“นะ...นี่” หลิวหย่วนอ้าปากค้าง ชี้พื้นว่างเปล่าพูดแทบไม่เป็คำ
“ดูเหมือนพื้นที่ช่องมิติฉันจะขยายใหญ่ขึ้นจากการใช้พลังทำให้เมล็ดข้าวโต”
ไม่ใช่เพียงแค่ได้พลังในการทำให้พืชเติบโตในชั่วพริบตามาเพิ่ม แม้แต่ช่องมิติของหล่อนก็ขยายกลายเป็พื้นที่มิติไปแล้ว
เมื่อครู่ตอนช่องมิติกลายเป็พื้นที่ใหญ่ ไม่ใช่หล่อนไม่ดีใจ แต่ถูกโชคใหญ่ที่ได้รับมาโดยไม่ทันตั้งตัวทำให้อึ้งตะลึงไปชั่วขณะ
“ขะ...ขยายมากเท่าไหร่?”
หลิวหย่วนกลืนน้ำลายลงคอ ถามเสียงสั่น
สามารถเก็บข้าวกองโตเข้าไปในช่องมิติได้ทั้งหมด พื้นที่ที่ขยายต้องไม่ใช่น้อยๆ แน่
“สามหมี่[1]”
“ตั้งสามเมตร!”
หลิวหย่วนกุมหัวใจที่แทบจะหลุดกระเด็นออกมานอกอกไว้ เกือบเป็ลมไปด้วยความตื่นตระหนก
์ไม่ใช่แค่ใจดีส่งพวกเขาพี่น้องมาเกิดใหม่ ยังมอบนิ้วทองคำมาให้พี่สาวเขาเอาชีวิตรอดในยุคสมัยที่เสบียงขาดแคลน ซ้ำการเก็บซ่อนเสบียงยังเป็เื่สำคัญถึงชีวิตอีกด้วย
“สงบใจลงหน่อย ตอนนี้ถือว่าพวกเราไม่ต้องกลัวว่าจะอดตายแล้ว รีบพาลูกๆ ฉันกลับบ้านก่อน จะได้เก็บเกวียนเข้าพื้นที่มิติ แล้วหาทางจัดการกับลาลากเกวียนนั่นก่อนชาวบ้านจะตื่นมาพบเข้า”
เงยหน้าดูจันทร์ครึ่งเสี้ยวที่แขวนอยู่บนฟ้าบ่งบอกว่าเวลาไม่เช้าแล้ว เฉียวซีปล่อยให้ตัวเองกับน้องชายจมอยู่กับความตื่นตระหนกได้ไม่นานก็เริ่มคิดจัดการเื่ตรงหน้าให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
“เื่ลาพี่ไม่ต้องห่วง บนูเาหลังบ้านมีถ้ำมิดชิดอยู่ที่หนึ่ง ผู้เฒ่าหลิวเคยพาผมไป เ้านี่ต่างหาก…พวกเราจะจัดการกับมันยังไง”
หลิวหย่วนไม่กังวลเื่ลา แต่ลุกวิ่งย้อนกลับไปหยุดตรงหน้าร่างไร้ลมหายใจของเ้าอ้วน ค้นตัวนำกระเป๋าเงินที่มีค่าที่สุดในตัวมันออกมา แล้วออกแรงเตะระบายอารมณ์ไปหลายที
“เอามันไปทิ้งไว้ฝั่งตรงข้ามกับบ้านของพวกเรา จะได้ขู่ขวัญคน”
“ขู่ใคร?”
“เ้าน้องโง่ ถ้าไม่มีคนบ้านตงหนุนหลัง ผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างสะใภ้ใหญ่ตงจะเอาความกล้าจากไหนมาคิดขายพวกเราแม่ลูกแลกแป้งหยาบ
แค่เราเอาร่างนี้ไปทิ้งไว้ให้ไกลจากบ้าน รอคนมาเจอก็จะรู้ว่าใครหนุนหลังหล่อนอยู่ จะได้ตามไปคิดบัญชีย้อนหลังได้ถูกคน”
เฉียวซีว่าพลางเก็บร่างของเ้าอ้วนใส่ไว้ในพื้นที่มิติ
โชคดีที่ร่างไร้ลมหายใจ ไม่นับเป็สิ่งมีชีวิต หล่อนจึงสามารถเก็บมันใส่ไว้ได้
หล่อนส่องไฟฉายหาดูรอยเื ใช้เท้าเขี่ยๆ ดินกลบทั้งเืและรอยเท้าจนหมดจด แล้วหันไปจูงลาเทียมเกวียนวกกลับไปยังเส้นทางที่เพิ่งผ่านมา
แต่เพราะไม่มีความทรงจำของร่างนี้ หล่อนจึงต้องหยุดยืนรอหลิวหย่วนที่ลบรอยล้อเกวียนอยู่ด้านหลังให้เป็คนชี้ทาง
“พี่ใหญ่ฉลาดที่สุด แต่พี่ไม่มีความจำของร่างเดิมอยู่ จะไปฝั่งตรงข้ามหาทางลัดท้ายหมู่บ้านถูกเหรอ ให้ผมเอาลาไปเก็บบนูเาแล้วกลับลงมา ค่อยไปเป็เพื่อนพี่ดีกว่าไหม”
ลบรอยจนถึงถนนผ่านหน้าบ้านของพวกเขา หลิวหย่วนก็เลิกทำ
