ครุ่นคิดได้ดังนั้นกังหลงรีบะโบอกกล่าวออกไปในทันที
"อันตราย..!! "แม่นางรีบจัดการสัตว์อสูรตัวนี้โดยเร็วมิเช่นนั้นจะย่ำแย่แน่..!!"
เมื่อได้ยินเสียงเตือนขึ้นอย่างกระทันหัน สตรีคลุมหน้าร่างบอบบางนัยย์สวยใสตากระตุกวูบ แต่ก็เป็ไปเพียงชั่วครู่ก็กลับมาสงบนิ่งดังเดิม แม้กังหลงจะมิบ่งบอกออกมา คราที่สตรีคลุมหน้าร่างบอบบางได้เห็นสัตว์อสูรัภูผาได้เริ่มกางปีกฟ้าวายุคำรณออกมา นางก็ทราบแล้วว่าอันตรายที่อาจถึงชีวิตได้บังเกิดแน่นอน หากแม้นปล่อยให้สัตว์อสูรัภูผาสำแดงพลังของปีกฟ้าวายุคำรณออกมาได้เต็มที่
สตรีคลุมหน้าร่างบอบบางตัดสินใจปลดปล่อยพลังออกมาจนถึงขีดสุดทันใดนั้นได้บังเกิดเสียงและการเปลี่ยนแปลงขึ้นกับกับสตรีคลุมหน้าร่างบอบบางเช่นกัน
"แคว่กก..!!"
"พรึ่บ...!!"
เกิดเสียงเสื้อผ้าฉีกขาดและเสียงกางปีกดังขึ้นพร้อมกับมีปีกยุทธโผล่ออกมาจากแผ่นหลังของสตรีคลุมหน้าร่างบอบบาง กังหลงเห็ฯเฃ่นนั้นลอบร้องมาเบาๆ
"โอ..ปีกยุทธ....ที่แท้นางถึงกับเป็ผู้เยี่ยมยุทธระดับปราณราชันย์..!!"
สตรีคลุมหน้าร่างบอบบางหลังจากปลดปล่อยพลังปราณออกมาจนถึงขีดสุดพร้อมทั้งแสดงปีกยุทธออกมา ความเร็วของการเคลื่อนไหวรวดเร็วขึ้นกว่าเดิมถึงสองเท่า นางตัดสินใจเสี่ยงชีวิตพุ่งโฉบร่างเข้าหาสัตว์อสูรัภูผาอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งใช้กระบี่ทิ่มแทงเข้าสู่จุดตายใต้รักแร้แดงของสัตว์อสูรัภูผาจนมิดด้าม
"ฉึก..!!"
"โฮกกกก...กรรรซ์...!!"
เสียงทิ่มแทงพร้อมทั้งเสียงร้องอย่างเ็ปของสัตว์อสูรัภูผา ดังก้องะเืไปทั่วทั้งเทือกเขา มันดิ้นรนด้วยความเ็ปพร้อมทั้งใช้พลังเฮือกสุดท้ายก่อยตายฟาดสบัดหางเข้าหาร่างมนุษย์เบื้องหน้าที่ทำร้ายมัน้าให้ตกตายไปตามกัน
"วืดดด.!!"
"ปัง..!!"
