ตอนที่10
ปฐมนิเทศ
ในห้องรับแขกปิดทึบสีขาว มีโต๊ะ โซฟา แสงเรืองออกมาผ่านหลอดไฟฝังผนัง และกระดานหมากรุกที่กำลังถูกเล่นโดยคนๆเดียว เป็เด็กชายเรือนผมสีดำคนหนึ่ง มือขาวคล้ายเรืองแสงได้โผล่พ้นแขนเสื้อดำยาว หยิบเบี้ยสีขาวตัวหนึ่งเดินหน้า และหยิบเรือจากกระดานหมากรุกสีดำอีกฝั่งถอยหลัง หยิบหมากสลับฝั่งกันไปมาเรื่อยๆพลางพูด
“คนๆนั้นที่เจอไม่รู้เหรอว่าเป็ใคร นี่คิดว่าเป็เฮเดียนหรอกรึ”
“……”
“เอาเถอะ เธอก็เป็แบบนี้ อะไรที่ควรรู้ไม่รู้ อะไรที่ไม่ควรรู้นี่รู้เยอะ สนใจแต่สิ่งที่ตนสนใจจนลืมอะไรรอบข้างว่าฉันทำอะไรไปแล้วบ้าง เอามากองตรงหน้าแต่ไม่ค่อยจะเหลียวแล”
“……”
“ฉันชนะแล้วนะ”
ชาลล็อตฟังคนพูดและเล่นกับตัวเองด้วยแววตาว่างเปล่า น้ำเสียงเด็กชายโมโนโทนแปลกหู แต่ชัดเจนเว้นจังหวะราวจงใจให้คนร่วมห้องอย่างเธอได้ยินด้วย ซึ่งเธอก็ไม่อยากได้ยินเท่าไหร่
คนตรงหน้าเป็คนจากรัฐบาลส่งมาให้บาเซนไฮด์ดำเนินแผนการ พวกอาจารย์ก็ไม่รู้ว่าคิดอะไรหรือแค่อยากโยนงาน ให้ถึงส่งคนๆนี้มาให้S9ดูแล และคนดูแลก็ต้องเป็เธอ เพราะเื่นี้เกี่ยวข้องกับครุสโดยตรง
“ชาลล็อต เทียเมียซิส เธอรู้ใช่ไหมว่าน้องของเธอมีของที่มิคคาเอลต้องเอาคืน”
มิคคาเอลเป็ตระกูลหนึ่งในผู้ถือพันธสัญญาครองแดนเทวา ถือตราเทพาบัญชาทัพ์ และดาบอาญาสิทธิ์ ซีรีอัส เคียงคู่กับบัลลังก์กษัตริย์ เฮลิออส มิลแลนเทียส
พูดได้ว่าคนตรงหน้าเป็เผ่าเทพระดับสูง แถมS9คนหนึ่งในรุ่นเธอก็เป็ถึงองค์รัชทายาท ยูโทเปียจับมือกับแดนเทพงั้นหรือ
ชาลล็อตนิ่งเงียบไม่ตอบ อีกฝ่ายก็ลุกขึ้นยืน ส่วนสูงของเขาเพียงอกเธอเท่านั้น แต่พวกเทพปลอมแปลงร่างกายได้เสมอ ไม่รู้ว่าทำไมต้องเลือกอยู่ในร่างนี้ การวางท่าแบบนั้นชวนให้รู้สึกเหมือนมีเด็กมาลูบคมชวนไม่สบอารมณ์ ทั้งที่อีกฝ่ายอายุมากกว่าเธอ
“เอาเถอะ พาฉันไปวงเวทผนึกที่วีรชนแห่งบันทึกคนเก่าเขียนไว้บันทึกเื่ราวของโรงเรียน ฉันเองก็อยากเจอผู้สืบทอดคนนี้พอสมควร เห็นว่าเป็ผู้ถูกหลอมรวมจากทั้งสองฝั่งด้วย”
“ทำไมฉันต้องทำตามที่คุณสั่ง” ชาลล็อตพูดอย่างเ็า เด็กชายเผยรอยยิ้มบางดูไม่สมหน้าตา เดินเข้าใกล้เธอจนระยะห่างไม่ถึงคืบ ก็เงยหน้ากระซิบพูดถ้อยคำที่ได้ยินเพียงสองคน ชาลล็อตเบิกตากว้าง ก่อนกำหมัดแน่น ริมฝีปากขบเม้มอย่างข่มกลั้นอารมณ์
“ฉันขอไปกล่าวต้อนรับปฐมนิเทศก่อน”
“ตามสบาย ถ้ายังได้เจอกับเธอคนนั้นฉันรอได้”
……………………
เมื่อเวลาทดสอบคัดเลือกนักเรียนสิ้นสุด ผู้สมัครสอบผ่านถูกวาร์ปมาที่ห้องรับรองดูโอ่อ่ากว้างขวาง จำนวนคนนั้นบางตาเพียงหลักสิบจากหลักพัน ประดับโคมดูสว่างตาและเวทีใหญ่เบื้องหน้า เขียนตัวอักษรภาษากลางตัวโตๆ ตรงผนังเวทีประดับด้วยผ้าม่านและดอกไม้สีสดว่า ‘ปฐมนิเทศ’ และ ‘ยินดีต้อนรับนักเรียนใหม่’
ผู้สมัครที่ผ่านมาได้ต่างถอนหายใจอย่างโล่งอก บางคนถึงกับไชโยโห่ร้องออกมา ทุกคนในที่นี่ต่างไม่มีาแใด แต่หลายคนก็แสดงความเหนื่อยล้าออกมาอย่างเห็นได้ชัด
ผ่านไปสักครู่เสียงใสกังวานมาพร้อมกับร่างสตรีงดงามกลางเวที เธออยู่ในชุดนักเรียน เสื้อตัวนอกสีดำแขนยาวยาวถึงสะโพก ติดกระดุมสีทองเรียบร้อยแหวกออกเป็แฉกสี่แฉกขลิบขอบทอง ด้านในเป็เสื้อเซิ้ตสีขาวแผ่ปกออก ตรงอกข้างขวามีปักตราดาวห้าแฉกที่เป็สัญลักษณ์ของบาเซนไฮด์ ทับด้วยเข็มกลัดตัวS9 กระโปรงหลายจีบสีดำสั้นเลยหัวเข่า เสริมด้วยกางเกงซับในรัดเรียวขายาวสวย สวมถุงเท้าสีขาวยาวเลยข้อเท้า ถูกทับด้วยรองเท้าสีดำขลับ ผมสีเปลือกไม้มัดหางม้ารวบสูง เปิดหน้าผากกลมมน และคิ้วเรียวยาวสีเดียวกับผมอย่างเรียบร้อย
"ยินดีต้อนรับรุ่นน้องทุกคน ฉันชาลล็อต เทียเมียซิส เป็หนึ่งในS9 ตัวแทนนักเรียนบาเซนไฮด์"
ดวงตาสีมรกตกวาดมองรุ่นน้องใหม่ทั้ง80คน พวกที่ไม่อยู่ตรงหน้าก็เป็เด็กที่ได้รับบททดสอบพิเศษ ซึ่งเข้าตากรรมการทำให้ถูกพัวพันมากกว่าปกติ หรือไม่ก็มีบัตรเชิญบรรจุเป็นักเรียนได้เลย ซึ่งน้องเธอก็เป็หนึ่งในนั้นและไม่ได้อยู่ที่นี่
จะว่าไปเด็กปีนี้ก็นับว่าเยอะกว่าปีที่แล้ว เปลืองงบโรงเรียนใช้ได้ หักเงินชมรมที่เข้าร่วมกิจกรรมสร้างบททดสอบ ปล่อยให้มีรุ่นน้องผ่านมาได้แบบรายหัวดีไหมนะ
เสียงคุยดังระงมเมื่อได้เห็นเธอตัวจริง ตำแหน่งS9คือสภานักเรียน หน้าที่และเกณฑ์การคัดเลือกของตำแหน่งสภานักเรียนอย่างS9ยังไม่มีใครรู้แน่ชัด หรือคนรู้ก็คงไม่บอกง่ายๆ อภิสิทธิ์ของพวกเขายังคงเป็ที่กังขา เพราะเป็นักเรียนกลุ่มเดียวที่ได้รับอิสระมากที่สุด พวกเขาเป็เพียงรองจากรองผอ. เท่านั้น แม้แต่อาจารย์จะแย้งเหล่าS9ก็ทำได้ยาก
"สวยชะมัด นามสกุลเทียเมียซิสเป็ัสินะ"
"นางเท่ชะมัด ทำเอาผู้ชายหลายคนหมดออร่าไปเลย"
"กรี้ดดดดด!!!! ท่านชาลล์ล็อต!!!"
