สาวชาวนาผู้ชั่วร้ายกับระบบวิเศษ 【 农门坏丫头 】[แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 55 ทุบตี

            “ปีหน้า? แม่ท่านบอกว่ารออีกสักช่วงเราจะไปเมืองหลวงมิใช่หรือ? ถึงอย่างไรเซิ่งเอ๋อร์เรียนก็ไม่ได้ใช้เงินสิบตำลึงในคราวเดียวเสียหน่อย ให้ข้าเอาไปซื้อเครื่องประดับผมสักสองอันเถิด”

            พูดถึงตรงนี้ ปากของหลิวเสี่ยวหลันก็ชี้ไปทางห้องทิศตะวันตกความหมายก็คือหากตนเองไม่มีเครื่องประดับผมที่ดี คุณชายที่อยู่ห้องข้างๆอาจดูถูกตนเองได้

            หลิวฉีซื่อคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วพบว่าบุตรสาวพูดถูกนางกําลังจะเห็นด้วยแต่กลับมีเสียงหัวเราะแหลมปรี๊ดเสียดหูดังจากด้านข้าง

            เสียงนั้นทำให้หัวใจคนฟังรู้สึกหงุดหงิดและไม่สบายใจยิ่งนัก

            สายตาของทุกคนถูกเสียงหัวเราะที่น่าเกลียดนี้ดึงความสนใจหลิวซุนซื่อกำลังถือผ้าเช็ดหน้าหัวเราะเยือกเย็นเพียงแต่รอยยิ้มกลับแลดูน่าหวาดกลัว

            “ท่านแม่ เรื่องยกเงินให้พี่ใหญ่สิบตำลึงเงิน สะใภ้ไม่ยินยอม”

            อารมณ์ดีงามของหลิวฉีซื่อราวกับถูกคนใช้กรรไกรตัดฉับอย่างเต็มแรงจึงเงยหน้าขึ้นมองอย่างโกรธเคือง พร้อมกับด่า “เจ้าอยากตายหรือ? ไม่มีใครห้ามหรอกนะ เซิ่งเอ๋อร์กำลังเรียนได้ดี ต่อไปก็มีอนาคต ถึงตอนนั้นอาจจะช่วยอุ้มชูจือเอ๋อร์กับเป่าเอ๋อร์ได้อีกแรงไม่ใช่หรือ? ทั้งครอบครัวช่วยกันดึงขึ้น ข้างบนมีอาสี่กับเซิ่งเอ๋อร์คอยรับมือจือเอ๋อร์กับเป่าเอ๋อร์ก็จะได้มีอนาคตที่ราบรื่น”

            เมื่อฟังคำพูดนี้ก็รู้สึกว่ามีเหตุผลอย่างมาก หลิวเต้าเซียงนั่งนิ่งเงียบอยู่ด้านข้างโดยไม่ส่งเสียงแล้วมองดูแม่สามีกับลูกสะใภ้ทะเลาะกัน

            หลิวซุนซื่อนั้นไม่ใช่คนที่ต่อกรได้ง่ายๆ เมื่อได้ยินคำพูดของหลิวฉีซื่อก็ตอบโต้กลับทันที “ท่านแม่ ดูพูดเข้าสิ ราวกับว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามนั้นเรื่องในอนาคตใครเล่าจะล่วงรู้จือเอ๋อร์กับเป่าเอ๋อร์ของเราน่ะเคยได้เจออาจารย์ต่อนห้าแล้ว อันดับรายชื่อต้นๆ ราวกับม้าที่ต่อแถวเดินเบียดเสียดกันบนขอนไม้เพื่อข้ามแม่น้ำก็ไม่ปาน พวกข้าเองก็ไม่ค่อยเข้าใจ ทว่าอาจารย์นั้นบอกว่าการสอบเป็นเรื่องยากยิ่ง”

            ตอนที่นางพูดเช่นนี้ ใช่ว่าจะไม่เห็นสีหน้าของหลิวฉีซื่อที่ดำคร่ำเครียดเพียงใดแต่หลิวซุนซื่อหมายใจไว้แล้ววา วันนี้ต้องตอกตะปูลงแผ่นเหล็กแล้วล้วงเงินจากตัวหลิวฉีซื่อให้ได้

