เสิ่นเปาหลิวถอนหายใจผู่หยงดึงมือเปาหลิวให้ขึ้นไปนั่งบนเกี้ยว ซีหยินมองตามร่างอ้อนแอ้นของเปาหลิวไม่วางตา
เปาหลิวขึ้นไปนั่งบนเกี้ยวบีบมือไปมา อากาศค่อนข้างหนาว พรุ่งนี้เช้าจึงได้กลับ ห้องที่ล็อกจากด้านในคงพอให้ป้าเหยาคิดว่าเปาหลิวอยู่ในนั้นทั้งคืน พรุ่งนี้จะต้องรีบกลับั้แ่รุ่งสาง กันความสังสัย
เกี้ยวถูกหามลัดเลาะ ผ่านบ้านเรือนออกไปนอกย่านบ้านเรือนจนกระทั่งไปถึงสองข้างทางที่เป็ป่ารก เปาหลิวบีบมือของตัวเองที่เย็นเฉียบ บางคราความคิดก็สับสนอยากจะเลิกเสียกลางคันบอกให้เกี้ยวหันหลังกลับบางครั้งก็คิดว่ายอมๆ ไปเสียพรุ่งนี้จึงจะมีทอง มาใช้หนี้ทั้งยังเหลือทำทุนได้อีกไม่น้อย พอเลี้ยงคนบ้านเสิ่นที่ตั้งใจอยู่ช่วยกันบางส่วน คิดไปก็ยิ้มไป ก่อนที่จะเห็นแสงไฟท่ามกลางดงไผ่หนาทึบมีบ้านหลังใหญ่ซุกซ่อนอยู่ในนั้นหากมองเผินๆ คงไม่เห็นแต่เมื่อเกี้ยวหยุดลงจึงรู้ว่าบ้านหลังนี้ ใหญ่โตเพียงใด
“คุณหนูพรุ่งนี้่ปลายๆ ของยามอิ๋น (03.00.04.59) เกี้ยวจะมารอรับ”คนหามเกี้ยวเอ่ยปากด้วยความนอบน้อม
เสิ่นเปาหลิวหยิบก้อนเงินส่งให้คนหามเกี้ยว แล้วยืนนิ่งไม่ไหวติง
“คุณหนูรีบเข้าไปเถิดข้างนอกหมาป่าและงูพิษมีมากมาย ในบ้านก็อุ่นใจกว่า คุณหนูอย่ายืนนาน”
คนหามเกี้ยวเหมือนจะหวังดี
แต่ยามนี้ใจของเสิ่นเปาหลิวเต้นไม่เป็จังหวะ มือเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง ข้างในนั้นจะพบเจอกับสิ่งใดบ้าง หากเลือกได้ ยอมถูกงูพิษฉกกัดหรือหมาป่าฉีกทึ้งเนื้อหนังยังดีเสียกว่า
“เข้ามา”
เสียงทุ้มที่ทำเอาเปาหลิวใจชื้นขึ้นมาบางอย่างน้อยก็ไม่แก่ชรา
ค่อยๆ เดินเข้าไปในบ้าน ที่ประตูเปิดอ้าออกแสงไฟสีเหลืองจากเปลวไฟ รอบกายทำให้ใจสั่นไม่น้อย
“อุ๊ป”
อกอูมกับเอวคอดกิ่วถูกรวบไว้ทันทีก่อนที่ จะถูกปิดตาด้วยผ้าสีดำ ผูกไว้ที่ด้านหลังศีรษะแน่น
“ใต้เท้าฮง ทำไมต้องปิดตาด้วย”
ถามเสียงสั่น กลิ่นกายหอมประหลาดชวนให้ตื่นกลัวคุณหนูบ้านเสิ่น เสิ่นเปาหลิวงดงามยิ่งทว่าหยิ่งผยองบัดนี้ตกอับไร้คนเหลียวแลบิดาหนีหนี้หอบเงินหนีหายไม่สนใจหนี้สินที่ค้างคา ปล่อยลูกสาวไว้ในบ้านเพียงลำพัง
ทิ้งให้เ้าหนี้ตามล้างตามเช็ดไม่เลิก
"จะจ่ายหรือไม่บิดาเ้าหนีไปแล้วมีไม่มีก็ควรจะพูดมา" เปาหลิวหยิบเอาถุงทองห่อสุดท้ายส่งให้เ้าหนี้ที่ยิ้มด้วยความพึงพอใจ
เปาหลิวถอนหายใจ เหลือเ้าหนี้อีกหลายราย บัดนี้กับโดนขู่ บิดาใจไม่สู้ถูกเ้าหนี้ตามราวีทิ้งลูกสาวคนเดียวไว้หนีไปกับอนุแสนสวย ชีวิตคนบ้านเสิ่น70ชีวิตอยู่ภายใต้การดูแลของเปาหลิว
