เช้าวันกัดมา
เยี่ยนฝางถูกปลุกเพราะเสียงดังจากด้านนอกกระโจม แต่เมื่อมองไปที่ข้างๆตนก็ไม่พบซีอันที่นอนข้างๆเสียแล้ว ดูเหมือนว่ากองทหารนี้จะตื่นเช้ากันเอามากๆ ร่างบางลุกขึ้นเดินออกไปนอนกระโจม ที่บริเวณโดยรอบยังคงจุดไฟเพื่อเพิ่มความสว่างอยู่ ยามนี้ดวงอาทิตย์ยังไม่ขึ้นเลยด้วยซ้ำ ตื่นกันเร็วขนาดนี้มาทำอันใดกัน นางยื่นหาวและบิดี้เีที่หน้ากระโจม แต่ทันใดนั้นกลับเป็จังหวะที่คนผู้หนึ่ง ควบม้ากลับมายังค่ายพอดี ดวงตาคมมองมาทางหญิงสาวด้วยใบหน้านิ่ง เยี่ยนฝางที่อ้าปากกว้างหาวต้องรีบปิดปากทันที
"ไปสวมอาภรณ์ให้เรียบร้อย"
จ้าวเทียนหยางควบม้ามาหยุดที่หน้าหญิงสาว ก่อนที่จะเอ่ยเตือนเสียงเข้ม และควบม้าผ่านหน้านางไป หญิงสาวก้มมองตัวเอง ตอนนี้ก็มิได้ไม่เรียบร้อยนี่ เขามาดุนางทำไมกัน ก่อนที่จะวิ่งเข้ากระโจมไป ร่างใหญ่ะโลงจากม้าคู่ใจ ก่อนที่จะจูงมันไปมัดไว้อย่างที่เคยทำเป็ประจำ มือใหญ่เอื้อมไปหยิบหญ้าขนาดพอมือและยื่นให้มัน
"เ้าเห็นแม่นางเยี่ยนฝางหรือไม่"
เสียงหนึ่งดังขึ้นขณะที่จ้าวเทียนหยางกำลังยืนให้อาหารม้า แต่ดูเหมือนว่าบทสนทนานั้นมาจากทหารกลุ่มหนึ่ง
"เห็นสิ ใบหน้านางงดงามมาก อีกทั้งรูปร่างยังใช้ได้อีกด้วย"
หนึ่งในทหารผู้นั้นเอ่ยตอบสหาย ร่างใหญ่ยังคงเงียบฟังพวกนั้นคุยกัน โดยที่ไม่ได้เปิดเผยตัวเอง
"ได้ข่าวว่านางเป็คนของจวนจ้าว"
"เช่นนั้นนางก็เป็คนของท่านแม่ทัพ"
"มิใช่ นางเป็เพียงสตรีที่อาศัยอยู่ในเรือน มิได้มีความเกี่ยวข้องกับท่านแม่ทัพใดๆทั้งสิ้น"
"เช่นนั้นพวกเราก็มีโอกาสในตัวนางสิ ฮ่าๆ"
ทหารผู้นั้นเอ่ยด้วยท่าทีสนุกสนาน มือใหญ่กำหมัดแน่นจนเห็นเส้นเืที่แขน ที่เขาไม่อยากให้มีสตรีเดินทางมาด้วยก็เพราะเหตุนี้
"เช่นนั้นให้ข้ามีสิทธิ์ในตัวพวกเ้าก่อนดีหรือไม่"
จ้าวเทียนหยางเอ่ยเสียงเข้ม พลางเดินไปยังกลุ่มทหารที่จับกลุ่มคุยกันเมื่อสักครู่
"ทะ....ท่านแม่ทัพ"
เหล่าทหารเอ่ยขึ้นพร้อมกันด้วยท่าทีใ รีบคุกเข่าไปที่พื้น เนื่องจากทุกคนรู้ดีว่าเื่นี้ถูกสั่งห้ามไม่ให้เกิดขึ้น มิว่าสตรีผู้นั้นจะเป็ใครก็ตาม เขารู้ว่าบุรุษพวกนี้จากบ้านมานาน บางก็จากคนรัก จากครอบครัว บุรุษก็ยังคงเป็บุรุษล้วนมีความ้า และนั้นก็ไม่เว้นแม้แต่สครีด้วยก็ตาม เพราะงั้นเวลามีสตรีร่วมเดินทางมาด้วย ถึงเขาจะห้ามมิให้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดสตรีกับบุรุษ แต่บางคนถึงขั้นยอมสมัครมาค่อยดูแลเื่ต่างๆอย่างเต็มใจ เพราะจะได้อยู่ใกล้คนรัก
"พูดมา!"