            “ดังนั้น ท่านแม่ต้องหัดยุติธรรมบ้างในเมื่อยกเงินสิบตำลึงเงินให้บ้านพี่ใหญ่ ถ้าเช่นนั้นแล้วก็ต้องให้ครอบครัวฝั่งข้าสิบตำลึงเงิน หากว่าปีนี้บ้านนั้นจะคลอดลูกเพิ่มบ้านเราเป่าเอ๋อร์ก็ต้องเริ่มเข้าเรียน ในบ้านยังมีอาสี่ร่ำเรียนแม่ก็รู้ว่าค่าใช้จ่ายมากมายเพียงใด”

            “ไร้สาระ มารดาเถิด นางคนโง่ นี่เจ้ากำลังแช่งหลานกับอาสี่หรือ?” หลิวฉีซื่อเบี่ยงเบนหัวข้อทันใด ชี้หน้าด่าหลิวซุนซื่อ

            น่าเสียดาย การต่อกรบ้านๆ ของหลิวฉีซื่อ สำหรับหลิวซุนซื่อที่หน้าหนานั้นแทบใช้ไม่ได้ผล

            อีกฝั่งนั้นไร้ซึ่งยางอาย ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้แม้แต่น้อย

            ขอบตาของหลิวซุนซื่อแดงก่ำ แล้วตอบ “ท่านแม่สะใภ้ไม่ได้กล่าวเช่นนั้น ไม่ว่าท่านแม่จะพูดเช่นไร ให้บ้านพี่ใหญ่เท่าใด ก็ต้องให้บ้านคนรองเท่านั้น”

            จริงๆ แล้วนางต้องการใช้โอกาสนี้ก่อเรื่องจะได้กอบโกยเงินเข้าบ้านตนเองบ้างเพียงแต่หลิวฉีซื่อไม่เอ่ยถึงเรื่องสินสอดของหลิววั่งกุ้ย นางเองก็ไม่มีหลักฐานเพราะนี่เป็นเรื่องที่แอบฟังมา เกิดพูดออกมา จะถูกหลิวฉีซื่อทุบตีได้ นางไม่อยากทำอะไรเปล่าประโยชน์

            “ฝันไปเถิด นางคนไม่รักดี กินเป็นอย่างเดียวบ้านเราได้เจ้ามาเป็นสะใภ้ก็เหมือนเลี้ยงหมู วันๆ ทำเป็นแต่ใช้เงินช้าเร็วคงต้องถูกเจ้าผลาญไปหมด แล้วยังมีอีก จิตใจของเจ้าทำด้วยอะไรเหตุใดจึงได้ใจดำเช่นนี้”

            หลิวซุนซื่อไม่ใช่จางกุ้ยฮัวที่ซื่อสัตย์และยอมให้รังแกได้ จึงเปิดปากโต้ตอบกลับทันใด “ท่านแม่ใครกันแน่ที่ใจดำ ข้าพูดผิดตรงไหน แม่ดูแค่อาเล็กขอปิ่นปักผม ท่านก็ซื้อให้แล้วเช่นไร จื้อเอ๋อร์ เป่าเอ๋อร์ของเราเรียนไม่เป็นหรือ? อีกอย่าง หากให้สะใภ้พูด อาเล็กเองก็เป็นตัวล้างผลาญแม่ให้นางมากมายเช่นนี้ ต่อไปก็ตกเป็นผลประโยชน์แก่คนแซ่อื่นจื้อเอ๋อร์กับเป่าเอ๋อร์ อย่างไรก็เป็นผู้สืบทอดของตระกูลหลิว”

            คำพูดนี้ค่อนข้างหนักไปหน่อยความหมายก็คือหลิวเสี่ยวหลันคือตัวแย่งทรัพย์สมบัติของตระกูล?

            กฎหมายของราชวงศ์โจวกําหนดว่าทรัพย์สินส่วนใหญ่ของตระกูลควรเป็นมรดกให้แก่ลูกหลานที่สืบทอดตระกูลเท่านั้น

            ใบหน้าชราของหลิวฉีซื่อโกรธจนเขียวม่วงไปหมดสายตาเคียดแค้นชิงชังของนางมองไปทางหลิวซุนซื่อ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้

            นางทำได้เพียงดุว่า “คนหน้าไม่อายเช่นเจ้า กิจการของครอบครัวตระกูลหลิวขึ้นอยู่กับข้าเจ้าคือนกอะไร? ข้าอยากให้ใครก็ให้”