"คุณหนู ต้องแยกย้ายกันแล้วจะเลี้ยงดูอย่างไรไหว หลายปากหลายคนล้วนลำบาก"แม่นม เอ่ยปากด้วยจำใจ
"ข้าไม่อาจทิ้งใครไว้เื้ั"
"จะพลิกฟื้นตระกูลเสิ่นจะต้องใช้เงินไม่น้อยคุณหนูเองเพิ่ง18จะดูแลได้อย่างไร"
"ขอข้าคิดดูก่อน หากจะต้องแยกย้ายป้าเหยา เปาหลิวจะอยู่ที่ไหนได้บ้านนี้เป็ บ้านเก่าของท่านแม่ ท่านพ่อเปลี่ยนป้ายเป็ตระกูลเสิ่นข้าไม่อยากเสียมันไป"
"คุณหนูแล้วแล้วเื่ที่ใต้เท้าตู้ ยอมช่วย แต่ให้คุณหนูเข้าไปอยู่ในบ้านตู้ในฐานะฮูหยินสี่เล่าเ้าคะ"เปาหลิวหน้าเสีย
“ป้าขา เปาหลิวจะต้องเอาตัวเข้าแลกป้าอยากให้เป็อย่างนั้นหรือ”
“โถ่คุณหนูไม่เ้าค่ะ คุณหนูของนมจะต้องพบเจอคนที่ดีที่ดูแลปกป้องคุณหนูได้ ลูกขุนนางหรือยิ่งไปกว่านั้นต้องเป็องค์ชายสักคนดีไหม”
เปาหลิวยิ้มในเวลาแบบนี้ อย่างน้อยก็มีป้าเหยาที่พูดเื่ที่เป็ไปไม่ได้ให้ได้ยิ้ม
“แล้วไท่จือกับฝ่าาไม่มาด้วยหรือคะป้า”
ป้าเหยาโอบกอดร่างเล็กของเปาหลิวไว้ยิ้มๆ
“ฝ่าา แก่หงำเหงือกส่วนไท่จืออะไรนั่นก็มีเมียั้แ่12ปี แล้วยังมีหลายเมียคุณหนูของป้าจะต้อง เป็หนึ่งเดียวของคนที่รักเดียวหนึ่งใจ”
หอโคมแดง
“คุณชายฟ่าน เชิญเลยคร้า วันนี้มีใหม่ๆ มากมายทีเดียวให้เลือกสรร”
ร่างสูงเกินบุรุษทั่วไปกับอาภรณ์สีขาวขลิบฟ้าสว่างสะกดทุกสายตา พู่สีฟ้าห้อยลงมาบ่งบอกฐานะที่ไม่ธรรมดาชัดเจน
“เฒ่าแก่เนี๊ยข้ามีเื่รบกวน”
“เ้าค่ะ อุ๊ยอย่าบอกนะว่าวันนี้อยากได้กลับไปที่บ้าน เด็กๆ ใหม่ๆ มาให้เลือกนิสัยเรียบร้อยอ่อนหวาน คุณชายไม่รับไปเลี้ยงดูสักคนหรือไร”ฟ่านหงเหวินทำสีหน้าเฉยชา
“ไม่” เฒ่าแก่เนี๊ยยิ้มแหย๋ๆ
“เชิญทางนี้เลยค่ะ”
จะเอื้อมมือดึงแขนแต่กลับพบสายตาตำหนิของคนถือตัว เฒ่าแก่เนี๋ยที่เพิ่งจะผ่านวัยสาวไปไม่กี่ปีก็หดมือเสีย คุณชายฟ่านผู้หยิ่งทะนงจะยิ้มหัวก็ไม่ มาที่นี่เพื่อหาความสำราญกับเรือนร่างหญิงงามที่พิสุทธิ์ผุดผ่องไม่นิยมกินของเหลือเดนของใคร
“เชิญคุณชาย ซีหยิน เตรียมชงชา”
ดวงตาเศร้าเงยขึ้นช้าๆ มองไปยังร่างสูงที่ เคยเห็นแทบจะทุกวันแต่ไม่เคยได้เข้าใกล้ด้วยมิใช่หญิงพิสุทธิ์อย่างที่ คุณชายฟ่าน้า
หลุบตามองพื้นก้าวเดินผ่านร่างสูงที่คว้าข้อมือบางไว้
“เดี๋ยว”หัวใจบางๆ รู้สึกพองโต
“ข้าขอเปลี่ยนเป็สุราอุ่น”
ดวงตางอนงามเหลือบตาขึ้นมองใบหน้าหล่อเแต่เพียงครู่เดียวก็ก้มหน้าดังเดิม
“ได้หยินไหมเล่าซีหยิน คุณชายอยากได้สุราอุ่นเ้าไปที่หอบ่มสุราให้เขายกสุราที่เพิ่งกลั่นเสร็จอุ่นๆ มาที่นี่”
