ขณะเคอโยวหรานกำลังจัดระเบียบเสื้อผ้า กำแพงข้างกายพลันเกิดเป็นช่องว่างขนาดประมาณหนึ่งตัวคน ชั่วพริบตาที่นางหันไปด้วยความประหลาดใจ พลันถูกคนผู้หนึ่งดึงเข้าไปในกำแพงอย่างรุนแรง
กำแพงปิดเข้าหากันในเสี้ยววินาที มองไม่ออกถึงกลไกกับดักของเส้นทางลับแม้แต่น้อย
ภายในกำแพงไม่มีแสงสว่างเลยสักนิด เคอโยวหรานถูกคนผู้หนึ่งแบกไว้บนบ่า อีกทั้งคนผู้นี้ยังเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงยิ่งนัก ท่าทางคล้ายคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้เป็นอย่างดี
จากรูปร่างและฝีเท้าของเขา เคอโยวหรานคาดเดาได้ว่าอีกฝ่ายคือบุรุษ ฝีเท้าเบาหวิว วรยุทธ์น่าจะไม่ธรรมดา หากตนประลองกับเขาคงไม่มีโอกาสชนะแม้แต่น้อย
ทว่าโชคดีที่ร่างกายของเคอโยวหรานมีความยืดหยุ่นคล่องแคล่ว ตราบใดที่มือเท้าไม่ถูกมัดและสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ นางย่อมมีโอกาสหนีรอดไปได้
ตอนนี้สิ่งที่นางต้องทำคือค้นหาว่าตนอยู่ที่ใดและถูกใครลักพาตัวมา เช่นนี้จึงจะสามารถชิงลงมือได้ตามสถานการณ์
ยามนี้บุรุษที่กำลังแบกเคอโยวหรานรู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง หากสตรีทั่วไปพบเจอเรื่องเช่นนี้ ถ้าไม่กรีดร้องก็ต้องออกแรงดิ้นสุดความสามารถ
ทว่าสตรีผู้นี้กลับประเสริฐนัก ตั้งแต่ต้นจนจบไม่ตอบสนองเลยสักนิด กระทั่งเปล่งเสียงสักแอะก็ยังไม่มี นี่มันเรื่องอันใดกัน?
ทางด้านต้วนเหลยถิง หลังจากตรวจสอบโดยละเอียดเป็นรอบที่สาม ในที่สุดเขาก็พบเส้นทางลับบนกำแพง ชายหนุ่มโมโหจนต่อยผนังไปหนึ่งหมัด กำแพงพลันกลายเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ในเสี้ยววินาที
ครั้นกำลังจะต่อยเป็นครั้งที่สองก็ราวกับเขานึกบางสิ่งขึ้นมาได้ จึงหรี่ดวงตาลงพร้อมกับชะงักมือเอาไว้
หากมีทางลับภายในกำแพง เมื่อเขาพังมันเข้าไปจะต้องเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่นอย่างแน่นอน ถ้าผู้มีใจคิดร้ายเคลื่อนย้ายโยวหรานไปยังสถานที่อื่น เช่นนั้นเขาคงตามหาตัวคนได้ยากยิ่งกว่าเดิม
ต้วนเหลยถิงถือตะกร้าลูกหมาป่า จากนั้นยันปลายเท้าแผ่วเบาทะยานกายขึ้นไปบนกำแพงภายในชั่วพริบตา
หลังกวาดสายตามองรอบๆ ภายในหัวก็ปรากฏภาพทิศทางโดยคร่าว ช่างประเสริฐนัก กล้าลักพาตัวสตรีของเขา เช่นนั้นก็จงรอการล้างแค้นของเขาเสียเถิด!
