เมื่อมองลูกธนูที่เสิ่นจื่อโยวยิงเข้าจุดกึ่งกลางเป้าเ่าั้มือที่กำคันธนูของเสิ่นเชียนซีจึงเริ่มสั่นเทา
ลูกธนูสิบดอกทุกดอกล้วนพุ่งเข้าสู่กลางเป้า เสิ่นจื่อโยวทำได้อย่างไรกัน?!
ผู้ที่สามารถทำได้ถึงขั้นนั้นเกรงว่าในสถานที่แห่งนี้ยังมีไม่ถึงห้าคน
ครั้นคิดถึงเดิมพันระหว่างพวกนางฝ่ามือของเสิ่นเชียนซีก็เปียกชื้นด้วยเหงื่อเย็น
ไม่ได้! นางจะแพ้เช่นนี้ไม่ได้มิฉะนั้นแล้วนางจะต้องทิ้งใบหน้าไว้ที่นี่เป็แน่
เสิ่นเชียนซีกัดริมฝีปากยกคันธนูในมือขึ้นด้วยมือที่สั่นเทา
ในยามปกติสำหรับนางแล้วระยะการยิงธนูหนึ่งร้อยหมี่นี้ไม่ถือเป็เื่ยากแต่อย่างใดทว่าครานี้เสิ่นเชียนซีกลับรู้สึกว่าระยะนี้ช่างห่างไกลยิ่งนัก
ไม่ชัด เล็งอย่างไรก็ไม่ชัดเป้าเล็กเกินไปแล้ว!
หัวใจของเสิ่นเชียนซีเต้นรัวราวกับมันใกล้จะกระโจนออกมานางตระหนักดีว่าแม้การฝึกยิงธนูในยามปกติที่ไร้ซึ่งแรงกดดันใด ๆ ก็ยังถือเป็เื่ยากที่นางจะยิงเข้ากลางเป้าติดต่อกันสามครั้งขึ้นไปแต่ครานี้แรงกดดันในการประลองยิ่งใหญ่มหาศาล โอกาสที่นางจะสำเร็จจึงยิ่งลดลงไปอีก
ท่ามกลางสติที่ไม่มั่นคงนักเสิ่นเชียนซีััได้เพียงมือที่คลายออกนางยิงธนูดอกแรกออกไปแล้ว
ฟุบ!
ธนูเข้าเป้าแล้วทว่ายังห่างไกลจากกลางเป้าอยู่มาก
ไม่เป็ไร จงสงบนิ่งยังมีรอบเป้าเคลื่อนที่อีกเพียงในรอบแรกนี้นางสามารถทำคะแนนรวมได้ไม่ห่างจากเสิ่นจื่อโยวนางก็ยังมีความหวังที่จะพลิกกลับมาชนะ
เสิ่นเชียนซีให้กำลังใจตนเองทว่าในใจกับไร้ซึ่งความมั่นใจ
ฟุบ!”
ธนูดอกที่สองถูกยิงออกไประยะยิ่งห่างไกลจากกลางเป้า
หัวใจของเสิ่นเชียนซีพลันจมดิ่งั์ตาฉายประกายตื่นตระหนก
จากนั้นก็ตามด้วยธนูดอกที่สาม สี่ห้า...
ในขณะที่เสิ่นเชียนซียิงธนูดอกที่สิบลูกธนูกลับเบี่ยงเบนไป มันพลาดออกจากเป้าไปตกลงบนพื้นด้านข้าง
หัวสมองของเสิ่นเชียนซีพลันขาวโพลน
“ฮือๆ...” เสิ่นเชียนซีโยนคันธนูทิ้งและปิดหน้าร้องไห้
จบแล้ว นางจบแล้วจริงๆคะแนนในรอบแรกห่างจากเสิ่นจื่อโยวถึงเพียงนี้ ในรอบที่สองนางจะไล่ตามทันได้อย่างไร?! นอกเสียจากเสิ่นจื่อโยวจะไม่รู้ว่าการยิงเป้าเคลื่อนที่นั้นทำอย่างไร
เพียงแต่นี่จะเป็ไปได้หรือ
เสิ่นเชียนซีบังเกิดความเสียใจนางควรจะตระหนักได้ก่อนหน้านี้ว่าที่เสิ่นจื่อโยวตอบรับการเดิมพันระหว่างพวกนางด้วยท่าทีสงบนิ่งต้องเป็เพราะมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมจึงตอบตกลง
ต้องโทษที่นางมั่นใจในตนเองมากเกินไปคาดไม่ถึงว่าทักษะการยิงธนูของเสิ่นจื่อโยวจะร้ายกาจถึงเพียงนี้
แม้จะยังมีรอบเป้าเคลื่อนที่ แต่นางจะสามารถเอาชนะเสิ่นจื่อโยวได้จริงหรือเสิ่นเชียนซีไม่มีความมั่นใจสักนิด
