***นักรบสมองกล้ามเอรีส
วันที่สิบของการมาถึงโลกใบนี้
หลังจากออกเดินทางอพยบมาได้หกวันห้าคืน พวกเราก็พบกับูเาขนาดใหญ่ปรากฏอยู่ตรงหน้า
มันเป็แนวเทือกเขาขนาดใหญ่ที่สูงทะลุเหนือเมฆจนไม่อาจคาดเดาถึงความสูงของมันได้
การจะไปูเาลูกนั้น จำเป็จะต้องข้ามแม่น้ำตรงหน้าไปก่อน
มันเป็แม่น้ำขนาดใหญ่กว่าห้ากิโลเมตร อีกทั้งยังดูลึกจนยากที่จะข้ามไปได้
แต่การตั้งชุมชนติดริมน้ำ ก็ถือว่าเป็ตัวเลือกที่ดี
ทุกคนรวมทั้งฉันจึงเห็นด้วยกับผู้นำกัง ที่จะมาตั้งถิ่นฐานกันอยู่ที่นี่
แต่เห็นว่าเพียงชั่วคราวเท่านั้น เพราะพื้นที่โล่งกว้างอย่างทุ่งหญ้าแห่งนี้ มันไม่เหมาะกับการทำศึกป้องกันเลยสักนิด
แต่ยังไงการเดินทางต่อเนื่องหกวันห้าคืน มันก็ได้ทำให้พวกเราเหนื่อยล้า
ดังนั้นจึงเป็สาเหตุที่ให้พวกลงหลัก และเริ่มสร้างเมืองขึ้นที่ริมแม่น้ำตรงนี้
และเพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือนใน่สี่วันแรก การแบ่งกลุ่มอย่างชัดเจนเพื่อสังการอย่างเป็ระบบสังคมจึงได้ถูกจัดทำขึ้นอย่างจริงจังเสียที
คนหนึ่งล้านคน ได้ถูกแบ่งย่อยออกเป็สิบกลุ่ม
และในสิบกลุ่มนั้น จะถูกแบ่งย่อยลงไปอีก
จำนวนคนที่แบ่งนั้น จะถูกแบ่งโดนเชื้อชาติและศาสนาตามการสมัครใจ
ที่ทำแบบนี้ เป็เพราะว่าจะได้รับความร่วมมือง่ายกว่าการไปบีบบังคับผู้คนละนะ
ถึงฉันไม่ค่อยรู้เื่การเมืองดีเท่าไหร แต่การตัดสอนใจเช่นนี้ของผู้นำกัง ก็สามารถทำให่ชุมชนของพวกเราเริ่มเป็รูปเป็รูปเป็ร่างขึ้นมา
ความขัดแย้งของเชื้อชาติ ศาสนา การเมือง ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นใน่ชีวิตก่อนตาย ล้วนได้ถูกโยนทิ้งออกไปจากสมองของผู้คน
เพราะว่าศัตรู่ซึ่งสร้างความน่าหวาดหวั่นที่เกิดขึ้นในสี่วันแรกนั้น มันได้ตราตรึงลงไปในจิตใจของพวกเราแล้ว
ยามศึกเราจับมือ ยามสงบเราตีกันเอง บางครั้งมนุษย์อย่างพวกเราก็ดูน่าขันดี
ส่วนกลุ่มที่ฉันมาร่วมสังกัดนั้น เป็กลุ่มของอดีตกองทัพสมาชิกนาโต้
สาเหตุที่ฉันเลือกมาเข้ากลุ่มนี้นั้น เป็เพราะคิดว่าตัวเองคงเหมาะสมที่จะมาอยู่ตรงนี้