จ้าวเทียนหยางเอ่ยสั่งเสียงเข้ม
"ข้าหัวหน้ากองสี่ขอรับ"
ทหารนายหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยเสียงติดๆขัดๆ เขาทำพลาดเสียแล้ว ก็ผู้ใดจะคิดว่าท่านแม่ทัพจะมาอยู่ที่กระโจมพักม้าได้
"ดี! ถอดถอนตำแหน่งเ้า และส่งทหารกองสี่กลับเมืองหลวง รอรับโทษกับรอบแม่ทัพซะ"
ชายหนุ่มเอ่ยสั่งเสียงเข้มก่อนที่จะเดินออกไป
"ขอรับ"
ทหารนายนั้นตอบรับอย่างว่าง่าย แม่ทัพจ้าวเป็คนเด็ดขาด เื่เมื่อสักครู่เขาคงได้ยินหมดแล้วกระมัง เช่นนั้นก็ไม่มีอันใดให้แก้ตัวอีก ทำได้เพียงตอบรับอย่างว่าง่าย การขึ้นตำแหน่งหัวหน้ากอง ที่ค่อยนำทหารร้อยคนไม่ได้ง่ายเลย แต่ด้วยความสามารถของเขาอีกไม่นานคงกลับมายังที่เดิมได้
จ้าวเทียนหยางเดินมาที่กระโจมตนเอง ก็พบกับผู้ช่วยของเขาที่มายืนรออยู่หน้ากระโจมพร้อมแล้ว เนื่องจาก่นี้เป็ฤดูวสันต์ ฉะนั้นฝนที่ตกอาจทำให้เส้นทางนั้นเกิดความเสียหาย เพื่อเดินทางให้ไวที่สุด อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเส้นทางอยู่ตลอดเวลา จึงมาเตรียมประชุมก่อนออกเดินทาง เยี่ยนฝางนางเองก็มาด้วย ถึงอย่างไรเสียนางก็ไม่ได้มีประโยชน์หรือผลเสียอันใด จะมาหรือไม่มาก็มิได้มีผู้ใดสนใจ ดวงตาคมเหลือบมองมาทางหญิงสาวชั่วขณะหนึ่ง เมื่อคิดถึงเื่ที่ทหารพูดถึงนางเมื่อสักครู่ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอันใด เดินเข้าไปด้านในกระโจม ก่อนที่ผู้ช่วยเขาจะเดินเข้าไปตาม หญิงสาวมีท่าทีแปลกใจ เมื่อสักครู่ท่านแม่ทัพมองข้าเหมือนจะพูดอันใดสักอย่างใช่หรือไม่ หรือว่าข้าตาฝาดไปเองกัน
"เมื่อคืนนอนหลับสบายหรือไม่"
แต่นางยังไม่ทันได้เดินเข้าไปก็ถูกเสียงหนึ่งดึกตัวไว้เสียก่อน เยี่ยนฝางหันไปตามเสียงก็พบว่าเป็ผู้ใด เหตุใดเขาถึงได้ตามติดนางนัก งานของกรมโยธาไม่มีให้ต้องเตรียมแผนรับมือหรืออย่างไรกัน
"ตกลงเ้ามาครั้งนี้เพราะอันใดกันแน่"
"แน่นอน ก็เพื่อนำความรู้มาช่วยเหลือชาวบ้านอย่างไรล่ะ"
ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยท่าทีภูมิใจ
"เอาความจริง"
"เฮ้อ~~~ ข้าเคยปิดเ้าได้เสียที่ไหนกัน"
"พูดมา"
"หากข้ามิพูดแล้วเ้าจะทำอันใดข้า"
มู่ป๋อเหวินเอ่ยอย่างยั่วโมโหนาง แต่ทันใดนั้นหญิงสาวก็สบัดมือไปด้านหลังหวังจะทุบที่ไหล่ชายหนุ่ม แต่กลับถูกฝ่ามือใหญ่จับเอาไว้ได้ก่อนอย่างรู้ทัน มือเรียวอีกข้างก็ดันศอกไปด้านหลังอีกครา แต่ครั้งนี้ก็ถูกชายหนุ่มจับได้เช่นเคย
"เยี่ยนฝาง ข้าเป็สหายเ้ามากี่ปีแล้วกัน มิคิดจะเปลี่ยนกระบวนท่าอีกหรือ"
ตุบ! โอ๊ย~~~
เท้าเรียวกระทืบที่เท้าของมู่ป๋อเหวินอย่างเต็มแรง จนช่วยหนุ่มร้องออกมาเสียหลง เขาไม่ทันระวังหญิงสาวจริงๆ
"เ้า!"