"ขอความร่วมมือให้ทุกคนอยู่ในความสงบ"เธอเอ่ยเสียงก้องพร้อมกับแรงกดดันอ่อนๆ คนทั้งหอประชุมพลันอยู่ในความเงียบ ให้ความรวมมือกับคำขอนั้นอย่างพร้อมเพรียง เว้นแต่.....
"ฮ้าวววว....."เสียงหาววอดดังไม่เกรงใจใคร และไม่ปิดปากที่อ้ากว้างจนเห็นลิ้นไก่ของเครฟ ทำให้คนใกล้ๆต่างหันมามองเอลฟ์หนุ่มเป็ตาเดียว แต่เ้าตัวก็เกาหัวแกรกๆโดยไม่รู้สึกรู้สาอะไร
"ขอแสดงความยินดี ตอนนี้ทุกคนในห้องนี้นับว่าเป็นักเรียนในสถาบันของเราแล้ว" ชาลล็อตพูดต่ออย่างไม่ใส่ใจกิริยานั้น “แต่ก็มีบางคนาเ็จากบททดสอบ ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ห้องพยาบาล ใครรู้จักกันก็สามารถไปเยี่ยมหลังจากจบปฐมนิเทศได้”
‘แล้วนี่ฉันเสียขวดเืไปฟรีๆทำไมเนี่ย’เซเลน่าที่ได้ยินดังนั้นโอดครวญในใจอย่างเสียดาย ก่อนที่คาเรนที่อยู่ข้างๆเธอจะสะกิดถาม
“กาโอหายไปไหนล่ะ” ได้ยินดังนั้น ครึ่งแวมไพร์สาวชักสีหน้าหงุดหงิด แต่ก็ยอมตอบอีกฝ่าย แม้เสียงที่ออกมาจะขุ่นมัวอย่างชัดเจน แถมเอ่ยปากแช่งอีก
“ไม่รู้ ถ้าผ่านก็คงอยู่ห้องพยาบาล เ้านั่นหลังหักไปเลยแหละดี”
"ส่วนกฎระเบียบของที่นี่ จบ่ปฐมนิเทศ ที่ทางออกพวกเราจะมีนาฬิกาประจำตัวนักเรียนให้ใส่ ในนั้นมีรายระเอียดของโรงเรียนเบื้องต้นระบุไว้ ฉะนั้นเราจะข้ามเื่นี้..."ัสาวในร่างมนุษย์เว้น่เล็กน้อยแล้วพูดต่อ
"หอพักที่พวกเธออยู่นั้น ทางโรงเรียนเราจัดห้องสำหรับนักเรียนไว้แล้ว หากใครมีปัญหากับคนร่วมห้อง หรือปัญหาอื่นๆสามารถทำเื่ขอย้ายห้องได้ หอพักมีแยกชาย-หญิงไว้ กฎระเบียบหอพวกเธอสามารถอ่านได้ที่นาฬิกา"จบประโยคนั้นทำให้เหล่านักศึกษาใหม่รู้เลยว่าผู้พูดี้เีอธิบายอะไรเยอะ ให้ผู้ฟังไปหาอ่านเอาเอง
"ฉันจะขอเสริมต่อในเื่มารยาทที่นักศึกษาทุกคนควรปฏิบัติเมื่ออยู่ที่นี่” เธอเว้นวรรคหายใจ ก่อนชูนิ้วชี้ขึ้นมาหนึ่งนิ้วพร้อมพูด
“1 การตรงต่อเวลา พวกเธอเป็เพียงนักเรียน แถมยังเป็รุ่นน้อง อย่าปล่อยให้อาจารย์รุ่นพี่หรือเพื่อนร่วมชั้นมารอเราเพียงคนเดียว ห้ามเอาตัวเองเป็ศูนย์กลางของจักรวาล เพราะต่อให้เคยใหญ่มาจากไหน เก่งมาจากไหน เมื่อมาที่นี่ก็ไม่ต่างกันนัก ทุกคนมีสิทธิ์เท่ากัน มีหน้าที่ที่ต้องทำ ถ้ามีสติปัญญาก็หัดให้เกียรติผู้อื่นบ้าง สังคมไม่ได้ประกอบจากคนๆเดียว ค่านิยมของยูโทเปียเป็แบบนี้ บาเซนไฮด์ก็ไม่ต่าง”
“2 อย่าทะเลาะกันบ่อย ถึงแม้บางคนจะตัดสินว่าคุณค่าของคนอื่นอยู่ที่ฝีมือ แต่สนามประลองของที่นี่ไม่ได้มีไว้ตั้งโชว์ ไปใช้บริการได้ตลอด”
“3 เมื่อก้าวเข้าสู่ที่นี่ เอานิสัยแย่ๆจากทางบ้านของพวกเธอคืนไปซะ อยู่ร่วมกันให้ได้อย่าสร้างความวุ่นวาย”
“4 ที่นี่มีระบบเก็บคะแนนและการไล่ออก ถ้าอยากจบจากที่นี่ก็ต้องทำงานให้เป็ ไม่ใช่งอมืองอเท้าเป็ภาระชาวบ้าน”
“โห พี่สาวของครุสปากโหดชะมัด” เครฟพึมพำ คนข้างๆพูดขึ้น
“จริง วาจาเชือดเฉือนสุดๆ ว่าแต่หัวนายเหม็นชะมัด กลิ่นเหมือนรมยาฆ่าแมลงมา” เครฟพยักหน้า แต่ว่าเสียงที่ตำหนินั้นไม่คุ้นหู ทำให้เครฟเอะใจแล้วหันกลับไปมอง ก็พบกับชายแปลกหน้าผมยุ่งสีน้ำตาลอ่อนคนหนึ่ง ขอบตารอบดวงตาน้ำเงินสมุทรดำคล้ำเหมือนไม่ได้นอน
‘ใครฟร้ะ เข้ามาข้างหลังแบบนี้ต้องมีเจตนาไม่ดีแน่ๆ’เครฟเหงื่อตก สมองคิดเื่อกุศลระหว่างเพศเดียวกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กระเถิบก้นหนีคนข้างหลังโดยอัตโนมัติ รีบแหวกฝูงชนแล้วไปจากจุดนั้นให้ไกลที่สุด
“…..”