กองทัพนาโต้ในโลกนี้มีทั้งหมดประมาณหนึ่งพันคนซึ่งเกิดจากทั้งคนที่เป็อดีตทหารของแต่ละประเทศ กับอดีตของสมาชิกนาโต้
จำนวนถือว่าน้อยยิ่งนัก แต่เพราะแบบนั้นเลยสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หัวหน้าของกลุ่มนาโต้คือ [ทอม] เป็ชายชาวอเมริกาที่มีผมสีทองตัดสั้นรูปร่างใหญ่โต
เห็นว่าอดีตคือหนึ่งในระดับผู้บัญชาการของทหารกองทัพนาโต้
นอกเื่มาซะไกล ตอนนี้กลับมาที่หน้าที่ซึ่งฉันกำลังทำอยู่ในตอนนี้ดีกว่า
สิ่งนั้นคือการล่าสัตว์นั่นเอง
ในเมื่อการตั้งชุมชนและสังคมได้ถูกรื้อฟื้นกลับมาแล้ว การออกล่าหาอาหารจึงเป็เื่ถัดไปที่ต้องทำกัน
กองทัพต้องเดินด้วยท้องละนะ
พวกเราได้พบความจริง ว่าที่โลกนี้เองก็มีสัตว์ปกติทั่วไปให้ล่าอยู่เช่นกัน
ดังนั้นอาหารการกินใน่หกวันที่ผ่านมาจึงไม่ลำบากอะไรมากนัก
แต่ประเด็นคือนอกจากช้าง ม้า กวาง ที่เห็นเต็มทุ่งหญ้าแล้ว มันดันมีพวกตัวประหลาดปะปนอยู่ด้วยนี่สิ
อย่างเช่นเ้ากระต่ายที่มีเขาแหลมตรงหน้า
กระต่ายที่ตัวเล็กขนปุยสีขาวน่ารัก [ฝูงหนึ่ง] กำลังกัดกินเนื้อช้างที่ตัวโตกว่าอยู่ตรงหน้า
ฉันลุกขึ้นเพื่อแสดงตัวให้พวกมันเห็น
ชุดคลุมขนนกสีแดงได้ดูโดดเด่นอยู่บนทุ่งหญ้าที่รกชันแห่งนี้
ทันทีที่เห็นฉัน พวกกระต่ายมีเขาก็แยกเขี้ยววิ่งไล่ฉันทันที
ฉันวิ่งหนีกลับไปทางแคมป์ของตัวเอง
เงาคนที่ซ่อนตัวอยู่ในกองหญ้าโบกมือเป็เชิงให้สัญญาณกับฉัน
ฉันรีบะโขึ้นมา
พวกกระต่ายมีเขาที่วิ่งตามมานั้น ไม่ได้สงสัยอะไรกับพฤติกรรมนั้น แล้ววิ่งไล่ล่าต่อ
ฉันหยุดวิ่งแล้วหันไปทางพวกมัน
พวกมันคงคิด ว่าเหยื่อตรงหน้าได้ยอมแพ้ไปแล้ว
แต่ความจริงไม่ใช่แบบนั้น
พวกกระต่ายมีเข่าทั้งฝูงได้ตกหลุมพรางซึ่งอยู่ในจุดที่ฉันะโข้ามมาเมื่อกี้
ถึงจะมีบางตัวที่รอดมาได้ แต่ก็ต้องโดนพรรคพวกที่ซ่อนตัวอยู่ ปาหินเข้าใส่จนตายลงอย่างไม่ทันตั้งตัว
ส่วนพวกที่ตกลงไปในหลุ่ม ต่างก็ตายลงด้วยการถูกฉันและพรรคพวกอีกสิบกว่าคนที่ยืนตรงปากหลุมปาหินเข้าใส่
มื้อเย็นวันนี้คือเนื้อกระต่ายมีเขาจำนวนสามสิบตัว
เนื่องจากมีสัตว์ที่ดูไม่คุ้นตาและอันตรายรวมอยู่ด้วย ดังนั้นหน้าที่ในการล่าสัตว์จึงตกเป็ของอดีตคนที่เคยเป็พรายป่าหรือพวกทหารอย่างฉัน