ชีหยิน ย่อกายก้าวเดินไป ฟ่านหงเหวินมองตามร่างอ้อนแอ้นอ่อนหวานนั้นจนลับตา
“นางน่าสงสารเ้าค่ะถูกขายั้แ่สิบสี่ ป่านนี้ยังไถ่ตัวเองไม่หมด ความจริงซีหยินนาง้าออกไปทำการค้าเล็กๆ เลี้ยงตัว”ฟ่านหงเหวิน ทำหูทวนลมเสีย
“เชิญคุณชาย”
นั่งลงบนพื้นที่จัดไว้ ด้านหน้าเป็โต๊ะตัวเตี้ย ชีหยินยกจอกสุรามาวางลงข้างๆ คุกเข่ารินสุราให้อย่างเบามือ
หงเหวินเอื้อมมือหยิบจอกชาแต่ ชีหยินกลับคว้ามมัน มาเป่าไล่ลมร้อน ริมฝีปากสีแดงเผยอออกช้าๆ เพื่อไล่ลมร้อน หงเหวินมองริมฝีปากแดงนิ่ง ยื่นจอกสุราตรงหน้า
“เชิญคุณชายเมื่อครู่ มันร้อนไปซีหยินจึงกลัวว่าจะลวกปากคุณชาย”
เอ่ยปากยาวๆ หงเหวินแค่เพียงรับมันมากระดกลงคอไม่เอ่ยคำใด
“ คุณชายมีเื่ใดให้ ผู่หยงรับใช้”
ซีหยิน รินสุราลงจอกทำทีไม่สนใจบทสนทนา
“ข้า้าหญิงพิสุทธิ์นางหนึ่ง”
“มาถูกที่แล้วค่ะคุณชายว่าแต่เป็หญิงงามคนใหม่คนใดเ้าคะ”
“เสิ่นเปาหลิว”
ผู่หยงยิ้มด้วยจริตทั้งๆ ที่รู้ว่ามันยากแต่ก็ต้องฝืนยิ้ม
“คุณหนูเสิ่น ผู้นั้นนางยโสเกินใคร”
“ข้าให้ทองสามพันชั่งกับเ้า กับนางห้าพันชั่งเพื่อการนี้”
ข้อเสนอที่หอมหวานผู่หยงในที่สุดก็ยังยิ้ม แต่รู้ดีว่ายากเพียงใด
“เอ่อ ข้าน้อยสงสัยว่าทำไมจึงต้องเป็คุณหนูเสิ่น”
“นางเคยดูถูกข้า ข้าก็แค่อยากจะอยู่เหนือนางสักครั้ง”
หงเหวินจำได้ดียามที่นางปฏิเสธที่จะแต่งกับเขา
“คุณชายช่างมีอารมณ์ขันอยู่เหนือนางด้วยอยู่บนตัวนางด้วย ฮ่าาาาผู่หยงจะรีบจัดการโดยเร็วแต่ไม่รับรองเพราะคุณหนูเสิ่น ใครๆ ต่างรู้ดีว่านางไม่มีทางเอาตัวเข้าแลก”
หงเหวินยิ้มเขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้นางหมดหนทางดิ้นรนจนสุดท้ายก็ต้องยอมทอดกาย
“วันนี้ให้นางอยู่กับข้า”
ชี้มือไปยังซีหยิน ที่นั่งห่างออกไป
ผู่หยงยิ้มมุมปาก ซีหยินน่าเอ็นดูอ่อนหวานอีกทั้งลีลาไม่เบา หากหงเหวินได้หลับนอนกับซีหยินเกรงว่าต่อไปคงต้องเรียกหานางประจำเมื่อนั้นเงินทองจากหงเหวินก็ไหลเข้ามายัง หอท้อแดงอยู่ร่ำไป ผู่หยงออกไปแล้ว
หงเหวินกวักมือเรียกซีหยินให้เข้ามาหาเขาก่อนที่จะรั้งร่างบาง กดริมฝีปากกับปากบางอย่างเร่าร้อนรุนแรง ปลดอาภรณ์บางเบาออกเสียหมด ผลักร่างเล็กลงบนพื้นไม่สนใจแท่นนอนที่อยู่ไม่ห่างออกไป มืออุ่นสอดล้วงเข้าไปในกลีบบุปผาแห้งผากกรีดนิ้วลงไปรอบๆ จนฉ่ำเยิ้มก่อนจะกดเอวหนาลงไปเน้นๆ ซีหยินสะดุ้งสุดตัว เผลอส่งเสียงร้องคราง หงเหวินกดริมฝีปากปิดปากบางเสียขยับบั้นเอว รุนแรงหนักหน่วงถอนริมฝีปาก แต่บั้นเอวขยับโยกย้าย จ้องมองนัยย์ตาเศร้าของซีหยิน ก้มลงบดริมฝีปากอีกครั้งซีหนยินส่งเสียงร้องครางหวานแว่วก่อนที่์จะลอยเด่นเบื้องหน้า ถอนริมฝีปากและบั้นเอวออกเสียพร้อมกัน ซีหยินก้มลงใช้ริมฝีปากทำความสะอาดให้กับ หงเหวินจนไม่เหลือหยาดน้ำสีขุ่น