“ดิฉันขอจบการแนะนำเพียงเท่านี้ ต่อไปขอเรียนเชิญรองผอ.โรงเรียนของเรา ท่านอานอส คอนสัน ออกมากล่าวต้อนรับนักเรียนปิดท้ายงานปฐมนิเทศในครั้งนี้ด้วยค่ะ”
เธอกล่าวเชิญก่อนจะลงบันไดจากไป สวนกับร่างของชายชราผมสีดอกเลาคนหนึ่ง จากหลังเวทีในชุดสูทดูทางการ ท่าทางการเดินเหินกลับสง่าหลังตรง ดวงตาสีน้ำตาลหลังกรอบแว่นสีดำไร้แววขุ่นมัวเช่นชายชราทั่วไป
“เื่ของคนๆนั้นอย่างพูดอะไรมากนัก ยูโทเปียจะล่มหรือผงาดขึ้นอยู่กับปากของเธอ” ผู้เป็อาจารย์ไม่ได้พูดออกมาด้วยซ้ำ แต่ส่งเสียงให้ได้ยินในหัวเพียงสองคน
สีหน้าชองชาลล็อตยิ่งเคร่งเครียดมากกว่าเดิม แสดงว่าแม้แต่ในโรงเรียน ก็ยังมีคนที่ไว้ใจไม่ได้ แต่เป็ใคร….
เขากล่าวเพียงแค่นั้นก็เดินผ่านม่านเวทีไป ชาลล็อตคิด ทำไมต้องเป็เธอที่ดูแล เขา ถึงจะมีความเกี่ยวข้องเบาบาง แต่ยังไงเธอก็เป็แค่นักเรียนคนหนึ่ง
“สวัสดีนักเรียนใหม่ทุกคน” ชายชราที่เดินออกมาเว้น่ก่อนจะกวาดสายตาไปที่นักเรียนใหม่ทุกคนพร้อมทั้งยิ้มอย่างอ่อนโยนระคนเอ็นดู
“โรงเรียนบาเซนไฮด์ขอต้อนรับ ฉันรองอาจารย์ใหญ่อานอส ต้องขอบอกกับนักเรียนปีหนึ่งทุกคนว่า ท่านอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนบาเซนไฮด์นั้น ไม่สามารถมาพบทุกคนได้หลายทศวรรษแล้ว เนื่องจากท่านมีธุระสำคัญในการปกป้องเขตแดน แต่ท่านยังฝากความคิดถึงมาถึงเหล่าลูกศิษย์ทุกคน สิ่งที่ท่านฝากมามีเพียงประโยคเดียวคือ 'จงตั้งใจศึกษาให้ดีที่สุด เพื่อนำความรู้จากบาเซนไฮด์ ไปใช้ประโยชน์ต่อยูโทเปียหรือที่ๆจากมา'
"หลังจากจบงานต้อนรับ ทุกคนจะได้รับนาฬิกาข้อมือ ซึ่งมีข้อมูลเบื้องต้นของโรงเรียนนี้ และชุดใส่เรียน5ตัว ฉันอยากให้ทุกคนคิดว่าที่นี่เหมือนบ้านหลังที่สองจนจบการศึกษา อย่างที่ชาลล็อตบอกไป พวกเราไม่ใช่ศูนย์กลางของจักรวาล ทุกคนต้องเคารพกฎของโรงเรียน อย่าลืมซะล่ะที่นี่ทุกเผ่าพันธุ์ล้วนคือพี่น้องกัน จงอยู่ร่วมกันและแบ่งปันสิ่งดีๆให้แก่กัน ครูขอกล่าวเพียงเท่านี้ล่ะนะ แล้วก็ขอต้อนรับนักเรียนทุกคนสู่โรงเรียนบาเซนไฮด์"
เมื่อรองอาจารย์ใหญ่เทศนานักเรียนใหม่จบแล้ว เสียงปรบมือดังกระหึ่มไปทั่วทั้งหอประชุมจากหลากหลายความรู้สึก ทั้งประทับใจจริงๆในความไม่ถือตัวของแก หรือแค่ตบตามคนอื่น
เครฟปรบมือพร้อมกับหาวหวอดอีกรอบ ประโยคร่ายยาวของรองผอ.เมื่อกี้เป็บทกล่อมนอนดีกว่าเวทย์นิทราเสียอีก แต่คำพูดต่อมาของรองผอ.ก่อนแกจะลงเวทีไป ทำให้ดวงตาเขียวมะนาวพลันเบิกโตมีประกายแวววาวทันที
"อ้อ แล้วนี่คือการเลี้ยงต้อนรับของโรงเรียนจากชมรมวิจัยอาหาร ขอให้อร่อยกับอาหาร"พูดจบพื้นสีขาวที่รุ่นน้องปีหนึ่งยืนอยู่ก็แยกตัวออกแล้วโต๊ะสีขาวก็โผล่ขึ้นมาแทนที่ บนโต๊ะมีอาหารมากมายวางอยู่ ล้วนเป็อาหารจากทั่วทุกมุมโลก มีทุกประเภทให้ทุกคนให้เลือกสรร ทั้งคาวหวานเครื่องดื่มหลากหลาย หรือแบบประหลาดพิสดารดูไม่คุ้นตายังขยับได้อยู่ก็มี อีกทั้งมีโต๊ะว่างยาวและเก้าอี้ไว้นั่งทานอาหาร
เครฟจ้องเล็งชั้นอาหารราวนักล่าจ้องเหยื่อ มองมุมไหนก็ไม่เหมือนแววตาของเอลฟ์ ตั้งปณิธานว่าจะต้องกู้คืนของที่อ้วกออกไปจนกระเพาะโล่งกลับมา บาเซนไฮด์ต้องชดใช้กับเื่นี้! จัดการหอบจานอาหารที่ตนชอบขึ้นแล้วมาซ้อนกันเป็ชั้นๆ สองมือมีแต่จานวางซ้อนสูงดูน่าหวาดเสียว ทรงตัวถือมันหาโต๊ะว่างได้อย่างมั่นคง ความสามารถนั้นทำให้คนรอบตัวนึกทึ่ง และหลบหลีกเอลฟ์หนุ่มด้วยกลัวจานจะหล่นใส่หัว
“นั่น....นายกินหมดเหรอ” เซเลน่ามองจานอาหารที่เครฟทรงตัวถือด้วยมือสองข้าง กำลังหาโต๊ะว่างสำหรับวางของกิน พร้อมฝูงชนที่พร้อมใจแหวกทางให้
เครฟพยักหน้าแทนคำตอบ เพราะตอนนี้ในปากเต็มไปด้วยอาหารจนพูดไม่ได้แล้ว กินไปเดินไปได้ไม่มีสำลัก พร้อมวางชั้นจานไว้ที่ว่างบนโต๊ะข้างสหายใหม่ นั่งลงและใช้ช้อนส้อมในมือสลับจิ้มของกินได้เรื่อยๆไม่มีสะดุด บางจานมีอาหารน้อย ก็กวาดเทเข้าปากพร้อมกลืนลงกระเพาะทันที เรียกได้ว่าเ้าตัวแทบไม่ได้เคี้ยว
