เมื่อมุมินกลับมาถึงบ้าน เธอเห็นว่าไฟในบ้านมืดสนิท เธอก็รู้แล้วว่าพ่อกับแม่เธอน่าจะกลับดึกอีกแล้ว เธอจึงเดินเข้าห้องนอนเธอไปอย่างเช่นทุกวัน
มุมินเอากระเป๋าวางไว้บนเตียงแล้วจัดการถอดเสื้อผ้าจนเหลือแต่ชุดชั้นใน จากนั้นเธอก็ไปยืนหน้ากระจกมองภาพเงาของตัวเองที่สะท้อนกลับมา
รูปร่างที่มีส่วนโค้งส่วนเว้า หน้าอกคัพดีที่มีขนาดใหญ่ธรรมชาติ พร้อมกับผิวขาวเนียนทำให้มุมินดูเป็คนสวยคนหนึ่งเลยทีเดียว ทว่ากลับมีสิ่งที่ผิดปกติปรากฏอยู่บนร่างกายของเธอนั่นก็คือ ทั่วทั้งตัวของเธอนั้นมีรอยฟกช้ำเต็มไปหมด มุมินมองภาพตัวเองที่สะท้อนในกระจก น้ำตาเธอก็ไหลออกมาราวกับมันสะสมมาทั้งวัน รอเวลาในการะเิออกมา
มุมินนั้นเกิดในครอบครัวที่สมบูรณ์ มีพ่อแม่เป็นักธุรกิจที่เก่ง เธออยากได้อะไรพ่อกับแม่ก็จะหามาให้เธอหมด ยกเว้นอย่างเดียวที่เธอ้า แต่พวกท่านกลับหามาให้เธอไม่ได้นั่นก็คือ เวลา
พ่อกับแม่เธอนั้นมักจะทำงานเลิกงานดึก ไปทำงานเช้าตรู่ และบางครั้งก็มีเดินทางไปต่างประเทศทีละนาน ๆ ทำให้ส่วนใหญ่มุมินจะอยู่บ้านแค่คนเดียว
เพราะอย่างนี้เธอจึงไม่มีโอกาสได้บอกเื่ที่เธอมักจะเจอที่โรงเรียน ใน่วัยประถมเป็่ที่เธอมีความสุขที่สุด แต่เมื่อขึ้นมัธยมต้นความสุขของเธอนั้นก็อันตธานหายไปทันที เพราะร่างกายของมุมินนั้นมันเจริญเติบโตเกินเด็กรุ่นเดียวกัน โดยเฉพาะหน้าอกที่ใหญ่ จนถูกเพื่อน ๆ ล้อ และก็มักจะถูกเด็กผู้หญิงแกล้งเพราะอิจฉา
นอกจากนั้นเธอยังเคยถูกครูผู้ชายในโรงเรียนนั้นลวนลาม และเมื่อเธอไปฟ้องอาจารย์ที่ปรึกษา เธอกลับถูกกล่าวหาว่าไปอ่อยครูคนนั้นเอง มันทำให้มุมินยิ่งถูกบูลลี่มากขึ้น จนแทบอยากจะหายไปจากโลกนี้
แต่หนึ่งในนั้นก็ยังมีคนหนึ่งที่มักจะคอยช่วยเธออยู่เสมอก็คือ จอมทัพ นั่นเอง เนื่องจากเธอและจอมทัพนั้นรู้จักกันมาั้แ่เด็ก เรียนชั้นประถมด้วยกัน มัธยมต้นก็เรียนที่เดียวกันแต่คนละห้อง และมัธยมปลายก็เรียนที่เดียวกันแต่คราวนี้เรียนห้องเดียวกัน
ถ้าชีวิตเธอไม่มีจอมทัพ เธอคงฆ่าตัวตายไปแล้ว เธอคงไม่มีแรงในการมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ที่แสนโดดเดี่ยวนี้ ดังนั้นเธอจึงแอบชอบจอมทัพมาตลอด แต่ก็ได้แต่เก็บงำเอาไว้เพราะเธอกลัวกลัวว่าจอมทัพจะทิ้งเธอไปอีกคน
วันนี้ก็มีอาจารย์แนะแนวคนนั้นที่สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติเกี่ยวกับรอยฟกช้ำนั้น แต่ก็ยังเดินเข้ามากุมมืออย่างอ่อนโยน พร้อมกับพูดประโยคที่เธอไม่เคยได้ยินครูคนไหนหรือใครคนไหนพูดกับเธอมาก่อนในชีวิต
มุมินรู้สึกได้ว่าเธอสามารถไว้ใจอาจารย์คนนี้ได้....เธออยากจะพอแล้วกับการอยู่คนเดียว...เธออยากจะมีชีวิตได้อย่างภาคภูมิมากกว่านี้
เธอมองตัวเองในกระจกพักหนึ่งก่อนที่จะเดินไปหยิบผ้าขนหนูแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป พร้อมกับการตัดสินใจบางอย่างที่จะทำให้ชีวิตเธอนั้นค่อย ๆ เปลี่ยนไปตลอดกาล
--------------------
ภายในห้องรอยัลสวีทของโรงแรมหรูระดับห้าดาวที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ปรากฏร่างของชายหนุ่มสองคนที่กำลังนั่งอ่านเอกสารบางอย่างด้วยท่าทางที่จริงจัง ทว่าแววตานั้นกลับเยือกเย็น โดยมีวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนของมหานครเซี่ยงไฮ้เป็แบล็กกราวน์อยู่เื้ั
“นายว่าไง..”