“พรุ่งนี้ ไปหาข้าที่บ้านฟ่าน ข้า้าเ้า”น้ำเสียงยังเรียบเฉย
โยนถุงเงินลงตรงหน้าซีหยิน กดริมฝีปากกับปากบางอีกครั้งซีหยินจัดแจงอาภรณ์ให้กับหงเหวินย่อกายอ่อนหวานคว้าเอาถุงเงิน มากำไว้
“ถูกใจข้าจริงๆ ”
ซีหยินหันหลังกลับ หงเหวินกับดึงร่างบางมากดริมฝีปากอีกครั้งปลดอาภรณ์ออกอีกหน ผลักร่างเล็กลงบนพื้น แข็งกดเอวหนาขย่มเขย่าเหมือนไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ซีหยินกอดรัดเล็บคมจิกลงบนแผ่นหลัง ส่งเสียงร้องครางหวานแว่วเหมือนเคย ก่อนที่หงเหวินจะถึง์อีกครั้งติดๆ กัน
“วันนี้ข้า เร่งรีบพรุ่งนี้จึงมีเวลามากพอ”
ซีหยินก้มหน้าเขินอาย จริตจะก้านราวกับไม่เคยต้องมือชายมาก่อน หงเหวินอยากจะรั้งร่างบางมากดริมฝีปากอีกครั้งหากไม่ติดที่นางกำลังใช้ลิ้นอยู่
ใบหน้าเรียบเฉยยกยิ้ม หงเหวินผู้ซึ่งไม่เคยขาดเื่บนแท่นนอนแม้แต่คืนเดียวแต่กระนั้นก็ไม่มีฮูหยินเพราะเขาเข็ดกับคำปฏิเสธของเสิ่นเปาหลิว
ในครั้งนี้ซีหยินหอมหวานถูกใจเขายิ่งนักพรุ่งนี้จึงตั้งใจเสพสมบนเรือนร่างของนางเสียให้พอ เผื่อว่าอีกสองสามวันจะได้ลิ้มรสสวาทของคุณหนูบ้านเสิ่นที่งดงามและหยิ่งทะนงคนนั้น
บ้านเสิ่น
“คุณหนูเ้าขา บ้านหลังนี้คงต้องหลุดมือแน่แล้ว เงินหมื่นตำลึงจะหามาจากที่ไหนกัน”
“มีเวลาอีกกี่วันป้าเหยา”
“ท่านกวงบอกว่าอีกสามวันหลังจากนี้หากยังไม่นำเงินไปที่บ้านกวงเราต้องขนของออกจากบ้านเสิ่นทันที”
เปาหลิวยิ้มเศร้าๆ บ้านของมารดาบ้านที่มีไออุ่นของมารดาจะปล่อยให้หลุดมือได้อย่างไร
“ข้าจะหาทางนำเงินไปคืน ท่านลุงกวงหากไม่สามารถหาเงินได้ทันเปาหลิวจะลงทุนขอร้องลุงกวงดูสักครั้ง
ป้าเหยา พยักหน้าขึ้นลงยิ้มให้กำลังใจ
ในขณะเดียวกัน
“กดดันนางให้ถึงที่สุด อย่าได้เห็นแก่อะไรทั้งนั้น ทำอย่างไรก็ได้ให้นางอับจนหนทาง”
ร่างสูงของฟ่านหงเหวิน ยืนเหม่อมองออกนอกหน้าต่างแต่เอ่ยคำพูดเฉียบขาดจนท่านกวงจำต้องยอมจำนน
“ขอรับคุณชาย”
ตอบรับง่ายดายราวกับว่าหงเหวินคือคนที่ต้องย่ำเกรงกว่าบิดามารดาเสียอีก
“ท่านช่วยข้า ในครั้งนี้ การซื้อขายระหว่างเราเป็ท่านที่ข้ายอมให้ผูกขาดการขายชาดีของแคว้นฉีที่บ้านฟ่านขนเข้ามาที่นี่ทั้งหมด”