ส่วนคนอื่น ๆ นั้น จะไปทำงานในส่วนที่ตนเองถนัดตามแต่เดิมที่ก่อนตายเป็กัน
ฉันกลับมาที่ชุมชนของตัวเองที่ติดอยู่ริมน้ำพร้อมกับหน่วยของตัวเอง
ไม่มีการตัดแนวขบนวนป้องกันหรืออะไรเหมือนอย่างสี่วันแรก เพราะมันไม่จำเป็
ชุมชนสังคมขนาดย่อยที่กระจายตัวไปรอบทุ่งหญ้าโดยมีคริสตั้นแห่งชีวิตเป็ศูนย์กลางนั้น จะช่วยเป็เมืองหน้าด่านป้องกันข้าศึกแทนให้
ฉันเห็นต้นไม้ที่ขึ้นรอบริมแม่น้ำกำลังถูกโค่นล้มลงมาทำเป็แนวรั้ว
“โอ้ กลุ่มของ แอร์บาส์ร ล่าช้างมาได้อีกแล้วแฮะ”
ในตอนที่ฉันเดินเข้าไปตรงกลุ่มเต็นท์ที่ทำจากหนังสัตว์ของชุมชนนาโต้ มันก็เป็่เวลาเดียวกับที่กลุ่มของแอร์บาส์รกลับมาพอดี
กลุ่มของเขาประกอบด้วยคนแอฟริกาทั้งหมดสามสิบคนพอดี
เป็ชายสิบ และผู้หญิงยี่สิบคน
พวกเขาเป็กลุ่มที่น่าทึ่งมาก เพราะวันนี้วันเดียวก็สามารถล่าช้างกลับมาได้ห้าตัวแล้ว
แถมยังมีตัวประหลาดที่คล้ายกับไดโนเสาร์อีกตัวหนึ่งด้วย
ฉันนำฝูงกระกระต่ายที่ล่ามาได้ไปส่งให้กับฝ่ายเสบียง
ฝ่ายเสบียงจะทำหน้าที่ชำแหละและคัดแบ่งอาหารเป็มื้อตามปริมาณของผู้คน
และเนื่องจากกลุ่มของเราชำนาญการด้านต่อสู้มากที่สุด จึงต้องเป็ภาระคอยสนับสนุนชุมชนอื่นที่มีอาหารไม่พออีกด้วย
ในขณะเดียวกัน บางชุมชนที่มีพวกช่างฝีมือเยอะ พวกเขาก็จะแบ่งคนมาช่วยทำชุด อุปกรณ์ และอาวุธที่ทำจากหินกับหนังสัตว์ให้กับพวกเรา
เป็รูปแบบของชุมชน สังคม ที่พึ่งพาซึ่งกันและกัน
ฉันคิดว่าอีกเดียวคงได้แบ่งเป็ขอบเขตเมืองกับประเทศแน่ ถ้าหากทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว
“กระต่ายมีเขาสามสิบตัว กลุ่มของเอรีสค่ะ”
“วันนี้ได้น้อยจังเลยนะ ช่วยออกไปล่าเพิ่มอีกรอบได้หรือเปล่า? ”
“ได้สิ”
ฉันตอบผู้ชายตรงหน้าไปด้วยสีหน้าที่ยิ้มไม่หุบ
จะได้ออกไปล่าอีกรอบแล้ว ดีใจสุด ๆ
ฉันเป็พวกที่อยู่นิ่งไม่ค่อยจะได้นะ เลยรู้สึกดีใจผุด ๆ ที่จะได้รับอนุญาตให้ออกไปลุยอีกรอบ
แต่ทว่า---
“โอ้ย… หัวหน้า พวกเราไม่ไหวแล้ว ขอพักก่อนเถอะ”
“หัวหน้าออกไปล่าคนเดียวแล้วกัน ไม่เห็นต้องตามใจพวกฝ่ายเสบียงเลยสักนิด แค่วันนี้ก็ออกไปล่ามายี่สิบรอบแล้วนะครับ”