            ปากเล็กๆ ของหลิวซุนซื่อเปิดออก และหัวเราะประชดประชันว่า “ตกลงแม่สามารถทําอะไรก็ได้ที่ต้องการ อย่างมากต่อไปก็ให้อาเล็กเลี้ยงดูท่านแม่ยามแก่เฒ่าก็แล้วกัน”

            “จะเป็นไปได้อย่างไร!”ปฏิกิริยาแรกของหลิวเสี่ยวหลันคือไม่เห็นด้วย หากนางทำเช่นนั้นจริงคงต้องถูกบ้านสามีโขกสับเป็นแน่

            หลิวฉีซื่อโกรธจนแทบหงายหลัง ตบโต๊ะทันใดแล้วด่า “บ้านตระกูลหลิวของข้า คนไหนบ้างที่ไม่ไร้ยางอายเหตุใดจึงได้สะใภ้ที่ไม่มีใครสั่งใครสอนเช่นนี้”

            “ท่านแม่ ท่านออกนอกเรื่องไปไกลแล้วตกลงปีนี้จะยกสิบตำลึงเงินให้ครอบครัวฝั่งเราหรือไม่?” หลิวซุนซื่อแน่วแน่กับความคิดเช่นนี้ต่อไปเห็นทีต้องหาโอกาสเสนอเรื่องแยกบ้านกับสามีของตนเสียแล้ว

            การแสดงออกของหลิวฉีซื่อดูโศกเศร้าราวกับถูกตีกรอบ มือที่วางอยู่บนขานั้นไม่ขยับและนั่งนิ่งโดยตั้งสติไม่ได้

            การต่อสู่แย่งชิงในบ้านไม่ควรเป็นเช่นนี้ สะใภ้รอง เจ้าทำไม่ถูกเหตุใดจึงไม่ทำตามที่ควรจะเป็น

            หลิวซุนซื่อไม่สนใจอะไรมากนัก นางคิดว่าสิ่งที่สําคัญที่สุดตอนนี้คือการให้ได้มาซึ่งสิบตำลึงเงินในมือ

            “เจ้าต้องการเงินสิบตำลึงอย่างนั้นหรือ?” เสียงของหลิวฉีซื่อดังขึ้นอย่างรวดเร็วเสียดหูจนทะลุหลังคาบ้าน ทำเอาแมลงสาบที่อยู่ตรงหลังคาถึงกับสะดุ้ง

            “ท่านแม่!” หลิวเสี่ยวหลันเอื้อมมือออกไปและดึงหลิวฉีซื่อเบาๆสายตามองไปทางห้องทิศตะวันตก นางไม่ยอมให้หลิวฉีซื่อยกเงินเพื่อเกื้อหนุนครอบครัวหลิวสี่กุ้ยแต่ก็ไม่พอใจที่ครอบครัวหลิวเหรินกุ้ยจะแบ่งไปด้วยอีก

            หลิวฉีซื่อที่ถูกเตือนได้แต่ข่มความโกรธไว้ในใจนางไม่สามารถให้บุตรสาวตนเองคอยฉุดขาหลังไว้

            ดังนั้นนางจึงพยายามสูดหายใจลึก แล้วข่มเสียงด่า “นางคนขี้อิจฉา จื้อเอ๋อร์เพิ่งจะอายุเท่าใด เพียงแค่เก้าขวบไม่ใช่ถงเซิงเสียหน่อย ยกให้บ้านพี่ใหญ่เจ้าแล้วจะเป็นอะไรไป?”

            “ท่านแม่ พูดเช่นนี้ก็ไม่ถูกสิบตำลึงเงินไม่ใช่จำนวนน้อยๆ ที่นาหนึ่งแปลงเท่ากับหกตำลึงเงินแต่สามารถส่งต่อให้ลูกหลาน และสามารถเลี้ยงดูคนได้มากมายในเมื่อท่านแม่ยกให้บ้านพี่ใหญ่สิบตำลึงเงิน ถ้าเช่นนั้นก็ต้องยุติธรรมยกให้จื้อเอ๋อร์ เป่าเอ๋อร์สิบตำลึงเงิน” พูดให้ถูกต้องก็คือคนในตระกูลนอกจากครอบครัวฝั่งหลิวซานกุ้ย ฝั่งอื่นล้วนแล้วแต่คำนวณกันตามสายเลือด

            ล้อกันเล่นหรือ! เดิมทีหลิวฉีซื่อเอาออกมาสิบตำลึงเงินหัวใจก็หลั่งเลือดแล้ว หากเอาออกมาอีกสิบตำลึงเงิน นั่นเปรียบเหมือนฆ่านางทั้งเป็น!