ท่านเกายิ้ม ประสานมือตรงหน้า
“ขอบคุณคุณชายอย่างยิ่งข้าน้อยยินดีรับใช้”
หงเหวินเอามือไพล่หลังเดินจากไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย คุ้นเคยกับการที่เป็ผู้กุมอำนาจทั้งปวง
บ้านเสิ่น
“คุณหนูเ้าขา หญิงนางหนึ่งท่าที แปลกประหลาดราวกับคนในหอคณิกามาขอพบคุณหนูเ้าค่ะ”
เปาหลิวลุกขึ้น ก้าวเดินยังห้องรับรองแขก
“คุณหนูเสิ่น”
ผู่หยงกล่าวทักทาย อดชื่นชมใบหน้าที่แสนจะงดงามแล้วเรือนร่างยังงดงาม ไม่แพ้กัน อกอูมอวบอิ่มดันผ้าแพรบางเบาออกมาเสียแทบจะล้นทะลัก ไล่มาถึง่เอวกลับคอดกิ่ว สะโพกที่ก้มกลึง จนหญิงที่พบเห็นหญิงงามมากเช่นผู่หยงอดที่จะกลืนน้ำลายลงคอเสียไม่ได้
“ท่านน้ามีเื่ใดกัน”
“คุณหนูอยากได้ทองสี่พันชั่งหรือไม่”ไม่อ้อมค้อม
“ท่านน้าหมายความว่าอย่างไร”
“ครั้งเดียว คืนเดียว พอเช้าก็รับทองสี่พันชั่งไปสบายๆ ไม่มีผูกมัดไม่มีเงื่อนไขอื่นใด มีใต้เท้าท่านหนึ่ง้าตัวคุณหนู อยากเป็คนแรกของคุณหนู ..แค่ครั้งแรกครั้งเดียวเท่านั้น”
เสิ่นเปาหลิวเืขึ้นหน้า
“ท่านน้าท่านกลับไปเสีย ข้าไม่ขายตัว”
“โธ่คุณหนูงานง่ายดาย ได้ทองถึงสี่พันชั่งแค่นอนนิ่งๆ รอนับทองในหีบ”ยังยิ้ม ไม่ได่มีท่าที ตื่นกลัวกับโทสะของเปาหลิว
“คุณหนูบอกให้เ้ากลับไป”
ป้าเหยาเอ่ยปากเสียงเข้ม ผู่หยงส่ายหน้าไปมา
“ข้าอยู่ที่ หอท้อแดงหากเปลี่ยนใจภายในสามวันนี้”
เสิ่นเปาหลิวหลับตาลงช้าๆ เ็ปในใจ บิดาทำให้เปาหลิวไม่เหลือแม้กระทั่งศักดิ์ศรี
ลุงกวงยิ้ม บางๆ
“คุณหนูความจริงลุงก็อยากจะช่วย แต่ทว่าบิดาของคุณหนูติดหนี้แรมปีอ้างว่า นำเงินมาฟื้นฟูกิจการแต่กลับเอาเงินที่ยืมมาได้ไปเข้าบ่อนเสียสิ้น หนี้ของลุงจึงเป็หนี้สูญ บ้านหลังนี้มีคนอยากได้ ขายทอดตลาดเป็เงินไม่มากแต่ก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลยลุงยอมขาดทุนให้ได้หนี้ที่ค้างกลับคืนมาบ้างก็พอ”
ลุงกวงแวะมาถึงบ้านในทันทีที่ผ่านไป3วัน
เปาหลิวยิ้มเศร้าๆ
“ไม่อาจผัดผ่อนได้เลยหรือไรท่านลุง ข้าสัญญาจะหาเงินมาจนครบในเวลาไม่นาน
”
“คุณหนูเ้าหนี้ของลุงก็เร่งรัดมา ยิ่งบิดาของคุณหนูหนีไปแบบนี้เ้าหนี้ก็ยิ่งร้อนใจ เอาแบบนี้ดีไหม ให้ลุงเอาไปขายเสียก่อนพอคุณหนูหาเงินได้ก็ค่อยไปซื้อคืน” รอยยิ้มยังเศร้าเหมือนเดิมไม่อาจแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ทำได้เพียงยิ้มรับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
“ข้าจะขนของออกไปแล้ว ลุงกวงให้เวลาข้าอีกหนึ่งวัน”
