“สนุกมากไหม” น้ำเสียงติดประชดประชันของเขาดังขึ้นที่ข้างหู
“...” ฉันเงยหน้าสบตาเขาตรง ๆ โดยไม่คิดจะหลบสายตา พลางสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ อย่างพยายามอดกลั้น
“ลูกสาวคนดีของพ่อออกมาเที่ยว แต่งตัวเปิดบนเปิดล่างให้ผู้ชายมาลูบ ๆ คลำ ๆ แบบนี้คุณพ่อรู้รึเปล่า” คำพูดเหน็บแนมของเขาทำให้ฉันตัวแข็งทื่อ ความไม่พอใจตีขึ้นมาในอกทันที
“ชอบให้ผู้ชายเข้าใกล้ขนาดนั้นเลย?” ฉันกัดริมฝีปากแน่น จ้องใบหน้าหล่อเหลาที่บัดนี้เต็มไปด้วยความดูแคลน
“...” อดทนไว้ยัยแพร ฉันบอกกับตัวเองก่อนจะเบือนหน้าหนีและก้าวเดินต่อ
หมับ!
ข้อมือของฉันถูกมือใหญ่คว้าไว้จากด้านหลัง แรงเพียงเพียงนิดเดียวของเขาก็ทำให้ฉันเซถลาเข้าไปใกล้เขา ใบหน้าฉันัักับอกแกร่งทันที กลิ่นบุหรี่จาง ๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมและแอลกอฮอล์จากตัวเขาอบอวลอยู่รอบตัว จนฉันเผลอชะงักไปชั่วขณะ
“พี่ศิลา…ทำบ้าอะไรคะ เดี๋ยวพรีนก็เข้าใจผิดหรอกค่ะ” ฉันพูดอย่างไม่พอใจ พลางดันอกเขาออก
“อ๋อ...พูดเป็ด้วย?” เขาแค่นหัวเราะ ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเฉียดแก้มฉัน
“คุณพ่อกับแม่ของเธอรู้ไหมว่าลูกสาวแต่งตัวแบบนี้ออกมา...ยั่วผู้ชาย” เขาเน้นคำสุดท้ายช้า ๆ พร้อมกับปลายนิ้วที่ลูบผ่านหัวไหล่เปลือยของฉันอย่างจงใจ
“แล้วพี่ศิลายุ่งอะไรคะ แพรโตแล้วค่ะ” ฉันรีบปัดมือเขาออก แต่แทนที่เขาจะถอย คนตัวสูงกลับก้มหน้าลงมาใกล้กว่าเดิม ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้มจนฉันเผลอชะงัก
ครืด ครืด
เสียงโทรศัพท์ดังขัดจังหวะขึ้นมา พี่ศิลาหยิบมือถือขึ้นมาดู สีหน้าที่ตึงอยู่แล้วยิ่งดูไม่สบอารมณ์กว่าเดิม
พรีน
ชื่อบนหน้าจอทำให้เขานิ่งไปเสี้ยววินาที ก่อนจะผละออกจากฉันช้า ๆ แล้วเดินแยกออกไปกดรับสาย
“อ๋อ...ที่ไม่ยอมให้เราจีบ เพราะแอบกิ๊กกับแฟนพรีนงั้นเหรอ” ฉันสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงจากด้านหลัง ตี๋ยืนมองมาด้วยสีหน้าบูดบึ้ง
“ไม่ใช่นะ”
“แล้วเมื่อกี้คืออะไร” ฉันเม้มริมฝีปากแน่น ไม่รู้จะอธิบายยังไง เพราะต่อให้พูดออกไปก็คงไม่มีใครเชื่อ ตี๋ถอนหายใจ ก่อนจะมองหน้าฉันตรง ๆ
“ไม่เป็ไร...เราไม่ถามก็ได้” ฉันเงยหน้ามองเขาอย่างแปลกใจ
“แต่ถ้าไม่อยากให้พรีนเข้าใจผิด หรือเอาเื่นี้ไปพูดต่อ...ก็ให้โอกาสเราจีบ”
ด้วยความที่ฉันไม่อยากมีปัญหาไปมากกว่านี้ จึงได้แต่พยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ ตี๋ยิ้มกว้างอย่างดีใจ
“ไปกัน” ฉันลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมเดินตามเขากลับไปยังโต๊ะเดิม
ตี๋คว้าข้อมือฉันไว้หลวม ๆ แล้วพาเดินกลับไปยังโต๊ะเดิม ฉันอยากสะบัดออก แต่ก็ไม่อยากให้ใครมองมาด้วยความสงสัย จึงได้แต่ปล่อยให้เขาจูงไป
เมื่อกลับมาที่โต๊ะ ฉันก็พบว่าพรีนนั่งอยู่บนตักพี่ศิลา เธอซบหน้าลงกับอกเขาพลางหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี ส่วนพี่ศิลาเพียงยิ้มน้อย ๆ ปล่อยให้เธอเกาะแกะและแตะเนื้อต้องตัวตามใจ
