รักร้ายของศิลา , You’re Mine.

    บทที่ 13 ชุดแบบนี้ใส่มาให้ใครดู ปลดเหรียญฟรีวันที่ 15 สค 69

    “สนุกมากไหม” น้ำเสียงติดประชดประชันของเขาดังขึ้นที่ข้างหู 

    “...” ฉันเงยหน้าสบตาเขาตรง ๆ โดยไม่คิดจะหลบสายตา พลางสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ อย่างพยายามอดกลั้น

    “ลูกสาวคนดีของพ่อออกมาเที่ยว แต่งตัวเปิดบนเปิดล่างให้ผู้ชายมาลูบ ๆ คลำ ๆ แบบนี้คุณพ่อรู้รึเปล่า” คำพูดเหน็บแนมของเขาทำให้ฉันตัวแข็งทื่อ ความไม่พอใจตีขึ้นมาในอกทันที

    “ชอบให้ผู้ชายเข้าใกล้ขนาดนั้นเลย?” ฉันกัดริมฝีปากแน่น จ้องใบหน้าหล่อเหลาที่บัดนี้เต็มไปด้วยความดูแคลน 

    “...” อดทนไว้ยัยแพร ฉันบอกกับตัวเองก่อนจะเบือนหน้าหนีและก้าวเดินต่อ

    หมับ!

    ข้อมือของฉันถูกมือใหญ่คว้าไว้จากด้านหลัง แรงเพียงเพียงนิดเดียวของเขาก็ทำให้ฉันเซถลาเข้าไปใกล้เขา ใบหน้าฉัน๼ั๬๶ั๼กับอกแกร่งทันที กลิ่นบุหรี่จาง ๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมและแอลกอฮอล์จากตัวเขาอบอวลอยู่รอบตัว จนฉันเผลอชะงักไปชั่วขณะ

    “พี่ศิลา…ทำบ้าอะไรคะ เดี๋ยวพรีนก็เข้าใจผิดหรอกค่ะ” ฉันพูดอย่างไม่พอใจ พลางดันอกเขาออก

    “อ๋อ...พูดเป็๲ด้วย?” เขาแค่นหัวเราะ ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเฉียดแก้มฉัน

    “คุณพ่อกับแม่ของเธอรู้ไหมว่าลูกสาวแต่งตัวแบบนี้ออกมา...ยั่วผู้ชาย” เขาเน้นคำสุดท้ายช้า ๆ พร้อมกับปลายนิ้วที่ลูบผ่านหัวไหล่เปลือยของฉันอย่างจงใจ

    “แล้วพี่ศิลายุ่งอะไรคะ แพรโตแล้วค่ะ” ฉันรีบปัดมือเขาออก แต่แทนที่เขาจะถอย คนตัวสูงกลับก้มหน้าลงมาใกล้กว่าเดิม ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้มจนฉันเผลอชะงัก

    ครืด ครืด 

    เสียงโทรศัพท์ดังขัดจังหวะขึ้นมา พี่ศิลาหยิบมือถือขึ้นมาดู สีหน้าที่ตึงอยู่แล้วยิ่งดูไม่สบอารมณ์กว่าเดิม

    พรีน

    ชื่อบนหน้าจอทำให้เขานิ่งไปเสี้ยววินาที ก่อนจะผละออกจากฉันช้า ๆ แล้วเดินแยกออกไปกดรับสาย

    “อ๋อ...ที่ไม่ยอมให้เราจีบ เพราะแอบกิ๊กกับแฟนพรีนงั้นเหรอ” ฉันสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงจากด้านหลัง ตี๋ยืนมองมาด้วยสีหน้าบูดบึ้ง

    “ไม่ใช่นะ”

    “แล้วเมื่อกี้คืออะไร” ฉันเม้มริมฝีปากแน่น ไม่รู้จะอธิบายยังไง เพราะต่อให้พูดออกไปก็คงไม่มีใครเชื่อ ตี๋ถอนหายใจ ก่อนจะมองหน้าฉันตรง ๆ

    “ไม่เป็๲ไร...เราไม่ถามก็ได้” ฉันเงยหน้ามองเขาอย่างแปลกใจ

    “แต่ถ้าไม่อยากให้พรีนเข้าใจผิด หรือเอาเ๹ื่๪๫นี้ไปพูดต่อ...ก็ให้โอกาสเราจีบ”

    ด้วยความที่ฉันไม่อยากมีปัญหาไปมากกว่านี้ จึงได้แต่พยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ ตี๋ยิ้มกว้างอย่างดีใจ

    “ไปกัน” ฉันลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมเดินตามเขากลับไปยังโต๊ะเดิม 