เสียงของนักรบเอ่ยถามกวินที่กำลังอ่านเอกสารอย่างครุ่นคิด แต่ครู่เดียวเท่านั้นรอยยิ้มเ้าเล่ห์ก็ปรากฏบนใบหน้าของชายหนุ่ม
“รู้สึกว่าไอ้เ้าพวกไดโนเสาร์งูพิษนั่น มันจะมีเส้นใหญ่อยู่พอควรนะ...มิน่าล่ะ บริษัทถึงเจ๊ง เพราะมันมีปลิงตัวใหญ่คอยสูบเือยู่เื้ันี่เอง...”
กวินโยนเอกสารปึกนั้นวางบนโต๊ะก่อนจะเอนกายพิงโซฟา เอามือพาดพนักพิงด้วยท่วงท่าที่สบาย ๆ พร้อมกับพาดศีรษะหลับตานิ่งพักหนึ่ง ก่อนจะกลับมานั่งไขว้ห้างเอามือประสานกันด้านหน้า และจ้องมองไปที่เอกสารลับที่เขาเพิ่งอ่านเมื่อครู่สายตาคมกริบราวกับอรพิษที่กำลังจ้องเหยื่อของตัวเอง รอยยิ้มเ้าเล่ห์เมื่อครู่ก็เปลี่ยนเป็รอยยิ้มเยือกเย็น
“ก็นะ...ฉันจะทำให้มันรู้เองว่า งูพิษที่แท้จริงมันเป็ยังไง”
นักรบเมื่อเห็นท่าทีของกวินที่ดูมั่นอกมั่นใจแล้วนั้น เขาก็ยกยิ้มทันที เพราะเขารู้ดีอะไรที่หมอนี่คิดและวางแผนเอาไว้ละก็ มักจะประสบความสำเร็จเกือบร้อยเปอร์เซ็น
“อืม— แต่ดูท่าเหลือบไรท่าจะมีเยอะพอสมควร”
เสียงเรียบนิ่งของนักรบเอ่ยเมื่อหยิบเอกสารอีกชุดขึ้นมาดู กวินที่ได้ยินดังนั้นแทนที่จะหนักใจ เขากลับยิ้มกว้างขึ้นมาแทน
“ฮึ— แหน่ะมันไม่ได้มีไว้จับปลาแค่ตัวเดียวหรอกนะ”
นักรบยิ้มแต่ไม่ได้ตอบอะไร ที่เขาต้องทำเพียงแค่ค่อย ๆ หว่านเหยื่อไปเรื่อย ๆ ส่วนที่เหลือเขายกให้กวินจัดการ ดูเหมือนความพยายามมาตลอดห้าปีของพวกเขา ใกล้จะสำเร็จแล้ว
-------------------
ณ ห้องวีไอพีคลับหรูแห่งหนึ่งใจกลางกรุง บรรยากาศภายในห้องมีแสงไฟสลัว กับเฟอร์นิเจอร์ที่ประดับภายในห้องนี้ก็หรูหราสมกับเป็ห้องวีไอพี ภายในห้องจะมีโต๊ะพูลอยู่ข้าง ๆ ซึ่งตอนนี้ก็รายล้อมไปด้วยชายหญิงเป็สิบคนกำลังเล่นพูลและดื่มกันอย่างสนุกสนาน
อีกมุมหนึ่งซึ่งเป็โซฟาหรูขนาดใหญ่ กับจอทีวีขนาดใหญ่ที่ฉายให้เห็นการแสดงดนตรีสดที่ชั้นสองพร้อมกับเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มราวกับยกคอนเสิร์ตมาไว้ตรงหน้าด้วยเครื่องเสียงคุณภาพดี
แต่ละเบาะของโซฟานั้นถูกจับจองด้วยชายวัยกลางพร้อมกับสาว ๆ ในชุดเซ็กซี่ขนาบข้างทั้งสองข้างที่คอยรินเครื่องดื่มพร้อมกับคอยเอาใจอยู่ใกล้ๆ สร้างความสำราญให้กับชายที่แม้จะอายุมากแล้วแต่อารมณ์กำหนัดนั้นก็ยังคงหลงเหลืออยู่
“่นี้ไม่เห็นไอ้นักรบ กับไอ้กวินเลยนะครับ”