“นั่นยังไม่ถึง5%ของกระเพาะ” คาเรนตอบด้วยน้ำเสียงเนิบๆ ราวกับชินชา นำอาหารไปที่นั่งกินด้วย ไม่ทันที่เธอจะได้นั่งบนเก้าอี้ เครฟก็เอาจานนับสิบใบไปเก็บ แล้วไปตักอาหารใหม่แล้ว
"เร็วมาก นั่นเข้าขั้นหลุมดำแล้วมั้งเนี่ย"เซเลน่ามองอย่างนึกทึ่ง ถ้าเป็เผ่าัหรือั์จะไม่แปลกใจหรอก แต่นี่มันเอลฟ์ เอาซะเธอที่ได้ชื่อว่ากินเก่งรู้สึกเสียเครดิตไปเลย
"แล้วสี่คนนั้นไปไหนกัน เสียดายอาหารสุดๆ นี่เซเลน่า เ้านายเธอหายไปไหนล่ะ"คาเรนถามพลางใช้ส้อมจิ้มสลัดผักเข้าปากอย่างเรียบร้อยราวถูกสอนมาจากชนชั้นสูง ผิดกับอีกคนที่มีใบหน้าพิมพ์เดียวกับเธอกำลังทำการสูบอาหารด้วยความตะกละตะกลาม
“ไม่รู้สิ เดี๋ยวเธอก็มา” แม้จะไม่ได้อยู่กับเ้านาย แต่น้ำเสียงองค์รักษ์สาวรอบนี้กลับสงบกว่าที่คาด
........................................
ลูน่าถูกวาร์ปมาสถานที่หนึ่งหลังจบทดสอบ มันคือโถงทางเดินหินในชั้นใต้ดินที่ดูเก่าและมืดทึบ มีเพียงแสงคบเพลิงนำทางตรงผนังหิน เมื่อเห็นดังนั้น ใบหน้าราวตุ๊กตาจึงเอ่ยตำหนิ “ผู้ก่อตั้งที่นี่รสนิยมไม่ดีเลย นึกว่าจะเป็สถานที่สะอาดๆ ทันสมัยกว่านี้ซะอีก”
แต่ถึงจะบ่นอย่างนั้น เธอก็ลุกขึ้นก้าวเท้าเดินอย่างมั่นคง เสียงรองเท้าคัทชูสีแดงกระทบกับพื้นปูนอิฐจนเกิดเสียงดังขึ้นเป็จังหวะก้อง สุดทางเดินยาวเหยียด มีประตูหินสีดำที่เถาไม้เลื้อยพันปิดอยู่ เพียงแค่ผู้มาเยือนนำมือมาแตะประตู เถาไม้เลื้อยค่อยๆหดคลายออก หล่อนจึงผลักเปิดประตูเข้าไปอย่างช้าๆ
เมื่อประตูหินถูกเปิดกว้าง เผยให้เห็นห้องผนังหิน ที่ตรงกลางห้องประกอบด้วยวงเวทสีแดงขนาดใหญ่ วงกลมหลายวงซ้อนทับกันด้วยอักขระซับซ้อน ตรงกลางคือดาวห้าแฉกสีแดงฉาน อักษรห้าคำถูกประดับไว้ที่มุมของดาวแต่ละแฉกและใจกลาง
เทพ ปีศาจ ั อสูร ยักษา…
เทียนไขเป็แสงเดียวในห้องนี้ถูกตั้งไว้ห้ามุม นอกวงเวทตามทิศของดาวห้าแฉก ทันทีที่ผู้มาเยือนก้าวเข้ามาในห้องนี้ ประตูหินก็ปิดลง ลูน่านั่งคุกเข่าลงพื้นหินที่ฝุ่นเขรอะไม่สนใจกระโปรงยาวที่เปรอะเปื้อน เธอลูบวงเวทสีแดงนั้นอย่างอาลัยอาวรณ์
“เมื่อเจ็ดปีที่แล้ว ขอบคุณค่ะ สำหรับโอกาส” สิ้นคำ เธอหยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋าสะพาย มันคือขวดแก้วที่บรรจุโลหิตสีดำ เด็กสาวดึงฝาออกและเทมันลงที่วงเวท
แต่แทนที่มันจะเปรอะพื้น เืนั้นกลับไหลไปตามวงเวท แทรกซึมถึงตัวอักษรทุกตัวอย่างน่าอัศจรรย์ เปลี่ยนจากวงเวทสีแดงให้เป็สีดำ สุดท้ายโลหิตทมิฬก็ซึมถึงดาวห้าแฉกย้อมมันให้มืดทึบ
เมื่อเสร็จขั้นตอน มือข้างหนึ่งของลูน่าปรากฏหนังสือสีน้ำตาลดูเก่าแก่กางอยู่ หน้าทั้งสองเป็สีขาวอมเหลืองไร้ซึ่งอักษรใดๆ หนังสือลอยไปยังกึ่งกลางของวงเวทใจกลางดาวห้าแฉก
ทันใดนั้นก็ปรากฏควันสีน้ำเงินลอยขึ้นมาจางๆจากวงเวท เปลี่ยนแสงไฟสีเหลืองจากเทียนไขให้กลายเป็สีฟ้า อักษรสีทองมากมายร้อยเรียงกันอย่างรวดเร็ว เปิดแผ่นกระดาษพลิกไปมาจนจบลงที่หน้าสุดท้าย พร้อมกับปกหลังที่ปิดลง
เมื่อเสร็จธุระแล้ว ร่างบางจึงเดินออกจากห้องนี้ มือเรียวทาบไปที่กำแพงเช่นเดิม ปรากฏประตูหินค่อยๆเคลื่อนตัวออก ทันใดนั้น แวมไพร์สาวหยุดชะงักริมฝีปากบางขยับพูด
"ออกมาได้แล้วมั้งคะ ท่านหญิงชาลล็อต และก็.....บุตรแห่งเทพา"
พื้นผนังหินด้านหนึ่งค่อยๆปรากฏร่างของบุคคลสองคน คล้ายว่าเดินทะลุกำแพงออกมา หนึ่งสตรีผู้มีผมสีเปลือกไม้ยาว ดวงตาดั่งแก้วมรกต และหนึ่งเด็กชายที่สูงเพียงอกของเธอ ผมสีดำขลับสั้นระต้นคอปรกหน้า ภายใต้แว่นสีดำที่ใหญ่เกินหน้าคือดวงตาสีไพลินเข้มยากจะอ่านความรู้สึก มือเล็กถือหนังสือเล่มโตไว้แนบอก
