ด้วยท่วงท่าที่ดูสบายใจจนผิดปกติ ทำให้เหล่าสมุนได้แต่จดจ้อง กาสเซ่จึงทนไม่ไหว
“ เฮ้ย ทิ่มไม้พลองเข้าไปสิวะ กลัวอะไร มันก็แค่คนใกล้ตาย ”
สมุนทั้งสามมองหน้ากันเอง แล้วหวดไม้พลองไปข้างหน้าแบบแหยงๆ ทำให้โจมตีช้าลง เลยเปิดช่องให้เด็กหนุ่มพุ่งสวนเข้ามากระแทกกรงเล็บใส่หน้าอกเต็มแรง ส่งผลให้ชายผู้นั้นกระเด็นไกล ก่อนล้มกลิ้งลงไปนอนน้ำลายฟูมปาก
“ เฮ้ย ไหนบอกว่ามันใกล้ตายไง ” หนึ่งในสมุนที่เหลืออุทานดังด้วยความใ แต่ก็ทำได้แค่นั้น เท้าขวาที่ว่องไวของเด็กหนุ่มได้ตวัดเข้าไปที่ก้านคออย่างรวดเร็วจนลิ่วล้อร่วงล้มลงไปนอนกองอีกราย
สมุนคนสุดท้ายไหวตัวทัน จึงรีบฟาดไม้พลองใส่ศีรษะ แต่มาวินฉากหลบออกข้าง ลิ่วล้อเลยจั่วลม พอเกิดช่องว่าง เด็กหนุ่มก็หมุนตัวเตะ ฝ่าเท้าขวาฟาดเข้าไปที่กกหู ชายผู้เคราะห์ร้ายจึงล้มลงไปนอนสิ้นสติ
กาสเซ่และพรรคพวกถึงกับตะลึงจนตาค้าง การโจมตีเมื่อครู่ทั้งรุนแรงและรวดเร็ว ทำให้พวกเขานึกสงสัย
“ ตกลง มันเจ็บจริงหรือแกล้งเจ็บ ”
เด็กหนุ่มกลับมาตั้งท่าสบายๆ มุมปากแอบยิ้มเล็กน้อย ยิ่งทำให้ชาวแก๊งหวั่นเกรงมากกว่าเดิม ถึงกระนั้น หัวหน้าทีมหุ่นกอริลลาก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เขาจึงสั่งลูกน้องให้บุกโจมตีอย่างต่อเนื่อง
“ เฮ้ย พวกเอ็งหกคนบุกเข้าไป คราวนี้ล้อมมันเป็วงกลม ”
มาวินเริ่มกังวล เพราะถ้าถูกล้อมแบบนี้ ย่อมสวนกลับได้ยากขึ้น แต่ภายนอกแสร้งทำเป็ปลอดโปร่งโล่งใจ เพื่อข่มขวัญศัตรู
สมุนเ่าั้กรูเข้ามารุมล้อม มาวินจึงเปลี่ยนมาตั้งท่าต่อสู้ที่ดูรัดกุม ดวงตาเรียวเหลือบแลไปรอบข้าง เพื่อหาทางออก แต่ไม่ว่ามองมุมไหน ก็เจอกับทางตัน
“ เอ......ถ้าหนี แล้วล่อให้มันตามมา จะทำมั้ย แต่สภาพร่างกายของเราน่าจะไม่ไหว ครั้นจู่โจมเร็วก็ยาก เพราะขบวนป้องกันรูปวงกลมแบบนี้ ทำให้สมาชิกในกลุ่มช่วยเหลือกันได้ตลอด ” เด็กหนุ่มขบคิดไปเรื่อย แต่ภายนอกยังคงยิ้มสู้
มาวินไม่ได้ฉวยโอกาสบุกเร็ว ทว่าฝ่ายโจรก็ไม่ได้จู่โจมเช่นกัน เนื่องจากทุกคนครั่นคร้ามฝีมือของเด็กหนุ่ม
ทันใดนั้นเอง เด็กหนุ่มก็ทรุดตัวลงไปนั่งคุกเข่า สีหน้าดูเ็ป สมุนทั้งหกที่รายล้อมจึงรู้สึกงุนงงไปตามๆกัน
“ นั่นไง ถึงขีดจำกัดของมันแล้ว ตีด้วยไม้พลองเลย ” กาสเซ่ร้องะโ
“ เอาก็เอาวะ ” หนึ่งในหกที่ยืนอยู่ด้านหลังของเด็กหนุ่ม รับคำแบบเสียไม่ได้ ก่อนจะฟาดไม้พลองเต็มแรง เป้าหมายคือแผ่นหลัง
เหมือนมาวินจะมีตาหลัง เด็กหนุ่มจึงกลิ้งหลบไปทางซ้ายเล็กน้อย ทำให้รอดพ้นจากไม้พลองอย่างหวุดหวิด วินาทีต่อมา เขาก็เตะตัดขาของสมุนที่ถลาเข้ามาจู่โจม