ตี๋ดึงฉันให้นั่งลง ก่อนจะเริ่มทำตัวรุ่มร่ามไม่หยุด ทั้งโอบไหล่ แตะเอว หรือไม่ก็ยกมือขึ้นลูบเส้นผมของฉันเบา ๆ
“หรืออยากให้พรีนรู้” เขากระซิบข้างหูซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกครั้งที่ฉันส่งสายตาไม่พอใจกลับไป ในที่สุดฉันก็ทนไม่ไหว จึงอ้างว่าจะไปตามหายัยบี แล้วรีบเดินหนีออกมา
“ฉันจะกลับแล้วนะ แกจะกลับพร้อมฉันไหม”
“ฉันยังไม่อยากกลับอ่า เดี๋ยวเดินไปส่งแกขึ้นรถ” บีพูดพลางมองฉันด้วยแววตาหวานเยิ้ม
“แกไหวปะเนี่ย ไม่ไหวก็กลับก่อนก็ได้”
“ไหวสิ หนึ่งเขาดูแลฉันดีมาก” หนึ่งพยักหน้าให้ฉันช้า ๆ
เขาดูแลยัยบีดีจริง ๆ แถมยังสุภาพอีกต่างหาก เมื่อเห็นว่าเธอมีคนคอยดูแล ฉันจึงล่ำลาทั้งคู่แล้วรีบปลีกตัวออกมา
แต่ในจังหวะที่กำลังเดินแทรกผู้คนเพื่อออกจากโซน VIP ตี๋ที่ไม่รู้โผล่มาจากไหนก็เอื้อมมือมาคว้าข้อมือฉันไว้
“ปล่อย!” ฉันพูดอย่างโมโหหมดเวลาที่ฉันจะยอมให้เขาทำตัวรุ่มร่ามกับฉันอีกแล้ว พอกันที!
“อยากให้พรีนรู้เหรอ”
“แพรไม่ได้ทำอะไรแบบนั้น” เมื่อไหร่เขาจะยอมแพ้สักที ฉันเบื่อที่จะพูดกับเขาเต็มทีแล้ว
“จริงเหรอ” ตี๋พูดแล้วขยับเข้ามาใกล้ กลิ่นแอลกอฮอล์จากลมหายใจของเขาทำให้ฉันขมวดคิ้ว เขาดูเมาได้ที่แล้ว
“งั้นก็พิสูจน์สิ”
“พิสูจน์อะไร”
“พิสูจน์ว่าไม่ได้เป็อะไรกัน” พูดจบเขาก็ยกมือขึ้นแตะแก้มฉัน ก่อนจะโน้มหน้าเข้ามา
ผลั่ก
ตี๋ล้มกระเด็นไปอีกทางจนฉันต้องหันไปมอง พี่ศิลาไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหน เขาถีบตี๋จนล้มลงไปกับพื้น
“ใครวะ!” ตี๋สบถก่อนยันตัวลุกขึ้น ดวงตาแดงก่ำด้วยความโมโห
“อ้าว...ไอ้เหี้ย หวงก้างเหรอวะ” เขาหัวเราะเหี้ยม ๆ พลางชี้หน้าพี่ศิลา
“มึงจะเอาทั้งพรีนทั้งแพรเลยรึไง”
“มึงไม่ต้องเสือก” พี่ศิลาพูดด้วยใบหน้าราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความคุกรุ่น
“หวงก้างฉิบหาย ทั้งที่ตัวเองก็ควงพรีนอยู่ไม่ใช่เหรอวะ”
“ถ้ามึงยังไม่หยุดยุ่งกับเธอ...กูไม่ปล่อยมึงแน่ ”
ตี๋คำรามด้วยความโมโหแล้วพุ่งเข้าใส่ แต่พี่ศิลาไวกว่า เขายกเท้าถีบเต็มแรงจนตี๋ล้มกระแทกเข้าไปในกลุ่มผู้คน ก่อนจะคว้าข้อมือฉันแล้วดึงออกมาทันที
“โอ๊ย พี่ศิลาแพรเจ็บนะคะ” เขายืนอยู่นอกรถ สายตาคมกริบจ้องฉันนิ่ง ก่อนจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุด สูดควันเข้าปอดลึก ๆ แล้วพ่นออกมาอย่างหงุดหงิด
“ชุดแบบนี้ใส่มาให้ใครดูวะ!” เขามองฉันั้แ่หัวจรดเท้า ดวงตาของเขาไล่มองฉันั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า จนฉันเผลอยกมือขึ้นดึงชายกระโปรงลงโดยไม่รู้ตัว
“แค่ก แค่ก” ฉันไอทันทีเมื่อควันบุหรี่ลอยเข้าหน้า เขาเหลือบมามองฉันที่ไอไม่หยุด ก่อนจะโยนมันทิ้งแล้วใช้เท้าขยี้มันอย่างรุนแรง
“ขอบคุณที่ช่วยแพรนะคะ…แต่แพรไม่รบกวนดีกว่า” ฉันพูดแล้วทำท่าจะลงจากรถ
กึก!