"ได้อีกกี่เื่เกี่ยวกับที่นี่แล้วล่ะ ผู้ถือครองบันทึกแห่งกาล"น้ำเสียงเรียบนิ่งจากท่านหญิงแห่งแดนั ทำให้ผู้มาเยือนยิ้มบาง ริมฝีปากเอ่ยอย่างช้าๆ
"เท่าที่ท่านหญิงคิด"คำตอบที่เอ่ยไม่กระจ่างเท่าไหร่นัก
"งั้นถ้าคิดว่าไม่ได้สักเื่ล่ะ"ชาลล์ล็อตพูดลองเชิง
"ถ้าหากเนตรัของท่านหญิงมีพลังตามคำล่ำลือ เป็ัพฤกษาที่สามารถหยั่งรู้ธรรมชาติ คิดว่าเพียงแค่เห็นการกระทำทั้งหมดของดิฉัน คงไม่เกินกำลังท่านหญิงที่จะทราบ"หญิงสาวตอบด้วยคำพูดที่ท้าทายนัยๆ
"คาดเดา ประมาณ45%จากข้อมูลในที่นี่ที่ได้ไป"คำพูดเหมือนหุ่นยนต์ออกจากปากเด็กชายที่นิ่งมานาน คำพูดนั้นทำให้คิ้วของS9สาวขมวดลงจนเป็ปม ก่อนจะแค่นเสียงพูด
“เหอะ อย่างเธอไม่เอาข้อมูลไปให้จอมมารแห่งโทสะรึไง ไม่งั้นปีศาจตนนั้นคงไม่ปล่อยเธอมาที่นี่มือเปล่า เพื่อฟื้นฟูผนึกฟรีๆหรอก”
"ไม่ต้องห่วงว่าดิฉันจะเอาข้อมูลนี้ไปให้ท่านพ่อหรอกค่ะ ขอสาบานด้วยเกียรติแห่งลิลิธเธียน เพราะเื่ของดิฉันไม่เกี่ยวกับทางนั้น” หญิงสาวนำมือมาทาบตรงอกพร้อมก้มหัวลงเล็กน้อย เป็สัตย์ปฏิญาณ
"คำพูดของปีศาจเชื่อได้ที่ไหนกัน มีหลักประกันอะไรไหมล่ะ"หญิงสาวเอ่ยค้าน
“ไม่ใช่ว่าท่านโอริออสก็เคยเกือบทำลายพันธสัญญา เพราะใช้พลังแห่งกฎเกณฑ์ในทางที่มิชอบหรอกหรือ หลักประกันของฉัน อาจหายไปในพริบตาหากไม่พอใจกัน"ลูน่าพูดเนิบๆ ชาลล็อตหน้ามืดครึ้มทันควัน ไอจิตสังหารพุ่งใส่คนปากดีที่ไม่หยี่ระ
“รู้มากนักนะ เป็แค่ผู้สืบทอดแท้ๆ ถ้าคนๆนั้นไม่ได้ช่วยเธอไว้ คิดเหรอว่าฉันจะปล่อยเธอเดินเล่นอยู่อย่างนี้” ั์ตาสีเขียวขยายใหญ่ไม่เห็นส่วนสีขาว ลูกตาดำมีขีดยาวแนวตั้งหดเกร็งเหมือนงูของครึ่งัสาววาววับอย่างเอาเื่ เถาวัลย์ในห้องเริ่มเคลื่อนที่ คล้ายอยากจะมัดปากคนรู้มากเต็มทน
“นับเป็พระคุณตลอดชีวิตเลยค่ะ” ลูน่าไม่สะท้าน เพียงเอ่ยยิ้มๆแต่ไปไม่ถึงดวงตา พลางเปลี่ยนไปพูดกับเด็กชายที่ยืนนิ่งมานาน
“แล้วนายคงมีจุดประสงค์เหมือนฉันใช่ไหมล่ะ ว่าที่ท่านเสนาฯ” เด็กสาวเอ่ย ดวงตาสีเืทอประกายมองมา น้ำเสียงโมโนโทนของเด็กชายจึงค่อยๆเอ่ยดังอย่างช้าๆ ั์เนตรน้ำเงินเข้มหยั่งลึกยากจะคาดเดาความคิด
"แต่เป้าหมายที่ศึกษาต่างกัน ลูน่า สกาเร็ต ดิ ลิลิธเธียน"
........................................
ในห้องพยาบาล มีร่างเด็กหนุ่มผมสีส้มน้ำตาลนอนเอกเขนก เดิมทีเขาเป็ครึ่งอสูรสิงโต แต่ตอนนี้อยู่ในร่างมนุษย์ รอยยิ้มบนใบหน้าคมคายและดวงตาพราวระยับหันไปทางนางพยาบาลที่กำลังใช้พลังเวทรักษาให้หลังเขาหายดี เธอเป็นักเรียนบาเซนไฮด์ที่รับงานรักษารุ่นน้องที่ผ่านแต่ได้รับาเ็จากบททดสอบ
การเจ็บตัวก็มีเื่ดีเหมือนกัน
“พี่สาวร่ายเวทรักษาได้เก่งมาก หลังผมจากที่เคยปวดตอนนี้ดีขึ้นกว่าเดิมอีก ไม่ทราบว่ามีแฟนรึยังครับ”เด็กหนุ่มถามเสียงทุ้มนุ่มนวล รุ่นพี่สาวหัวเราะเสียงใส
“แหม น่าเสียดาย พี่มีแฟนแล้ว”
“หืม หล่อเท่าผมไหม”กาโอยังคงถามไม่เลิก แต่เสียงและแววตาที่เปลี่ยนเป็ไร้เดียงสา ชวนให้รุ่นพี่สาวที่เอ็นดูหลวมตัว
“หล่อกว่าน้องนิดหน่อย เขาเป็พนักงานคุ้มกันรถรางของยูโทเปีย เป็ศิษย์ที่จบไปรุ่นที่แล้วนี่เอง ปีหน้าพี่ก็จบแล้วคงได้เจอเขา โรงเรียนนี้มีผู้หญิงสวยกว่าพี่เยอะ ถ้าจะจีบไปจีบคนอื่นดีกว่า”
ดวงตาสัตว์ล่าเนื้อหดเกร็งแวบหนึ่งก่อนเนียนถาม “อ้อ ผมก็เดินทางโดยใช้รถรางนะ ทำไมไม่ได้เจอคนคุ้มกันรถอย่างแฟนรุ่นพี่เลยล่ะเนี่ย”
“ฮิฮิ นี่คิดแข่งกับเขาหรือ ปกติหน้าที่นี้ไม่ค่อยเผยตัวหรอก จะว่าไปน้องมาอยู่ที่นี่ตั้งเดือนเชียว คงนั่งหารหัสลับทั่วเมืองกันหัวหมุนเลยสิท่า”
“อ้าว เดือนนี้ไม่มีรถรางเข้ามาเหรอครับ”
“ใช่ รถรางเขาว่าปิดปรับปรุงเดือนหนึ่งน่ะ ตอนเจอแฟนครั้งล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้วเมื่อฝึกงานที่โรงพยาบาลก็บอกมาว่าเดือนนี้เขาไม่ต้องไปทำงาน”
…………………….