“เฮ้อ เห็นแก่ว่าคุณหนูมีความมุ่งมั่นลุงให้เวลาหนึ่งวัน แล้วจะแวะมาอีกที”
ลุงกวงกลับไปแล้ว เปาหลิวนั่งนิ่งไม่ขยับกาย
“พวกเราไม่อยากย้ายออกไปคุณหนูเราขออยู่ที่นี่รับใช้คุณหนูไม่รับเงินก็ได้เราจะช่วยคุณหนูฟื้นฟูบ้านเสิ่นให้รุ่งเรือง”เสียงสวาใช้และบ่าวเดิมในบ้านต่างส่งเสียงร้องขอไม่อยากจากบ้านเสิ่นไป
“แต่ ไม่มีบ้านเสิ่นแล้ว ลุงกวงกำลังจะขายบ้านหลังนี้”
“คุณหนูเ้าขาพวกเราไม่มีทางไป เราอยู่ที่นี่มาั้แ่นายหญิงยังไม่ตายผูกพันกับบานหลังนี้ไม่น้อยคุณหนูหาทางคุยกับลุงกวงอักครั้งดีไหม”
เหล่าคนรับใช้ในบ้านเสิ่นต่างคุกเข่าอ้อนวอนมีเพียงป้าเหยาเท่านั้นเข้าใจว่า เป็ไปไม่ได้ เปาหลิวถอนหายใจยาว
แพรสีดำปกคลุมท้องฟ้าจนมืดสนิท
สวมเลื้อคลุมสีดำสนิทเช่นเดียวกับท้องฟ้าในคืนนี้ เร้นกายออกจากบ้านเสิ่นไปในทันที
“โอะๆๆๆ คุณหนูเสิ่น ขอบคุณที่มาเ้าค่ะ”
ผู่หยงดีดลูกคิดรางแก้วสามพันหักเอาจากของเปาหลิวอีกหนึ่งพันชั่งเป็สี่พันชั่ง ช่างง่ายดายหอมหวานเสียจริง
“ เชิญเ้าค่ะเชิญเลย ข้าจะแต่งตัวให้เสียใหม่”
“ไม่ข้าอยากจะไปแบบนี้ รีบไปจะได้รีบกลับ รับทองสี่พันชั่งเหมือนที่ท่านน้าบอก”
“โอ้ได้เลยคร้าาาา ใต้เท้าฮงรอที่บ้านพักนอกเขตวังหลวงข้าจะส่งเกี้ยวพาคุณหนูไปเอง”
“ข้าต้องทำอะไรบ้าง”ผู่หยงยิ้มจีบปากจีบคอพูด
“ไม่ต้องทำอะไรแค่ยอมตามใจใต้เท้าฮงก็แค่นั้น ยอมให้ใต้เท้าฮงเป็นายเสียหนึ่งคืน”
“ใต้เท้าฮงทำไมข้าไม่รู้จัก”ขมวดคิ้วเรียงเป็เส้นสวย เข้าหากัน
“คุณหนูเ้าขาใต้เท้าฮงผู้นี้เป็พ่อค้ารอนแรมมาจากแคว้นฉีอันไกลโพ้น มาแล้วก็ไป รับรองเื่ที่คุณหนูเป็ของเขา คนแคว้นฉินไม่มีใครรู้แน่” เปาหลิวหลุบตามองพื้นเสีย
“เอาน่าคุณหนูงานนี้ ข้าน้อยรับประกันว่าคุ้มจริงๆ "
เปาหลิวได้ยินเสียงกลืนน้ำลายลงคอของอีกคน
“ข้าร่วมรักกับหญิงใดไม่เคยเปิดเผยใบหน้า”
ซ้อนร่างเล็กไว้ในอ้อมแขนพาเดินไปยังแท่นนอน ก่อนจะผูกแขนสองข้างติดกับแท่นนอน เปาหลิวตื่นใอย่างที่สุด
“ใต้เท้า ปล่อยข้าเถอะ ข้ากลัวแล้วข้าไม่อยากได้แล้วทองคำของท่าน” หงเหวินยกยิ้มบนใบหน้า
ทิ้งตัวลงทาบทับร่างเล็กไว้ทั้งตัว มืออุ่นปลดแกะอาภรณ์ออกจนไม่เหลือติดกายแม้แต่ชิ้นเดียว คนที่เคยผ่านหญิงงามมาไม่น้อยเช่นขากลับรู้สึกประหม่า ใจสั่นระรัวเมื่อมองร่างเปลือยขาวผ่องเมื่อต้องแสงไฟสลัว อกอูมอวบอิ่มตั้งเด่นชูชันหงเหวินไม่พูดพล่ามทำเพลงฝังจมูกโด่งลงบนอกนุ่มหอมหวานจนอยากจะกลืนกิน ขบกัดเม็ดบัวที่ยอดอกสีชมพู เปาหลิวบิดตัวหลบหลีกแต่ไม่อาจหนี ลิ้นอุ่นลิ้มรสั้แ่เม็ดบัวเแข็ง ริมฝีปากขยำดูดกลืนความหอมหวานของอกอูมไล่ลงมาที่หน้าท้องเนียน มือเรียวลูบต่ำลงไปที่กลีบบุปผาแห้งผากใช้นิ้วนำทางก่อนจะ ใช้ลิ้นตวัดวนรอบๆ คอยสังเกตอาการของเปาหลิว
