อ้ายเสิ่นทึ้งผมตนเองอย่างกลัดกลุ้มในขณะที่ผู้อื่นได้แต่มองเขาอย่างเวทนา ก็ใครใช้ให้เขามีตาแต่ไร้แวว ดูไม่ออกว่าใครเป็ฮูหยินท่านแม่ทัพ
“ข้าจะทำอย่างไรดี”
“จะทำอะไรได้อีก” เสี่ยวฉู่ยืนเท้าสะเอวมองอ้ายเสิ่นที่สีหน้าทุกข์ใจ “แต่ท่านแม่ทัพก็ทำไม่ถูกไม่แสดงท่าทีให้ชัดเจน จนผู้อื่นเข้าใจผิด”
“เ้าก็คิดเหมือนข้าใช่ไหมเสี่ยวฉู่” อ้ายเสิ่นดีใจที่มีคนคิดเช่นเขาแต่เสี่ยวฉู่เบ้ปากใส่
“อย่ามาลากข้าไปเกี่ยวกับเ้าเลย” นางส่ายหน้าไปมา“อย่างไรในใจข้าก็เคารพเพียงฮูหยินเท่านั้น”
พ่อบ้านยกมือขึ้นนวดขมับที่อ้ายเสิ่นพูดนั้นก็ไม่ผิดนัก ผู้อื่นรู้ว่าท่านแม่ทัพแต่งภรรยาแล้วแต่น้อยคนที่จะรู้ว่าภรรยาของท่านแม่ทัพหน้าตาเช่นไร ฮูหยินเองก็อยู่แต่ในเรือนแทบไม่เคยย่างเท้าออกจากจวน ถึงกระนั้นเื่การดูแลในจวนฮูหยินล้วนทำได้ดี ยิ่งสามีภรรยาแยกเรือนนอนความห่างเหินยิ่งมีมากขึ้น คิดแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจหนักหน่วงเหตุใดท่านแม่ทัพผู้เก่งกาจในการรบถึงได้ทำเื่ไร้สาระเช่นนี้
“ไม่เห็นมีผู้ใดช่วยฮูหยินของข้าได้สักคน” เสี่ยวฉู่กระทืบเท้าอย่างไม่พอใจ“เห็นที่ข้าต้องเสื้อคลุมนี้ไปให้ท่านแม่ทัพเองสินะ”
“เสื้อคลุมอะไรรึ” พ่อบ้านถาม
“ก็ฮูหยินที่แสนดีของข้านั่งหลังคดหลังแข็งแก้ชุดของท่านแม่ทัพให้ใหม่นะสิ”
เสี่ยวฉู่ถอนหายใจเฮือกใหญ่นึกถึงภาพฮูหยินนั่งปักผ้าใบหน้ามีรอยยิ้มน้อยๆฮูหยินสังเกตว่าเสื้อผ้าของท่านแม่ทัพดูสั้นๆยาวๆ ไม่ค่อยพอดีตัวนางจึงเล่าไปว่าเสื้อผ้าของท่านแม่ทัพเป็แบบตัดสำเร็จท่านแม่ทัพเป็คนไม่ค่อยใส่ใจเื่เหล่านี้จึงไม่ได้เรียกคนมาแก้ไขให้พอดีตัว ฮูหยินได้ยินดังนั้นจึงลงมือแก้ไขเสื้อผ้าเ่าั้ด้วยตนเอง แค่นึกก็เศร้าใจทำดีมากเพียงใดก็ไม่มีสามีก็ไม่แลเหลียว อาจเพราะฮูหยินเป็คุณหนูตระกูลเก่าแก่และสูงศักดิ์จึงไม่อาจลดตัวไปทะเลาะแย่งชิงบุรุษเหมือนผู้อื่นได้แม้บุรุษผู้นั้นจะเป็สามีของตนก็เถิด
“ประเดี๋ยวก่อน”พ่อบ้านร้องห้าม
“มีอะไรรึเ้าคะ”
“เ้าปวดท้องไปไม่ได้”
“ข้าไม่ได้ปวดท้องเ้าค่ะข้าสบายดี”
“ไม่ได้เ้าไม่สบาย ให้ฮูหยินเอาไปให้ท่านแม่ทัพเอง”
ได้ยินดังนั้นเสี่ยวฉู่ก็อ้าปากค้างก่อนพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“โอ๊ย! ข้าปวดท้อง!” เสี่ยวฉู่ยกมือขึ้นกุมท้อง