“ฮึดูเหมือนว่าที่พระชายาของเ้าจะไม่เลวเลย ในรอบแรกถึงขั้นได้คะแนนเต็ม”องค์ชายรองใช้ข้อศอกสะกิดเซวียนหยวนช่างพลางกล่าว
“เหอะไม่รู้ว่าไปฝึกกลปาหี่มาจากที่ใด” เซวียนหยวนช่างกล่าวเสียงหยัน “นอกจากนี้...นางไม่ใช่ว่าที่พระชายาของข้าระหว่างพวกเราไม่มีสัญญาหมั้นหมายมาช้านานแล้ว ให้ดีท่านจงจำให้มั่นถึงจุดนี้”
“ตกลง ๆ เป็ความผิดของข้า”องค์ชายรองยกมือขึ้นทำท่า “ยอมแพ้”
“อย่าโทษว่าข้าไม่เตือนท่านหากท่านไม่อยากเสียหน้า ให้ดีอีกครู่ท่านจงแสดงฝีมือที่ดีที่สุดออกมามิเช่นนั้นในฐานะองค์ชายคนหนึ่งแต่ฝีมือการยิงธนูกลับไม่อาจสู้เศษสวะจากจวนเสนาบดีได้นั่นย่อมเป็ที่อับอายมากเป็แน่” เซวียนหยวนช่างปรายตามองเขากล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า
“จะว่าไปก็ถูกทว่าธนูสิบดอกเข้าเป้าสิบดอก...นี่ไม่ใช่เื่ง่ายเลย”
องค์ชายรองรำพันด้วยรอยยิ้มขื่น
และความจริงก็ได้ประจักษ์ว่าเป็เช่นนั้นหลังสิ้นสุดรอบแรกผู้ที่ได้รับคะแนนเต็มมีเพียงห้าคนเท่านั้นและองค์ชายรองเซวียนหยวนจวินก็ไม่ได้เป็หนึ่งในนั้น
ทว่าสำหรับเขาแล้วนี่ไร้ซึ่งความหมายอันใดแต่ไรมาเขาก็ไร้จิตใจทะเยอทะยาน ทั้งยังไม่เคยคิด่ชิงอันดับหนึ่ง
แต่เซวียนหยวนช่างกลับต่างออกไปเขาเป็หนึ่งในผู้ท้าชิงตำแหน่งองค์รัชทายาทที่ได้รับการสนับสนุนมากที่สุดในการประลองที่สามารถพิสูจน์ถึงความสามารถและความแข็งแกร่งของตนแต่ไรมาเขาจึงมุ่งมั่นที่จะ่ชิงอันดับหนึ่งมาให้จงได้
ถึงแม้ในรอบแรกเสิ่นจื่อโยวจะแสดงผลงานเป็ที่น่าประหลาดใจอย่างยิ่งแต่เขาก็ไม่ได้วางเสิ่นจื่อโยวไว้ในสายตา
สำหรับเซวียนหยวนช่างแล้วการประลองครานี้คู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาก็คือพระโอรสของฮองเฮาน้องหกของเขา เซวียนหยวนฉี
ในขณะที่การประลองรอบที่สองเริ่มต้นขึ้นเซวียนหยวนช่างได้ลอบหันไปมองเซวียนหยวนฉีปราดหนึ่งั์ตาลุกโชนด้วยไฟแห่งการต่อสู้
การประลองรอบที่สองคือการยิงเป้าเคลื่อนไหว
เป้าเคลื่อนที่ ความหมายตามชื่อ นั่นก็คือเป้าที่สามารถเคลื่อนที่ได้แน่นอนว่าความยากย่อมอยู่ในระดับที่สูงกว่าเป้านิ่ง
ไม่รู้ว่าเป็เพราะถูกการแสดงของเสิ่นจื่อโยว‘เศษสวะ’ ผู้นี้กระตุ้นในรอบแรกหรือไม่วันนี้คนส่วนใหญ่ในสนามจึงแสดงฝีมือได้ไม่เลวกระทั่งมีบางคนที่ยังทำได้ดีกว่าผลงานเยี่ยมยอดในยามปกติของตนเองทำให้แม้แต่ตัวพวกเขาเองก็ยังประหลาดใจ
แน่นอนว่าสิ่งที่ทำให้ผู้คนต้องประหลาดใจมากที่สุดก็คือองค์ชายหกและองค์ชายสามพวกเขาคนหนึ่งยิงเข้าเป้าถึงเจ็ดดอก อีกคนยิงเข้าเป้าถึงแปดดอก
นี่คือเป้าเคลื่อนไหวเชียวนะ!หากสามารถยิงเข้าเป้าสามครั้งก็ถือว่าเก่งกาจมากแล้วแต่นี่เข้าเป้าถึงเจ็ดและแปดครั้ง!
