลายมีดที่สร้างจากพลังลมปราณจ่ออยู่ที่คอของฟู่หลง

            ฟู่หลงหยุดนิ่งสนิทหากเขาก้าวเท้าเร็วไปอีกนิดคอของเขาต้องขาดออกจากลำตัวอย่างแน่นอน

            “ข้ายอมแพ้ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าขอยอมติดตามรับใช้ท่าน และจะขอซื่อสัตย์ต่อท่านเพียงผู้เดียวข้าขอสาบานด้วยจิตวิญญาณ”

            “เจ้าไม่จำเป็นต้องติดตามข้าหรอก อีกไม่นานข้าจะทำให้โลกใบนี้กลายเป็นหนึ่งเดียวกันไม่มีแบ่งแยกทวีปใด ๆ อีกต่อไป ทุกคนจะมีสิทธิเท่าเทียมกันข้าจะไม่ยอมปล่อยให้มีคนยากจนในโลกใบนี้” เฟิ่งหยูพูดเหมือนกับเฟ้อฝันอยู่ลำพัง

            “ข้าจะสนับสนุนนายน้อยอย่างเต็มที่”ฟู่หลงเอ่ย

            “เอาหละเจ้านำเรือเล็กไปแจ้งให้กับกษัตริย์ทั้งหลายทั่วทั้งทวีปดาราทมิฬ  จำเอาไว้ให้เจ้าบอกเขาเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น คนที่ยอมจำนน ข้าจะไว้ชีวิตพวกเขาส่วนคนที่คิดขัดขืน ข้าจะสังหารให้สิ้น เจ้ามีหน้าที่เพียงแจ้งข่าวเท่านั้นอย่าได้เสียเวลาอธิบายให้มากความข้าคิดว่าเจ้าคงจะรู้ว่าพวกเขารวมตัวกันอยู่ที่ไหน ในตอนนี้”

            “ขอรับ ข้าน้อยจะรีบไป”

            ฟู่หลงนำเรือเล็กแล่นออกไปด้วยความรวดเร็ว

            ทางด้านกษัตริย์อาณาจักรต่าง ๆ ภายในทวีปดาราทมิฬกำลังประชุมกันอยู่ในห้องโถงใหญ่เมืองดาราทมิฬ

            “พวกเจ้าคิดว่าศึกในครั้งนี้จะใช้เวลานานมากเท่าไหร่”กษัตริย์เมืองดาราทมิฬเอ่ยขึ้น

            “ข้าคิดว่าคงอีกไม่นานตอนนี้ตานมู่น่าจะกำราบกองทัพขององค์ชายซีอันได้แล้ว”

            “ท่านไม่ต้องห่วงว่าอาณาจักรอื่นจะมาช่วยอาณาจักรมังกรครามได้ทันข้าได้จัดการผู้ส่งสารทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว แม้แต่เรื่องค่ายกลมิติของพวกมันข้ายังสามารถให้คนของข้าเข้าไปควบคุมดูแลได้”กษัตริย์ซูเว่ยหานผู้ปกครองเมืองเว่ยหานกล่าวขึ้นมา

            “ดี ดี ดี เช่นนั้นคงอีกไม่นานพวกเราคงสามารถยึดครองทวีปฟ้าครามได้โดยง่าย กองกำลังทั้งหมดที่เราส่งไปมากถึงสิบห้าล้านคน  ซึ่งมากกว่ากองกำลังที่มีของอาณาจักรมังกรครามแล้ว อีกอย่างข้าส่งลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของข้าไปร่วมรบในครั้งนี้ด้วยไม่นานเขาคงนำข่าวดีกลับมา”กษัตริย์ตานซูหมิง เอ่ยขึ้นมา

            ระหว่างที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่นั้น

            “แม่ทัพใหญ่ฟู่หลงขอเข้าพบ พะยะค่ะ”

            “ทำไมแม่ทัพใหญ่ถึงกลับมาได้หละหรือว่าจัดการองค์ชายซีอันเรียบร้อยแล้ว”

            “รีบพาเข้ามา”

            “ถวายบังคมผ่าบาท”

            “ไม่ต้องมากพิธี เป็นยังไงบ้างเจ้าจัดการกับองค์ชายซีอันเรียบร้อยแล้วใช่ไหม”

            “รายงานฝ่าบาท พวกเราแพ้สงครามตอนนี้องค์ชายตานมู่พร้อมด้วยผู้ติดตามถูกสังหารทหารทั้งสิบห้าล้านคนถูกจับเป็นตัวประกันพะยะค่ะ”

            “เจ้า เจ้าว่าอะไรนะตานมู่พร้อมผู้ติดตามของเขาถูกสังหารอย่างนั้นหรือ?”

            “เป็นไปได้ยังไง ผู้ติดตามของตานมู่มีพลังยุทธ์ขั้นราชันย์จักรพรรดิขั้นที่สองเชียวนะ”

            “พะยะค่ะ พวกเขาถูกสังหารแล้ว ถูกสังหารได้อย่างรวดเร็วด้วยพะยะค่ะ”

            “แล้วเจ้ากลับมาได้ยังไง”

            “พวกเข้าให้ข้ามาแจ้งข่าวพะยะค่ะ”

            “แจ้งข่าวอะไร รีบบอกมา”

            “พวกเขาบอกให้เรายอมแพ้ ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะทำลายเมืองทุกเมืองในอาณาจักรดาราทมิฬพะยะค่ะ”

            “แล้วเจ้าก็ยอมแพ้เช่นนั้นหรือ?”

