ติ๊ดติ๊ด...... ติ๊ดติ๊ด......
ติ๊ดติ๊ด...... ติ๊ดติ๊ด......
เสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้นติดๆ กัน ทำให้ชายหนุ่มหญิงสาวที่นอนกอดก่ายกันอยู่บนเตียงนอน รู้สึกตัวตื่นงัวเงียขึ้นมาพร้อมๆ กัน แต่ชายหนุ่มตัวโตนั้นหลับตานอนต่อ ส่วนคนตัวเล็กค่อยๆ ประมวลความคิดให้มาอยู่ ณ ตอนนี้ คือตอนสายๆ เวลานี้ คือเวลาเก้าโมงเช้า และวันนี้ คือวันอาทิตย์...
วิราศนิราเปิดเปลือกตากว้างขึ้น หายจากอาการงัวเงียไปในทันที ดีดตัวลุกขึ้นอย่างเร็วไว ทำให้ผ้าห่มที่ห่มปกคลุมร่างรนลงไปอยู่ที่ตัก เผยให้เห็นลูกมะพร้าวแสนสวยสองลูก ซึ่งวิราศนิราไม่ทันได้คิดว่าตอนนี้สภาพของเธอ ไม่มีเสื้อผ้าติดตัวเลยสักชิ้นเดียว เพราะมัวแต่กลัวว่าจะอาบน้ำแต่งตัวไปเรียนไม่ทัน
“คุณวินเซนท์ตื่น วันนี้ฉันต้องไปเรียน คุณก็ต้องไปสอน ตื่นได้แล้ว”
วิราศนิรายื่นมือเรียวเล็กไปเขย่าแขนแกร่ง ปากบางจิ้มลิ้มก็ส่งเสียงหวานๆ ปลุกชายหนุ่มตัวโตไปด้วย ชายหนุ่มตัวโตจึงค่อยๆ งัวเงียลืมตาขึ้น และพอได้เห็นลูกมะพร้าวสั่นไหวไปตาแรกเขย่า ก็ทำให้เขาหายจากอาการงัวเงียไปโดยปริยาย
“อุ้ยยย!!!!.....”
มือใหญ่ที่พาดอยู่บนเอวบาง เลื่อนขึ้นมาโอบกุมลูกมะพร้าวเอาไว้ และก็ใช้แรงที่มีมากว่าผลักดันร่างบาง ให้ล้มกลับลงมานอนบนเตียงนอนตามเดิม คนตัวเล็กไม่คาดคิดและไม่ทันระวังตัวว่าเขาจะทำอย่างนี้ ก็ถึงกับร้องอุทานเสียงหลงออกมา
“ไม่เอานะคะ เดี๋ยวก็ไปสอนไปเรียนกันสายหรอก”
วิราศนิราเห็นคนตัวโตพลักกายแกร่งขึ้นทาบทับร่างบางของเธอ จึงใช้มือเรียวเล็กทั้งผลักทั้งดันหน้าอกแกร่ง ทั้งปากบางจิ้มลิ้มก็ร้องห้ามปรามเขาไปด้วย แต่ขนาดนั้นคนตัวโตก็ยังไม่รู้สึกรู้สา และไม่สนใจเลย ทำเพียงแค่ยิ้มบางๆ ออกมา
“ไม่ต้องห่วงหรอกทูนหัว ผมไม่ทำให้เราสายกันหรอก”
เควินเซนท์กล่าวด้วยน้ำเสียงกระเซ้าแหบพร่าอย่างรับรู้ได้ชัดเจน เขากล่าวจบก็ก้มลงไปดูดดึงดูดกลืนลูกมะพร้าวที่เขาเห็นเข้าไปในปาก จนร่างบางที่แข็งขืนค่อยๆ ผ่อนแรง คลายความแข็งขืนนั้นลง ขนอ่อนก็ลุกโชนขึ้นทั้งตัว ร่างบางเริ่มสั่นเทาหน่อยๆ เมื่อความวาบหวาม สยิว ซาบซ่านค่อยก่อตัวขึ้น และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
พอเสร็จจากกิจกรรมเข้าจังหวะ คนทั้งสองพาเข้าไปอาบน้ำพร้อมๆ กัน และออกมาแต่งเนื้อแต่งตัว โดยคนที่ใช้เวลานานในการแต่งเนื้อแต่งตัว ก็จะเป็วิราศนิรา ที่ไหนจะต้องแต่งหน้าให้มีสีสัน ซึ่งนี่ก็รวบรัดตัวตอนให้สั้นกว่าเดิมแล้ว ไหนจะต้องทำผม และไหนจะต้องสวมใส่เสื้อผ้า
