บทที่ 22 เธอและผู้ชายหายเข้าไปในป่าละเมาะ
จินซูรับกระดาษโน้ตมาอย่างคล่องแคล่ว เหลือบมองดู ตัวอักษรบนนั้นดูดีมาก เข้มแข็งและทรงพลัง
“จ้าวจื่อหลงอายุยี่สิบแปดปี มียศผู้กองเป็คนร่าเริง คุยเก่ง เหมาะกับเธอมาก ข้อเสียคือตอนนอนชอบกัดฟัน…” หน้าของหลินอี้เสวียนแดงก่ำเป็สีเื เขาเอื้อมมือมาจะแย่งคืน แต่จินซูลุกขึ้นยืนหลบ ทำให้เขาคว้าไม่ได้ เธอยังคงอ่านต่ออย่างสนใจ
“จางต้าจวงอายุยี่สิบสองปี เ้าหน้าที่ธุรการ ข้อดีคืออายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ ข้อเสียคือในอนาคตอาจไม่ได้เป็ทหาร ไม่มั่นคง”
บนกระดาษเต็มไปด้วยชื่อคน เรียงรายไปด้วยข้อเสีย ข้อดี มีอยู่สองสามคนที่เขาทำเครื่องหมายสีแดงเอาไว้ หมายถึงแนะนำเป็พิเศษ
“หาคู่ให้ฉันเหรอ” จินซูถามพร้อมกับแกว่งกระดาษในมือ หลินอี้เสวียนรู้สึกเสียใจอย่างที่สุด
“รู้แล้วว่าเธอทั้งเก่ง และยังเต็มใจให้โอกาสไม่หย่ากับฉัน ฉันจะทำเื่บ้า ๆ นี่ไปทำไม” ตอนที่เขากลับมา เขาคิดว่าเขาไม่ควรฉุดรั้งเธอ ไม่อยากเป็ตัวถ่วงความเจริญ เธอควรจะได้เจอผู้ชายที่ดีกว่านี้ แต่ตอนนี้เขาไม่คิดแบบนั้นแล้ว
ทำไมไม่เผากระดาษแผ่นนี้ทิ้งไปซะตั้งนานแล้วนะ… หลินอี้เสวียนจ้องกระดาษแผ่นนั้นเขม็ง อยากจะเสกให้มันหายไป เผากระดาษอัปมงคลนี่ทิ้งซะ
“คนนี่ไง ไม่เลวเลยนะ อายุยี่สิบเก้าก็ได้ตั้งสองขั้น อนาคตไกลเชียว สนใจให้แนะนำให้รู้จักไหม” จินซูแกล้งแหย่เขา
“ฉันเพิ่งจะยี่สิบห้าอีกสี่ปีข้างหน้า ยศต้องสูงกว่ามันแน่!”
“งั้นคนนี้ล่ะ ไม่เลวเหมือนกัน” จินซูชี้ไปที่อีกคน ที่ถูกวงกลมด้วยปากกาแดง
“คนนี้ทั้งคุณสมบัติทางการศึกษาดี นิสัยก็ไม่เลว หาที่ติไม่ได้แล้วมั้ง” หลินอี้เสวียนมองตามไปเห็นว่าเป็เพื่อนซี้ของเขา หยางเฟิ่งคนนี้ไม่ว่าจะด้านไหนก็ไม่ด้อยไปกว่าเขา และเขาก็คิดว่าเพื่อนคนนี้แหละที่เหมาะสมกับจินซูที่สุด
หลินอี้เสวียนยอมแทงข้างหลังคนอื่นได้เพื่อช่วยเพื่อน แต่ตอนนี้เพื่อเสี่ยวจิน เขาตัดสินใจแทงเพื่อนได้โโยไม่ลังเล
“เขาไม่ได้เื่หรอก เขากินถั่วเหลืองแล้วตดมีกลิ่นเหม็น แถมยังชอบกินอีก”
“ฮ่า ๆ ๆ น่าสงสารหยางเฟิ่งจริง ๆ มีเพื่อนแบบนี้โชคร้ายชะมัด” ทำไมเธอถึงรู้ว่าหยางเฟิ่งเป็เพื่อนสนิทของหลินอี้เสวียนน่ะเหรอ เพราะในข้อดีของตัวเอง เขากล้าเขียนว่าเฟิ่งเป็เพื่อนสนิท หลังจากที่เธอแต่งงานไปแล้ว เขาจะไปเยี่ยมบ้านได้ตลอดเวลา คอยดูว่าหยางเฟิ่งดูแลเธอดีหรือเปล่า ไปเยี่ยมบ้านบ้าบออะไรล่ะเนี่ย... จินซูขำจนปวดท้อง
หลินอี้เสวียนฉวยโอกาสตอนนี้คว้ากระดาษเ้าปัญหาไปฉีกเป็ชิ้น ๆ ก่อนจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“เื่นี้ไม่ต้องพูดถึงอีกแล้ว จบไปแล้ว” เสี่ยวจินน่ารักขนาดนี้ เขาจะไม่ยอมยกเธอให้ใครเด็ดขาด