"เ้าบอกให้ข้าเปลี่ยนกระบวนท่าเองนะ ทีนี้เ้าจะบอกข้าได้หรือยังว่าเื่อันใด"
เยี่ยนฝางกอดอกมองชายหนุ่มที่ก้มลงไปกุมเท้าของตนเองที่พื้น แต่จังหวะนั้นเองกระโจมใหญ่ก็ถูกเปิดออกกว้าง และตามด้วยร่างของคนผู้หนึ่ง สายตาดุส่งมายังนางจนทำให้หญิงสาวหน้าเสีย นี่นางทำอันใดผิดอีกแล้วหรือ เหตุใดเขาถึงได้ค่อยแต่ดุนางอยู่เรือยเลย
"ทุกคนเก็บของ หลังทานอาหารเช้าเสร็จเตรียมเดินทางต่อได้"
"ขอรับท่านแม่ทัพ"
ทุกคนตอบรับคำพูดของชายหนุ่ม จ้าวเทียนหยางมองมาทางหญิงสาวพลางส่ายหน้า และเดินเข้ากระโจมตนเองไป หญิงสาวเองก็เช่นกันรีบเข้าไปเก็บข้าวของของตนเองทันที
.....
3 วันผ่านไป
ในที่สุดการเดินทางมาเมืองหย่าฝู๋ก็ถึงเสียที จากคราแรกที่คิดว่าใช้เวลาเพียงสามวันก็ถึง แต่เนื่องด้วยต้องเปลี่ยนเส้นทาง เพราะเส้นทางบางที่ก็เกิดความเสียหาย ทำให้เสียเวลาเพิ่มมาอีกวันหนึ่ง
เมืองหย่าฝู่ ประชาชนส่วนใหญ่ทำการเกษตร ฝนที่ตกลงมาไม่หยุดทำให้เขือนกักเก็บน้ำแตก บ้านเรือนและพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้านถูกน้ำท่วมจนเกิดความเสียหาย ดูเหมือนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะรุนแรงกว่าสิ่งที่หญิงสาวคิดเอาไว้เสียอีก การมาของคณะเดินทางทำให้ชาวบ้านยิ้มออกมาบ้าง อย่างไรเสียความเดือดร้อนนี้ก็จะได้รับการแก้ไขในอีกไม่นาน จ้าวเทียนหยางเรียกคณะทำงานประชุมทันที หลังมาถึงเมืองหย่าฝู่ั้แ่หนึ่งชั่วยามแรก ในกระโจมใหญ่กำลังวุ่นวายและเกิดข้อถกเทียงกัน จนเวลาล้วงเลยมากว่าหนึ่งชั่วยาม
"เช่นนั้นหัวหน้าลู่พาคนของกรมโยธาดูเื่การซ่อมเแซมเขือนว่าระดับน้ำตอนนี้สามารถทำอันใดได้บ้าง"
จ้าวเทียนหยางสรุปหน้าที่หลังปรึกษาหาลื่อเหตุการณ์ที่มาเจอ
"ห่าวอู๋ค่อยประสานงานกับหัวหน้าลู่ด้วย
"ขอรับ"
"ซีชวน หยุนไฉ พาทหารแปดร้อยนาย แบ่งออกเป็หมู่บ้านละห้าสิบนาย ลงพื้นที่ตรวจดูบ้านเรือนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบและเข้าซ่อมแซม ทั้งหมดสิบหกหมู่บ้าน อย่าลืมประสานงานกับหัวหน้ากองทหารให้ดีด้วย"
"ขอรับ"
"ซีอันคัดคนมาช่วยตรวจสอบเสบียงที่วังหลวงส่งมา และชาวบ้านที่มีเหลืออยู่ ว่าเพียงพอหรือไม่ มีพื้นที่ใดต้องเปิดโรงทานแจกจ่ายอาหารและเครื่องนุ่มห่มเท่าใด"
"เ้าค่ะ"