ครุสที่พึ่งออกมาจากห้องรับรอง ก้าวผ่านประตูมิติ ก็มีนาฬิกาแปลกๆหล่นใส่หัวให้เขาสวมพร้อมกับหนังสือคู่มือ ตามด้วยเครื่องแบบนักเรียน ซึ่งต่อให้ไม่อยากใส่แค่ไหนก็ต้องใส่ เพราะในหนังสือคู่มือบอกว่าเป็หลักฐานยืนยันการเป็นักเรียน และแน่นอน มันถอดไม่ออกอีกเลยราวกับเป็ส่วนหนึ่งของร่างกาย
ยังดีที่มีหนังสือคู่มือใช้นาฬิกาให้เขาอ่านเรียนรู้ เด็กหนุ่มยืนัันาฬิกาลองผิดลองถูกอยู่นาน เนื่องจากเป็ระบบััที่มีหลากหลายฟังชั่น ไม่นานโปรไฟล์เ้าของก็เด้งขึ้นหน้าจอนาฬิกา
นักศึกษาหมายเลข1247 ครุส เทียเมียซิส เผ่า ครึ่งัมนุษย์ เพศ หญิง ส่วนสูง สูง 172เิเ น้ำหนัก 59กิโลกรัม สาย A หอพัก ชาย ห้องพัก หมายเลข013 ปี 1
ข้อมูลจะทยอยอัปเดตตลอดเวลา
เพศหญิง........
แถมยังมีข้อความอธิบายต่ออีกด้วยว่า เราเข้าใจรสนิยมของคุณดีที่ใส่ชุดนักเรียนชาย โรงเรียนบาเซนไฮด์ให้เสรีกับเื่เพศ....
โธ่ว้อยยยยยย!!!!!!
ที่บอกว่าระบบวิเคราะห์ของเ้านี่คืออัจฉริยะอะไรกัน! นี่มันนาฬิกากระป๋องที่ใกล้พังชัดๆ!!!! ตูมีxxxโว้ย!!! ให้ควักออกมาแสกนเลยไหม!!!!
แล้วเพศหญิงบ้านบิดาเอ็งพักหอชายเรอะ! ย้อนแย้ง! จะเพี้ยนจะพังก็ให้มันมีขอบเขตหน่อยเฟ้ย!
เด็กหนุ่มแทบจะเขวี้ยงนาฬิกาทิ้งถ้าไม่ติดว่าต้องดึงหนังตัวเองไปด้วย มือข้างที่ไม่ได้ใส่นาฬิกานวดขมับเต้นตุบๆเพื่อข่มอารมณ์
'ยุบหนอ พองหนอ.....'หลังจากที่ครุสตั้งสติให้ไม่หลุดได้ ก็เริ่มสำรวจเสื้อนักเรียนที่ตนได้มาทันที หลังจากที่นั่งก้นชาอยู่ในห้องรับรองหลายชั่วโมง ก็ถูกโยนออกมาพร้อมกับนาฬิกาและกองชุดนักเรียน
ชุดนักเรียนเป็ชุดสองชั้น ตัวนอกเป็ชุดพื้นสีแดงขอบทองแขนยาวกระดุมทองชายเสื้อแบะออกสี่กลีบ เสื้อด้านในเป็เสื้อเซิ้ตขาวบาง มีปกคอกระดุมแขนยาว เข็มขัดหนังสีน้ำตาล และกางเกงสีดำยาวถึงข้อเท้าผ้าระบายอากาศได้ดี
เมื่อครุสสำรวจชุดก็ใไม่น้อย เพราะขนาดมันพอดีกับตัวเขามาก มีจำนวนสามตัวไม่คับไม่หลวม ทั้งที่เขาไม่เคยไปวัดชุดมาก่อน ลึกลับชะมัด
เขาไม่คุ้นชินััเนื้อผ้าแบบนี้ แสดงว่าไม่ได้ทอแบบทั่วไป ซึ่งแน่นอนว่าไอ้นาฬิกากระป๋องบนมือขวา ก็เด้งภาพวิดีโอโฆษณาสรรพคุณขึ้นหน้าจอ ปรากฏั้แ่พืชที่ใช้ทำผ้า จนถึงด้ายที่ใช้ปักป้ายชื่อ ซึ่งเขาไม่ได้อยากรู้เลยสักนิด! ใครมันอยากจะโดนตอกย้ำว่าถ้าถูกเผาทั้งเป็ จะเหลือแต่เสื้อผ้าสุดเทพไว้เป็ที่ระลึกแทนร่างที่แหลกเป็ผงกัน!