“แต่ฉันอยากรู้นี่นา หยางเฟิ่งชอบกินถั่วเหลืองแล้วตดเหม็นจริง ๆ เหรอ บอกมาเถอะน่า อย่าเพิ่งไปสิ” เพราะป้าหลินมาป่วนนี่แหละ ทำเอาเสียเวลาไปครึ่งบ่าย ขายไอศกรีมก็ไม่ทันเลย
หลินอี้เสวียนกลับบ้านไปเตรียมอาหารเย็น ส่วนจินซูไปที่ตลาดขายส่งเพื่อหาพ่อค้าคนนั้น พ่อค้าเทปคาสสิคนั่งขมวดคิ้วสูบบุหรี่อยู่ตรงนั้น คิดว่าเธอจะกลับมาคืนเครื่องเล่นเทป เพราะเมื่อวานเธอเดินเร็วมากจนเขาตามไม่ทัน
“ซ่อมเสร็จแล้ว” จินซูยื่นเครื่องเล่นเทปให้เขาพร้อมกับกดปุ่มเล่น เสียงเพลงดังลื่นไหลออกมาจากเครื่องเล่น ทำเอาพ่อค้าอ้าปากค้างด้วยความใ
“เธอทำได้ยังไงเนี่ย”
“สายไฟหัวแม่เหล็กมีปัญหา ซ่อมนิดหน่อยก็หายแล้ว โชคดีที่มอเตอร์ไม่เป็ไร ถ้ามอเตอร์พัง ค่าซ่อมคงบานปลาย” พ่อค้ามองเธออย่างกับเธอเป็เทพเ้า จินซูได้แต่ยิ้มรับ ปัญหาง่าย ๆ แบบนี้ ถ้าเธอยังมองไม่ออก เธอก็คงไม่ได้ขึ้นชื่อลือชาในวงการเครื่องใช้ไฟฟ้ามาหลายปีหรอก
“ที่เหลือเธอซ่อมได้ไหม” พ่อค้ามองเธอด้วยแววตาเปี่ยมไปด้วยความหวัง
“ซ่อมได้ ฉันเอาไปก่อนสามสิบเครื่อง พรุ่งนี้พี่มาเอาที่บ้านฉันก็ได้ นับจากพรุ่งนี้เป็ต้นไป พี่ขายได้เลย ฉันซ่อมวันละหลายสิบเครื่อง พอขายได้ถึงพรุ่งนี้แน่นอน” พ่อค้าขายเทปร้องไห้น้ำตาไหลพราก ในที่สุดเขาก็ได้พบกับผู้มีพระคุณ
“ถ้าไม่ได้เธอ พี่คงต้องะโน้ำตายแล้ว ข้างบนก็มีพ่อแม่ ข้างล่างก็มีลูกเมีย เงินเก็บก็หมด จะเอาอะไรกิน”
“ไม่ต้องขอบคุณหรอก ฉันไม่ได้ช่วยพี่ฟรี ๆ ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ร่วมกัน” แม้จะพูดแบบนี้ แต่พ่อค้าขายเทปยังคงรู้สึกขอบคุณเธอมาก จินซูคิดค่าซ่อมเครื่องละสิบหยวนถือว่าไม่แพงเลย
ขณะที่จินซูกำลังคุยเื่ธุรกิจอยู่นั้น ก็มีแขกไม่ได้รับเชิญมาที่บ้านตระกูลหลิน หลินอี้เสวียนเพิ่งเข้ามาในบ้าน จางจ้าวตี้ก็พาอวี้ถิงเหม่ยเข้ามาหา เมื่อเห็นจางจ้าวตี้ หลินอี้เสวียนก็รู้สึกเสียใจ
ถ้าเขารู้ก่อนว่าแม่ลูกคู่นี้อยู่ที่นี่ เขาจะไปตลาดขายส่งกับจินซูด้วยแล้ว แบบนี้เขาก็ไม่ต้องทนมองหน้าสองคนนี้อย่างรำคาญใจ พี่น้องบ้านสกุลหลี่เล่าเื่ราวทั้งหมดของครอบครัวนี้ให้ หลินอี้เสวียนฟังหมดแล้ว เขาจึงรู้ดีว่าครอบครัวนี้ชอบรังแกเสี่ยวจินแค่ไหน จางจ้าวตี้แสร้งทำว่าตนร้องไห้เสียงแหบแห้ง แต่บนใบหน้ากลับไม่มีน้ำสักหยด
“ลูกเขยครั้งนี้ฉันมาเพราะเื่ของอวี้เหยาเหม่ย”
“เธอเป็อะไรไป” หลินอี้เสวียนมีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย เมื่อได้ยินชื่อของจินซู
“ฉันไปหาคนมาดูดวงให้เธอกับนาย หมอดูบอกว่าดวงของเธอมันชง เธอเป็ตัวซวยทำให้แม่นายประสบอุบัติเหตุรถชน แล้วยังทำให้นายเกือบตายอีก โอ้ ชีวิต... ทำไมฉันถึงได้ให้กำเนิดตัวซวยแบบนี้มาได้นะ” จางจ้าวตี้แสร้งร้องไห้พลางแอบมองปฏิกิริยาของหลินอี้เสวียน
