“เชี่ย!”
เสียงเล็กแหลมะโขึ้นลั่นห้อง ก่อนเ้าตัวจะดีดตัวลุกขึ้นนั่งบนที่นอนบางๆ ที่คุ้นตาเหลือเกิน
“ยังไม่ตาย? เฮ้ย กูรอดเหรอวะ สัส ฝัน! กูต้องฝันแน่ๆ ฝันเหี้ยไรใหมด!”
แทนเอามือคลำตามเนื้อตัวอย่างตื่นตระหนก ทั้งแขน ขา ลำตัว ไม่มีแผล ไม่มีเื ไม่มีแม้แต่ความเจ็บใดๆ ที่ควรจะได้จากการโดนรถบรรทุกพุ่งใส่เต็มแรงแบบนั้น
แต่แล้ว…
“เดี๋ยวนะ ทำไมที่นอนมันเปียกวะ?”
เขาก้มลงมองหว่างขาตัวเอง ก่อนจะสบถเสียงดัง
“เชี่ย เยี่ยวแตกเรอะ? โอ๊ย ฝันร้ายจนเยี่ยวแตกอีกต่างหาก!”
แทนยืนขึ้นด้วยความเคอะเขินก่อนจะสังเกตบางอย่างที่ผิดปกติไปยิ่งกว่าเดิม แขน ขา ตัวเอง เล็กกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด เสื้อผ้าที่ใส่อยู่ก็เป็ลายการ์ตูนที่ไม่ได้เห็นมานานหลายปี มุ้งลวดสีชมพูที่คุ้นเคยก็ตั้งตระหง่านอยู่รอบที่นอนเหมือนกับหลุดออกมาจากความทรงจำ
“ไม่จริงน่า มุ้งนี้ ที่นอนแบบนี้ เอ้า แขนกูก็เล็กลง ขาก็เล็ก จู~ ไม่เอาาาา! อย่าบอกนะว่า”
“แทน! ตื่นได้แล้วลูก จะแปดโมงแล้ว เดี๋ยวรถตาไทมารับไม่ทันนะ!”
เสียงแม่ดังขึ้นพร้อมเปิดมุ้งพรวดเข้ามา เผยให้เห็นแทนในสภาพยืนก้มหน้าถอดกางเกงกลางห้อง
แม่ชะงัก มองลูกชายอย่างนิ่งงัน ก่อนพูดเสียงเรียบ
“เยี่ยวแตกเหรอลูก?”
แทนหน้าแดงก่ำ พยักหน้าช้าๆ ก่อนจะดึงกางเกงขึ้นพลางตอบเสียงอ้อมแอ้ม
“คะ…ครับ”
แม่ถอนหายใจเสียงยาว
“โตจนป่านนี้ยังเยี่ยวใส่ที่นอน ไม่รู้โกรธแม่รึเปล่าที่ไม่ให้ไปเล่นกับพี่เมื่อวาน ถึงแอบเยี่ยวเลยเหรอ”
“แม่… แทนซักเองได้ครับ!” เขาพูดก่อนจะโดนสวนกลับทันควัน
“ไปอาบน้ำ!”
“ครับแม่!!”
แทนวิ่งปรู๊ดเข้าห้องน้ำทันที พอถอดเสื้อผ้าเสร็จ เขาก็ก้มมองเงาตัวเองในถังน้ำสำรอง เด็กชายผมเกรียน ผิวขาวเหลือง ตัวเล็ก เหมือนย้อนกลับมาเป็เด็กจริงๆ
“นี่มันตอนสิบขวบ กูย้อนเวลากลับมาเหรอเนี่ย!? แล้วใครจะไปจำอะไรได้วะ ป.4 หรือป.5 ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ!”
เขาบ่นพึมพำกับตัวเองพลางต่อยผิวน้ำในถังเบาๆ
“แต่ช่างแม่งเถอะ! ได้ย้อนมาทั้งที มีแต่ต้องรวย!”
แต่ไม่ทันจะได้จินตนาการถึงพอร์ตพันล้าน…
“แทน!! เมื่อไหร่จะเริ่มอาบน้ำสักที! ไอ้ตัวแสบ!”