เคอโยวหรานถูกบุรุษอุ้มพาดบ่า หลังวกวนอยู่ชั่วหนึ่งก้านธูป ในที่สุดก็มองเห็นแสงสว่างริบหรี่เสียที
ครั้นสายตาปรับสภาพจนชินกับแสง พลันพบว่านางถูกคนพาเข้ามาในห้องหรูหราแห่งหนึ่งและกำลังพุ่งตรงไปยังเตียงนอน
เคอโยวหรานผ่อนคลายร่างกาย ปิดเปลือกตาแสร้งทำเป็นสลบไสล
บุรุษผู้นั้นโยนนางลงบนเตียงนุ่ม หลังมองพิจารณาอย่างละเอียดก็เผยหนึ่งรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา เอ่ยกับตนเองว่า “ข้ายังนึกว่าเหตุใดถึงไม่มีท่าทีตอบสนอง ที่แท้ก็สลบไปนี่เอง จิ๊ๆๆ ดูดวงหน้าเรียวเล็กนี้ของนาง ช่างขาวเนียนเสียจนแทบจะเคล้นน้ำออกมาได้”
เขาเอ่ยพลางขยับเข้าใกล้อีกเล็กน้อย “ไอ้หยา! นี่เพิ่งจะถูกผู้อื่นถนอมรักมาหรอกหรือ ดูไม่ออกแม้แต่นิดว่าเป็นจิ้งจอกจำแลงกาย
จิ๊ๆ ในเมื่อเจ้าไม่บริสุทธิ์แล้ว เช่นนั้นก็ให้ข้าได้เล่นสนุกกับเจ้าสักหน่อยเถิด หลังเสร็จกิจค่อยจับเจ้าล้างน้ำให้สะอาด อย่างไรเสียคุณชายน้อยก็ไม่มีทางรู้อยู่ดี ฮ่าๆๆ...”
บุรุษผู้นั้นหัวเราะเสียงดังลั่นและเตรียมจะเปลื้องผ้าเคอโยวหราน
ทันใดนั้นเอง เขาพลันสัมผัสได้ว่าบนคอของตนมีบางสิ่งทิ่มลงมา จึงยกมือขึ้นหมายจะสัมผัสโดยสัญชาตญาณ ทว่ายังไม่ทันได้แตะถูก ลำคออีกด้านก็มีบางสิ่งทิ่มในตำแหน่งเดียวกันอีกครั้ง
ชั่วพริบตาเดียว บุรุษผู้นั้นก็ร่างกายไร้เรี่ยวแรง ดวงตากลอกขึ้นฟ้าก่อนจะหมดสติไป และกำลังจะเอนกายลงมาหาเคอโยวหราน
นางรีบกลิ้งตัวหนึ่งตลบ เรือนร่างคล่องแคล่วหลบหลีกได้สำเร็จ จากนั้นก้าวลงจากเตียงแล้วใช้เท้ายันอีกฝ่ายเพื่อให้เขาพลิกหงาย
คนผู้นี้แต่งกายเป็นบ่าวรับใช้ รูปร่างสูงประมาณหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตร บนใบหน้ามีรอยแผลเป็นลากเป็นทางยาวจากโหนกแก้มขวาไปยังแก้มซ้าย สีผิวซีดเหลือง มองเพียงแวบเดียวก็รู้ว่าร่างกายถูกฤทธิ์สุรากัดเซาะจนกลวงโบ๋
เหตุใดหน้าตาของคนผู้นี้ถึงดูเหมือนนักโทษรางวัลนำจับที่ติดประกาศไว้หน้าประตูเมืองเลยเล่า?
