เกษียณทหารแล้วไปทำฟาร์มที่ต่างโลก

    บทที่ 17

    ทุกคนนั่งพูดคุยกันต่ออีกสักพัก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นไซมอนพูด และคนอื่นๆ ฟัง ไม่นานอาหารก็ถูกนำมาเสิร์ฟ ทุกคนจึงลงมือจัดการอาหารตรงหน้า โดยมีเด็กน้อยสองคนที่ดูจะกินเยอะเป็นพิเศษ ทั้งๆ ที่เพิ่งกินอาหารมาจากจัตุรัสการค้าก่อนจะกลับมาที่ที่พักนี่เองแท้ๆ บรรยากาศบนโต๊ะอาหารผ่านไปอย่างสนุกสนาน มีการพูดคุย และมีเสียงหัวเราะให้ได้ยินเป็นพักๆ เมื่ออาหารหมดลง ฮาคิมที่เห็นว่าเริ่มมืดแล้ว จึงจ่ายค่าอาหารก่อนจะขอตัวกลับบ้าน โดยไม่ลืมที่จะกำชับกับภามว่า หากนำผลผลิตมาคราวหน้าอย่าลืมว่าต้องมาขายให้เขา หลังจากฮาคิมกลับไปแล้ว ภามที่สังเกตเห็นว่าแอนเน่ดูท่าทางน่าจะง่วงนอนแล้ว จึงเอ่ยขอตัวพาเด็กๆ ไปเข้านอนเช่นกัน เมื่อเข้ามาในห้องพัก ภามก็พบปัญหาใหม่ เขามองไปที่เตียง พลางประเมินว่าจะนอนกันได้ครบสามคนหรือไม่ เนื่องจากในห้องนี้มีเตียงขนาดประมาณ 5 ฟุตอยู่เพียงเตียงเดียว “คืนนี้ก็นอนเบียดๆ กันไปก่อนก็แล้วกันนะ” ภามหันไปบอกกับเด็กทั้งสอง“ให้พวกข้าน้อยนอนที่พื้นก็ได้ขอรับ ปกติในกรงขังก็นอนพื้น พวกข้าน้อยชินแล้วขอรับ” อามินกล่าวอย่างจริงจัง ภามใจดีกับพวกเขาสองพี่น้องมาก แม้ภายในใจจะซาบซึ้ง แต่ลึกๆ ก็ยังรู้สึกไม่สนิทใจนัก“ฉันไม่ได้ซื้อพวกเธอให้มาลำบากนะ ไม่เป็นไร นอนเบียดๆ กันไปนี่แหละ แค่คืนเดียวเอง” ภามกล่าวด้วยน้ำเสียงสบายๆ อย่างไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่อะไร“ขอบพระคุณขอรับนายท่าน แต่ข้าน้อยขอยืนยันคำเดิม เป็นการไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ที่จะให้ขึ้นไปนอนบนเตียงเทียบเท่าเจ้านายเช่นนั้น” อามินพูดอย่างจริงจังเช่นเดิม พร้อมโค้งคำนับให้ภามอีกสองสามครั้ง“เฮ้อ เช่นนั้นก็แล้วแต่เถอะ ว่าแต่พวกเธอสองคนอายุเท่าไหร่” ภามยอมแพ้ และเปลี่ยนเรื่องไปถามอายุเด็กที่ทำท่าทางรู้ความเกินวัยตรงหน้าแทน“ข้าน้อยอายุ 12 ปี ส่วนน้องสาวอายุ 9 ปี ขอรับ”“อืม.. เอาล่ะ พวกเธอไปอาบน้ำกันก่อนเลย จะได้มาพักผ่อน ฉันจะลงไปถามคุณไซม่อนดูว่าพอจะมีผ้ามาปูให้พวกเธอนอนไหม” ภามไล่เด็กๆ ไปอาบน้ำและเตรียมเดินออกจากห้องพัก“ข้าน้อยไปเองขอรับ!! เชิญนายท่านอาบน้ำก่อนเลยขอรับ ไปแอนเน่!” อามินเห็นดังนั้นก็รีบลากน้องสาวตรงไปที่ประตู ก่อนจะพากันวิ่งลงไปด้านล่าง โดยที่ภามไม่ทันได้ทักท้วง ภามส่ายหัวเบาๆ กับความดื้อของเด็กๆ ที่ทำตัวรู้ความเกินวัย พยายามจะเป็นทาสที่ดีให้ได้ และในเมื่อกล่าวทัดทานไม่ทันแล้ว ภามจึงต้องเดินเข้าไปอาบน้ำก่อนแทน ขณะอาบน้ำ ภามได้ยินเสียงเปิดปิดประตู ก็คิดว่าเด็กๆ คงกลับมากันแล้ว จึงรีบอาบน้ำต่อให้เสร็จ เพื่อให้เด็กๆ ได้มาอาบต่อ และในขณะเขากำลังแต่งตัว ก็ได้ยินเสียงเด็กๆ พูดคุยกันลอดเข้ามาในห้องน้ำ “พวกเราโชคดีจังเลยนะท่านพี่ นายท่านดีกับพวกเรามากเลย” เสียงแอนเน่กล่าวกับอามิน“ข้าก็คิดว่าท่านใจดีอยู่หรอก แต่เจ้าก็อย่าได้ใจไป ต้องระวังตัวให้ดี” อามินกล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง“ระวังอะไรหรือเจ้าคะ”“ข้าเคยได้ยินพวกทาสคนอื่นๆ คุยกันว่า เจ้านายบางท่านคนเวลาอยู่ต่อหน้าผู้คนก็มักจะดูใจดี แต่เมื่ออยู่ลำพังในบ้านกลับโหดร้ายนัก พวกเรายังไม่รู้จักนายท่านดี ระวังไว้ก่อนจะดีกว่า