            “ข้าสู้เขาไม่ได้จริง ๆ แม้แต่ผู้ติดตามและองค์ชายตานมู่ยังถูกสังหารภายในพริบตา ตัวข้าแองยังตามความเร็วของเขาไม่ทันแม้แต่น้อยหากเขาโจมตีพวกเรา เพียงฝ่ามือเดียวทั่วทั้งเมืองหลวงคงต้องพินาศย่อยยับอย่างแน่นอนเห็นฝีมือของเขามาแล้วกับตาตัวเอง”

            “ข้าน้อยต้องขออภัยตอนนี้ข้าน้อยต้องกลับไปอยู่กับพวกทหารทั้งสิบห้าล้านนายผู้ติดตามข้าน้อยแล้วข้าน้อยหวังว่าองค์กษัตริย์ทั้งหลายในห้องนี้คงไม่ทอดทิ้งทหารทั้งสิบห้าล้านนายพวกเขายังคงรอให้กษัตริย์ของพวกเขาไปช่วยเหลืออยู่ข้าน้อยเองก็มีหน้าที่เพียงแค่มาแจ้งข่าวเท่านั้นข้าน้อยต้องขอตัวกลับไปอยู่กับพวกทหารทั้งหมดพะยะคะ”

            ฟู่หลงเอ่ยพร้อมกับเดินออกไปในทันที

            “พวกเราจะทำยังไงกันดีหากยอมแพ้ก็เท่ากับพวกเราทั้งอาณาจักรถูกอาณาจักรฟ้าครามยึดครองไปเกือบครึ่งเป็นแน่  แต่หากจะฝืนสู้ต่อไปกำลังทหารของพวกเราแต่ละอาณาจักรก็มีอยู่ไม่มากนักหากอาณาจักรฟ้าครามเรียกรวมพลของพวกเขาข้าคิดว่าพวกเราคงไม่เหลือแผ่นดินให้อยู่”

            “ใครจะยอมแพ้หรือยอมจำนน ข้าไม่สน ข้าจะแก้แค้นให้ลูกชายของข้า  พวกเรายังเหลือผู้ฝึกยุทธ์ขั้นราชันย์จักรพรรดิอยู่อีกนับร้อยคนพวกเจ้าจะยอมแพ้แล้วอย่างนั้นหรือ? พวกเจ้าจะยอมเป็นทาสของพวกทวีปฟ้าครามอย่างนั้นหรือ?”กษัตริย์ตานซูหมิง เอ่ยขึ้นมา

            “เช่นนั้นก็เป็นไงเป็นกัน พวกเจ้าไประดมพลและแจ้งผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชันย์จักรพรรดิมาให้หมดทุกคนพวกเราจะทำสงครามครั้งใหญ่กับพวกทวีปฟ้าคราม”

            “พะยะค่ะ”

            ฟู่หลงกลับไปรายงานเฟิ่งหยู พร้อมกับบอกเรื่องราวต่าง ๆให้ทหารทุกนายที่อยู่ที่นั่นได้รับฟังว่าเฟิ่งหยูไม่ได้คิดสังหารพวกเขาแต่อยู่ที่กษัตริย์ของพวกเขาจะช่วยพวกเขาหรือไม่เท่านั้นซึ่งทหารจำนวนสิบห้าล้านนายไม่ใช่จำนวนน้อยๆ เลย หากกษัตริย์ของพวกเขาทอดทิ้งพวกเขาทั้งหมด ก็หมายความว่าไม่เห็นความหมายของทหารที่ทุ่มทั้งกายทั้งใจปกป้องทวีปของพวกเขา

            “พวกเจ้าฟังข้าให้ดี ตอนนี้ข้ายอมรับเฟิ่งหยูเป็นเจ้านายข้าไม่บังคับพวกเจ้า หากใครจะติดตามข้าข้าก็ยินดีหากใครไม่ยอมติดตามข้าก็ขอให้พวกเจ้ารอกษัตริย์ของพวกเจ้ามาไถ่ตัวของพวกเจ้า ข้าจะไม่บังคับใครเด็ดขาด”

            “แต่หากกษัตริย์ของพวกเจ้าทอดทิ้งพวกเจ้าข้าเองก็ยินดีที่จะรับพวกเจ้าให้พวกเจ้ามาอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของข้าเช่นเดิม”

            “ท่านแม่ทัพ ท่านกลับไปรายงานองค์กษัตริย์ของพวกเราพวกเขาว่ายังไงบ้างขอรับ”

            “ข้าเองก็ไม่แน่ใจ ตอนนี้พวกเขากำลังตัดสินใจอยู่ข้ามีเรื่องแจ้งพวกเจ้าเพียงแค่นี้ พวกเจ้าตัดสินใจกันเอาเองก็แล้วกัน”

            เฟิ่งหยูเริ่มติดตั้งค่ายกลลวงตาบนเรือรบที่ลำเลียงทหารเชลยเพื่อกลับไปยังทวีปดาราทมิฬคงเหลือเพียงทหารของอาณาจักรมังกรครามที่อยู่บนเรือรบสองลำและเรือรบเล็กอีกจำนวนมากที่ไม่ได้ติดตั้งค่ายกลลวงตามแม้แต่อย่างใด พวกเขาเคลื่อนขบวนไปยังอาณาจักรดาราทมิฬในทวีปดาราทมิฬขบวนรบมากมายผ่านเมืองต่าง ๆมุ่งหน้าตรงไปยังเมืองหลวงอาณาจักรดาราทมิฬที่อยู่ของเหล่ากษัตริย์อาณาจักรต่าง ๆที่ร่วมกันวางแผนบุกอาณาจักรมังกรครามทวีปฟ้าคราม

    คล้ายกับเรื่องราชันย์สิบโลก ที่คุณอ่าน