ที่พยายามบิดตัว ยิ่งนางดิ้นรนเขายิ่งกระสัน เปาหลิวหนีบขาไว้ทว่าอีกคนกับถ่างมันออกซ้ำแล้วซ้ำเล่า บัดนี้เปาหลิวไร้เรี่ยวแรงจะต่อกรเพื่อที่จะซุกหน้าลงไปให้ลิ้นอุ่นได้ช่วยกระตุ้นให้บุปผา ได้ปล่อยน้ำหวานฉ่ำเยิ้มออกมา เตรียมความพร้อม
“ใต้เท้าได้โปรด อย่าทำบะบะแบบนี้”
หงเหวินปลดสายรัดเอวออกค่อยๆ กดเอวลงไปช้าๆ เปาหลิวกรีดร้องด้วยความเ็ป หงเหวินกับใช้มือสองข้างดันขาเนียนให้แยกออกจากกันกดบั้นเอวลงไปเบาๆ กลัวว่าอีกคนจะเ็ปมากไปกว่านี้เพราะรู้สึกถึงความคับแน่นจนเขาแทบสะกดใจไม่ไหวแทบจะเปล่งเสียงร้องครางออกมา
“ในที่สุดข้าก็เป็คนแรกของเ้า”
กดริมฝีปากกับปากบางที่ อ้าปากออกเหมือนคนที่กำลังเหนื่อยหอบ
“ปล่อย ปล่อย ปล่อยข้าไปเถิด ข้าไม่ไหวแล้วใต้เท้าได้โปรด ยะยะ อย่าาาา”
ไม่ทันแล้ว หงเหวินรู้สึกตัวไม่อาจสะกดกลั้นความเสียวซ่านได้อีกต่อไป ปล่อยให้ทุกอย่างไหลไปตามทางของมันขยับกายเร่งเร่าจังหวะรัวเร็ว
น้ำตาอุ่นไหลรินที่ดวงตาสองข้างเสียงครางดังลั่นป่า ทั้งเ็ปและสุขสม เปาหลิวแทบจะหยุดหายใจ แต่หาใช่แค่นั้น ร่างเล็กถูกพลิกคว่ำหงายเปลี่ยนท่าไม่ซ้ำกัน หงเหวินตักตวงความหฤหรรษ์จากเรือนร่างงดงามของเปาหลิว ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เปาหลิวยังคงส่งเสียงร้องครางด้วยความเ็ปและเสียวซ่าน อยากให้ คืนนี้ผ่านไปเสียทีแต่เหมือนช่างนานเหลือเกิน ไม่รู้กี่ชั่วยามที่ถูดตักตวงรสสวาทไม่สร่างซา น้ำตาเหือดแห้งดวงตาหลับพลิ้ม หงเหวินแกะผ้าผูกตา มองใบหน้างดงามที่หลับตาพลิ้ม ใบหน้าที่แสดงความเหนื่อยล้าจากศึกครั้งใหญ่นี้
“แม้ยามหลับยังงดงามเพียงนี้”
ปลด เอาเชือกที่รัดข้อมือออกปรากฏรอยแดงช้ำเขาให้ขี้ผึ้งถูวนไปมาให้ก่อนจะเอนกายลงนอนข้างๆ กอดรัดเปาหลิวไว้แน่น
“ข้าไม่ปล่อยเ้าไปแน่ เ้าทำข้าติดใจเสียแล้ว”
หงเหวินปกติจะเพียงแค่คนละคืน คืนละครั้ง แล้วจ่ายเงิน แต่กับเปาหลิวทำไมเขารู้สึกหวงแหนรู้สึกว่านางคือของของเขาไม่อาจปล่อยให้นางเป็ของคนอื่นหรือไกลจากสายตาเขา หวังจะกักขังนางไว้ที่นี่จนกว่าจะหนำใจ
เปาหลิว ขยับกายช้าๆ ปวดระบมไปหมดทั้งตัวดังถูกใครทุบมา ลืมตามองคนตรงหน้าภาพที่เห็นคือใบหน้าหล่อเหลาของหงเหวินที่เปลือยเปล่ากอดก่ายเปาหลิวไว้เปาหลิวกัดฟันจนเป็สันนูน คุณชายมากรักฟ่านหงเหวิน