เควินเซนท์นั้นแต่งตัวเสร็จก็มานั่งมองคนตัวเล็ก และพอนึกอะไรขึ้นมาได้ก็ลุกเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เขาเห็นข้อความส่งเข้ามาหาเขาเมื่อคืน ซึ่งเป็ข้อความจากผู้หญิงที่ชื่ออินทรนันท์ เขาจึงเปิดข้อความอ่าน
‘คุณวินเซนท์คะ คืนนี้ว่างไหมคะ อินจะชวนคนไปเที่ยวผับด้วยกันน่ะค่ะ พอดีเพื่อนๆ อินเขาชวนกันไป’
พอเควินเซนท์อ่านจบก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป และส่วนคนที่โทรเข้ามาหาเขาก็คืออินทรนันท์นั้นแหละ คงจะเห็นเขาไม่เปิดอ่านจึงโทรเข้ามา เขาไม่คิดจะโทรกลับด้วย คือไม่ใช่ว่าเขาหลงตัวเองหรอกนะ เขายอมรับว่าเขาหน้าตาดี รูปร่างก็ดี เพราะเขาเป็คนชอบออกกำลังสม่ำเสมอ จึงรู้ได้โดยไม่ต้องบอกว่าอินทรนันท์นั้นก็เป็ผู้หญิงอีกคนที่ชื่นชอบเขา และเ้าหล่อนก็พยายามทำทุกทาง ที่จะให้เขาเล่นด้วย
แต่หากเขาจะเล่นด้วย เขาคงเล่นไปนานแล้ว อินทรนันท์เป็ผู้หญิงที่สวย มีมนุษยสัมพันธ์ดีกับทุกๆ คน แต่ถึงจะสวยจะดี คนไม่ชอบยังไงก็คือไม่ชอบอยู่วันยังค่ำ และยิ่งเขาเจอคนที่ถูกใจ อย่างนี้ด้วยแล้ว เขายิ่งไม่มีวันที่ไม่ไปให้ความสนใจอินทรนันท์
“เสร็จแล้วค่ะ ฉันพร้อมจะไปแล้วค่ะ”
วิราศนิราร้องบอกเควินเซนท์ให้รู้ ขณะที่เดินไปหยิบกระเป๋าสะพายไหล่ และไม่ลืมที่จะหยิบถุงผ้าใส่หนังสือเรียนขึ้นมาด้วย เควินเซนท์จึงละความสนใจจากโทรศัพท์มือถือ เดินตรงเข้ามาดึงเอาถุงผ้าใส่หนังสือเรียนจากมือเรียวเล็กมาถือไว้ซะเอง
“งั้นก็ไปกันเลย”
“เดี๋ยวค่ะ!! คุณยังใส่เสื้อผ้าตัวเก่าอยู่เลย”
วิราศนิราเห็นเสื้อผ้าที่เขาสวมใสจึงรั้งแขนแกร่งเอาไว้ มองหน้าคนตัวโต ส่งสายตามาที่เขาด้วยความเป็ห่วง เพราะเขาต้องสอนนักเรียนห้องเดิมของเมื่อวาน กลัวว่านักเรียนจะจำชุดที่เขาสวมใส่นี้ได้ และอาจจะเกิดข้อสงสัยและคำครหาขึ้นมา
“ไม่ต้องห่วงหรอก ผมมีชุดเสื้อเก็บอยู่ที่ห้องทำงานด้วย มีไว้ในยามฉุกเฉินน่ะ”
เควินเซนท์ยิ้มบาง พูดบอกกล่าวคนตัวเล็กด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม กล่าวจบก็ยื่นปากไปจูบลงที่ปากบางจิ้มลิ้มหนึ่งที แล้วผละถอยห่าง ยื่นมือใหญ่ข้างที่วางไปจับกุมมือเรียวเล็ก พาเดินออกจากห้องอย่างไม่คิดจะรอช้า เพราะเดี๋ยวจะไม่ทันเวลาเรียนเวลาสอน
๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