    ตี๋คว้าข้อมือฉันไว้หลวม ๆ แล้วพาเดินกลับไปยังโต๊ะเดิม ฉันอยากสะบัดออก แต่ก็ไม่อยากให้ใครมองมาด้วยความสงสัย จึงได้แต่ปล่อยให้เขาจูงไป

    เมื่อกลับมาที่โต๊ะ ฉันก็พบว่าพรีนนั่งอยู่บนตักพี่ศิลา เธอซบหน้าลงกับอกเขาพลางหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี ส่วนพี่ศิลาเพียงยิ้มน้อย ๆ ปล่อยให้เธอเกาะแกะและแตะเนื้อต้องตัวตามใจ

    ตี๋ดึงฉันให้นั่งลง ก่อนจะเริ่มทำตัวรุ่มร่ามไม่หยุด ทั้งโอบไหล่ แตะเอว หรือไม่ก็ยกมือขึ้นลูบเส้นผมของฉันเบา ๆ

    “หรืออยากให้พรีนรู้” เขากระซิบข้างหูซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกครั้งที่ฉันส่งสายตาไม่พอใจกลับไป ในที่สุดฉันก็ทนไม่ไหว จึงอ้างว่าจะไปตามหายัยบี แล้วรีบเดินหนีออกมา

    “ฉันจะกลับแล้วนะ แกจะกลับพร้อมฉันไหม”

    “ฉันยังไม่อยากกลับอ่า เดี๋ยวเดินไปส่งแกขึ้นรถ” บีพูดพลางมองฉันด้วยแววตาหวานเยิ้ม

    “แกไหวปะเนี่ย ไม่ไหวก็กลับก่อนก็ได้”

    “ไหวสิ หนึ่งเขาดูแลฉันดีมาก” หนึ่งพยักหน้าให้ฉันช้า ๆ

    เขาดูแลยัยบีดีจริง ๆ แถมยังสุภาพอีกต่างหาก เมื่อเห็นว่าเธอมีคนคอยดูแล ฉันจึงล่ำลาทั้งคู่แล้วรีบปลีกตัวออกมา

    แต่ในจังหวะที่กำลังเดินแทรกผู้คนเพื่อออกจากโซน VIP ตี๋ที่ไม่รู้โผล่มาจากไหนก็เอื้อมมือมาคว้าข้อมือฉันไว้

    “ปล่อย!” ฉันพูดอย่างโมโหหมดเวลาที่ฉันจะยอมให้เขาทำตัวรุ่มร่ามกับฉันอีกแล้ว พอกันที!

    “อยากให้พรีนรู้เหรอ”

    “แพรไม่ได้ทำอะไรแบบนั้น” เมื่อไหร่เขาจะยอมแพ้สักที ฉันเบื่อที่จะพูดกับเขาเต็มทีแล้ว

    “จริงเหรอ” ตี๋พูดแล้วขยับเข้ามาใกล้ กลิ่นแอลกอฮอล์จากลมหายใจของเขาทำให้ฉันขมวดคิ้ว เขาดูเมาได้ที่แล้ว

    “งั้นก็พิสูจน์สิ”

    “พิสูจน์อะไร”

    “พิสูจน์ว่าไม่ได้เป็๲อะไรกัน” พูดจบเขาก็ยกมือขึ้นแตะแก้มฉัน ก่อนจะโน้มหน้าเข้ามา

    ผลั่ก

    ตี๋ล้มกระเด็นไปอีกทางจนฉันต้องหันไปมอง พี่ศิลาไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหน เขาถีบตี๋จนล้มลงไปกับพื้น

    “ใครวะ!” ตี๋สบถก่อนยันตัวลุกขึ้น ดวงตาแดงก่ำด้วยความโมโห 

    “อ้าว...ไอ้เหี้ย หวงก้างเหรอวะ” เขาหัวเราะเหี้ยม ๆ พลางชี้หน้าพี่ศิลา 

    “มึงจะเอาทั้งพรีนทั้งแพรเลยรึไง” 

    “มึงไม่ต้องเสือก” พี่ศิลาพูดด้วยใบหน้าราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความคุกรุ่น

    “หวงก้างฉิบหาย ทั้งที่ตัวเองก็ควงพรีนอยู่ไม่ใช่เหรอวะ”

    “ถ้ามึงยังไม่หยุดยุ่งกับเธอ...กูไม่ปล่อยมึงแน่ ” 

    ตี๋คำรามด้วยความโมโหแล้วพุ่งเข้าใส่ แต่พี่ศิลาไวกว่า เขายกเท้าถีบเต็มแรงจนตี๋ล้มกระแทกเข้าไปในกลุ่มผู้คน ก่อนจะคว้าข้อมือฉันแล้วดึงออกมาทันที 