            ตอนนี้หลิวซุนซื่อกลายเป็นเสี้ยนหนามทิ่มแทงตาของนางแทนที่จางกุ้ยฮัวไปแล้ว

            หลิวเต้าเซียงเห็นสายตาของหลิวฉีซื่อที่แทบจะกลืนกินหลิวซุนซื่อมนุษย์ตัวจิ๋วในใจถึงกับทำท่าชูสองนิ้วด้วยความสนุกสนาน

            “พี่สะใภ้รอง เจ้าคิดว่าเงินมากับสายลมหรือยอ่างไรนั่นคือเงินที่แม่ลำบากไปกับการสอนเย็บปัก แล้วก็พ่อกับท่านพี่ตรากตรำทำสวนทำนามานะ!” หลิวเสี่ยวหลันไม่เพียงแต่หวงแหนของกิน สำหรับเงินตรายิ่งไปกันใหญ่ การแบ่งสิบตำลึงเงินให้หลิวซุนซื่อส่งผลต่อทรัพย์สินออกเรือนของนางด้วย

            ดังนั้น นางจึงช่วยพูดความในใจของหลิวฉีซื่ออย่างรวดเร็ว

            หัวใจของหลิวฉีซื่อปลื้มปริ่ม บุตรสาวตนเองมีความก้าวหน้าลูบศีรษะนางเบาๆ อย่างมีแผนมีในใจ แล้วหันไปทางหลิวซานกุ้ย “ซานกุ้ย งานทั้งในและนอกบ้าน ล้วนเป็นฝีมือเจ้ากับพ่อเรื่องเงินจะแบ่งเช่นไร เจ้าลองช่วยแม่เสนอความเห็นหน่อย”

            นางไม่ต้องการแบ่งเงินออกมาอีก แต่ก็ไม่อยากให้หลิวจื้อเซิ่งหยุดเรียนจึงได้แต่โยนเรื่องนี้ให้หลิวซานกุ้ย

            ไม่ว่าหลิวซานกุ้ยจะตอบอย่างไร ก็เป็นคนที่หลิวซุนซื่อหรือหลิววั่งกุ้ยกับหลิวเหรินกุ้ยจะโกรธเคือง

            หลิวฉีซื่อช่างโหดเหี้ยมเหนือคนธรรมดาจริงๆ

            หากเป็นเดือนที่แล้วหลิวซานกุ้ยคงไม่คิดมาก ในเวลานี้ คิ้วของเขาขมวดไม่มีท่าทีจะตอบรับคำพูดของหลิวฉีซื่อ

            “น้องสาม พี่รองทำดีกับเจ้ามาโดยตลอดนะ” หลิวซุนซื่อแอบเตือนเขา

            หลิวเสี่ยวหลันหงุดหงิด หากรู้ว่าจะมีวันนี้ ตอนนั้นควรจะทำดีกับสองพี่น้องมากกว่านี้หน่อย

            แต่จะปล่อยให้บ้านพี่ใหญ่กับพี่รองได้ใจ นางเองก็ไม่ยินยอมด้วยเหตุนี้จึงเอ่ย “พี่สาม ท่านยุติธรรมที่สุดใจอ่อนที่สุด ย่อมไม่มีทางปล่อยให้น้องสาวเสียเปรียบอยู่แล้ว”

            “หลันเอ๋อร์?” หลิวฉีซื่อมองบุตรสาวของตนอย่างไม่เข้าใจ

            “ท่านแม่ คิดดูสิ พี่ใหญ่ได้ไปสิบตำลึงเงิน พี่รองได้ไปสิบตำลึงเงินพี่สี่กำลังเรียนก็ต้องแบ่งให้สิบตำลึงเงิน แล้วข้าล่ะ? พี่ชายข้างบนต่างคิดถึงแต่ตนเอง แม่ท่านยอมทนเห็นข้ามีชีวิตที่ลำเค็ญได้หรือ อีกอย่างที่แห่งนั้นก็ต้องใช้จ่ายเงินค่อนข้างมาก”