เข้าใจหรือไม่” อามินอธิบายให้น้องสาวฟังอย่างหวังดี“เจ้าค่ะ” แอนเน่ตอบอย่างเชื่อฟัง“ดีมาก อย่าลืมว่าเราต้องอดทนเข้าไว้ รอจนกว่าท่านพ่อท่านแม่จะเอาเงินมาไถ่ตัวพวกเรา” อามินกล่าว พลางลูบหัวน้องสาวที่นั่งพยักหน้าหงึกๆ อยู่ ภามที่แต่งตัวเรียบร้อยแล้วกลับยังไม่ยอมออกจากห้องน้ำ ยืนพิงผนัง ฟังบทสนทนาของพวกเด็กๆ พลางส่ายหัวเบาๆ อมยิ้มกับสิ่งที่เด็กๆ คิด ‘เพราะแบบนี้สินะ ถึงทำท่าทางเกรงใจ และพยายามทำตัวดีกันขนาดนี้ เอาเถอะ เดี๋ยวอยู่ด้วยกันไป ก็คงคุ้นเคยกันมากขึ้นเอง’ ภามคิดก่อนจะเปิดประตูออกมาจากห้องน้ำ แอนเน่เข้าไปอาบน้ำต่อจากภาม อามินจึงปูที่นอนรอน้อง หลังจากแอนเน่อาบน้ำเสร็จ ก็มานอนและหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย ภามที่นอนอยู่บนเตียง ทอดสายตามองหน้าแอนเน่ที่เหมือนน้องสาวของเขาอยู่นาน ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบหัวเบาๆ เขาไม่ใช่คนรักเด็ก และเขาก็เข้ากับเด็กไม่เก่งนัก แต่ภามก็เชื่อว่า การพาเด็กทั้งสองไปอยู่ที่บ้านด้วยกัน แม้จะไม่ได้สบายมากนัก แต่ก็คงไม่อดอยาก หรือลำบากเท่ากับที่ร้านค้าทาสนั่นแน่นอน แต่เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ภามก็นึกถึงคำพูดของเด็กๆ ก่อนหน้านี้ขึ้นมาได้ เมื่อเห็นอามินออกมาจากห้องน้ำพอดี จึงเรียกเด็กชายเข้ามานั่งข้างๆ เตียง “ต้องการให้ข้าน้อยรับใช้อะไรหรือขอรับ” อามินเอ่ยถามทันที“ฉันนอนไม่หลับน่ะ ถ้าเธอยังไม่ง่วงก็อยู่คุยเป็นเพื่อนกันหน่อยสิ” ภามเกริ่น“ขอรับ” อามินที่แม้จะง่วงอยู่บ้าง กลับนั่งหัวตรงทำตาแป๋วขึ้นมาทันที“พ่อค้าทาสบอกฉันว่า การเป็นทาสจะถูกตีตราประทับเวทมนต์ ไม่สามารถหลบหนีพันธะนี้ได้ แต่เมื่อบ่ายวันนี้ฉันเห็นเธอพยายามหนี จะหนีพ้นได้ยังไงกัน?”“เรื่องนั้นข้าน้อยทราบดี ข้าน้อยแค่ต้องการหนีไปขโมยอาหารมาให้แอนเน่เท่านั้น” อามินสารภาพเสียงอ่อย“แล้วพ่อแม่ของพวกเธอล่ะ ยังมีชีวิตอยู่ใช่ไหม” ภามถามเข้าประเด็นที่เขาอยากรู้ โดยไม่ได้บอกอามิน ว่าเขาได้ยินที่พวกเด็กๆ คุยกัน ทันทีที่ได้ยินภามถามถึงพ่อแม่ อามินก็หันขวับไปมองหน้าภามอย่างรวดเร็ว นัยน์ตาแสดงอารมณ์ออกมาอย่างหลากหลาย ทั้งตกใจ เศร้า สับสน ก่อนจะเป็นระแวดระวัง “...” อามินนิ่งเงียบ เหมือนพยายามชั่งใจว่าเขาจะเล่าเรื่องพ่อแม่ดีหรือไม่“ถ้าเธอไม่อยากพูดถึงก็ไม่เป็นไรนะ ฉันแค่ถามดูน่ะ ถ้าพ่อแม่พวกเธอยังมีชีวิตอยู่ ก่อนเดินทางกลับฉันพาเธอไปพบพวกเขาได้นะ” ภามบอกจุดประสงค์“จริงหรือขอรับ” อามินถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นขึ้นมาทันที“ตื่นเต้นขนาดนี้ แสดงว่าพ่อแม่ยังมีชีวิตอยู่สินะ แล้วทำไมพวกท่านถึงปล่อยให้เธอมาเป็นทาสแบบนี้ได้ล่ะ” ภามถามต่อ“ข้าน้อยรู้แค่ว่า ท่านพ่อกับท่านแม่เป็นหนี้ทางการ พอไม่มีเงินจ่ายก็มีพวกทหารบุกไปที่บ้าน จับข้าน้อยกับแอนเน่มา หลังโดนตีตราทาส ทางการก็ขายข้าน้อยต่อให้พ่อค้าทาสขอรับ” อามินเล่าด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ ผิดกับน้ำเสียงตื่นเต้นเมื่อครู่ ทันทีที่คิดถึงเรื่องปัญหาที่บ้าน“เอาล่ะๆ อยู่กับฉันไม่ลำบากนักหรอก เชื่อสิ ไปนอนป่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันพาพวกเธอไปหาพ่อกับแม่เอง” ภามเห็นอามินเศร้าก็ทำตัวไม่ถูก จึงไม่ได้ถามอะไรต่อ แต่เปลี่ยนไปบอกให้เด็กชายไปนอนแทน