พวกลูกน้องในกลุ่มของฉันทั้งสิบคนกลับบ่นอุบอิบออกมากันเสียแล้ว
ใช้ไม่ได้เลยไอพวกนี้ แสดงว่ายังฝึกพลังกล้ามเนื้อมาไม่พอสินะ
“ได้ งั้นฉันออกไปคนเดียวเอง พวกแกนั่งพักกันตรงนี้ก่อน เดียวพอฉันกลับมา แล้วค่อยออกไปล่าพร้อมกันอีกครั้ง”
“ขอบคุณครับหัวหน้า”
เอาละ คราวนี้จะออกไปล่าตัวอะไรอีกดีนะ~
***ปักษาผู้เป็ไท [เปอร์ไซด์]
ในวันที่สิบของการมาเกิดในโลกใบนี้
ด้วยการนำของ [ท่านท้องฟ้า] เทพเ้าสูงสุดที่พวกเรานับถือ ในที่สุดก็ได้เจอกับสถานที่ทำรังชั้นยอดแล้ว
มันเป็แนวปราการูเาสูงที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตไหนจะสามารถบินขึ้นมาถึงได้แน่นอน
พวกเราคือปกครองท้องฟ้า ไม่ว่าจะเป้นโลกเดิมหรือในโลกใบนี้ พวกเราก็จะเป็เช่นนั้น
เป็ผู้ที่มีอิสระไร้ซึ่งพรมแดนขวางกั้นในการเดินทาง
“ถึงทุกคนในเผ่าของข้า พวกเรา เหล่าปักษาจะเลือกสถานที่บนยอดเขานั้นเป็รังของพวกเราตามการชี้นำจากท่านพยากรณ์ [คาร์เนต] ด้วยสถานที่แห่งนี้ คงไม่มีใครสามารถบุกมาโจมตีพวกเราได้แน่นอน”
ท่าน [ออกเซอร์] ผู้นำฝูงของพวกเราได้ะโดังก้องขึ้นมา
ขนสีดำทั่วทั้งตัวของเขาช่างดูน่าเกรงขามยิ่งนัก
แท่งคริสตั้นแห่งชีวิตที่ทุกคนพากันบินแบกขึ้นมานั้น ได้ถูกปล่อยลงบนพื้นที่ราบแห่งหนึ่งตรง่ยอดเขา
หนูเห็นว่ารอยแผลบนคริสตั้นที่ถูกกรงเล็บปักกดลงไปนั้น ได้ถูกฟื้นฟูจนไร้รอยแผลอย่างน่าอัศจรรย์ด้วยตัวของคริสตั้นเอง
“จากรายงานของหน่วยสำรวจ ศัตรูของพวกเรานั้นเป็สัตว์ที่มีภูมิปัญญา ไม่ว่าจะพวกสี่แขน สองแขน สองเขา พวกมันทุกตัวต่างมีภูมิปัญญาเช่นเดียวกับพวกเรา ดังนั้นพวกเราจะประมาณไม่ได้ ต้องรีบสร้างอารยะธรรม สร้างอาวุธ แล้วลงไปจัดการพวกมันเพื่อเอาตัวรอดจากเกมส์าที่ [ท่านท้องฟ้า] ได้มอบมาให้กับพวกเรา! เอ้าละ แยกย้ายกันไปทำงานได้แล้ว! ”
ว่าแล้วทุกคนก็โบยบินขึ้นท้องฟ้าตามคำสั่ง
เพราะพวกเราทุกคนรู้ดีอยู่แล้วว่าต้องทำอะไร
หนูบินลงใต้ตามสัญชาตญาณ
พวกเราเผ่าปักษานั้น สามารถรับรู้ทิศทางได้ด้วยสัญชาตญาณที่ตัวเองมีอยู่ในร่าง
“รอก่อนไฮเจน~”
“...”