“เ้าปวดท้องก็ไปนอนพักประเดี๋ยวข้าจะไปรายงานฮูหยินเอง”
“ฝากด้วยนะเ้าค่ะท่านพ่อบ้าน”
เพราะท่านพ่อบ้านรับมือได้ทุกสถานการณ์การส่งพ่อบ้านไปจะไร้พิรุธมากที่สุด บ่าวไพร่ที่อยู่บริเวณนั้นได้แต่ภาวนาขอพรจาก์ให้ฮูหยินกับท่านแม่ทัพได้ปรับความเข้าใจกันเสียที
จ้าวจื่อรั่วถอนหายใจหนักหน่วงเมื่อรู้ว่าตนต้องนำเสื้อคลุมไปส่งท่านแม่ทัพเองจู่ๆ เสี่ยวฉู่ก็ปวดท้อง พ่อบ้านก็เจ็บเข่าแน่นอนว่าผู้อื่นไม่มีใครกล้าเข้าใกล้แม่ทัพกู้ นางไม่อยากเห็นเขากับแม่นางเฉียวฉู่ แต่อย่างไรนางจะให้เจ็บกับคนป่วยไปทำแทนก็ไม่ได้ หญิงสาวกัดริมฝีปากครุ่นคิดเวลานี้ท่านแม่ทัพคงยังไม่กลับจากค่ายทหารกระมัง นางรีบนำไปวางไว้ก็พอ
นางหอบเสื้อคลุมที่ตั้งใจทำเดินไปที่เรือนของแม่ทัพกู้เดิมทีนางเคยคิดใช้ ‘สิ่งนี้’สร้างสัมพันธ์อันดีระหว่างสามีภรรยา แต่ดูแล้วไม่ว่านางจะทำสิ่งใดล้วนไม่เป็ที่ถูกใจบุรุษผู้นั้น อย่างไรนางก็เป็ภรรยา จะละเลยหน้าที่ดูแลเขาก็ไม่ได้ นางคิดว่าเขาไม่อยู่นอกประตูก็ไม่มีทหารยาวเฝ้าเมื่อก้าวเข้าไปกลับพบว่าบุรุษที่ไม่อยากพบหน้ากำลังนั่งอ่านอะไรบางอย่างที่โต๊ะ
กู้ตงหยางได้ยินเสียงฝีเท้าแ่เบาจึงเงยหน้าขึ้นเขาเองก็แปลกใจไม่น้อยที่เห็นจ้าวจื่อรั่วมายืนอยู่เบื้องหน้า ดวงตาคมหรี่มองแล้วเอ่ยถาม
“ใครให้เ้าเข้ามา”
น้ำเสียงห่างเหินและสายตาเ็าทำให้หญิงสาวเจ็บแปลบในอกแต่ยังข่มความรู้สึกนี้ไว้แล้วเดินเข้าไปใกล้
“ด้านนอกไม่มีผู้ใดข้าไม่รู้ว่าท่านอยู่ในนี้จึงเดินเข้ามาเอง” นางยื่นเสื้อคลุมให้เขาดู “ข้าแค่เอาเสื้อคลุมมาให้ เสร็จแล้วจะออกไปทันที”
“เื่เล็กน้อยแค่นี้ฮูหยินแม่ทัพใหญ่ต้องทำด้วยตนเองเชียวรึ” เขาพูดพลางอ่านตัวอักษรบนแผ่นกระดาษในมือ
“ผู้อื่นไม่สะดวกมาข้าจึงมาเอง”
แค่เอาเสื้อคลุมมาให้ทำไมต้องทำเป็เื่ใหญ่
กู้ตงหยางปรายตามองสิ่งที่อยู่ในมือนางเป็เสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้มจนเกือบดำ มองผิวเผินดูเรียบง่ายแต่การเย็บปักประณีตแม่ทัพหนุ่มลุกขึ้นยืนทำเอาจ้าวจื่อรั่วเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวแววตาของเขามีรอยหยอกล้อแต่กระนั้นใบหน้าเรียบนิ่งยากคาดเดา
“ลองสวมให้ข้าสิ”