ถ้าจะเอาศพไปทิ้ง อีกเดี๋ยวพวกเขาก็ต้องย้อนกลับมาทางนี้อยู่ดี ไว้ค่อยลบรอยล้อตอนนั้นจะเร็วกว่า
“ที่บ้านต้องมีคนดูแล นายอยู่บ้านน่ะดีแล้ว แค่บอกทางมาก็พอ”
เฉียวซีไม่วางใจ ปล่อยให้สามีและลูกสาวราคาถูกทั้งสามคนนอนไม่ได้สติอยู่บ้านลำพัง
มีหลิวหย่วนอยู่ด้วย หล่อนถึงจะวางใจและไม่รู้สึกผิดต่อเ้าของร่างที่มาสวมอยู่
รับถุงใส่เงินที่หลิวหย่วนยัดใส่มือมาโยนเข้าไปเก็บในพื้นที่มิติแล้ว หล่อนก็ะโขึ้นไปบนลาเทียมเกวียนนั่งข้างๆ
หลิวหย่วนเรียนรู้วิธีบังคับลาเทียมเกวียนไม่นานก็บังคับลาให้เดินได้ตรงทาง มุ่งหน้าไปยังบ้านไม้ผุพังหลายหลังที่ตั้งอยู่ห่างกันไม่มากตรงเชิงเขา
เดิมบ้านสามหลังนี้เป็ของพรานเฒ่าหลิวและสหายนายพรานที่พลัดถิ่นมาตั้งรกรากอยู่อาศัย
แต่การล่าสัตว์ในป่าลึกนั้นไม่ง่าย
สุดท้ายสหายเ่าั้ก็พากันล้มหายตายจากไปจนหมด
ั้แ่นั้นมาก็ไม่มีชาวบ้านคนไหนกล้าย้ายมาอยู่อาศัย ด้วยตำแหน่งที่บ้านตั้งอยู่เป็เส้นทางที่สัตว์ป่ามักใช้สัญจรผ่าน ถ้าไม่ใช่คนที่ทำอาชีพพรานป่าก็ยากจะรับมือกับสัตว์เ่าั้ได้ไหว
บ้านที่มีคนอาศัยอยู่จึงห่างออกไปกว่าหนึ่งกิโลเมตร ยากที่ชาวบ้านจะได้ยินเสียงเกวียนซึ่งแล่นมาจากทางลัดหลังหมู่บ้าน มุ่งหน้ามาลักตัวคนโดยเจตนา
เมื่อครู่ตอนจัดการเ้าผอม หลิวหย่วนจึงไม่กลัวว่าเสียงจะดังจนคนได้ยินแล้วออกมาพบเห็นเข้า อย่างน้อยๆ กว่าจะเดินตามเสียงมาจนถึงที่นี่ก็ต้องใช้เวลาราวสิบนาทีเห็นจะได้
ั้แ่ฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาใหม่ มีเื่ราวเกินขึ้นมากมายจนเกินไป สองคนพี่น้องจึงพร้อมใจกันนั่งบนลาเทียมเกวียนเงียบๆ โดยไม่เปิดปากสนทนา
ต่างฝ่ายต่างพยายามให้เวลาตัวเองย่อยเื่ราวอัศจรรย์ที่ได้พบ แล้วค่อยๆ ทำใจยอมรับอย่างช้าๆ จนลาเทียมเกวียนหยุดหน้ากระท่อมไม้ผุพังไม่ทนแดดทนฝนหลังหนึ่งตรงเชิงเขา
“พี่ใหญ่”
หลิวหย่วนอ้าปากได้ก็ร้อนใจคิดจะชวนคนไปที่แปลงผักเหี่ยวๆ ขาดน้ำหลังบ้าน
ใจเขาจดจ่ออยู่กับการพิสูจน์ให้รู้ชัด ถึงข้อจำกัดพลังธาตุไม้ของพี่สาวมี แต่หล่อนห้ามไว้
“พาเด็กๆ เข้าไปข้างในก่อน แล้วเอาลาไปเก็บที่ถ้ำบนูเา หลังทำลายรอยเกวียนกับหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับพวกเราแล้ว ค่อยกลับมาทดสอบทีหลัง”
เฉียวซีเองก็ร้อนใจไม่น้อยไปกว่ากัน แต่หล่อนยังมีสติรู้จักยับยั้งชั่งใจ หยิบไฟฉายจากพื้นที่มิติ ปรับลดความสว่างส่องนำทาง เดินอ้อมไปด้านหลังเกวียนอุ้มลูกสาวคนโตวัยห้าขวบก้าวนำเข้าบ้านไป
หลิวหย่วนเห็นดังนั้นก็ไม่กล้าขัด ะโลงจากเกวียน อ้อมไปอุ้มเด็กหญิงวัยสามขวบก้าวตามหลัง
ต้องขอบคุณพลังธาตุของพวกเขาพี่น้องที่ทำให้ร่างกายฟื้นตัวจากยาสลบกลับมาเป็ปกติในเวลาอันสั้น ซ้ำยังดูจะมีเรี่ยวแรงดีกว่าคนปกติทั่วไปถึงสามเท่า แค่อุ้มเด็กตัวเบาราวปุยนุ่นจึงไม่เหลือบ่ากว่าแรงนัก
[1]米 [mǐ] 1 หมี่ เท่ากับ 1 เมตร