จ้าวเทียนหยางเอ่ยสั่งการหน้าที่ของทุกคนเบื่องต้น เขายังไม่เห็นเหตุการณ์พื้นที่ความเสียหายทั้งหมด แต่นี้ก็ไม่ใช่ครั้งที่แรกที่เขาแก้ปัญหาเื่อุทกภัย ทำให้เขาพอรู้มาบ้างว่าจะต้องจัดการเช่นไร เยี่ยนฝางที่นั่งอยู่ในกระโจมด้วย เหม่อมองชายหนุ่มด้วยแววตาเลื่อมใสและปลิ้มปิติ นางเท้าคางมองใบหน้าคมที่ถึงแม้จะจริงจังขณะที่พูด แต่เขากลับมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก คนอะไรสมบรูณ์แบบขนาดนี้กันนะ
'ไม่ได้ๆ เยี่ยนฝางเ้าจะคิดเกินเลยกับท่านแม่ทัพแบบนี้ไม่ได้นะ .....แต่ดูแววตานั้นของท่านแม่ทัพสิ ผู้ใดจะอดทนไหวกัน' เยี่ยนฝางเอ่ยกับตนเองในใจ ใบหน้างามยิ้มกว้างออกมาอย่างยากที่จะควบคุม
"มีผู้ใดจะเสริมเื่ใดหรือไม่"
จ้าวเทียนหยางหลังอธิบายขอบเขต และหน้าที่ของแต่ละฝ่ายให้ฟังอย่างละเอียดแล้ว ทุกคนดูเหมือนจะไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยขัด เพราะที่ชายหนุ่มเอ่ยสั่งการก็ดูเหมือนจะครอบคลุมหมดแล้ว
"เยี่ยนฝาง เ้ามิพูดอันใดหน่อยหรือ"
เป็ลู่ป๋อเหวินที่นั่งข้างๆหญิงสาวกระซิบถามนางเบาๆ ที่ได้ยินเสียงสองคนด้วยท่าทีก่อกวน
"ป๋อเหวินเ้าเงียบปากไปได้หรือไม่ อย่าก่อกวน"
หญิงสาวเอ่ยก็กระซิบด่าเขาคืนกลับไป ก็ที่นี่มีแต่คนใหญ่โตมิใช่สนามเด็กเล่นเสียหน่อย
"คราอยู่สำนักศึกษาเ้าก็มักแสดงความคิดเห็นเป็ประจำ เหล่าอาจารย์เอาแต่ชมเ้าจนคุณชายเช่นข้าตกกระป๋องไปแล้วรู้หรือไม่"
"แล้วที่นี่มันใช่สำนักศึกษาหรือไม่"
ทั้งคู่เอ่ยกระซิบกระซาบกันอย่างเคยชิน แต่ท่าทีของทั้งคู่กลับเข้าตาของคนผู้หนึ่ง ชายหญิงมิควรเข้าใกล้กันนี่นางไม่รู้หรือ จ้าวเทียนหยางได้แต่ส่ายหน้า
"ได้ข่าวว่าคุณชายลู่พึ่งจบจากสำนักศึกษาในปีนี้ มีอันใดจะเสนอด้วยหรือไม่"
จ้าวเทียนหยางเอ่ยพลางหันมาทางชายหนุ่ม ส่วนใหญ่บุตรชายของจวนขุนนางจะเจริญรอยตามบิดา น้อยมากที่จะทำงานสายที่แตกต่างออกไป การมาครั้งนี้ของชายหนุ่มก็เพื่อสิ่งนี้ หากเขาทำผลงานครั้งใหญ่กลับไปเมืองหลวง ชายหนุ่มอาจจะถูกแต่งตั้งโดยที่ไม่ต้องสอบเลยก็ได้ และนี่คือข้อได้เปรียบกว่าชาวบ้านธรรมดา
"มะ...ไม่มีขอรับ"
ลู่ป๋อเหวินเอ่ยพลางเกาท้ายทอยแก้เขิน เมื่อสักครู่เขาไม่ได้ทันได้ฟังรายละเอียดอย่างชัดเจนเลยด้วยซ้ำ สายตาดุของชายหนุ่มทำให้ทั้งสองตนตัวลีบเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด อาจเป็เพราะเสียงกระซิบกระซาบกันเมื่อสักครู่ไปรบกวนเขาเป็แน่ ลู่จื่อหาร หัวหน้ากรมโยธาและเป็บิดาของลู่ป๋อเหวินได้แต่ส่ายหน้าให้กับบุตรชายตนเอง ดูเหมือนว่าหากเป็เช่นนี้ต่อ หัวหน้ากรมโยธาคงสิ้นสุดที่เขาเสียแล้ว