เ้าไฮเจนกำลังพยายามบินตามฉันมา
น่ารำคาญจริง
หนูรีบบินลงต่ำ แล้วกลืนตัวเองลงไปในแมกไม้ของป่าที่ขึ้นอยู่ตามูเาแห่งนี้
ดีละ สลัดเ้าไฮเจนพ้นไปได้เสียที
“ก่อนอื่นก็ต้องวัสดุที่ใช้ก่อสร้างละนะ”
หนูคิดถึงรายการสิ่งของที่ตัวเองควรจะขนกลับไป
ไม่ว่าจะไม้ พงหญ้า หิน ดิน จะสิ่งใดพวกเราก็สามารถนำไปใช้ก่อสร้างรังได้ทั้งหมดเลย
และวัสดุที่ฉันเลือกก็คือ [หิน]
สัญชาตญาณของหนูบอกว่าควรใช้ [หิน] นะ
“แต่ว่าแถวนี้ไม่มีหินเลยนี่สิ…”
บนูเานี้มีแต่หินก้อนั์ทั้งนั้น
หนูขนกลับไปไม่ไหวงะ
“ช่วยไม่ได้ บินกลับไปหาแถวทุ่งหญ้าแทนก็แล้วกัน~”
หนูเลยตัดสินใจบินกลับไปที่ทุ่งหญ้านองเืแทน
ถัดจากตีนเขาลงไป่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ จะมีแม่น้ำวิ่งไหลผ่านอยู่
แม้น้ำขนาดใหญ่ที่ไหลลงมาจากูเาจะแยกออกเป็สองสาย หนึ่งคือแม่น้ำที่กว้างห้ากิโลเมตร และอีกหนึ่งคือแม่น้ำที่กว้างกว่ายี่สิบกิโลเมตร
ใหญ่ดีนะ
หนูเลือกบินลงไปตามเส้นทางของแม่น้ำสายที่เล็กกว่า
“หิน หิน และหิน~”
ใช้ขาเก็บก้อนหินขนาดที่พอเหมาะขึ้นมา~
แล้วเก็บลงไปในถุงหนังสัตว์ที่แขวนสะพาย~
“ลัล ลา ล่า ล้า~”
หนูเก็บหินคนเดียวตรงแถวริมแม่น้ำอย่างมีความสุขอยู่คนเดียว
โดยลืมไปว่าการแตกฝูงออกมาคนเดียวเช่นนี้มันอันตรายยิ่งนัก
“ลัล ล่า~ … ว้ายย!? ”
อยู่ ๆ ก็มีตัวอะไรก็ไม่รู้ เข้ามาจับร่างของหนูจากทางด้านหลัง
หนูไม่รู้ตัวเลย สัญชาตญาณเอาตัวรอดเองก็ไม่ทำงานอีกด้วย
ทำยังไงดี กรี๊ด~!!!
“ใครนะ!? ”
“@! #@#^R! @ED”
สิ่งนั้นพูดออกมาไม่เป็ภาษาที่ฟังไม่เข้าใจ
หนูเลยหันกลับไปมองดู
สิ่งที่กำลังกอดร่างของหนูด้วยรอยยิ้มกับลูบขนของหนูอย่างดีอกดีใจนั้น เป็สิ่งมีชีวิตที่มีใบหน้าซึ่งคุ้นเคยดี
ผมสีดำ ดวงตาสีดำกลมโต
ิัสีเนื้อขาวนวลผ่องสะอาด
ที่ตรงหน้าอกมีเนินเขานุ่มนิ่มปูดออกมาอยู่สองลูก
เป็สิ่งมีชีวิตที่มีสองแขน สองขา และตัวสูงประมาณร้อยหกสิบเิเ
และชุดที่มันสวมใส่อยู่นั้น ก็คือชุดคลุมขนนกที่มีสีแดงแลดูคุ้นตา
ใช่แล้ว มันคือคนที่ฆ่าหนูในวันที่สองของการมาเกิดในโลกใบนี้
ส่วนชุดคลุมที่ว่านั้น มันก็คือหนังที่มีขนสีแดงของหนูเอง
ม่าย!! นี่หนูกำลังจะถูกฆ่าอีกรอบแล้วหรือเนี่ย!?
***แผนที่สรุปผลการรบในวันที่ 10***