หญิงสาวนิ่งงันไปชั่วขณะ เขายังคงยืนนิ่งอยู่นั้นหมายว่าเขารอให้นางสวมให้เขาจริงๆ มือเรียวเล็กคลี่เสื้อคลุมออกแล้วเดินอ้อมไปสวมให้เขาทว่านางสูงเพียงปลายคางของเขาทำให้นางต้องเขย่งปลายเท้าขึ้นเพื่อจัดเสื้อคลุมกันลมให้เข้าที่
ใบหน้างามแดงเรื่อขึ้นริมฝีปากสีชาดเม้มแน่นจนเป็เส้นตรงดูท่าทางนางไม่พอใจที่ตนเองต้องเขย่งปลายเท้าเช่นนี้ มือกร้านยกขึ้นปัดปอยผมที่ลงมาเคลียแก้มเผลอใช้นิ้วไล้แก้มนางเบาๆ คล้ายไม่ตั้งใจ ความเขินอายแล่นขึ้นมาในอกนางเบือนหน้าไปทางอื่น ทว่าสายตากับปะทะลายมือคุ้นเคยบนกระดาษที่วางอยู่บนโต๊ะอย่างไรนางก็จำได้แม่นยำถึงลายมือของน้องรองที่นางสอนคัดตัวอักษรด้วยตนเอง นั่น...นั่นคือจดหมายจากน้องรอง!
กู้ตงหยางมองตามสายตาของนางเขาเคลื่อนไหวรวดเร็วคว้าจดหมายบนโต๊ะมาถือไว้ในมือ จ้าวจื่อรั่วตวัดตามองอย่างขุ่นเขืองยื่นมือไปหมายแย่งเอาจดหมายของน้องชายกลับมา เพียงเขาขยับตัวเพียงเล็กน้อยนางก็เอื้อมไม่ถึงจดหมายในมือเขาแล้ว
“ท่าน!” นางขึงตาใส่ “นั่นมันจดหมายของข้า ท่านถือสิทธิ์ใดมาอ่านจดหมายของข้า”
“สิทธิ์ใด?เ้าลืมไปหรือไรว่าข้าคือกู้ตงหยางเ้าของจวนแห่งนี้” เขากระตุกยิ้มเ้าเล่ห์แล้วโน้มใบหน้าลงเล็กน้อย“หากเ้าลืม ข้าจะทวนความจำให้ เ้าเป็คนสกุลจ้าวที่ใจกล้าสับเปลี่ยนเ้าสาวเป็คนที่ฮ่องเต้ประทานให้ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าคนสกุลจ้าวติดต่อเ้าด้วยจุดประสงค์ใดข้าจึงต้องสละเวลาตรวจสอบจดหมายของเ้าด้วยตนเอง”
“ท่าน...” แค่จดหมายจากครอบครัว เขาก็ไม่ไว้ใจเชียวหรือ?จ้าวจื่อรั่วพูดไม่ออก ไม่กล้าแม้แต่จะกะพริบตาเพราะเกรงน้ำตาที่กลั้นไวจะไหลรินต่อให้กราบไหว้ฟ้าดิน ต่อให้นางควักหัวใจออกมาวางแทบเท้าเขาคนผู้นี้ก็คงไม่เห็นค่าในตัวนางสินะ
“ข้าต้องทำอย่างไรท่านจึงจะเชื่อใจข้า” แม้ชีวิตนางไร้ค่าแต่นางยังจำเป็ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป นางสัญญากับมารดาไว้แล้วจะอยู่แลน้องชายทั้งสองจนกว่าพวกเขาจะออกเรือน
ทำไมนะทำไมการมีชีวิตอยู่จึงยากเย็นเช่นนี้
กู้ตงหยางหรี่ตามองรู้สึกแน่นหน้าอกแปลกพิกล เกิดมาจนอายุขนาดนี้ไม่เคยรู้สึกแปลกประหลาดเช่นนี้หรือเขาจะเจ็บป่วยเข้าให้แล้ว
“ย้ายมาอยู่ที่เรือนของข้า”
ดวงตากลมเบิกกว้างอย่างงุนงงนาง...ได้ยินผิดไปกระมัง
“ท่านว่าอะไรนะ...”