สตรีคลุมหน้าร่างบอบบางเห็นเช่นนั้นรีบเกร็งพลังปราณสร้างเป็เกราะป้องกันตัวถึงสามชั้นในพริบตาพร้อมทั้งพยายยามจะเบี่ยงตัวหลบแต่สายไปเสียแล้วหางอันใหญ่โตและทรงพลังนี้ได้ฟาดเข้าใส่ร่างบางที่ลอยตัวอยู่ตรงหน้าอย่างรวดเร็วเกินไปจนมิอาจหลีกหนีได้
จนเกิดเสียงกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวจนม่านพลังป้องกันที่นางสร้างไว้ทั้งสามชั้นแตกออกจนหมดสิ้นพร้อมกับร่างบอบบางน่าหลงไหลได้ปลิวกระเด็นลอยละลิ่วข้ามหัวกังหลงไปทางด้านหลังพุ่งอย่างรวดเร็วเข้าสู่ศิลาผาอันแข็งแกร่งดุจดาวตก กังหลงเห็นเช่นนั้นรีบเศิลาร่างเข้ารับร่างบอบบางไว้ในอ้อมแขนทันทีก่อนที่ร่างนี้จะปลิวละลิ่วไปกระแทกศิลาผาจนร่างแหลกเละไป
ในอ้อมแขนตอนนี้นอนแน่นิ่งไว้ด้วยโฉมงามพิลาสล้ำยากพรรณนาไร้ใฝฝ้าตำหนิใดๆดูจากหน้าตาอายุคงไม่เกินสิบเจ็ดปี สตรีชุดเหลืองที่ก่อนหน้านี้มีผ้าปกปิดใบหน้าเปิดั้แ่่ตาขึ้นไปก่อนหน้านั้นเห็นเพียงรูปร่างบอบบางอรชรอ้อนแอ้นทรวดทรงองค์เอวสมส่วนทรงเสน่ห์น่าหลงไหลตอนนี้ผ้าที่ใช้ปกปิดใบหน้าได้หายไปสิ้น
อาจเป็เพราะตอนโดนัภูผาตีโต้ด้วยพลังเฮือกสุดท้ายก่อนสิ้นชีพทำให้ผ้าปิดบังโฉมของนางสูญหายไปบัดนี้ที่ปรากฎแก่สวยตากังหลง เป็วงพักตร์อันงามพิลาสล้ำเหมือน์จงใจสรรสร้างทั้งหน้าผาก คิ้ว คาง จมูก ปาก สมส่วนดูสง่ามีราศรีอันสูงส่งทำให้ผู้ได้มองยากจะมีความคิดมิร้าย
ผิวพรรณลื่นละมุนขาวผ่องเป็ยองใยยิ่งกว่าหิมะสองตาหลับพริ้ม ขนตางอนงาม คิ้วโค้งเรียวงามดุจพระจันทร์เสี้ยว ริมฝีปากบางจิ้มลิ้มรูปกระจับสีชมพูระเรื่อมุมปากมีคราบโลหิตสีแดงชาดไหลหลั่งออกมาเล็กน้อยแต่ไม่ได้ลดความงามเหนือคำบรรยายของนางลงแม้แต่น้อยนิด นับเป็ยอดพธูเหนือแดนดินกระทั่งดวงดารายังหม่นแสงเมื่อเทียบกับนาง
กังหลงจ้องวงพักตร์อันงามพิลาสล้ำอย่างตะลึงตาค้างทำอะไรไม่ถูกอยู่ชั่วขนะจวบจนมีความรู้สึกว่าร่างอันนุ่มนิ่มเริ่มดิ้นรนเคลื่อนไหวเล็กน้อยจึงรีบรวบรวมสติและสำรวจอาการาเ็ของนางสตรีงามกระพริบตาเล็กน้อยสีหน้าแสดงอาการเ็ป ลืมตาขึ้นชั่วขณะพบเห็นตัวเองนอนอยู่ในอ้อมแขนของบุรุษหนุ่มรูปงามเยาว์วัยสองปรางค์มีสีแดงระเรื่อเล็กน้อยเริ่มดิ้นรนและกล่าวอย่างอิดโรยด้วยน้ำเสียงอันแ่เบา เพราะพริ้งนุ่มนวลหาใดปาน
"ท่าน".........
อ้าปากกล่าวได้แค่นั้นใบหน้าหญิงสาวเริ่มแดงขึ้นและซีดลงรู้สึกว่ามีโลหิตเอ่อขึ้นมาถึงลำคอและพุ่งออกจากปากใส่หน้าอกของบุรุษหนุ่มคำหนึ่งจนเปื้อนด้วยโลหิตแถบหนึ่งจากนั้นแล้วนางจึงสิ้นสติไปอีกครั้ง
"อา...."