“ฉันเป็ทหาร ไม่เชื่อเื่งมงายแบบนี้” หลินอี้เสวียนผิดหวัง นึกว่าจะได้ยินข่าวคราวของเธอ ที่แท้ก็เื่แค่นี้เองเหรอ
“เื่ใหญ่ขนาดนี้ นายยังไม่เชื่ออีกเหรอ” จางจ้าวตี้ ไม่คิดว่าแผนการที่เตรียมมาอย่างดีจะไม่ได้ผล
“หมอดูยังบอกอีกว่าถ้านายยังอยู่กับเธอ นายจะตายไม่เหลือแม้แต่ซาก! ตระกูลของนายจะไม่มีวันได้ผุดได้เกิด! แม่นายจะอยู่ไม่ถึงสิ้นปี!” จางจ้าวตี้ พูดเสริมพูดจารุนแรงขนาดนี้ คงจะกลัวบ้างล่ะ
“บอกที่อยู่มา” หลินอี้เสวียนเอ่ยปาก
“อะไรนะ?” จางจ้าวตี้ไม่เข้าใจ
“ที่อยู่ของหมอดูฉันจะไปพังร้าน แล้วจะถามมันสักคำว่า มันดูออกไหมว่าวันนี้จะต้องเจอกับเื่แบบนี้” หลินอี้เสวียนกล่าวดวงตาเ็าแช่งเขาก็ยังไม่เท่าไหร่ กล้าดียังไงมาพูดจาแบบนี้กับจินซู แบบนี้คงอยากเจ็บตัว! แผนการแรกของจางจ้าวตี้ไม่ได้ผล นางจึงคิดแผนร้ายกาจยิ่งกว่าเดิมออกมา
“อวี้เหยาเหม่ยแม้จะเป็ลูกที่ฉันเองอุ้มท้องคลอดออกมา แต่ฉัน จางจ้าวตี้ ก็เป็คนรู้จักผิดชอบชั่วดี...” จางจ้าวตี้ กำมือทุบที่อกข้างซ้ายของตน
“อวี้เหยาเหม่ย เธอมันไม่ใช่คน เธอทรยศนาย ลูกเขยเธอนอกใจนาย! เธอมีชายอื่น!” จางจ้าวตี้กลัวว่าหลินอี้เสวียน จะฟังไม่ชัดเจนจึงเน้นเสียงหนักแน่นตอนพูดว่ามีชายอื่น
“อวี้เหยาเหม่ยลูกสาวตัวดีของฉันนี่สิ ตอนที่นายไม่อยู่บ้าน เธอกลับไปคบชู้กับผู้ชายคนอื่น! คนแถวนี้เขารู้กันหมดแล้ว!” จางจ้าวตี้พูดจบก็จ้องมองหลินอี้เสวียนด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง รอคอยปฏิกิริยาเดือดดาลของเขา บนโลกนี้ไม่มีผู้ชายคนไหนไม่สนใจเื่ชู้สาว
“ก่อนหน้านี้ตอนที่นายหายตัวไป อวี้เหยาเหม่ยก็ออกจากบ้านทุกคืน ไปมั่วกับผู้ชายคนอื่น เสี่ยวถิงเห็นกับตาตัวเอง ว่าเธอไปออกเดทกับผู้ชายคนอื่น” จางจ้าวตี้ดึงแขนอวี้ถิงเหม่ยเป็เชิงบอกว่าถึงตาเธอพูดแล้ว
ที่เธอพาอวี้ถิงเหม่ยมาด้วยก็เพื่อเป็พยาน เธอไม่เชื่อหรอกว่าเื่แบบนี้หลินอี้เสวียนจะไม่ติดกับ ั้แ่อวี้ถิงเหม่ยก้าวเข้ามาในบ้าน สายตาก็จ้องมองไปที่หลินอี้เสวียนอย่างหลงใหล
เขาดูหล่อเหลากว่าครั้งล่าสุดที่เธอเห็นเสียอีก หลินอี้เสวียนมีไหล่กว้าง เอวสมส่วน สูงโปร่ง แถมยังมีสันจมูกที่โด่งเป็สัน อวี้ถิงเหม่ยเคยคบกับผู้ชายมามากมาย เธอรู้ดีว่าผู้ชายแบบหลินอี้เสวียนจะต้องเป็ผู้ชายที่มีพร์ และเก่งกาจเหนือคนอย่างแน่นอน
แน่ใจว่าดีกว่าแฟนคนปัจจุบันของเธอ แฟนเธอเล็ก... แค่ห้านาทีเอง... อวี้ถิงเหม่ยจินตนาการไปไกลขณะมองหลินอี้เสวียน จางจ้าวตี้เลยต้องผลักเธอสองที อวี้ถิงเหม่ยถึงได้รู้สึกตัว
“วันก่อนฉันจะกลับบ้าน ฉันเห็นกับตาเลย ว่าอวี้เหยาเหม่ยย่องออกจากบ้านตอนกลางคืน ไปกับผู้ชายคนหนึ่งที่ป่าละเมาะแถวนั้น!”