“ย้ายมาอยู่เรือนของข้า”เขาพูดน้ำเสียงหงุดหงิด “หรือเ้ารอให้ใครไปหาที่เรือนท้ายจวน”
“เรือนหลังนั้นท่านมอบให้ข้าเองนะ” นางโต้เถียงอย่าลืมตัว
“อยู่ไกลหูไกลตาข้าไม่มีเวลาไปตรวจสอบด้วยตนเอง” ช่างเป็เหตุเป็ผลที่ดีจริง “ข้าจะไม่พูดซ้ำอีกหากเ้าไม่ยินยอม ข้าก็จะทำลายจดหมายเหล่านี้ทิ้งเสีย”
จดหมายไร้สาระมีแต่เื่ดินฟ้าอากาศ อาหารการกินอะไรไม่น่าสนใจสักนิด
“ท่าน!” นางได้แต่กำมือตนเองแน่นจนเล็บจิกที่กลางฝ่ามือความเจ็บนี้เรียกสตินางไว้ทำให้นางสูดลมหายใจลึกๆ แล้วค่อยๆ ตั้งสติ เอ่ยกับเขา“ข้าจะจัดการขนย้ายข้าวของมาที่นี่เ้าค่ะ”
“ประเดี๋ยวนี้”
จ้าวจื่อรั่วอ้าปากค้างหมายความว่าอย่างไร ตอนนี้เลยนะหรือ?
“วันนี้ข้าว่างข้าจะอยู่ดูเ้าขอข้าวของมาไว้ในเรือนนี้”
ดวงตาดำลึกล้ำจ้องมองนางเรียบนิ่งจนนางไม่อาจคาดเดาได้ แต่ดูท่าทางแล้วเขาพูดจริงนางกัดริมฝีปากแล้วหมุนตัวเดินออกไป จ้าวจื่อรั่วเดินยังไม่ทันถึงเรือนเห็นพ่อบ้านอยู่ไม่ไกลนักจึงเข้าไปปรึกษานางเกรงใจผู้อื่น วันนี้เสี่ยวฉู่ปวดท้อง พ่อบ้านเจ็บเข่า แล้วใครจะช่วยนางทว่าเพียงนางบอกเล่าให้พ่อบ้านรู้เขาก็สั่งการบ่าวคนอื่นให้รีบจัดการขนย้ายข้าวของของฮูหยินไปที่เรือนของท่านแม่ทัพแม้แต่ทหารเวรยามยังเข้ามาช่วย
“เสี่ยวฉู่เ้าปวดท้องไม่ใช่รึ” จ้าวจื่อรั่วแปลกใจที่เห็นสาวใช้ร่าเริงไม่เหมือนคนป่วยเลยสักนิด
“ดีขึ้นแล้วเ้าค่ะ” เสี่ยวฉู่ยิ้มทะเล้นแล้วรีบเก็บเสื้อผ้าใส่หีบให้บ่าวชายมาขนย้าย
จ้าวจื่อรั่วมีของใช้ส่วนตัวไม่มากใครเลยจะรู้ว่าใช้เวลาเพียงชั่วยามเดียวทุกอย่างก็เรียบร้อยรวมทั้งเพิ่มหมอนและเปลี่ยนผ้าห่มบนเตียงนอนของท่านแม่ทัพ นางปรายตามองทางกู้ตงหยางที่ยังนั่งดื่มน้ำชาอ่านรายงานราวกับไม่เห็นว่ามีคนมากมายเครื่องย้ายสิ่งของเข้ามาในห้องเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดี พ่อบ้านก็พาบ่าวรับใช้ออกไปหมดสิ้น
