แสงอรุณยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องนอนใหญ่ของไป๋ลู่ผ่านม่านผ้าไหมสีอ่อน ทิ้งริ้วเงาพาดผ่านใบหน้าของเธอที่ยังคงมีร่องรอยความอ่อนล้าจากการไว้ทุกข์และนอนไม่หลับ หลี่เจี๋ย ผู้เป็สามีของเธอลุกขึ้นั้แ่ฟ้ายังไม่สาง จัดเตรียมสัมภาระสำหรับการเดินทางค้าขายครั้งใหม่ที่กินเวลานานหลายเดือน การกลับมาของเขาเพื่อร่วมพิธีศพมารดาเป็เพียง่เวลาสั้นๆ ที่ไม่อาจเติมเต็มความว่างเปล่าในใจของไป๋ลู่ได้เลย
ไป๋ลู่ลืมตาขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของสามีที่กำลังผูกหีบสัมภาระด้วยความเงียบงัน เธอรู้สึกถึงความเหงาที่เริ่มกัดกินหัวใจอีกครั้ง แม้จะรู้ดีว่าหลี่เจี๋ยทำทุกอย่างเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัว แต่ความห่างเหินทางกายและใจที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้ง
"ท่านพี่" ไป๋ลู่เอ่ยเสียงแ่เบา "ท่านต้องไปแล้วหรือเ้าคะ?"
หลี่เจี๋ยหันมามองภรรยาด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน แต่แฝงไว้ด้วยความเร่งรีบ "ใช่แล้วลู่เอ๋อร์ การค้าครั้งนี้สำคัญมาก หากสำเร็จ เราจะสามารถขยายกิจการไปทางใต้ได้อีกมาก เ้าไม่ต้องกังวล ข้าจะรีบกลับมาให้เร็วที่สุด"
เขาเดินเข้ามานั่งข้างเตียง กุมมือของเธอไว้ "เ้าต้องดูแลตัวเองให้ดีนะ และดูแลท่านพ่อกับเฝิงหลินด้วย"
ไป๋ลู่พยักหน้าอย่างเชื่องช้า "ข้าจะดูแลทุกคนอย่างดีเ้าค่ะ ท่านพี่ก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีเช่นกัน"
หลี่เจี๋ยโน้มตัวลงจูบหน้าผากของเธออย่างแ่เบา เป็การจูบที่เต็มไปด้วยความรักแบบสามีภรรยา แต่ขาดความเร่าร้อนที่หญิงสาววัยแรกแย้มเช่นเธอโหยหา ััของเขาทำให้เธอรู้สึกอบอุ่น แต่ก็ยิ่งตอกย้ำถึงความว้าเหว่ที่กำลังจะกลับมาอีกครั้ง
"ข้าไปแล้วนะ" หลี่เจี๋ยกล่าว ก่อนจะลุกขึ้นและเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมของสมุนไพรและเครื่องเทศที่ติดอยู่บนเสื้อผ้าของเขา
ไป๋ลู่ลุกขึ้นยืน เดินไปที่หน้าต่าง มองตามแผ่นหลังของสามีที่เดินนำขบวนพ่อค้าออกไปจากคฤหาสน์จนลับสายตา ความรู้สึกว่างเปล่าเข้าครอบงำเธออีกครั้ง คฤหาสน์ตระกูลเฝิงที่เคยมีเสียงหัวเราะของฮูหยินใหญ่บัดนี้กลับเงียบสงัดราวกับป่าช้า
ไป๋ลู่เดินกลับมาที่เตียงนอน เธอััผ้าปูที่นอนที่ยังคงอุ่นจากร่างกายของหลี่เจี๋ย แต่ความอบอุ่นนั้นก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว เธอคิดถึงคืนวันแต่งงานที่แสนสั้นและห่างเหิน หลี่เจี๋ยเป็สามีที่ดี แต่เขาไม่เคยเข้าใจความ้าทางกายของเธออย่างลึกซึ้ง ความเร่งรีบในการค้าขายทำให้เขาปฏิบัติหน้าที่สามีอย่างรวดเร็วและเป็พิธีการเท่านั้น
เธอเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเป็เพียง "เครื่องประดับ" ที่สวยงามของตระกูลเฝิง เป็เพียงสะใภ้ที่ต้องทำหน้าที่ดูแลบ้านเรือน แต่ไม่ใช่ภรรยาที่ได้รับความรักและความปรารถนาอย่างเต็มเปี่ยม เธอเป็หญิงสาวที่เพิ่งแตกเนื้อสาวสะพรั่ง ความ้าทางกายของเธอยังคงบริสุทธิ์และถูกเก็บกดไว้ภายใต้กรอบของกุลสตรีที่เคร่งครัด แต่ลึกๆ ในใจเธอก็โหยหาััที่อบอุ่นและมั่นคงที่สามารถปลุกเร้าความปรารถนาที่ซ่อนอยู่ภายใน
วันแรกหลังจากที่หลี่เจี๋ยจากไป ไป๋ลู่พยายามทำตัวให้ยุ่งอยู่กับงานบ้าน เธอตรวจดูการทำงานของสาวใช้ จัดการเื่ครัว และดูแลเฝิงหลินที่ยังคงเศร้าโศกจากการจากไปของมารดา แต่เมื่อค่ำคืนมาถึง ความเงียบเหงาก็เริ่มกัดกินจิตใจของเธออย่างรุนแรง
เธอนอนอยู่บนเตียงใหญ่ที่ดูว่างเปล่าไปครึ่งหนึ่ง มองขึ้นไปยังเพดานที่มีลวดลายแกะสลักอย่างประณีต แสงจันทร์ส่องผ่านม่านเข้ามาในห้อง ทำให้เงาของเธอดูเหงาเศร้าบนผนัง เธอหลับตาลง พยายามหาความสงบ แต่ความปรารถนาที่ถูกเก็บกดไว้กลับคืบคลานขึ้นมา
ไป๋ลู่รู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่เริ่มลุกไหม้ภายในร่างกาย เธอคิดถึงััของหลี่เจี๋ยในคืนแรกของการแต่งงาน แม้จะสั้นและเร่งรีบ แต่ก็ทำให้เธอรู้สึกถึงความปรารถนาที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน มือของเธอเริ่มเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ ลื่นไถลไปตามิัที่นุ่มนวลของตัวเอง
เธอเริ่มต้นด้วยการััใบหน้าของตัวเอง นิ้วมือที่เรียวสวยเคลื่อนไหวอย่างอ่อนโยนไปตามแก้มที่อิ่มเอิบ ลงมาที่คอที่ขาวเนียน เธอรู้สึกถึงการเต้นของชีพจรที่เร็วขึ้น ลมหายใจที่เริ่มหอบเฮือก
มือของเธอเคลื่อนลงมาที่อกที่เต่งตึง ผ่านผ้าไหมบางๆ ของชุดนอน เธอรู้สึกถึงความอ่อนไหวที่เพิ่มขึ้น หัวนมที่เริ่มแข็งตัวจากการัั เธอกดเบาๆ ทำให้เกิดความรู้สึกที่แสนหวาน
"อืมม..." เสียงครางเบาๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากที่อิ่มเอิบ เธอรีบกดมือปิดปาก กลัวว่าจะมีใครได้ยิน แต่ความปรารถนาที่ลุกไหม้ก็ทำให้เธอไม่อาจหยุดได้
มือข้างหนึ่งของเธอยังคงเล้าโลมอกที่อ่อนไหว ขณะที่อีกข้างหนึ่งเริ่มเคลื่อนลงไปตามท้องที่เรียบเนียน ผ่านสะดือที่เล็กและลึก ลงไปยังจุดที่เธอไม่เคยกล้าสำรวจมาก่อน
เมื่อนิ้วมือของเธอไปถึงจุดที่อ่อนไหวที่สุด เธอรู้สึกถึงความชื้นที่เริ่มเกิดขึ้น ความร้อนที่ลุกไหม้ทำให้เธอต้องกัดริมฝีปากเพื่อกลั้นเสียงครางที่พยายามหลุดออกมา
"อ๊าห์..." เสียงครางที่เร่าร้อนหลุดออกมาอย่างเบาๆ เมื่อเธอเริ่มเคลื่อนไหวนิ้วมืออย่างช้าๆ ตามสัญชาตญาณ ความรู้สึกที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนทำให้ร่างกายของเธอสั่นเทา
เธอหลับตาแน่น จินตนาการถึงหลี่เจี๋ยที่อยู่ข้างๆ เธอ จินตนาการถึงมือใหญ่ของเขาที่ััเธออย่างอ่อนโยน จินตนาการถึงริมฝีปากของเขาที่จูบเธออย่างเร่าร้อน ไม่ใช่แค่การจูบหน้าผากที่เ็าเหมือนเมื่อเช้า