เสียงระบบล็อกรถดังขึ้นทันที
ฉันหันไปมองเขาอย่างไม่เข้าใจ ขณะที่พี่ศิลาเปิดประตูฝั่งคนขับ ก้าวขึ้นมานั่ง ก่อนจะปิดประตูเสียงดังปัง
“คาดเข็มขัด!” เขาหันมาสั่งด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ
“แล้วพรีนล่ะคะ ทิ้งเธอมาแบบนี้ ถ้าเธอรู้แล้วจะไม่มีปัญหาเหรอ”
“รู้แล้วยังไง” พี่ศิลาหันมามองฉันช้า ๆ แววตาคมเต็มไปด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะสตาร์ตรถทันที
“คาดเข็มขัด!”
“...” ฉันมองเขากลับและยังคงนั่งนิ่งไม่ทำตามที่เขาสั่ง พี่ศิลาหันมามองฉันช้า ๆ ดวงตาคมนิ่งจนฉันอ่านไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
บรืนนน
พี่ศิลาเหยียบเร่งเครื่องออกรถด้วยความเร็วจนหน้าฉันเกือบกระแทกกับกระจกหน้ารถ
“โอ๊ย!” ฉันร้องออกมาแล้วรีบคว้าเอาเข็มขัดมาคาดแล้วมองค้อนเขาอย่างหงิดหงุด ไอ้คนบ้า!
เมื่อรถจอดสนิทลง ฉันก็พบว่าเขาพาฉันมาที่คอนโดของเขา
“ลงไปเปลี่ยนชุดแล้วจะไปส่งกลับบ้าน”
“...” ฉันทำทีไม่สนใจแล้วเบือนหน้าหนีคนด้านข้าง
“หรืออยากนั่งยั่วให้อะไร ๆ ของเธอมันโชว์ให้ฉันมองเรื่อย ๆ” ไม่พูดเปล่าพี่ศิลามองฉันั้แ่หัวจรดเท้าด้วยแววตาหยาบกระด้างอย่างไม่ปิดบัง
ฉันรีบยกมือขึ้นดึงเกาะอกและชายกระโปรงลงตามสัญชาตญาณ ก่อนจะรีบลงจากรถเพื่อทำตามที่เขาบอก
หลังจากจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ตอนนี้ฉันก็อยู่ในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งของพี่ศิลา คนตัวสูงมองสำรวจชุดของฉัน ก่อนที่รอยยิ้มพึงพอใจจะปรากฏขึ้นบางเบาแล้วหายไปอย่างรวดเร็ว
เขาเดินนำฉันกลับลงมาที่รถอีกครั้ง ก่อนจะขับรถมาส่งจนถึงรั้วบ้านโดยไม่ปริปากพูดจาอะไรออกมาเลยแม้แต่คำเดียว
ทันทีที่ฉันก้าวเท้าลงจากรถ รถสปอร์ตคันหรูของเขาก็เหยียบคันเร่งทะยานออกไปในความมืดทันทีโดยไม่มีแม้แต่คำร่ำลา ฉันได้แต่นั่งมองตามท้ายรถของพี่ศิลาไปด้วยความรู้สึกสับสน
นี่เขาเป็บ้าอะไรกันเนี่ย!