"แล้วเ้าเล่า"
ชายหนุ่มเอ่ยพลางหันมาทางหญิงสาว ท่านพ่อเขาให้นางมาด้วย หากมิมีประโยชน์ก็ไม่รู้จะพานางมาทำอันใดเช่นกัน เขาเห็นท่านชมนางหนักชมนางหนาว่ามีความสามารถ เขาก็อยากจะเห็นเช่นกันว่านางนั้นมีมากเพียงใด
"ขะ...ข้าหรือ"
เยี่ยนฝางเอ่ยพลางชี้มาที่ตนเองด้วยใบหน้างงงวย คนเช่นข้าเขาก็อยากฟังความคิดเห็นด้วยหรือ นี่ข้ามิได้มีตำแหน่งหรือความสามารถอันใดเลยนะ
"หากเ้ามิมีประโยชน์ แล้วมาที่นี้ด้วยเหตุใดกัน"
ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ เยี่ยนฝางกำมือแน่น คำพูดของชายหนุ่มช่างแหลมคมหนัก นางเหมือนตัวไร้ประโยชน์ที่มาเที่ยวเล่นเช่นนั้นหรือ มิพอยังเป็ภาระในด้านอื่นๆด้วย
"ชั่งเถอะ!"
"ข้ามีเื่จะเสนอเ้าค่ะ"
ชายหนุ่มกำลังจะเก็บของเตรียมให้ทุกคนแยกย้าย แต่กลับถูกหญิงสาวเอ่ยขึ้นขัดเสียก่อน เยี่ยนฝางไม่อยากให้ทุกคนเห็นว่านางไร้ประโยชน์ มาเป็ภาระ ไหนจะอาหารที่นางกินเข้าไป ก็ล้วนใช้ของหลวงทั้งนั้น
"หื่อ...ไหนเ้าลองพูดมา"
"เอ่อ....คือว่า....ข้าคิดว่านอกจากจะต้องรักษาชาวบ้านที่ได้รับาเ็จากอุทกภัยแล้ว ยังต้องระวังเื่โรคที่อาจจะมาพร้อมกับน้ำเ้าค่ะ"
หญิงสาวเอ่ยพลางลอบมองสีหน้าของทุกคน นี่จะบอกว่าพวกเขากำลังฟังสตรีเช่นนางที่ไม่มีตำแหน่งในราชการเอ่ยอยู่เช่นนั้นหรือ หรือว่าเป็เพราะข้าเป็คนของจวนท่านแม่ทัพกัน
"เ้าพูดต่อ"
เสียงทุ่มเอ่ยอย่างใช้ความคิด เขาเองก็มีความกังวลเกี่ยวกับเื่นี้เช่นหัน ทุกครั้งไม่มีโรคที่มาพร้อมน้ำ แต่เมื่อหลายวันก่อนเมืองตงซานมีโรคแพร่ระบาด สาเหตุเกิดจากน้ำขัง ที่นี่ค่อนข้างรุนแรงป้องกันไว้ดีกว่าแก้ดีกว่า
"โรคที่มาพร้อมกับน้ำนั้นมีมากเ้าค่ะ ข้าเองก็ไม่รู้เื่อันใดมากมาย เพียงแค่กังวลว่าหากเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นจริง ประชาชนมากเช่นนี้เกรงว่าจะควบคุมได้ยาก มีน้ำขังอยู่ทุกที่ ชาวบ้านบางคนก็ติดอยู่ในน้ำเป็เวลานาน ไม่ว่าจะโรคไข้หวัด โรคหัด แพร่กระจายได้ง่าย จากการอยู่ใกล้กัน าแที่ชาวบ้านได้รับหรือจากทหารที่อาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ทุกเมื่อ เราทำงานทั้งที่ฝนยังตกไม่หยุดด้องแช่น้ำเป็เวลานาน อาจทำให้เป็โรคน้ำกัดเท้าก็เป็ได้เ้าค่ะ"