“ อุ้บ ” สมุนรายนั้นไม่ทันระวัง จึงล้มในทันที มาวินเลยะโสูง แล้วทิ้งตัวลงมาใช้กรงเล็บขย้ำลำตัวของเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย
“ แอ้ก ” สมุนผู้นั้นร้องได้คำเดียว ก่อนจะนอนสิ้นสภาพไปอีกราย
หลังเผด็จศึก เด็กหนุ่มค่อยๆลุกขึ้นยืน ดวงตากวาดไปยังศัตรูที่เหลือ พลางป่าวประกาศชื่อกระบวนท่าด้วยเสียงที่แ่เบา
“ กระบวนท่าแมวป่าขย้ำเหยื่อ ”
ทุกคนต่างสตั้นไปตามๆกัน ส่วนกาสเซ่ถึงกับอ้าปากค้าง ทว่าเขาก็สมกับเป็หัวหน้าโจร เพียงพริบตาเดียว ก็ตั้งสติได้และเริ่มคิดอย่างรอบคอบ
“ ฝีมือมันดีขึ้นมาก ลูกกระจ๊อกคงเอาไม่อยู่ น่ากลัวจะต้องใช้…..” พอนึกถึงตรงนี้ กาสเซ่ก็หันมามองเ้าอ้วนที่ยืนยิ้มเเฉ่งอยู่ข้างกาย ท่าทางไม่รู้ร้อนรู้หนาวใดๆ
“ เอาก็เอาวะ ไม่มีทางเลือกแล้ว ” กาสเซ่ตัดสินใจ ก่อนสะกิดสีข้างของเ้าอ้วน
“ ครับ ว่าไงครับ ลูกพี่ ” เ้าอ้วนยืนตัวตรง เท้าชิดกัน บ่งบอกถึงวินัยทหารอันดีเยี่ยม
“ เหอๆ ไม่มีอะไรมากหรอก แค่จะวานพ่อให้ไปเล่นงานเ้าเด็กขอทานเท่านั้นเอง ” ท่าทางของกาสเซ่ดูเกรงใจ ว่ากันตามตรง มาเฟียร่างั์กลัวเ้าอ้วนมากกว่ามาวินเสียด้วยซ้ำ
“ ได้ครับผม ” เ้าอ้วนตะเบ๊ะ พร้อมทำอกผาย ไหล่ผึ่งและพุง จากนั้นก็ก้าวดุ่มๆเข้าไปหาเด็กหนุ่มหัวเขียวอย่างไร้ความยำเกรง
“ เฮ้อ…….จบงานนี้ คงต้องหาสมุนมือซ้ายคนใหม่มาแทนเ้าอ้วนติ๊งต๊อง ” กาสเซ่ถอนหายใจยาว
เ้าอ้วนประจันหน้ากับเด็กหนุ่มที่ดูร่อแร่ พอสองตาสบกัน นักเลงร่างสมบูรณ์ก็ร้องทักด้วยเสียงขึ้นจมูก อันเป็เอกลักษณ์พิเศษ
“ ว่าไง เจอกันอีกแล้วนะ เ้าหนู นายดูแย่มาก ”
“ ฮะๆ จะให้สมบูรณ์แบบนายได้ไงเล่า ไม่ไหวหรอก ” เด็กหนุ่มหัวเราะ มือขวาก็ลูบหน้าท้องของตนเองเป็เชิงล้อ
ทุกคนในกลุ่มรู้สึกหงุดหงิด บางคนถึงกับฮึดฮัด เพราะไม่พอใจที่ลูกพี่รองถูกลบหลู่อย่างร้ายแรง ดูไปดูมา ท่าทางเ้าอ้วนจะเป็ขวัญใจในหมู่โจร
“ ลูกพี่รอง อัดมันเลย ” สมุนผู้หนึ่งะโเสียงกร้าว
“ นั่นสิครับ กระทืบมันเลย ” สมุนที่เหลือทำหน้าที่เป็ลูกคู่
“ เอ๋….. ทำไมทุกคนดูโกรธจัง ” ทว่าเ้าอ้วนกลับทำหน้าเอ๋อรับประทาน
ลูกสมุนนายหนึ่งคุ้นเคยกับความ ป.ญ.อ. ของลูกพี่รองเป็อย่างดี จึงค่อยๆย่องเข้ามากระซิบ เพื่อบอกความนัยดังกล่าว ทันทีที่เข้าใจ นักเลงร่างสมบูรณ์ก็โมโหจนหน้าแดงก่ำ พร้อมตวาดใส่ด้วยเสียงขึ้นจมูก ทำให้ดูน่ากลัวและน่าขบขันในเวลาเดียวกัน
“ หน็อย…… ไอ้เด็กบ้า ดูถูกกันนี่หว่า ”