เสียงของชายอายุประมาณสี่สิบปลาย ๆ ซึ่งดูเหมือนจะอายุน้อยที่สุดในนี้เอ่ยขึ้น พร้อมกับกระดกเครื่องดื่มสีอำพันในมือรวดเดียวจนหมด
“ฮึ— คงยุ่งอยู่กับปัญหาที่เซี่ยงไฮ้ละมั้ง ฮ่าๆๆๆ ไอ้พวกเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม คิดจะลองดีกับฉัน ก็ต้องเจอแบบนี้แหละ”
ชายอีกคนเอ่ยขึ้นพร้อมกับยิ้มเยาะ พลางหันไปหยอกล้อคลอเคลียสาว ๆ คราวลูกที่นั่งอยู่ข้าง ๆ อย่างอารมณ์ดี
“ดี— ให้มันหัวหมุนอยู่อย่างนั้นแหละ เราจะได้ทำตามแผนของเราต่อไป”
เสียงชายที่ดูเหมือนจะาุโที่สุดในนี้เอ่ยขึ้นพร้อมกับจิบไวน์ด้วยท่วงท่าทรงอำนาจ
“ว่าแต่โครงการร้อยล้านที่จะประมูลเนี่ยจะเอายังไงดีครับ ท่านนายพล”
เขาหันมาถามชายคนหนึ่งที่ดูทรงอิทธิพล อีกทั้งยังมียศมีศักดิ์ระดับสูง แม้อายุจะปาไปเกือบหกสิบทว่ารูปร่างก็ยังดูแข็งแรงอยู่
“ก็เหมือนเดิม”
หลังจากที่เขาตอบ ชายวัยกลางคนทั้งหมดที่ได้ฟังก็ยิ้มและหัวเราะร่า พร้อมกับดื่มเครื่องดื่มที่เหล่าสาว ๆ พร้อมใจกันเทบริการอย่างมีความสุข
-----------------
ปารมีเดินเข้าโรงเรียนด้วยสีหน้าเคร่งเครียดั้แ่เช้า ซึ่งเป็ภาพที่หาดูได้ยากสำหรับจอมทัพ เขาเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปใกล้ ๆ พร้อมกับเอ่ยถาม
“เป็อะไรไปครับ ทำไมทำสีหน้าแบบนั้น”
เสียงเป็ห่วงของจอมทัพ ทำให้ปารมีถอนหายใจพร้อมกับหันไปตอบจอมทัพด้วยสีหน้าคิดไม่ตก
“ครู....ยังหาสถานที่นัดติวกันไม่ได้เลย พรุ่งนี้แล้วด้วย...อา— ่นี้งานก็เยอะ เวลาก็น้อย”
ปารมีบ่นกระปอดกระแปดไม่จริงจัง ทำให้จอมทัพที่เห็นดังนั้นก็ยิ้ม
“ไปที่บ้านผมก็ได้...เพราะยังไงก็ไม่มีคนอยู่อยู่ดี”
จอมทัพเอ่ยเสนอ ด้วยน้ำเสียงติดเศร้า ปารมีที่ได้ยินดังนั้นเธอก็ชะงักเมื่อหันมามองหน้าจอมทัพที่ยิ้มเศร้า ๆ มาให้เธอ เธอก็เข้าใจ
‘เธอคง...เหงามากสินะ จอมทัพ’
ปารมียิ้มกว้างให้จอมทัพ กับเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดี
“งั้นก็ดีเลย...แต่ว่า...ครูไปไม่ถูกนะ”
“เดี๋ยวผม....ไปรับที่บ้านก็ได้”
ขณะที่พูดใบหน้าของจอมทัพก็แดงนิด ๆ
“ครูว่าเดี๋ยวครูมารอที่โรงเรียนดีกว่า เพราะเธอเองก็ไม่รู้ที่อยู่ครูใช่มั้ย งั้นก็เอาเป็ที่โรงเรียนนี่แหละดีสุด”
ทว่าเมื่อได้ยินที่ปารมีพูด เขากลับชะงักค้างทำตัวไม่ถูก ภาพที่เขาจินตนาการเมื่อครู่ก็พังทลายไปชั่วพริบตา
“อะ— เอ่อ....”