หากไม่เกิดเื่ไม่คาดฝันอันดับหนึ่งของการประลองครานี้คงต้องตกเป็ขององค์ชายสามเซวียนหยวนช่าง?
ผู้คนต่างอดไม่ได้ที่จะขบคิดสายตาที่มองไปยังเซวียนหยวนช่างเปี่ยมไปด้วยความยกย่อง
มุมปากของเซวียนหยวนช่างยกหยักปลายคางเชิดขึ้น เขาเดินลงไปด้วยสีหน้าหยิ่งทะนงในขณะที่เดินผ่านเซวียนหยวนฉีก็พ่นอักษรสี่คำออกมาอย่างเน้นย้ำ “พวก-คน-พ่าย-แพ้”
เซวียนหยวนฉีเดือดดาลแทบะเิ
เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ไม่ได้รบกวนถึงเสิ่นจื่อโยวแต่อย่างใดนางประหนึ่งดอกปทุมเหมันต์ที่เฝ้ารอการผลิบานมองบรรยากาศในสนามฝึกด้วยท่าทีสงบนิ่ง
รอจนเมื่อถึงเวลาเสิ่นจื่อโยวลงสนามจึงเหลือคนสนใจนางไม่มากแล้วคนส่วนใหญ่ต่างรีบรุดไปแสดงความยินดีกับองค์ชายสาม
แน่นอนว่ายังมีคนผู้หนึ่งที่ยังไม่ลืมเลือนการมีตัวตนของนางนั่นก็คือเสิ่นเชียนซีที่วางเดิมพันกับนางไว้นั่นเอง
เสิ่นเชียนซีกัดฟันจ้องมองเสิ่นจื่อโยวอย่างเอาเป็เอาตายแทบอดรนทนไม่ไหวที่จะเห็นเสิ่นจื่อโยวยิงพลาดเป้าทางที่ดีที่สุดก็ให้ไร้คะแนนกลับมา!
เช่นนี้แล้วนางก็ยังมีโอกาสที่จะพลิกกลับมาชนะ
เสิ่นจื่อโยวหยิบคันธนูขึ้นสีหน้าสงบนิ่ง ท่วงท่าผ่อนคลาย
เป้าธนูที่อยู่ตรงหน้าเคลื่อนไหวไปมาอย่างไร้ทิศทางเสิ่นจื่อโยวค่อย ๆ หรี่ตาลง
ฟุบ!...ธนูดอกแรก
ฟุบ!...ธนูดอกที่สอง
ฟุบ!...ธนูดอกที่สาม
เสียงยิงธนูเหล่านี้ที่ดังขึ้นอย่างเป็จังหวะดึงดูดให้คนกลุ่มหนึ่งหันกลับมาสนใจในขณะที่พวกเขาหันหน้ากลับมาอย่างไม่ตั้งใจก็พบกับลูกธนูที่ยิงเข้าเป้าเคลื่อนที่ดวงตาพลันเบิกกว้างยิ่งกว่าระฆังทองแดง!
“เร็ว! เร็วเข้า!รีบดูที่เสิ่นจื่อโยวตรงนั้น!”
พวกเขาต่างพากันสะกิดเรียกสหายที่อยู่ด้านข้างดึงความสนใจจากคนเ่าั้
หลังการยิงธนูขององค์ชายสามและองค์ชายหกบรรยากาศจึงได้เริ่มเดือดขึ้นอีกครา!
ธนูดอกที่สี่ ห้า หก...
พวกเขาต่างลอบนับจำนวนธนูที่ยิงเข้าเป้าของเสิ่นจื่อโยวในใจโดยไม่ได้นัดหมาย
ธนูดอกที่หกแล้วยังไม่มีดอกใดที่พลาดพลั้งทุกดอกล้วนพุ่งเข้ากลางเป้า!
ธนูดอกที่เจ็ดคะแนนของเสิ่นจื่อโยวใกล้จะนำองค์ชายหกไปแล้ว
ธนูดอกที่แปดคะแนนรวมของเสิ่นจื่อโยวเท่ากับองค์ชายสาม
ธนูดอกที่เก้า...ทุกคนต่างอดไม่ได้ที่จะกลั้นลมหายใจ
ฟุบ!