หากส่งไปให้จวนว่าการโจวฝู่จะได้เงินรางวัลเท่าใดกัน? หากจำไม่ผิด น่าจะประมาณห้าพันตำลึงกระมัง
แต่ไรมาความจำของเคอโยวหรานไม่เคยผิดพลาด ตอนเข้าเมืองเหลือบไปเห็นโดยมิได้ตั้งใจ แม้จะไม่เกี่ยวข้องอันใดกับตน แต่ใจความโดยรวมยังคงฉายซ้ำอยู่ภายในหัว
ไม่สนแล้วว่าเขาจะเป็นผู้ร้ายที่จวนว่าการโจวฝู่ต้องการตัวหรือไม่ มัดเอาไว้ก่อนค่อยว่ากัน ถ้าเกิดใช่ขึ้นมา ไม่แน่ว่านางอาจหาเงินได้ก้อนโตเลยทีเดียว
หากมิใช่ก็แค่มัดเขากลับไปให้ท่านอาจารย์ทั้งสองทำยา ผู้ใดใช้ให้เขาเกิดความคิดเลยเถิดต่อนาง มิหนำซ้ำยังลักพาตัวนางมาอีกเล่า
คนผู้นี้คงเหนื่อยหน่ายที่จะใช้ชีวิตแล้ว ถึงได้รนหาที่ตาย
ครั้นพูดแล้วก็ลงมือทันที เคอโยวหรานหยิบเชือกออกมาจากมิติวิเศษ จัดการมัดบุรุษผู้นั้นอย่างแน่นหนาด้วยเงื่อนที่ครูฝึกสอนของค่ายทหารเมื่อชาติก่อนเคยสอนเอาไว้
เงื่อนประเภทนี้ หากมิได้ผ่านการฝึกฝนมาโดยเฉพาะก็ไม่มีทางแก้ออกได้ นอกจากนี้นางยังใช้เชือกที่มีลวดเหล็กอยู่ภายใน แม้ใช้มีดฟันก็ไม่ขาด
อีกทั้งเขายังถูกวางยาสลบที่ท่านอาจารย์เซียนพิษเพิ่งคิดค้นขึ้นมาใหม่ กระทั่งเสือโตเต็มวัยยังนอนหลับไปถึงสามวันสามคืนเต็มๆ แล้วจะนับประสาอันใดกับบุรุษผู้นี้กันเล่า
เคอโยวหรานจึงทำการค้นตัวอีกฝ่ายอย่างวางใจ
พบแผนที่หนึ่งแผ่นอยู่ในกระเป๋ากางเกงตัวใน ไม่รู้ว่ามีไว้เพื่อสิ่งใด ชื่อสถานที่ที่ทำสัญลักษณ์เอาไว้ก็อ่านไม่เข้าใจ นางจึงเก็บเอาไว้ในมิติวิเศษก่อนแล้วค่อยว่ากันทีหลัง
จากนั้นพบถุงเงินอีกหนึ่งถุง ข้างในมีเงินร้อยกว่าตำลึง ถั่วลิสงทองหนักประมาณหนึ่งจินจำนวนเจ็ดแปดเม็ด เมล็ดแตงโมทองอีกหนึ่งกำมือ รวมถึงแผ่นทองใบอีกประมาณร้อยใบ
บนลำคอยังห้อยจี้หยกชั้นดีอีกสองชิ้น ตามด้วยถอดแหวนทองคำขนาดใหญ่อีกสามวงออกมาจากนิ้วของเขา
นอกจากนี้ยังมีตั๋วเงินหนึ่งปึกในอกเสื้อตัวใน มีมูลค่ากว่าหนึ่งหมื่นห้าพันตำลึงเงินเลยทีเดียว
สิ่งที่ซ่อนอยู่ในรองเท้าคือกริชชั้นดีสองเล่มและมีดขว้างสามเล่ม
โอ้โห! ดูไม่ออกสักนิดว่าผู้ที่แต่งกายเป็นบ่าวรับใช้เช่นนี้จะเป็นคนมีเงิน
ตอนแยกกับผู้ใหญ่บ้านเฉิน เคอโยวหรานยังกังวลว่าตนหาเงินไม่เร็วเท่าใช้เงิน หลังจากซื้อลา บนกายก็เหลือเงินแค่ร้อยกว่าตำลึงเท่านั้น จำต้องคิดหาลู่ทางหาเงินอื่นเพิ่มเติม