คุณชายที่น่าเดียดฉันท์ครั้งหนึ่งเคยมาสู่ขอเปาหลิวแต่กลับถูกเปาหลิวพูดจากเหน็บแนมว่า ชาตินี้ไม่มีทางแต่งกับเขาไม่มีทางเป็ของเขา เมื่อคืนเป็เขาไม่ผิดแน่โทสะพลุ่งพล่านเมื่อคิดว่าเขาผูกตาเขาจงใจใช้ชื่อใต้เท้าฮง เขาตั้งใจที่จะเหยียบย่ำเปาหลิวในยามที่ไม่อาจหันหน้าไปพึ่งใคร เป็เปาหลิวที่ปล่อยตัว เคลิ้บเคลิ้มไปกับรสสวาทของ..ของ..คุณชายมากรักผู้นี้ช่างน่าอายยิ่งนัก เปาหลิวหลับตาไล่หยาดน้ำตาผุดลุกขึ้นจากแท่นนอนอุ่นจากอ้อมแขนอบอุ่น คว้าอาภรณ์มาสวม หงเหวินพลิกตัวไขว่คว้าร่างเปลือยข้างๆ เขา แต่พบเพียงความว่างเปลาลุกขึ้นนั่งบนแท่นนอน
“เ้าจะไปไหน เ้าเป็ของข้าแล้วข้าไม่ให้ไป ก็ไปไหนไม่ได้”
เปาหลิว หอบเสื้อคลุมไว้ในมือวิ่งออกจากห้องไม่เหลียวหลัง อีกคนวิ่งตามมาตัวเปล่าเปลือย เปาหลิววิ่งอย่างไม่คิดชีวิตไม่อยากเห็นหน้าไม่อยากพูดกับเขาทั้งเจ็บใจ เสียใจและอับอายวิ่งไปก็ปาดน้ำตาไป เขาจะเย้ยหยันเปาหลิวเพียงไหน เขาจะดูถูกเปาหลิวเพียงไหนที่เอาตัวเข้าแลกเพื่อหวังเงินทอง เช่นนั้นเขาจึงล่อลวง อาศัยความเปราะบางของร่างกายหญิงสาวที่ไม่เคยต้องมือชาย เล้าโลมจนเปาหลิวคล้อยตามเขา หากรู้ว่าเป็เขา ไม่สิเขาอยากให้เปาหลิวอับอาย ปาดน้ำตาที่ไหลริน วิ่งด้วยแรงทั้งหมดลงเขาไปเรื่อยๆ ไม่รู้ทิศทาง ทั้งอับอายสับสนและเจ็บที่ใจ
หนึ่งปีผ่านไป
“ฮูหยินที่สี่บ้านตู้”ท่านกวงประสานมือตรงหน้าเปาหลิว
“ไม่ต้องเกรงใจ ลุงกวง ข้าแค่อยากจะมาขอซื้อบ้านเสิ่นคืนจากท่านลุงก็แค่นั้น”
เปาหลิวเอ่ยปากสีหน้าเรียบเฉย ใบหน้ายังงดงามไม่เปลี่ยนหากแต่แววตาเศร้าสร้อยลงไปก็เท่านั้น
“คุณหนูโชคดี ได้เป็ฮูหยินที่สี่บ้านตู้ แล้วยังมีทายาทตัวน้อยให้กับท่านตู้อีก ฮ่าาาา บ้านเสิ่นข้าน้อยจึงอยากมอบเป็ของขวัญรับขวัญคุณชายน้อย”
“เกรงใจไปแล้วคุณชายน้อยมีของรับขวัญมากมายท่านลุงกวงไม่ต้องเกรงใจ”
ผายมือให้สาวใช้ยกหีบทองมาวางตรงหน้า
“สามพันชั่ง”ท่านลุงกวงผลักหีบทองส่งคืน
“บ้านตู้ หยิบยื่น ผลกำไรให้ข้าน้อยมากมาย ท่านตู้เองก็แบ่งปันผลประโยชน์ให้ข้าน้อย ทองสามพันชั่งนี้ไม่อาจรับไว้”
เปาหลิวยิ้มมีเงินทองนับว่าเื่ต่างๆ ง่ายดายอย่างไม่น่าเชื่อ
“เช่นนั้นข้าจะให้แม่นม ย้ายของเข้าไปในบ้านเสิ่นและข้าเองจะเข้าไปอยู่ที่นั่น”
ลุงกวงยิ้ม แต่ภายในใจกระหยิ่มยิ้มย่อง ว่าสิ่งที่หงเหวินให้เขาทำ เขาทำให้เรียบร้อยแล้ว