    “โอ๊ย พี่ศิลาแพรเจ็บนะคะ” เขายืนอยู่นอกรถ สายตาคมกริบจ้องฉันนิ่ง ก่อนจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุด สูดควันเข้าปอดลึก ๆ แล้วพ่นออกมาอย่างหงุดหงิด

    “ชุดแบบนี้ใส่มาให้ใครดูวะ!”  เขามองฉัน๻ั้๫แ๻่หัวจรดเท้า ดวงตาของเขาไล่มองฉัน๻ั้๫แ๻่ศีรษะจรดปลายเท้า จนฉันเผลอยกมือขึ้นดึงชายกระโปรงลงโดยไม่รู้ตัว 

    “แค่ก แค่ก” ฉันไอทันทีเมื่อควันบุหรี่ลอยเข้าหน้า เขาเหลือบมามองฉันที่ไอไม่หยุด ก่อนจะโยนมันทิ้งแล้วใช้เท้าขยี้มันอย่างรุนแรง

    “ขอบคุณที่ช่วยแพรนะคะ…แต่แพรไม่รบกวนดีกว่า” ฉันพูดแล้วทำท่าจะลงจากรถ

    กึก!

    เสียงระบบล็อกรถดังขึ้นทันที

    ฉันหันไปมองเขาอย่างไม่เข้าใจ ขณะที่พี่ศิลาเปิดประตูฝั่งคนขับ ก้าวขึ้นมานั่ง ก่อนจะปิดประตูเสียงดังปัง

    “คาดเข็มขัด!” เขาหันมาสั่งด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ 

    “แล้วพรีนล่ะคะ  ทิ้งเธอมาแบบนี้ ถ้าเธอรู้แล้วจะไม่มีปัญหาเหรอ” 

    “รู้แล้วยังไง” พี่ศิลาหันมามองฉันช้า ๆ แววตาคมเต็มไปด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะสตาร์ตรถทันที 

    “คาดเข็มขัด!”

    “...” ฉันมองเขากลับและยังคงนั่งนิ่งไม่ทำตามที่เขาสั่ง พี่ศิลาหันมามองฉันช้า ๆ ดวงตาคมนิ่งจนฉันอ่านไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ 

    บรืนนน

    พี่ศิลาเหยียบเร่งเครื่องออกรถด้วยความเร็วจนหน้าฉันเกือบกระแทกกับกระจกหน้ารถ

    “โอ๊ย!” ฉันร้องออกมาแล้วรีบคว้าเอาเข็มขัดมาคาดแล้วมองค้อนเขาอย่างหงิดหงุด ไอ้คนบ้า!

    เมื่อรถจอดสนิทลง ฉันก็พบว่าเขาพาฉันมาที่คอนโดของเขา 

    “ลงไปเปลี่ยนชุดแล้วจะไปส่งกลับบ้าน” 

    “...” ฉันทำทีไม่สนใจแล้วเบือนหน้าหนีคนด้านข้าง

    “หรืออยากนั่งยั่วให้อะไร ๆ ของเธอมันโชว์ให้ฉันมองเรื่อย ๆ” ไม่พูดเปล่าพี่ศิลามองฉัน๻ั้๹แ๻่หัวจรดเท้าด้วยแววตาหยาบกระด้างอย่างไม่ปิดบัง 

    ฉันรีบยกมือขึ้นดึงเกาะอกและชายกระโปรงลงตามสัญชาตญาณ ก่อนจะรีบลงจากรถเพื่อทำตามที่เขาบอก

    หลังจากจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ตอนนี้ฉันก็อยู่ในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งของพี่ศิลา คนตัวสูงมองสำรวจชุดของฉัน ก่อนที่รอยยิ้มพึงพอใจจะปรากฏขึ้นบางเบาแล้วหายไปอย่างรวดเร็ว 

    เขาเดินนำฉันกลับลงมาที่รถอีกครั้ง ก่อนจะขับรถมาส่งจนถึงรั้วบ้านโดยไม่ปริปากพูดจาอะไรออกมาเลยแม้แต่คำเดียว 

    ทันทีที่ฉันก้าวเท้าลงจากรถ รถสปอร์ตคันหรูของเขาก็เหยียบคันเร่งทะยานออกไปในความมืดทันทีโดยไม่มีแม้แต่คำร่ำลา ฉันได้แต่นั่งมองตามท้ายรถของพี่ศิลาไปด้วยความรู้สึกสับสน

    นี่เขาเป็๞บ้าอะไรกันเนี่ย!