ยามนี้มิเท่ากับมีคนนำเงินมาส่งถึงหน้าประตูหรอกหรือ เคอโยวหรานยกยิ้มจนคิ้วตาหยักโค้ง จัดการโกยข้าวของทั้งหมดเข้าไปในมิติวิเศษของตน
จากนั้นเดินสำรวจไปรอบห้อง สถานที่แห่งนี้กว้างขวางไม่น้อย ข้างในยังมีบ่อน้ำพุร้อน ตกแต่งด้วยผ้าม่านโปร่งอย่างหรูหรายิ่งนัก
บนชั้นจัดวางไว้ด้วยสมบัติโบราณจำนวนนับไม่ถ้วน แม้เคอโยวหรานจะไม่เคยศึกษาของโบราณ ทว่าก็เคยดูรายการจัดแสดงของโบราณมาไม่น้อย ประสาทสัมผัสที่หกบอกนางว่าสิ่งของเหล่านี้ล้วนแต่เป็นของดี
ในเมื่อเข้ามาแล้วย่อมมิอาจกลับไปมือเปล่าใช่หรือไม่ ดังนั้นนางจึงกวาดสมบัติโบราณทั้งหมดเข้าไปไว้ในมิติวิเศษโดยไม่ลังเล
ทว่าหลังจากมองหาอยู่พักหนึ่ง ทั่วทั้งห้องกลับไม่พบประตูหรือหน้าต่าง หาช่องทางเชื่อมต่อไปยังโลกภายนอกไม่เจอแม้แต่ทางเดียว
เคี่ยวกรำมานานถึงเพียงนี้ เคอโยวหรานหิวจนแผ่นอกชิดแผ่นหลังไปนานแล้ว จึงหยิบนมกับขนมปังออกมาจากมิติและนั่งลงบนเก้าอี้ กินไปพลางหวนนึกถึงสถานที่ที่เพิ่งเดินผ่านมาไปพลาง
แท้จริงแล้วนางพลาดสิ่งใดไป จะต้องมีกลไกกับดักของทางลับอย่างแน่นอน มิเช่นนั้นนางจะถูกพามายังสถานที่แห่งนี้ได้อย่างไร?
เมื่อเคอโยวหรานกินเสร็จก็โยนหีบห่อลงไปในถังขยะ ปัดมือลุกขึ้นเดินมายังข้างเตียง หลังจากนางคลำหาทุกสารทิศอยู่ค่อนวันก็ยังไม่พบซึ่งความผิดปกติใด
หรือว่านางต้องติดอยู่ที่นี่ มิอาจออกไปได้เช่นนั้นหรือ?
รับมือบุรุษเพียงผู้เดียวยังไม่เท่าไร แต่หากรอจนกระทั่งมีคนเข้ามาเพิ่ม นางคงต้องกลายเป็นลูกแกะรอถูกเชือดเสียแล้ว
นอกจากนี้ เคอโยวหรานยังไม่พบเบาะแสใดๆ จากข้าวของและเครื่องประดับภายในห้องแม้แต่น้อย จวบจนตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าใครคือคนที่ลักพาตัวนางมา
คุณชายน้อยที่บุรุษผู้นั้นเอ่ยถึงคือใคร? มีฐานะเช่นไร? มีอำนาจมากน้อยเพียงใด? ขณะที่ลักพาตัวนางได้ลงมือทำอันใดกับคนในครอบครัวของนางด้วยหรือไม่?
สิ่งเหล่านี้เป็นดั่งดาบคมกริบที่ห้อยอยู่เหนือศีรษะของเคอโยวหราน ก่อนจะได้รู้แน่ชัด ภายในใจพลันเกิดความรู้สึกกระวนกระวายอยู่บ้าง
จู่ๆ หางตาของเคอโยวหรานก็เหลือบไปเห็นจุดที่คล้ายกับบานประตู จึงรีบรุดวิ่งเข้าไปหลายก้าวทันที
ทันใดนั้นได้ยินเพียงเสียงเปิดดัง “แกร็ก” ของแม่กุญแจ นางพลันผลักบานประตูให้เปิดออกด้วยความยินดี “สวรรค์ มิใช่กระมัง?”