“ ฮะๆ แกเพิ่งเข้าใจเหรอ นึกว่าจะอ้วนอย่างเดียว สมองก็อืดตามตัวด้วยนี่หว่า ” เด็กหนุ่มหัวเขียวยังคงยักคิ้วหลิ่วตา หยอกล้อไปตามประสาคนผสมลิง
“ โว้ย อ้วนทนไม่ไหวแล้วโว้ย ” เ้าอ้วนกู่ร้องจนเสียงกังวานไปทั่วป่า บ่งบอกถึงระดับฝีมือที่ไม่ธรรมดา เขากระชากเสื้อเชิ้ตที่สวมใส่ออกมาจนขาดกระจุยในทีเดียว เผยให้เห็นท่อนบนที่อุดมไปด้วยไขมัน แต่ก็แฝงความแข็งแกร่งอยู่ในที คล้ายพวกนักกีฬาซูโม่
“ ทุกคนถอยไป อ้วนโชว์เอง ฮึ่ม…. ” เ้าอ้วนขู่คำราม ดวงตาที่เคยหน่อมแน้ม กลับดูขมึงตึงและแดงฉาน ราวกับั์ตาของสัตว์ร้าย
“ ฮะๆ ” เด็กหนุ่มหัวเราะแห้งๆ ในใจแอบคิดว่าตนน่าจะเจอของแข็งเข้าให้แล้ว
เ้าอ้วนย่างสามขุมเข้าหาแบบไม่ระวัง ทำให้เด็กหนุ่มฉวยโอกาส รัวกรงเล็บใส่
“ ปึก ปึก ปึก ” ทุกกรงเล็บล้วนเข้าเป้า เนื้อหนังอันขาวผ่องปรากฏรอยแดงในทุกจุดที่ถูกกระแทกใส่
“ ย่ะ ย่ะ ย่ะ ” เด็กหนุ่มออกแรงอัดกรงเล็บใส่สุดกำลัง นับคร่าวๆไม่ต่ำกว่า 30 ที พอเริ่มหมดแรง เขาก็ถอยฉากออกมาตั้งหลัก
ภาพต่อมาที่มาวิน้าเห็นก็คือเจ้าอ้วนร่วงล้มลงไปนอนบนพื้น แต่ในความเป็จริง หมอนั่นกลับยืนยิ้มแฉ่งอย่างสบายอารมณ์ พร้อมเอ่ยถามด้วยท่าทางที่ดูเบิกบานใจ
“ จบแล้วเหรอ ”
“ ฮะๆ ” เด็กหนุ่มหัวเราะไม่เต็มเสียง เขารู้สึกท้อมากที่พายุกรงเล็บเมื่อครู่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย
“ เอาล่ะ ตาชั้นแล้ว ใช่มั้ย ” เ้าอ้วนร้องถาม พร้อมก้มตัวลงเล็กน้อย
“ เอ๊ะ อะไรอยู่ข้างหลัง ” เด็กหนุ่มะโดัง ก่อนจะชะเง้อมองไปข้างหลังของเ้าอ้วน ทำให้มาเฟียร่างสมบูรณ์รีบหันกลับไปมองตาม แต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า วินาทีนั้นเอง เขาก็รู้สึกว่ามีอะไรหนักๆอัดเข้ามาที่ก้านคออวบใหญ่
“ เปรี้ยง ”
เ้าอ้วนนึกสงสัย เมื่อหันกลับมาจึงพบว่าสิ่งนั้นก็คือท่อนขาขวาของเด็กหนุ่มที่กระโจนเข้ามาเตะสูง
เสียงปะทะดังสนั่น ทำให้น่ากลัวว่างานนี้อาจเกิดปรากฏการณ์คอหัก แต่ที่ไหนได้ เป็ฝ่ายมาวินที่กระเด้งกลับไป
“ หมดมุกรึยัง ” เ้าอ้วนถามสั้นๆ พลางบิดคอไปมา คล้ายเมื่อยขบอยู่ในที
“ แฮะๆ ยัง ” มาวินยิ้มแหยๆ เขาแน่ใจว่าการเตะเมื่อครู่หนักพอจะกล่อมให้คนธรรมดาหลับได้อย่างสบาย แต่ใช้กับเ้าอ้วนที่อยู่ตรงหน้าไม่ได้
“ งั้นมีอะไร ก็ใช้ออกมาให้หมด ” เ้าอ้วนร้องท้า สีหน้าดูกระหยิ่มยิ้มย่องยังไงชอบกล
“ ได้เลย แล้วถ้าโดนแบบนี้ล่ะ ” มาวินเล่นนอกตำราด้วยการเตะผ่าหมาก
“ พลั้ก ”