“อืม— งั้นตกลงตามนี้ ขอบใจนะจอมทัพ”
ว่าแล้วปารมีก็ตบบ่าจอมทัพสองแปะ ก่อนจะเดินเข้าห้องแนะแนวไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้จอมทัพยืนช็อคอยู่ที่เดิม
จอมทัพเดินไปห้องเรียนของตัวเองด้วยท่าทางราวกับผิดหวังอะไรบางอย่าง
-------------------
วันเสาร์ควรเป็วันที่จอมทัพน่าจะมีความสุขกว่าทุกวันที่ผ่านมา ทว่าเขากลับรู้สึกหงุดหงิดั้แ่เช้าแบบนี้ ซึ่งสาเหตุนั้นมีแค่คนเดียวเท่านั้น
“ต้นเดือนหน้าพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจะลดราคาบัตรเหลือครึ่งหนึ่ง เพราะว่าฉลองครบรอบสิบปี เห็นว่ามีจัดแสดงสัตว์ทะเลหายากด้วยนะครับ”
เสียงโกมินทร์เจื้อยแจ้วอยู่บริเวณเบาะหลัง โดยมีปารมีคอยถามเป็ระยะ ๆ อยู่ข้าง ๆ อีกทั้งยังมีมุมินที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับหันมาร่วมวงสนทนากันอย่างสนุกสนาน โดยคนขับรถอย่างจอมทัพนั้นเหมือนถูกลืมไปชั่วขณะ
เขาจะไม่หงุดหงิดเลยถ้าไอ้คนที่กำลังคุยอยู่ไม่ใช่โกมินทร์ที่เขาไม่ชอบหน้าั้แ่แรกพบ เพราะเขานั้นไม่ค่อยชอบพูดอยู่แล้ว ชอบฟังเฉย ๆ อีกอย่างตอนขับรถเขามักจะขับรถเงียบ ๆ มีสมาธิอยู่กับท้องถนนมากกว่า แต่นี่นอกจากเขาจะไม่มีสมาธิแล้ว เขายังรู้สึกอึดอัดและหงุดหงิดเป็ที่สุด
อันที่จริงแล้ว สิ่งที่เขาหงุดหงิดมากที่สุดอาจจะไม่ใช่เพราะเสียงโกมินทร์ก็ได้ แต่เป็เพราะปารมีดูเหมือนจะสนิทสนมกับโกมินทร์มากเกินไปมากกว่า
นี่เขาเป็อะไรไปเนี่ย!!
“จอม...เป็อะไรไปเหรอ เห็นเงียบ”
มุมินเห็นว่าจอมทัพเงียบแถมหน้ายังบึ้งตึงเหมือนกับโกรธอะไรมา จึงเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง ทำให้บทสนทนาที่กำลังสนุกหยุดกลางคัน ปารมีนั้นก็หันไปมองจอมทัพที่วันนี้รับหน้าที่เป็คนขับรถรับส่งพวกเธอ
“เปล่า”
จอมทัพตอบเสียงห้วน จนมุมินหน้าเสีย จอมทัพที่เห็นสีหน้าของมุมินเหมือนกับจะร้องไห้ เขาก็ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะตอบออกไปด้วยน้ำเสียงอ่อนลง
“เราแค่ไม่ค่อยชอบพูดเวลาขับรถ มันไม่มีสมาธิ ไม่มีอะไรหรอก”
มุมินที่ได้ยินคำอธิบายของจอมทัพเธอก็รู้สึกใจชื้นพร้อมกับหันไปยิ้มให้จอมทัพ ตอนแรกเธอคิดว่าจอมทัพจะโกรธพวกเธอเสียอีกที่คุยกันเสียงดัง
“เหรอจ๊ะ..”