การเคลื่อนไหวของนิ้วมือเธอเร็วขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายโค้งงอขึ้นจากเตียง ขาทั้งสองข้างแยกออกจากกัน เท้าเล็กๆ กำแน่นจับผ้าปูที่นอน เสียงครางที่เร่าร้อนหลุดออกมาอย่างต่อเนื่อง
"อ๊าห์... อืมม... ท่านพี่..." เธอเรียกชื่อสามีอย่างเบาๆ ในจินตนาการ ขณะที่ความรู้สึกสุขสมที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนเริ่มสะสมขึ้นในร่างกาย
เมื่อถึงจุดสุดยอด ร่างกายของเธอสั่นเทาอย่างรุนแรง เสียงครางที่เร่าร้อนหลุดออกมาโดยไม่สามารถควบคุมได้ "อ๊าห์... อ๊าห์... อืมม..." ก่อนจะค่อยๆ สงบลง
หลังจากนั้น เธอนอนหอบเฮือกอยู่บนเตียง ใจเต้นแรง เหงื่อเซาะิัที่ขาวเนียน เธอรู้สึกผิดกับสิ่งที่เพิ่งทำลงไป แต่ก็รู้สึกโล่งใจและสงบขึ้นในเวลาเดียวกัน
เธอใช้เวลาหลายวันหลังจากนั้นในการจัดการเื่ภายในบ้านตามหน้าที่ของสะใภ้ใหญ่ แต่ความเงียบเหงาในคฤหาสน์ก็ยังคงเป็เพื่อนสนิทของเธอ ทุกคืนที่ผ่านไป ความปรารถนาที่ถูกเก็บกดไว้ก็กลับมาหลอกหลอนเธออีกครั้ง
คืนที่สอง เธอพยายามต่อสู้กับความรู้สึกนั้น นอนหลับตาแน่น พยายามคิดถึงเื่อื่น แต่ร่างกายของเธอกลับโหยหาััที่ทำให้เธอรู้สึกสมบูรณ์ ในที่สุด เธอก็ยอมแพ้ต่อความปรารถนา
คราวนี้ เธอใช้เวลานานกว่าเดิม สำรวจร่างกายของตัวเองอย่างละเอียด เธอค้นพบจุดที่อ่อนไหวใหม่ๆ ที่ทำให้เธอรู้สึกสุขสม การเคลื่อนไหวของนิ้วมือเธอช่ำชองขึ้น รู้จักจังหวะและแรงกดที่ทำให้เธอรู้สึกดีที่สุด
"อ๊าห์... ท่านพี่... อยากให้ท่านอยู่ข้างๆ ข้า..." เธอครางเรียกชื่อสามีอย่างเศร้าโศก ขณะที่ร่างกายสั่นเทาไปตามจังหวะการเคลื่อนไหว
คืนที่สาม เธอเริ่มรู้สึกผิดน้อยลง แต่ความโหยหาสามีกลับมากขึ้น เธอจินตนาการถึงหลี่เจี๋ยที่กลับมาหาเธอ จินตนาการถึงเขาที่เข้าใจความ้าของเธอ จินตนาการถึงคืนที่เต็มไปด้วยความรักและความปรารถนา
"ท่านพี่... ข้าคิดถึงท่านมาก... อยากให้ท่านััข้า... อยากให้ท่านรักข้า..." เธอครางเรียกชื่อสามีอย่างเศร้าโศก ขณะที่นิ้วมือเคลื่อนไหวอย่างเร่าร้อน
ในบ่ายวันหนึ่ง ขณะที่ไป๋ลู่กำลังนั่งตรวจบัญชีอยู่ที่ห้องทำงาน ปู่เหวินก็เดินเข้ามาพร้อมกับถ้วยชา เธอพยายามทำตัวให้ปกติ แม้ว่าใจจะยังคิดถึงคืนที่ผ่านมาที่เธอได้ปลดปล่อยความปรารถนาของตัวเอง
"ฮูหยินไป๋ลู่" ปู่เหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่นอบน้อม "ท่านทำงานหนักเกินไปแล้วขอรับ"
"ไม่เป็ไรค่ะปู่เหวิน ข้าต้องดูแลเื่ภายในให้เรียบร้อยก่อนที่ท่านพ่อจะมาตรวจดู" ไป๋ลู่ตอบ พยายามไม่ให้เสียงสั่น
ปู่เหวินวางถ้วยชาลงอย่างช้าๆ สายตาของเขาเหลือบมองไป๋ลู่อย่างแปลกๆ ราวกับรู้ความลับอะไรบางอย่าง "เื่ภายในบ้านนั้นไม่น่าห่วงเท่าเื่ภายนอกขอรับ"
ไป๋ลู่เงยหน้าขึ้นมองปู่เหวินด้วยความสงสัย ใบหน้าที่ยังคงมีร่องรอยของความอ่อนล้าจากคืนที่ผ่านมา "ท่านหมายถึงอะไरหรือคะ?"