เสียงแม่ะโลั่น ทำเอาแทนสะดุ้งก่อนกรีดร้อง
“อ๊ากก! แม่ น้ำมันเย็น!”
เวลาผ่านไปสิบกว่านาที เสียง “สึบ… กึก กึก กึก…” ก็ดังมาจากในบ้าน
แทนสวมเสื้อผ้าขนาด “ซื้อเผื่อโต” ที่แขนยาวจะแตะข้อศอก กางเกงปิดหัวเข่า หนาวจนฟันกระทบกัน
“แม่ครับ ซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นเถอะ แทนจะตายแล้ว!”
“บ่นอยู่ได้ รีบไปผิงไฟหน้าบ้านกับยายไป ยายปิ้งข้าวไว้ให้แล้ว”
แทนเดินออกมาหน้าบ้าน ภาพที่เห็นทำเอาเขานิ่งไปครู่หนึ่ง
ยายรถ ยายอายุห้าสิบกว่า ที่เสียไปตอนเขาอายุสิบเก้า กำลังนั่งอยู่หน้ากองไฟ ปิ้งข้าวเหนียวไข่ปิ้งกลิ่นหอมกรุ่น ข้างตะกร้าหมากคู่กาย
แทนรีบวิ่งไปกอดยายแน่น น้ำตาซึมทันที
“ยาย คิดถึงจังเลย”
ยายหัวเราะเบาๆ
“คือหลาย มาอ้อนขอตังค์ติหล่า?”
แทนหัวเราะทั้งน้ำตา ก่อนจะรับข้าวปิ้งจากมือยายไว้
“กินข้าวก่อน เดี๋ยวยายให้ตังค์ แต่ห้ามบอกแม่เด้อ”
ยายพูดก่อนล้วงแบงค์เขียวจากตะกร้าใส่มือแทนอย่างแอบๆ พร้อมลูบหัวเบาๆ
แทนนั่งลงข้างยาย อุ่นทั้งกาย อุ่นทั้งใจ
“เค็มไปนิด แต่ก็อร่อยเหมือนเดิมเลย ยายลดเกลือลงหน่อยนะ เดี๋ยวความดันขึ้น”
“ปากดีแต่ก็กินหมดนั่นล่ะ ไปๆ พรุ่งนี้ค่อยมากินอีก เดี๋ยวตาไทมารับแล้ว”
แม่เดินออกมาบอก หลังเห็นรถตู้รับส่งจอดหน้าบ้าน
แทนมองรถที่จอดอยู่ เห็นเด็กๆ หัวเราะต่อกันสนุกสนาน ทั้งที่อีกสิบปีข้างหน้า บางคนอาจเดินคนละทางกันไปไกล
แทนถอนหายใจเบาๆ เดินขึ้นรถด้วยความรู้สึกทั้งวุ่นวาย ทั้งอบอุ่น ทั้งอึดอัดปนๆ กัน
“จะย้อนมาทำไมตอนสิบขวบวะ… แถมย้อนมาตอนเยี่ยวใส่ที่นอนอีก! จะบ้าตาย”
แต่แม้ปากจะบ่น ดวงตาของเขากลับมีแวว “ความหวัง” ซ่อนอยู่ลึกๆ
ก่อนเสียงหนึ่งจะพังทุกอย่างลงอีกครั้ง…
“ตาไท ขับรถระวังๆ หน่อยนะ เดี๋ยวแทนมันแอบเยี่ยวใส่รถตาอีก เมื่อวานไม่ให้มันไปเล่นกับพี่ วันนี้เลยเยี่ยวใส่ที่นอนให้แม่ซักอีก!”
เสียงแม่พูดลอยมาตามลม พร้อมเสียงหัวเราะของเด็กในรถ
“แม่จะพูดทำม้ายยยย!!”
แทนะโขึ้นมาอย่างอับอายขณะรถเคลื่อนตัวออกจากหน้าบ้าน ชีวิตใหม่ของเขาเริ่มขึ้นแล้ว… พร้อมชื่อเสียติดรถไปั้แ่เช้า