钢臂-บันทึกชำระแค้นของเหิงเยว่

    ความแค้นครั้งที่ 9 : หวั่นไหว 2

                ซึ่งเขาก็ไม่ได้ว่าอะไรจากนั้นการประชุมนี้ก็จบลง ทุกคนแยกย้ายออกจากห้องกันไปเหลือเพียงซิ่วซิ่นและหลิ่งซานที่ยังอยู่ภายในห้อง ซิ่วซิ่นได้เล่าสิ่งที่นางรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ในตอนนี้ให้กับหลิ่งซานฟังซึ่งใช้เวลาอยู่ราวหนึ่งเค่อ

                “ข้าไม่คิดว่าท่านพี่เหิงจะเป็นคนทรยศและตอนนี้เขาจะต้องมีชีวิตอยู่เป็นแน่”

                “แต่ตามที่เจ้าว่ามา เลือดของเหิงเยว่ก็นองอยู่เต็มพื้นห้องภายในคุกนั่นมิใช่หรือ”

                “ใช่ตามที่ท่านว่ามามันก็ไม่ผิด... แต่ข้าจะไม่เชื่อว่าเขาตาย จนกว่าข้าจะเห็นศพของเขา” นางพูดระหว่างก้าวเท้าเข้าใกล้ท่านผู้อาวุโส “และข้าอยากให้ท่านร่วมมือกับข้าเพื่อตามหาท่านพี่เหิง”

                หลิ่งซานส่ายศีรษะช้าๆ “ยิ่งเจ้ารีบร้อนความผิดพลาดก็จะยิ่งมีมากขึ้น ในสถานการณ์แบบนี้ หากเจ้าคิดจะออกตามหา เจ้าจงทำอย่างระมัดระวัง”

                “ท่านหลิ่งซาน...”

                “ข้าก็คงจะช่วยอะไรเจ้าไม่ได้มากแต่ขอให้เจ้าหาเขาพบในเร็ววัน” หลิ่งซานเผยยิ้มออกมาให้ซิ่วซิ่นก่อนจะเดินออกจากห้องประชุมโดยทิ้งสตรีนางนั้นเอาไว้เพียงลำพัง

                หากคิดดูแล้วมันก็เป็นความจริงอย่างที่ท่านหลิ่งซานว่าหากเร่งรีบเคลื่อนไหวในครานี้ อาจจะเกิดความผิดพลาดมากหลายตามมา หากเป็นเช่นนั้นแล้วการวางแผนคงจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดและมีเพียงเพื่อนสนิทคนนั้นที่สามารถช่วยเรื่องนี้ได้

                ซิ่วซิ่นมองลอดผ่านช่องหน้าต่างออกไปมือขวาประทับกับขอบหน้าต่าง หน้าตามุ่งมั่นเผยออกมาให้เห็น

                “ข้าคนนี้จะหาท่านให้เจอเองท่านพี่เหิง” ระหว่างการออกตามหานี้ก็ไม่สามารถหยุดพักการบ่มเพาะพลังกลางคันได้เพราะอีกไม่นาน นางก็จะทะลุระดับสยบวารีทั่วธรณีถึงตอนนั้นนางก็พอจะแลกเปลี่ยนวรยุทธกับจิ่นเลี่ยนได้บ้าง

     

                ย้อนกลับไปยังหมู่บ้านพิรุณร่วงโรยภายในห้องส่วนตัวของหลี่ผิงหลังจากที่เหิงเยว่ไล่พวกโจรออกไป ตอนนี้เวลาก็ผ่านไปราวครึ่งชั่วยาม หลี่ผิงได้สติคืนกลับมาเสียงแรกของนางคือการทักถามชายหนุ่มที่อยู่ใกล้ ๆ

                ถึงแม้สายตาจะยังไม่ชินแสงไฟแต่นางก็มั่นใจเลยว่าชายที่นั่งอยู่คือเหิงเฟย

                “ท่านเหิงเฟยแล้วเจ้าพวกนั้นล่ะ” นางถามออกมาแต่ก็ไร้เสียงตอบกลับเมื่อสายตาที่พร่ามัวกลับมาชัดเจนแล้วนางก็รู้เหตุผลในทันทีว่าเหตุชายตรงหน้าจึงไม่โต้ตอบกลับมา

                ละอองปราณสีน้ำตาลที่มีความเข้มข้นราวกับอยู่ระดับสูงของพลังปราณขั้นกำราบทั่วพิภพซึ่งอีกไม่นานเป็นแน่ที่เขาจะทะลวงระดับชั้นไปยังขั้นถัดไป แต่ทว่าละอองปราณที่หลี่ผิงเห็นนั้นช่างแปลกตาไปจากการบ่มเพาะพลังของผู้อื่นที่นางเคยเห็น