ปู่เหวินถอนหายใจอย่างหนักหน่วง "ข้า... ข้าเป็ห่วงดวงชะตาของนายท่านหลี่เจี๋ยขอรับ"
"ดวงชะตาของท่านพี่?" ไป๋ลู่ใจหายวาบ ความกังวลที่มีต่อสามีทำให้เธอลืมความรู้สึกผิดที่มีต่อการกระทำของตัวเองในคืนที่ผ่านมา "ท่านพี่เพิ่งออกเดินทางไปได้ไม่นาน ท่านเห็นอะไรไม่ดีหรือคะ?"
"ข้าเพียงแต่สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างขอรับ" ปู่เหวินกล่าวพลางทำสีหน้ากังวล "ั้แ่ฮูหยินใหญ่จากไป คฤหาสน์ของเราก็เหมือนถูกเงาดำบางอย่างปกคลุมอยู่ ข้าได้ยินมาว่ามี นักพรตผู้ทรงศีล ท่านหนึ่งอยู่ที่วัดไป๋อวิ๋น ท่านสามารถทำนายและแก้ไขดวงชะตาได้"
ไป๋ลู่ขมวดคิ้ว ความรักที่มีต่อสามีทำให้เธอเริ่มสนใจในสิ่งที่ปู่เหวินพูด "ท่านพ่อทราบเื่นี้หรือไม่คะ?"
"ยังไม่ทราบขอรับ" ปู่เหวินตอบ "ข้าเพียงแต่เกรงว่าหากปล่อยไว้นานเกินไป อาจจะส่งผลร้ายต่อการค้าของนายท่านหลี่เจี๋ยได้"
ปู่เหวินมองไป๋ลู่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวัง "ฮูหยินไป๋ลู่ ท่านเป็ภรรยาที่รักสามีมาก หากท่านเห็นว่าเื่นี้สำคัญ ข้าจะลองไปเชิญท่านนักพรตมาที่คฤหาสน์เพื่อทำนายดวงชะตาของนายท่านหลี่เจี๋ยดูสักครั้งดีหรือไม่ขอรับ?"
ไป๋ลู่ตกอยู่ในความเงียบ เธอไม่เชื่อเื่ไสยศาสตร์มากนัก แต่ความรักและความกังวลที่มีต่อสามีทำให้เธอลังเล ความผิดที่เธอรู้สึกจากการช่วยตัวเองในคืนที่ผ่านมายิ่งทำให้เธอกลัวว่าอาจจะเป็สาเหตุให้เกิดเคราะห์กรรมใดๆ ขึ้นกับสามี
"ท่านพ่อคงไม่สบายใจหากมีคนแปลกหน้าเข้ามาในคฤหาสน์" ไป๋ลู่กล่าวอย่างระมัดระวัง
"ข้าจะจัดการเื่นี้เองขอรับ" ปู่เหวินกล่าวด้วยรอยยิ้มที่แฝงเร้น "ข้าจะไปปรึกษานายท่านเฝิงซือเฉิงก่อน หากนายท่านเห็นชอบ ท่านก็ไม่ต้องกังวลสิ่งใด"
ปู่เหวินโค้งคำนับและเดินออกไป ทิ้งให้ไป๋ลู่นั่งอยู่กับความรู้สึกที่สับสนและกังวล ความเงียบเหงาในคฤหาสน์บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกไม่สบายใจที่กำลังคืบคลานเข้ามา