"ชมรมออกแบบเครื่องแต่งกายรู้ขนาดตัวคุณได้จากการแสกนลำตัวที่ห้องรับรอง ผ้าที่ใช้ปักทำจากพืชทางตอนเหนือของเผ่าั์ ซึ่งมีความทนทานน้ำหนักเบาและยืดหยุ่นสูง สามารถกันไฟได้ไม่เกิน500องศา ต่อให้เสียหายก็ฟื้นฟูกลับสภาพเดิมได้แม้ฉีกขาด ไม่ต้องกลัวว่าร่างจะเปลือยเปล่า นอกจากนี้เวทมนตร์ที่แฝงในตัวผ้ายังเป็ของเผ่า....."ครุสหยิบก้อนหินบนพื้น หมายจะกระแทกวิทยาการกระป๋องที่อยู่บนข้อมือให้เละ เสียงนิ่งๆของนาฬิกาก็ค่อยๆหยุดลง เพราะยังไม่อยากกลายเป็เศษเหล็ก แต่ก็ทิ้งท้ายด้วยวาจาแข็งๆไร้อารมณ์ไว้อย่างหน้าหมั่นไส้
"หากทำทรัพย์สินของโรงเรียนเสียหายโดยเจตนา ปรับ100ยูท หักคะแนน20แต้ม"
"เออออออ!!!!"เด็กหนุ่มะโใส่'เทคโนโลยี'ตาถั่วอย่างหงุดหงิด ตอนนี้เขากำลังควบคุมอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน รู้สึกถึงเส้นเืที่หัวเต้นตุบๆ
‘ให้ตายสิ โดนกระตุ้นเื่ปมด้อยทางเพศทีไร เป็แบบนี้ทุกที’
เมื่อปรับอารมณ์ให้เย็นลงได้ เขาจึงปัดนาฬิกาดูข้อมูลเบื้องต้นของที่นี่ ก็พบว่าใช้เวลาสี่ปีในการจบการศึกษา แสดงว่าพี่เขาตอนนี้อยู่ปีสอง ทั้งการเรียนความรู้ทั่วไป สายที่ต้องเลือกเรียน การทำงานและคะแนนเก็บ โดยตามความเข้าใจของครุสคือ
วิชาความรู้ทั่วไปคือศาสตร์เบื้องต้นของการอยู่ร่วมกันในยูโทเปีย แต่ละคนก็ใช้เวลาการจบหลักสูตรนี้ไม่เท่ากัน แต่โดยรวมไม่เกินสองปี สิ่งที่โรงเรียนนี้ต่างจากโรงเรียนอื่นมีสามอย่าง
หนึ่ง สิ่งที่กำหนดประเภททักษะการเรียนของที่นี่เรียกว่าสาย ซึ่งแบ่งออกเป็6สาย
สาย A สายกายภาพ ทักษะศิลปะการต่อสู้ และการเสริมพลัง
สาย B สายพลังแฝงหรือก็คือพลังที่ออกมาจากร่างกายที่ไม่ใช่พลังกายภาพเช่นพลังเวท พลังจิต
สาย C สายนักปราชญ์เป็สายที่ศึกษาศาสตร์ความรู้ทั่วไปจนถึงเชิงลึก
สาย D สายแพทย์ เป็สายที่เน้นไปที่การรักษาทุกประเภทไม่ว่าจะทางพลังแฝง สมุนไพรหรือวิทยาการ
สาย E สายประดิษฐ์ สร้างทุกอย่างั้แ่งานฝืมือยันเครื่องกล รวมถึงทำอาวุธและยานพาหนะ
สาย F สายเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์อสูรและพืชพันธุ์
โดยปีหนึ่งจะเรียนสายควบคู่กับเรียนความรู้ทั่วไปด้วย ความรู้ทั่วไปสามารถจบหลักสูตรได้เร็วสุด3เดือน แต่สายต้องเรียนไปทำงานไปจนจบปีสี่
ซึ่งแต่ละสายก็จะมีแขนงย่อยไปอีก เช่นสายพลังแฝงก็จะแบ่งออกเป็พลังจิตและเวท สายหมอก็จะมีการแพทย์ของยูโทเปียหรือการแพทย์เฉพาะทาง ซึ่งจะมีรุ่นพี่คอยดูสายย่อยนั้นๆและมีอาจารย์ประจำสาย ทุกคนในโรงเรียนต้องมีสายเรียนสลับกับเรียนตารางเรียนหลัก เว้นแต่S9ที่ไม่มีสาย เพราะพวกเขาไม่ได้เรียนเหมือนนักเรียนปกติ
ซึ่งดูเหมือนเขาจะถูกบังคับให้เลือกเรียนสาย A เมื่อดูจากข้อความแนะนำ เป็สายของพวกสมองกล้ามเนื้อ ตัวเขาในสายตาพี่เป็คนแบบนั้นเรอะ….
แต่เหมือนจะเปลี่ยนสายเรียนทีหลังได้ เพราะบาเซนไฮด์ไม่ใช่สถานศึกษาเฉพาะทางบางเื่ขนาดนั้น เช่นสายแพทย์หรือสายสร้างของ บางทีจึงมีการโอนย้ายนักเรียนไปเรียนสถาบันในเครือของยูโทเปีย ถ้าหากนักเรียนคนนั้นคิดว่าโรงเรียนนี้ไม่เหมาะกับพวกเขา หรือนักเรียนแลกเปลี่ยนจากที่อื่นก็มีมาเรื่อยๆเหมือนกัน
ทว่าการเปลี่ยนสายไปเลยก็มีเงื่อนไขที่เข้มงวด เช่น ปีการศึกษาหนึ่งห้ามเปลี่ยนไปมาเกินสามครั้ง เว้นแต่คุณแสดงให้อาจารย์ดูแล้วว่าคุณเชี่ยวชาญจริงๆ หรือไม่อยากเรียนสายนั้นชนิดว่ายอมโดดตึกดีกว่า แต่ทำอย่างนั้นคนสอนไม่ชอบแน่ อาจมีผลกับแต้ม
ส่วนสำหรับคนที่ความสามารถเหมือนเป็ด ทำได้มากกว่าหนึ่งอย่างแต่ไม่สุด จะเรียนข้ามสายก็ได้ แต่ยังต้องเกี่ยวข้องกับสายเดิมอยู่ ไปๆกลับๆแบ่งเวลาให้ดี และต้องคุยกับอาจารย์ทั้งสองสายก่อนแล้ว
บางที อาจมีการที่นักเรียนสายหนึ่งไปศึกษาสายอื่นแบบไม่ลึกซึ้งเหมือนพวกเป็ดข้างต้น แต่เพียงเพิ่มความรู้ลึกในศาสตร์นั้นๆ เพราะความรู้ทุกอย่างล้วนเชื่อมโยงถึงกันเสมอ เช่นการที่เด็กสายแพทย์้าความรู้บางอย่างจากสายสัตว์อสูร แต่ก็ไม่ได้ย้ายไปสายนั้น ก็ต้องเขียนรายละเอียดที่อยากรู้ให้ชัดเจน อาจารย์ของอีกสายจึงให้ร่วมเรียนข้ามสายกันชั่วคราว ได้ของที่อยากรู้แล้วก็กลับสายเดิมไปตามที่รายงานมา