กู้ตงหยางเห็นไม่มีผู้อื่นแล้วจึงลุกขึ้นยืนแล้วหยิบจดหมายยื่นให้จ้าวจื่อรั่ว
นางรับจดหมายมาด้วยยิ้มแล้วก้าวเดินออกไปหมายจะไปอ่านจดหมายของน้องชายแต่กู้ตงหยางคว้าไหล่นางมาไว้ก่อน หญิงสาวหันมามองด้วยความงุนงงเขากดไหล่ให้นางนั่งที่เก้าอี้ แล้วโน้มตัวลงกระซิบที่ริมหู
“เ้าอ่านจดหมายในห้องนี้”
“เหตุใดต้องบังคับกันถึงเพียงนี้”
“ข้าไม่ได้บังคับแต่ข้าสั่ง” เขายิ้มที่มุมปาก “หากอยากเขียนจดหมายตอบคนที่บ้านก็ทำได้แต่ส่งให้ข้าอ่านก่อน”
“ต้องทำถึงเพียงนี้“ นางไม่อยากเชื่อเลย
“หรือเ้าไม่อยากเขียนจดหมายถึงน้องชายก็ได้”
“ข้าทราบแล้ว” นางหงุดหงิดแต่ก็ยอมนั่งอ่านจดหมายในห้องนั้น
เพราะสนใจแต่เื่ราวในหน้ากระดาษนางจึงไม่รู้ว่าใบหน้าประดับรอยยิ้ม เป็รอยยิ้มที่ทำให้กู้ตงหยางหงุดหงิดหากไม่เพราะเขาได้อ่านจดหมายเหล่านี้มาก่อน คงคิดว่านางคุยกับบุรุษอื่นเหตุใดเขาต้องหงุดหงิดเช่นนี้
เสี่ยวฉู่กับคนอื่นๆลอบถอนหายใจกันยกใหญ่ หวังใจว่าครั้งนี้จะช่วยให้ท่านแม่ทัพกับฮูหยินได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น
“เอ๊ะ! มีใครเห็นอ้ายเสิ่นไหม” เสี่ยวฉู่ถามอย่างประหลาดใจตอนขนของเขาก็ไม่ได้มาช่วย
พ่อบ้านหัวเราะในลำคอแล้วเอ่ย“ก็ให้คนโง่ไปทำหน้าที่ของคนโง่นั้นแหละ”
คนถูกกล่าวถึงตอนนี้ยืนเฝ้าประตูห้องของแม่นางเฉียวฉู่อ้ายเสิ่นแกล้งเป็ลงกลอนประตูทำให้คนที่อยู่ด้านในออกมาไม่ได้ไม่ว่านางจะโวยวายอย่างไร เขาก็ไม่เปิดประตูให้นางออกมา ชายหนุ่มยกมือถูกปลายจมูกของตนเองแก้เก้อเขาคงทำได้เพียงเท่านี้
โธ่เป็ถึงทหารเอกที่ท่านแม่ทัพไว้ใจแต่ต้องมายืนเฝ้าประตูห้องผู้อื่น!