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่น สมุนหลายคนต่างร่ำร้องเสียงหลงด้วยความหวาดเสียว บางคนถึงกับปิดตา เพราะไม่อาจทนดูภาพสยอง
“ ฮ่าๆ เป็ไงล่ะ ” มาวินโห่ร้องด้วยความสะใจที่สามารถทะลวงไข่ดันได้สำเร็จ ดวงตาเรียวเลื่อนไปจับใบหน้าของอีกฝ่าย หวังจะเห็นความเ็ป ทว่าเ้าอ้วนยังคงยิ้มแฉ่ง
"ฮะๆ นี่แกเป็วูลฟ์เวอรีนรึไงวะ ไม่ว่าจะถูกอัดยังไง ก็ดูไม่สะทกสะท้านเลย "เด็กหนุ่มหัวเราะกลบเกลื่อน หวังปิดซ่อนความรู้สึกท้อแท้ แต่เ้าอ้วนกลับกล่าวเบาๆ ก่อนฟาดฝ่ามืออวบใหญ่ไปที่ลำตัวบาง
“ ตาชั้นแล้วนะ ”
“ ปัง ”
ทันทีที่ฝ่ามือนั้นพุ่งปะทะ ก็เกิดเสียงดังสนั่น ก่อนจะส่งให้เด็กหนุ่มลอยไกลถึงสามก้าว และร่วงล้มลงไปนอนกองบนพื้นอย่างว่าง่าย
“ เฮ…… ลูกพี่รองสุดยอดไปเลย ” เหล่าสมุนโห่ร้องดีใจที่ศัตรูตัวฉกาจเสียท่าให้ขวัญใจของชาวแก๊ง ลิ่วล้อคนหนึ่งถึงกับออกปากเชียร์ให้มือซ้ายร่างสมบูรณ์ปิดเกม
“ มันล้มแล้ว ลูกพี่รองซ้ำเลย ล้างแค้นให้พี่น้องของเรา ”
แต่พอทุกคนหันไปมองเ้าอ้วน ก็ล้วนตกตะลึงไปตามๆกัน เพราะมาเฟียร่างสมบูรณ์กำลังโดดไปโดดมา สองมือกุมเป้า หน้าขาวๆเริ่มแปรเปลี่ยนเป็เขียวคล้ำ ด้วยรู้สึกจุกเสียดจากการโดนอัดจุดยุทธศาสตร์
“ อ้าว……..ก็นึกว่าไม่เจ็บ ” สมุนคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมาเบาๆ ท่าทางงุนงง
“ ฮะๆ ข้าเป็พวกความรู้สึกช้าน่ะ ” เ้าอ้วนหันกลับมาหัวเราะ ใบหน้าอวบอูมยังเขียวอยู่เล็กน้อย
แม้ทุกคนอยากกระทืบมาวิน แต่ไม่มีผู้ใดหาญกล้า เลยทำให้เด็กหนุ่มยันกายลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก สภาพของเขาในตอนนี้ดูไม่ต่างจากเศษผ้ารุ่งริ่ง
“ ฮ่าๆ เป็ไง ฝ่ามือของชั้นหนักดีมั้ย ” เ้าอ้วนยิ้มให้เด็กหนุ่ม หลังจากที่ตนเริ่มคลายอาการจุกเสียด
“ ก็พอไหวอยู่ ” มาวินยิ้มรับ ไม่นาน ก็ทรุดกายลงไปอ้วก ถ้าสังเกตให้ดี จะพบว่าในกองของเหลวมีลิ่มเืติดมาด้วย บ่งบอกว่าเด็กหนุ่มผู้นี้น่าจะบอบช้ำไม่น้อย
“ ฮ่าๆ ไอ้หนู แกจบสิ้นแล้ว ” กลุ่มโจรต่างพากันเยาะเย้ย
“ หึๆ ” มาวินหัวเราะเบาๆ เขารู้สึกว่าร่างกายน่าจะถึงขีดจำกัดแล้วจริงๆ เมื่อเงยหน้าขึ้นมองเ้าอ้วน ก็พบว่าดวงตาพร่ามัว สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนราง สิ่งสุดท้ายที่ได้เห็นก็คือแสงสว่างเรืองรองจากอาทิตย์ นั่นทำให้เด็กหนุ่มยิ้มเล็กน้อย อนุสติสุดท้ายก่อนสลบก็คือ…
“ ดีจริงที่ยืดเวลาจนถึงเช้า ยัยโย่งรอดแล้ว ฮะ ฮะ ฮะ…… ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