กังหลงสะดุ้งและรีบสำรวมจิตอีกครั้งมองไปรอบๆเพื่อหาที่ปลอดภัย สิ่งจำเป็ที่สุดตอนนี้ต้องรีบช่วยเหลือหญิงงามก่อนสำรวจชั่วครู่พบว่าถ้ำด้านหลังนั้นน่าปลอดภัยที่สุดและใกล้สุดก่อนหน้านี้ใช้ปราณสำรวจแล้วไม่พบว่ามีสิ่งมีชีวิตใดแอบซ่อนอยู่
จึงรีบอุ้มหญิงสาวไปด้านในสุดของถ้ำ มีแท่นศิลาลักษณะกลมแบนราบเรียบรัศมีขนาดประมาณสองวาจึงใช้พลังปราณปัดเป่าทำความสะอาดแล้วรีบวางหญิงสาวในอ้อมแขนลงอย่างนุ่มนวลตรวจจับชีพจรหญิงสาวดูพบว่ามีอาการาเ็ภายในเล็กน้อย
อาการที่ทำให้สิ้นสติไปอีกครั้งเกิดจากแรงกระแทกทำให้มีความอัดอั้นของลมปราณและเืลมตีกลับหากทำการช่วยเหลือกรุยเืลมปราณให้ระบายออกไหลเวียนปลอดโปร่งขึ้นให้พักผ่อนเพียงครึ่งชั่วยามก็จะบรรเทาฟื้นคืนสติกลับมา
กังหลงทำการช่วยเหลือกรุยชีพจรตามความรู้ด้านโอสถที่รำ่เรียนมาจากบิดาจนเืลมปราณของหญิงสาวไหลเวียนปลอดโปร่ง สีหน้าหญิงสาวเริ่มหายซีดเริ่มมีสีแดงระเรื่อขึ้นจนเป็ปกติกลับเป็สีผิวเนียนขาวราวหิมะบริสุทธิ์และนำโอสถฟื้นฟูรักษาลมปราณป้อนให้หญิงสาวหนึ่งเม็ดเมื่อเห็นหญิงงามปลอดภัยไม่มีอะไรน่าเป็ห่วงแล้วมองไปรอบๆถ้ำแล้วครุ่นคิด
"ไม่นึกว่าโดนหางัภูผาฟาดด้วยพลังก่อนตายเพียงได้รับาเ็เล็กน้อยไม่ทราบว่ายามปกตินางจะเก่งกล้าปานใดให้นางพักผ่อนสักครึ่งชั่วยามอาการก็คงหายเป็ปกติตอนนี้คงต้องไปสำรวจด้านนอกก่อนเผื่อมีสัตว์อสูรระดับสูงกว่าัภูผามาเพ่นพ่านเข้ามาเสียงอึกทุกครึกโครมขนาดนั้น อาจเรียกผู้ที่เก่งกล้ายิ่งกว่ามาได้แม้จะมีโอกาสเพียงน้อยนิดแต่ไม่ควรประมาทสมควรออกไปหาวิธีป้องกัน
และที่สำคัญร่างัภูผาสัตว์อสูรระดับสองเทียบเท่าผู้ฝึกยุทธระดับราชันย์ใช่จะหาได้ง่าย ทุกส่วนในร่างล้วนมีค่ามีประโยชน์ทั้งสิ้นและที่สำคัญที่สุดคือเม็ดพลังธาตุสายฟ้าวายุ หายากยิ่งและสูญสลายไปเองภายในไม่เกินหนึ่งชั่วยามหากเ้าของสิ้นชีพไปถ้าไม่รีบนำออกมาใช้หรือมีใครได้ไปก่อนน่าเสียดายแย่"
คิดดังนั้นกังหลงรีบทะยานออกไปยังนอกถ้ำมุ่งตรงยังตำแหน่งที่มีการต่อสู้ก่อนหน้านี้ ยามเมื่อไปถึง ก็โล่งอก ด้านนอกไม่มีสิ่งใดมาแผ้วพาน กังหลงย่อมคิดไม่ถึงหรอกว่าด้วยระดับพลังการโจมตีของยอดยุทธระดับระชันย์และสุ้มเสียงแผดร้องกัมปนาทอย่างกึกก้องปานนั้น
จะมีใครหรือสัตว์อสูรตนใดกล้าเข้ามาข้องเกี่ยว เพื่อหาเื่ใส่ตัวผู้มีพลังกล้าแข็งกว่าหากยังไม่กล้าแข็งถึงระดับเหยียดมองคนอื่นว่าไร้ค่าย่อมไม่กล้ามาข้องเกี่ยวแน่นอนส่วนผู้ที่มีพลังต่ำกว่าไม่ต้องพูดถึงต่างพากันหลบหนีซ่อนตัวอยู่อย่างตัวสั่นงันงกเป็แน่แท้