นับั้แ่วันมหาวิปโยคเราผองชนทั้งหลายได้ร่วมกันขับไล่สามทรราชย์ซึ่งมีสำเร็จหลังจากที่ต้องเผชิญกับความตาย ความทรหด อันเป็บทพิสูจน์ใจรักประชาธิปไตยของผองชน แม้จะต้องสละชีวิตไปถึงเจ็ดสิบสองชีวิตแต่กระนั้นเหล่าผองชนอีกนับแสนก็ยังร่วมใจสานต่อเจตนารมณ์ของวีรชนไว้อย่างเหนียวแน่น ภายใต้การนำของนักศึกษาเหล่าผองชนร่วมสรรเสริญและหวังอย่ายิ่งว่านักศึกษาจะนำพาพวกเขาไปสู่สังคมที่ดีกว่าและยังเป็แรงบันดาลใจให้เยาวชนผู้ด้อยโลกกล้าที่จะก้าวออกมาจากสังคมที่เลวทรามที่ตนเผชิญ หากแต่ว่านับั้แ่การตายของของนายทหารที่นักศึกษาต่างเคารพนับถือและการฟื้นตัวของกลุ่มอำนาจเดิมสถานการณ์บ้านเมืองกลับดูเริ่มเลวร้ายมากขึ้น นักศึกษาถูกมองเป็ภัยความมั่นคง กรรมกรเป็ผู้ปลุกปั่น ชาวนาเป็ผู้ทำลาย แต่นั้นก็ไม่ทำให้จิตศรัทธานั้นหลายไปแต่กลับเป็แรงบันดาลใจให้คนบางคนก้าวสู่เส้นทางนี้
/////
" ดวงตะวันสาดแสงส่องมา ท้องนภาแพร่งพราวเช้าวันใหม่ แบกบัลโล่ขึ้นหลังเร็วไวไม่รอรา "
ก้าวแรกที่เราเดินเข้าสู่รั้วมหาลัยเราได้ยินเสียงเพลงจากสถานีเสียงประชาชนที่เปิดผ่านลำโพงขององค์การนักศึกษาเพื่อนต้อนรับน้องใหม่ ไม่สิ เพื่อนใหม่ต่างหาก แต่ละคนที่มาพร้อมกับเราก็ล้วนมาจากต่างจังหวัด จุดหมายของทุกคนที่มาพร้อมกับเราไม่ใช่เป็นักเรียนในพระปรมาภิไธยแต่ล้วนมาด้วยใจเพื่อศึกษานำมวลชน มหาลัยที่กว้างใหญ่เคยผ่านการนำโดยนักศึกษา วันประชาธิปไตยที่ทุกคนภูมิใจรวมถึงตัวเราที่เปรมปรีกับวันชัยชนะของประชาชนแต่ในขณะนั้นที่้เราอยู่นั้น.........
ปาย : (ตุ้บ) โอ๊ย!!
รุ่นพี่ : น้องเป็อะไรรึเปล่า
ปาย : ไม่เป็ไรค่ะ
รุ่นพี่ : พี่ขอโทษนะ เดี๋ยวพี่ช่วย
ปาย : ขอบคุณนะคะ
รุ่นพี่ : ว่าแต่เพื่อนใหม่หรอ?
ปาย : ใช่ค่ะ
รุ่นพี่ : แล้วเรียนคณะไหนล่ะ
ปาย : นิติศาสตร์ค่ะ
รุ่นพี่ : ออเห็นตึกใกล้หอพระไหม? ตรงด้านซ้ายหอพระนั่นแหละคณะนิติเดินไปก็ถึงแล้วแหละ
ปาย : ขอบคุณค่ะ หนูกำลังตามหาตึกคณะพอดีเลย
รุ่นพี่ : ไม่เป็ไรหรอกถือว่าช่วยๆกัน
รุ่นพี่2 : มาได้แล้วไอ้ชิบหาย มึงมาตามบอลนะไม่ใช่มาตีสนิทกับน้องเขา
รุ่นพี่ : งั้นพี่ไปก่อนนะ
ปาย : ค่ะ
นี่แค่เดินเข้ามหาลัยวันแรกนะเนี่ยก็ซวยโดนลูกบอลอัดหัวซะได้ชีวิตนี่มันซวยจริงๆเลย แต่๙่างเถอะยังไงก็ไปที่คณะก่อนแล้วกัน
รุ่นพี่ : น้องเพื่อนใหม่ใช่ไหม?