            หลิวเต้าเซียงเห็นว่าหลิวเสี่ยวหลันออดอ้อนหลิวฉีซื่อเพียงแต่คำพูดที่กล่าวออกมา ทำให้นางอดกลอกตาไม่ได้ ไม่รู้ว่าหลิวฉีซื่อสั่งสอนมาอย่างไรชัดเจนว่าหลิวเสี่ยวหลันนั้นโตมาแบบผิดเพี้ยน

            นางเห็นใบหน้าลำบากใจของหลิวซานกุ้ย จึงส่งสายตาให้มารดาของตนจางกุ้ยฮัวรับรู้จึงแอบเตะขาหลิวซานกุ้ยใต้โต๊ะแล้วเอ่ย “สามี เจ้าคงทำงานเหนื่อยมาทั้งบ่ายแล้วสินะ?”

            “หือ?” หลิวซานกุ้ยผู้ซึ่งได้สติหันกลับไปมองภรรยาตนเอง “มีอะไรหรือ?”

            จางกุ้ยฮัวตอบเสียงค่อยแต่ยังคงความอ่อนโยน “แม่ถามเจ้าน่ะเจ้าไม่ได้ยินหรือ ลูกๆ ของพี่ใหญ่และพี่รองร่ำเรียนล้วนอยากให้แม่ช่วยเหลือเรื่องทุน ท่านแม่ไม่รู้จะทำเช่นไร”

            หลิวซานกุ้ยคิดดู ร่ำเรียนหรือ?! เมื่อเขายังเด็กเขามักจะคิดว่าอยากมีโอกาสกลับไปเรียนกระนั้นจึงเอ่ยด้วยสีหน้าจริงใจ “การเรียนเป็นเรื่องที่ดีต่อไปจะนำเกียรติมาสู่ตระกูล”

            สายตาของครอบครัวรวมไปอยู่ที่เขา ใครจะรู้ เขากลับกินโจ๊กต่อโดยไม่ได้ใส่ใจคีบผักแล้วซดโจ๊กต่ออีก…

            แล้วก็จบแค่นั้น

            หลิวฉีซื่อไม่พอใจ จึงส่งเสียงฮึดฮัดแล้วเอ่ย “พี่ชายเจ้าทั้งสองคนต้องการสิบตำลึงเงิน!”

            “ครอบครัวเรามั่งมีเช่นนี้เชียวหรือ?” หลิวซานกุ้ยเพิ่งจะตระหนักรู้ว่าอันที่จริงบ้านของตนนั้นเป็นตระกูลที่มั่งมี ดวงตาจึงเป็นประกายจนแสบตา

            หลิวฉีซื่อได้ยินดังนั้นก็ส่งสายตาดูแคลนเล็กน้อย จากนั้นเลื่อนไปทางหลิวต้าฟู่

            หลิวต้าฟู่รู้สึกไม่สบายใจกับการจ้องมอง เขาจึงตอบว่า“เงินทองสมบัติมีแม่เจ้าเป็นคนจัดการ ข้าเองก็ไม่แน่ใจ”

            ดวงตาของหลิวซานกุ้ยหลุบต่ำและหม่นหมองเล็กน้อย ในดวงตาสะท้อนอาหารที่อยู่ในถ้วยมันเทศชิ้นใหญ่ที่นอนอยู่บนข้าวขาวเป็นเม็ดๆ

            เขาตระหนักอย่างชัดเจนอีกครั้งว่า ไม่ว่าเขาจะพยายามมากแค่ไหนดูเหมือนว่าหลิวฉีซื่อและหลิวต้าฟู่ก็ไม่ได้ปฏิบัติต่อเขาในฐานะลูกชายได้

            มือขนาดใหญ่ที่ถือชามกระเบื้องกระชับแน่นและถ้ามองอย่างใกล้ชิดจะเห็นว่าข้อนิ้วเป็นสีขาวเล็กน้อย

            “แม่ พ่อได้กล่าวว่าเงินอยู่ในมือของแม่ ในฐานะลูกชายข้าเองก็ไม่มีความคิดเห็นใดเสนอ”

            เขายืมคำพูดของหลิวต้าฟู่ และหลุดพ้นไปด้วย

            -----

     

    คล้ายกับเรื่องสาวชาวนาผู้ชั่วร้ายกับระบบวิเศษ 【 农门坏丫头 】[แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405