เสียงธนูพุ่งตรงเข้าที่กลางเป้าอย่างมั่นคง
ทุกคนต่างเงียบสนิท
พวกเขาไม่มีวันคาดคิดว่าเสิ่นจื่อโยวจะสามารถทำคะแนนเหนือองค์ชายสามและองค์ชายหกได้ในลมหายใจเพียงเฮือกเดียวะโขึ้นนำเป็ผู้ที่ได้คะแนนรวมอันดับหนึ่ง
มีคนลอบมองไปทางองค์ชายสามก็พบว่าไม่ต่างจากที่คาดสีหน้าของเซวียนหยวนช่างนั้นใกล้จะเปลี่ยนเป็เขียวคล้ำอยู่แล้ว
ทางนี้เพิ่งเรียกร้องขอถอดถอนการหมั้นหมายทางด้านนั้นก็ถูกคนใช้ความสามารถตบเข้าที่ใบหน้าองค์ชายสามช่างเคราะห์ร้ายเหลือเกิน
เขาลอบร้องไห้ให้กับเซวียนหยวนช่างอย่างเห็นใจ
เสิ่นจื่อโยวเพิกเฉยต่อรังสีสังหารจากสายตาของเซวียนหยวนช่างนางยกคันธนูขึ้น ดึงสายเตรียมปล่อยธนูดอกสุดท้าย
มารดาท่าน! ยังจะยิงอีกหรือ?! ยามนี้เป็ที่แน่ชัดแล้วว่าเสิ่นจื่อโยวได้อันดับหนึ่งแต่นางก็ยัง้าจะยิงอีก?!
นางคิดทำสิ่งใดคิดตั้งตนเป็ปรปักษ์กับ์หรือ?!
อาการตกตะลึงพรึงเพริดยังไม่เพียงพอที่จะพรรณนาถึงความรู้สึกภายในจิตใจของคนเหล่านี้อารมณ์ของพวกเขาะเิขึ้นในใจ
มุมปากของเสิ่นจื่อโยวยกหยักั์ตาสงบนิ่ง
แน่นอนว่านางต้องยิงในเมื่อชนะแล้วนางก็ต้องชนะให้ยิ่งใหญ่ที่สุด!
ธนูดอกสุดท้ายของเสิ่นจื่อโยวถูกปล่อยออกไปพุ่งไปหาเป้าที่อยู่ไกลออกไป
ทุกคนต่างพากันอ้าปากค้างพวกเขาต่างรู้สึกว่าตนเองสามารถคาดเดาผลการยิงธนูสิบดอกเข้าเป้าสิบดอกของเสิ่นจื่อโยวได้แล้ว
ในขณะนั้นเองก็มีลูกธนูสิบดอกพุ่งฝ่าอากาศมาจากทางด้านหลังของเสิ่นจื่อโยวมันพุ่งตรงไปที่เป้าเคลื่อนไหวด้านหน้าด้วยพลังที่ราวกับ้าทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้าให้พินาศ!
ฟุบ! ฟุบ! ฟุบ!”
ในชั่วพริบตานั้น ธนูทั้งสิบดอกก็ฝ่าอากาศพุ่งเข้าเป้าหมายอย่างรุนแรง
ธนูทั้งสิบดอกนี้ถูกยิงออกมาพร้อมกันพวกมันเข้ากลางเป้าทั้งสิบดอก!
กระทั่งธนูดอกสุดท้ายของเสิ่นจื่อโยวก็ยังถูกพลังทำลายล้างของพวกมันบดขยี้จนแหลกละเอียด
เสิ่นจื่อโยว “...”
ผู้ชมที่มองอยู่รอบด้าน “...”
มุมปากของเสิ่นจื่อโยวกระตุกนางหมุนตัวเพื่อดูว่าเป็เทพเซียนท่านใดถึงได้เก่งกาจเพียงนี้
แล้วก็พลันสบสายตาเข้ากับดวงตาดำขลับดุจน้ำหมึกคู่หนึ่ง
องค์ชายเจ็ดเซวียนหยวนโม่นั่งอย่างสง่าผ่าเผยบนเก้าอี้รถเข็นเขาวางคันธนูในมือลงอย่างเนิบช้า แล้วยิ้มให้นางอย่างอ่อนโยน
ร่างในอาภรณ์ขาว สง่างามสุขุมหล่อเหลาไร้เปรียบปาน นับว่าเป็คุณชายรูปงามท่านหนึ่ง
เสิ่นจื่อโยว “...”
ที่แท้คนผู้นี้จึงจะเป็ผู้ที่เก็บซ่อนความสามารถได้ลึกล้ำมากที่สุด