“โอเค— งั้นครูว่าเพื่อไม่ให้จอมทัพเสียสมาธิ งั้นเราพอกันแค่นี้ก่อนเนอะ”
ปารมีที่คอยสังเกตอยู่ก่อนแล้วก็เอ่ยตัดบท จนตอนนี้บรรยากาศในรถนั้นก็กลับเข้าสู่ความเงียบ
ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้ว่าจอมทัพกำลังหงุดหงิด เธอเห็นมาได้สักพักหนึ่งแล้ว เธอคิดว่าอาจจะเป็เพราะโกมินทร์ก็ได้ แต่ในฐานะที่เธอเป็ครู เธอต้องทำยังไงก็ได้ให้การติวหนังสือวันนี้ผ่านไปได้ด้วยดี
-------------------
ปารมียืนนิ่งอึ้งอยู่หน้าบ้านหลังใหญ่ทรงโมเดิร์นที่ถูกออกแบบมาอย่างดีและดูหรูหรา จนเธอนั้นไม่คิดไม่ฝันว่าเธอจะได้มายืนดูอยู่ใกล้ ๆ แบบนี้ แถมเธอยังได้เข้าไปด้วย จอมทัพบอกกับเธอว่าเขาอยู่กับน้าแค่สองคน ซึ่งสำหรับเธอนั้นบ้านหลังขนาดนี้ เธอสามารถพาญาติพี่น้องโครตเหง้าทั้งตระกูลเธอเข้ามาอยู่ได้สบาย ๆ เลยทีเดียว
ให้ตายสิ...ชีวิตคนรวยมันเป็อย่างนี้เองใช่มั้ยเนี่ย
แต่พอมาคิด ๆ ดูอีกที นี่อาจจะเป็ส่วนหนึ่งที่ทำให้จอมทัพรู้สึกโดดเดี่ยวก็เป็ได้ บ้านหลังโตแต่เหมือนกับเขานั้นอยู่คนเดียว ถ้าจะรู้สึกเหงาโดดเดี่ยวก็คงไม่แปลกอะไร
เธอพอจะเข้าใจความรู้สึกของจอมทัพนิด ๆ แล้วล่ะ
“อาจารย์!!! เข้ามาสิครับ ยืนทำอะไรอยู่ตรงนั้นครับ”
เสียงทะเล้นของแทนไท เรียกให้ปารมีหลุดออกจากห้วงความคิดทันที แทนไทกับกีต้าร์นั้นรู้จักบ้านของจอมทัพดีพวกเขาจึงมารออยู่ที่บ้านจอมทัพอยู่ก่อนแล้ว
“อะ— เออ....ครูกำลังจะเข้าไป”
เมื่อปารมีเข้ามาในบ้านของจอมทัพเธอก็ต้องตกตะลึงอีกรอบกับความหรูหราหมาเห่าของที่นี่ แม้เธอจะไม่มีความรู้ทางด้านสถาปนิกหรือเฟอร์นิเจอร์อะไรก็แล้วแต่ แต่เธอก็รู้ว่าทั้งหมดทั้งมวลนี้มันแพงมาก!!