หญิงสาวเอ่ยออกไปอย่างอธิบาย ถึงสามวันก่อนเดินทางมาครั้งนี้จะมีเวลาเตรียมตัวน้อย แต่นางก็ได้ศึกษาตำรามาอยู่พอสมควร เพราะถึงอย่างไรการเดินทางครั้งนี้ก็ไม่ใช่การเที่ยวเล่น นางเองก็ต้องทำสุดความสามารถเช่นกัน
"จื่อหาว"
"ขอรับ"
"ส่งจดหมายด่วนไปให้คณะหมอหลวงและหมออาสาที่จะเดินทางมาในพรุ่งนี้ ให้เตรียมยารักษาจำพวกนี้มาด้วย"
"ได้ขอรับ"
จื่นหาวรับคำอย่างว่าง่าย
"เช่นนั้นทุกคนแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเอง ได้เื่เช่นไร รายงานเื่ทุกๆสองชั่วยาม"
หลังคำสั่งชายหนุ่มทุกคนก็แยกย้ายกันออกไป ซีอันยกนิ้วให้เยี่ยนฝางพลางยิ้มให้นาง ท่าทีที่เป็มิตรทำให้หญิงสาวผ่อนคลายลง ไม่คิดว่าท่านแม่ทัพจะฟังความคิดเห็นของนางด้วย รู้สึกดีจังที่อย่างน้อยนางก็มีประโยชน์
"เ้าไปช่วยข้าตรวจสอบเสบียงเถิด"
ซีอันเดินมาหาหญิงสาว
"เ้าค่ะ"
เอ่ยจบทั้งคู่ก็เดินควงแขนกันออกไป
ตอนนี้ในห้องเหลือเพียงจ้าวเทียนหยางเพียงคนเดียว ดวงตาคมยันร่างกายบนแผ่นที่จำลองของเมืองหย่าฝู๋อย่างใช้ความคิด ก่อนที่จะเงยหน้ามองผ้าที่เคลื่อนไหวของประโจม เมื่อสักครู่หญิงสาวพึ่งออกไป มุมปากหนายกยิ้มออกมาด้วยความพอใจ ดูเหมือนว่านางก็เตรียมตัวมาดีไม่น้อย อีกทั้งยังละเอียดรอบขอบกว่าเขาอีกด้วย ทั้งที่นางไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน
.............
ปกป้องยัยน้องถึงขั้นส่งทหารกลับเมืองหลวงคืนเป็ร้อยคน แค่เพราะพูดไม่เข้าหู ได้กลิ่นแปลกๆนะอีพี่
..............
กดหัวใจที่หน้าปก ติดตาม คอมเม้นเป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยน๊าาา???? ไรท์จะลงวันละ 1 ตอน เวลาประมาณ 1 ทุ่มของทุกวันน๊าาา
---------
1 เค่อ คือ15 นาที
1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง
1 ชั่วยามมี 8 เค่อ
1วันมี 100 เค่อ
1 ลี้ เท่ากับ 500 เมตร 2 ลี้ เท่ากับ 1 กิโลเมตร
ยามจื่อ = 23.00 - 24.59 น.
ยามโฉ่ว = 01.00 - 02.59 น.
ยามอิ๋น คือ 03.00 - 04.59 น.
ยามเหม่า คือ 05.00 - 06.59 น.
ยามเฉิน คือ 07.00 - 08.59 น.
ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น.
ยามอู่ คือ 11.00 - 12.59 น.
ยามเว่ย คือ 13.00 - 14.59 น.
ยามเซิน คือ15.00 - 16.59 น.
ยามโหย่ว คือ 17.00 - 18.59 น.
ยามซวี คือ 19.00 - 20.59 น.
ยามห้าย คือ 21.00 - 22.59 น.
วสันต์ = ฤดูใบไม้ผลิ คิมหันต์= ฤดูร้อน สารท= ฤดูใบไม้ร่วง เหมันต์= ฤดูหนาว
——————————