สอง ในบาเซนไฮด์มีระบบรักษาคะแนน ที่นักเรียนทุกคนจะมีคะแนนตั้งต้นั้แ่เข้าเรียนมา500แต้ม ซึ่งคะแนนนี้จะขึ้นอยู่กับความประพฤติ จิตพิสัย ระเบียบ ความรับผิดชอบหรือแม้แต่ผลการเรียน
แน่นอนว่าถ้าใครทำทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นไม่ดี หรือขัดต่อกฎระเบียบ คะแนน500แต้มก็จะถูกหักไปเรื่อยๆ ตามความหนักเบาของการการกระทำนั้นๆ เรียกได้ว่าเป็ค่าปรับของโรงเรียนนี้
และเมื่อคะแนนที่กำหนดไว้อยู่ต่ำกว่า250 นักเรียนคนนั้นก็จะถูกตัดสิทธิ์การเป็นักเรียนของบาเซนไฮด์ทันที ไม่ว่าคุณจะเพิ่งเข้าหรือใกล้จบแล้ว
สาม คนที่ใกล้จะถูกไล่ออกก็มีทางแก้อยู่ คือต้องทำงานที่นักเรียนด้วยกันหรืออาจารย์เสนอไว้ ถ้าทำสำเร็จคุณก็จะได้แต้มมาตามที่งานสั่งไว้
ระบบแต้มสามารถใช้แทนเงินได้ ในการซื้อสิ่งของบางประเภทในโรงเรียน หรือบางทีต้องใช้แต้มโดยเฉพาะในการชื้อบางอย่างก็มี แต่การใช้แต้มซื้อจ่ายไม่จำเป็ที่แต้มจะต้องเต็ม แต่ถ้าแต้มเต็ม500แล้วนักเรียนได้คะแนนเกิน คะแนนนั้นจะถูกแปรเปลี่ยนเป็เงินหน่วยยูทแทน แต่แน่นอนเปลี่ยนเงินเป็คะแนนไม่ได้
แต้มในโรงเรียนนี้คล้ายเป็ทรัพย์สินประเภทหนึ่ง นักเรียนสามารถจะหางานให้นักเรียนด้วยกันทำได้ โดยกำหนดรายละเอียดของงาน ทักษะที่ใช้ทำงาน และระยะเวลาทำงาน จำนวนคนที่ใช้ในงานนี้ ค่าตอบแทน ได้ตามกฎโรงเรียนกำกับไว้ โดยค่าตอบแทนนั้นคือแต้มของตัวผู้ว่าจ้างเอง
โดยงานจะถูกปักไว้ที่บอร์ดประชาสัมพันธ์ โดยมีรหัสนาฬิกาของผู้ว่าจ้างแปะไว้ให้ติดต่อหากันได้ และรับงานผ่านทางนาฬิกา โดยรับได้แค่ทีละสองงานเท่านั้น และต้องทำให้สำเร็จตามที่ตกลง ไม่งั้นแต้มของนักเรียนผู้รับจ้างจะลดไปอีก
อีกทั้งโรงเรียนนี้มีการจับกลุ่มของนักเรียน ที่ทางโรงเรียนไม่ได้บังคับหรือตั้งกฎอะไรไว้ เรียกว่าชมรม จะเข้าหรือไม่เข้าก็ได้ มีจุดประสงค์คือรวมกลุ่มคนที่สนใจอะไรคล้ายๆกันไว้ จะสร้างผลผลิตชิ้นงานหาสายสัมพันธ์ทางโรงเรียนก็ไม่ได้ห้าม แต่หากเกิดความวุ่นวายมีข้อฟ้องร้องก็มีศาลโรงเรียนอยู่
เมื่อทำความเข้าใจได้ ครุสจึงเปิดแผ่นที่โรงเรียนจากนาฬิกาขึ้นมาดู ภาพสามมิติปรากฏอย่างละเอียดแม้แต่ความสูงของตึก ความลึกของสระน้ำ ความหนาของกระเบื้อง....ละเอียดไปมั้ง
และดูเหมือนนาฬิกานี่จะขึ้นสัญญาณว่าสามารถเชื่อมต่อกับลูกบาศก์เงินได้ ครุสลองยกของสองอย่างมาใกล้ๆกัน นาฬิกาทำการแสกนลูกบาศก์เงิน พร้อมขึ้นข้อความว่าเชื่อมต่อเรียบร้อย จากนี้ไปใช้จ่ายอะไรจะขึ้นแจ้งเตือนและมีบัญชีรับรายจ่าย หาดูได้ในนาฬิกา
เด็กหนุ่มลองใช้ระบบใหม่ คือการติดต่อบอกตำแหน่งผ่านทางนาฬิกา เขาพิมพ์ชื่อเพื่อนที่น่าจะผ่านแน่ๆลงไป ปรากฏแผนที่ขึ้นบอกตำแหน่ง แถมบอกว่าอยู่ห้องพักเดียวกัน จึงมีชื่อเพื่อนขึ้นมาอัตโนมัติ ตอนนี้คนที่อยู่ใกล้เขาที่สุดคือลูซ ครุสตัดสินใจเดินไปหา ต้องยอมรับเลยว่าแม้มันจะตาถั่วแต่ก็เจ๋งใช่ย่อย ความคิดด้านลบต่อนาฬิกาติงต๊องจึงเริ่มลดลงไปบ้าง
ครุสพบลูซที่ยืนกำลังยืนนิ่งผิงผนังตึกอย่างมั่นคง ผมสีเทาปลิวไปตามลม ใบหน้าคมคายนิ่งสนิท ดวงตาสีรัตติกาลปิดสนิทคล้ายว่ากำลังครุ่นคิด
เ้าตัวเงยหน้ากะส่วนสูงของลูซขณะยืนอยู่ เดาว่าหมอนี่สูงสัก180ขึ้นเห็นจะได้ สำหรับเขาอายุ16สูง170กว่าถือว่าไม่เตี้ยตามร่างมนุษย์ แต่พอเทียบกับลูซ ขนาดตัวเขาดูตัวเล็กลงไปเลย
ครุสมองลูซอย่างพินิจพิเคราะห์ ก็พบว่าไอ้หมอนี่มันหล่อมาก คำว่าหล่อเกินไปก็ไม่เกินจริง ก็ว่าอยู่ทำไมสาวๆชอบเหลียวมอง คิ้วสีเงินหนาเฉียงได้องศา รูปหน้าสัดส่วนทองคำ ผิวสีเนื้อขาวกว่าเขานิดหน่อยแต่ไม่เท่าเครฟที่เป็เอลฟ์ หุ่นและกล้ามเนื้อดูแข็งแกร่งไม่เหมือนคนนอนตลอดเวลา ให้ตายเหอะทำไมหุ่นดีกว่าเขาอีกนะ
หลังเหยียดตรงขาทรงพลังแม้สวมกาเกง บุคลิกดีไปหมด ติดแค่อย่างเดียวคือหน้าเหมือนกล้ามเนื้อตึง มีอยู่พิมพ์เดียวตลอดเวลา และหมอนี่ไม่เคยปริปากพูด ขนาดหาวหรือจามเขายังไม่เคยเห็น อ้าปาก่เดียวคือเวลากินอาหาร
เด็กหนุ่มเอื้อมมือปัดมือไปมาหน้าใบหน้าหล่อเหลานิ่งเฉยราวกับรูปสลัก แน่นอนว่าไม่เกิดผลใดๆ อีกฝ่ายยังคงยืนนิ่งอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง มือเขาแทบจะตบหน้าหล่อๆนั่นอยู่แล้ว หนังตาหมอนี่ยังไม่แม้แต่จะกระตุกจากแรงลมสักนิด
"..........Zzz"
'อย่าบอกนะว่ามันยืนหลับ....... '