ปารมีแอบเอามือลูบเบาะของโซฟารับแขกด้วยความรู้สึกฟินอย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกของหนังแท้มันเป็อย่างนี้เองสินะ ผิดกับโซฟารับแขกที่คอนโดของเธอที่เป็เพียงหนังพียูไม่มีผิด
หืม— กลิ่นของความหรูหรา ฉันจะสูดมันให้เต็มปอดเลย
“อาจารย์เป็อะไรหรอครับ”
กีต้าร์เห็นปารมีที่เอาแต่ลูบเบาะโซฟาที่เธอนั่งแล้วนั่งยิ้มคนเดียว เขาเห็นว่ามันแปลก ๆ จึงตัดสินใจเอ่ยถาม
“อ๋อ— เปล่าไม่มีอะไร...พวกเธอจะเริ่มกันหรือยังล่ะ”
ปารมีตอบพลางยิ้มแห้ง ๆ พร้อมกับลุกมานั่งที่พื้นกับพวกเด็ก ๆ และพยายามจะไม่ทำสีหน้าแปลก ๆ อีกเพราะพรมที่นี่ก็นุ่มใช่เล่น
อา— อยากจะลงไปนอนแผ่ชะมัด
“ผมว่าเราหาอะไรรองท้องก่อนมั้ยครับ”
จอมทัพที่เป็เ้าของบ้านเดินถือถาดขนมและเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ โดยมีมุมินไปช่วย ปารมีหันไปมองจอมทัพที่กำลังเดินมาด้วยอาการตกตะลึงนิด ๆ
จอมทัพตอนที่ใส่ชุดไปรเวทนั้นให้ความรู้สึกแตกต่างกับชุดนักเรียนอย่างสิ้นเชิง ร่างสูงโปร่งที่มีหุ่นอย่างนักกีฬาซ่อนภายใต้เสื้อยืดแขนยาวสีดำลายสกรีน กับกางเกงยีนสีซีด ทำให้เขาดูเป็ผู้ใหญ่มากกว่าเดิมนิด ๆ
ส่วนมุมินนั้นเธอใส่ชุดกระโปรงคลุมเข่ากับเสื้อเชิ้ตแขนกุดทับใน ดูแล้วสวยน่ารักจนขนาดเธอเป็ผู้หญิงยังชอบเลย นับประสาอะไรกับผู้ชาย แต่สิ่งที่ทำให้เธอเห็นแล้วต้องแอบมาน้อยใจนั่นก็คือหน้าอกของมุมินที่อวบอึ๋ม จนน่าอิจฉา
อา— ฉันพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมมุมินถึงถูกบูลลี่
ปารมีคิด เธอคิดว่าเธอคิดถูกที่จัดการติวหนังสือนี่ขึ้นมา เพราะมันทำให้เธอนั้นได้รู้จักลูกศิษย์ของเธอแต่ละคนมากขึ้น
เธอมองดูเด็ก ๆ ที่กำลังติวหนังสือกันอย่างสนุกสนาน จอมทัพที่ตอนแรกดูอคติกับโกมินทร์ก็เหมือนจะยอมรับโกมินทร์ขึ้นมาบ้างแล้ว มันคงเป็ข้อดีของโกมินทร์ที่เขานั้นไม่ใช่เป็คนคิดเล็กคิดน้อย ทำให้การติวนั้นเป็ไปอย่างราบรื่นจนตลอดวัน
วันนี้มันทำให้เธอนั้นได้เห็นอะไรดีดีเยอะเลย ไม่ว่าจะเป็สกิลการเล่นกีต้าร์ที่พกมาเองของแทนไท ความสามารถการจดจำที่น่าทึ่งของกีต้าร์ ทักษะการสอนที่เข้าใจง่ายของโกมินทร์ที่ทำให้แทนไทจากคนที่เรียนที่โรงเรียนไม่เข้าใจ แต่ฟังที่โกมินทร์อธิบายยกตัวอย่างง่าย ๆ เขาก็เข้าใจในทันที
ส่วนมุมินนั้นเธอได้เห็นสกิลทางด้านภาษาของเธอที่สุดยอด สำเนียงที่พูดออกมานั้นราวกับเ้าของภาษามาเอง สุดท้ายที่เธออึ้งมากที่สุดคือจอมทัพนั้นไม่ใช่คนเรียนแย่อย่างที่ทุกคนคิด เพราะเท่าที่เธอสังเกตดูทุกอย่างที่โกมินทร์อธิบายนั้นเขาก็เข้าใจได้อย่างง่ายดาย และทำข้อสอบคำนวณได้เกือบทุกข้อ แต่สกิลด้านภาษานั้นอาจจะต้องปรับปรุงนิด
และสิ่งที่ทำให้เธอมีความสุขสุด ๆ คือรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของจอมทัพที่เธอไม่เคยจะเห็นเลยสักครั้งั้แ่เธอเข้ามาเป็อาจารย์แนะแนวที่นี่ อีกทั้งท่าทีของจอมทัพนั้นก็ดูผ่อนคลายมากขึ้น
แค่นี้เธอก็รู้สึกประสบความสำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว
โปรดติดตามตอนต่อไป