ปาย : ใช่ค่ะ
รุ่นพี่ : ตามพี่มาเดี๋ยวพี่พาไปลานทำกิจกรรม
ปาย : ค่ะ
เราก็ไปนั่งรวมตัวตามคำบอกของรุ่นพี่พอนั่งไปสักพักก็มีพี่มาชี้แจงเื่กิจกรรมต่างๆของปีนี้ซึ่งเราก็นั่งตั้งใจฟังเพื่อเก็บกิจกรรมตามเป้าหมายจนกระทั่งมีใครบางคนสะกิดเรา...........
" นี่ๆ เธอชื่ออะไรหรอ? "
เราหันควบไปด้วยความใทีแรกก็กะจะด่าแบบไม่เลี้ยงแต่ เรากลับนิ่งไปด้วยความตกตะลึงบางอย่าง ดวงตา ใบหน้า รูปร่าง อะไรกัน! นี่เราหวั่นไหวหรอว่ะเนี่ย?
ปาย : ออ ระ เราชื่อปาย แล้วเธอชื่อไรหรอ?
ลูกแก้ว : เราชื่อลูกแก้ว ยินดีที่ได้รู้จักนะ
ปาย : อืม ยินดีที่ได้รู้จักเหมือนกัน
ลูกแก้ว : แล้วปายไปค่ายอาสาป่ะ?
ปาย : เราว่าเราจะไปนะ แล้วลูกแก้วล่ะ?
ลูกแก้ว : เราก็ไป ไหนๆก็ไหนๆแล้วอุตส่าห์ดั้งด้นสอบเข้ามหาลัยนี้ได้เพราะอยากไปค่ายอาสาโดยเฉพาะเลยนะ
ปาย : ใช่ป่ะ เหมือนกันเลย
รุ่นพี่ : เอาล่ะสำหรับวันนี้พวกพี่ก็มีเื่ที่จะแจ้งให้ทราบเพียงแค่นี้สำหรับๆน้องๆที่สงสัยให้ถามได้เลยหลังจากเลิกจากตรงนี้ แยกย้ายได้ครับ
ลูกแก้ว : ไว้เราเจอกันใหม่พรุ่งนี้นะปาย
ปาย : อืม ไว้เจอกันนะ
เราก็เดินมาเรื่อยๆจนถึงประตูฝั่งสนามหลวง เราก็ยืนรอรถประจำทางแล้วเราก็ได้เจอกันอีก
ลูกแก้ว : ปาย ปายใช่ป่ะ?
ปาย : อ้าวลูกแก้ว มารอรถหรอ?
ลูกแก้ว : อืมใช่ เรากำลังจะกลับหอพักอ่ะ ว่าแต่ปายอยู่ที่ไหนหรอ?
ปาย : เราอยู่ปิ่นเกล้าอะใกล้ๆนี่แหละ
ลูกแก้ว : รถมาแล้วขึ้นกันเถอะ
ปาย : กลับสายนี้หรอ?
ลูกแก้ว : อืมใช่
ปาย : ลูกแก้ว เราถามอะไรหน่อยสิ
ลูกแก้ว : อืมถามอะไรหรอ?
ปาย : เธอคิดว่าประชาธิปไตยในประเทศเราจะมีจริงๆไหม
ลูกแก้ว : มันก็ต้องมีสิ พวกเราสู้กันมาถึงขนาดนี้แล้วถ้าถอยกลับไปเราคงยอมไม่ได้ ว่าแต่ปายไม่เชื่อหรอว่าจะมีประชาธิปไตย
ปาย : เราเชื่อนะ แต่ตอนนี้เรามองภาพไม่ออกเฉยๆ
ลูกแก้ว : เราลงป้ายนี้แหละไปก่อนนะปาย
ปาย : อืมไว้เจอกันนะ (เหลือไปเห็นกลุ่มคน) เดี๋ยวก่อนลูกแก้วอย่าพึ่งลง
ลูกแก้ว : ทำไมหรอ?
ปาย : พวกกระทิงแดงอยู่กันเต็มเลยเอาเป็ว่าไปหอพักเราก่อนไหม? พรุ่งนี้เราจะได้ไปมหาลัยพร้อมกันเลย
ลูกก้ว : อืมก็ได้ๆ
เราสองคนก็ลงที่ป้ายหน้าซอยหอพักและรีบเดินเข้าหอเพราะ่นี้แปลกกว่าปกติมีแต่กระทิงแดงเดินเช็คของนักศึกษาประหนึ่งว่าตัวเองเป็อาสาตำรวจอย่างใจอย่างหนึ่งแต่มันก็เยอะจนนึกว่าเมืองอันธพาลแต่ที่สำคัญที่สุดคือเราต้องให้เพื่อนใหม่คนนี้ปลอดภัยที่สุดก็คงต้องให้เพื่อนใหม่อยู่กับไปก่อนล่ะกัน