การเดินทางเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งในยามเช้าตรู่ โชที่ปรับตัวเก่งทำให้เคนตะรู้สึกคลายความกังวลลงได้มากโข เด็กน้อยผู้ที่เคยเป็นชนชั้นสูงบัดนี้พยายามทำตัวซอมซ่อ อีกทั้งยังเลียนแบบการทำทรงผมจากเด็กชาวบ้านที่ผ่านตาเขาไปตลอดการเดินทาง รวมไปถึงการเรียนรู้พฤติกรรมการปฏิบัติตัวของสามัญชนซึ่งนั่นก็ทำให้ไม่มีใครสนใจจะสังเกตเลยว่าพวกเขาเป็นใครมาจากไหน การเดินทางไปยังเมืองเอโดะดำเนินมาได้ครึ่งทางแล้วหลังจากระยะเวลาที่ผ่านไปนานนับหลายสิบวันเคนตะก็ตัดสินใจใช้เส้นทางในป่าใหญ่เพื่อหลีกเลี่ยงการเจอผู้คนในเมืองตามทาง แถบนี้ถือว่าเข้าใกล้เมืองหลวงมากแล้วซึ่งหมายความว่าอาจจะมีสายสืบของโชกุน
แฝงตัวอยู่เต็มไปหมด
ในค่ำคืนนี้เคนตะตัดสินใจพักที่กลางป่า เขาเริ่มทำเพิงเล็กๆ ชั่วคราวขึ้นมาตั้งแต่ตอนตะวันยังไม่ตกดินเพื่อหลบแดดหลบฝน ควันไฟถูกนำไปรมในเพิงเพื่อทำการไล่แมลงให้ออกไป ดวงอาทิตย์ค่อยๆ ลาลับขอบฟ้าไปอีกวันโดยที่มีโชนั้นช่วยก่อกองไฟบริเวณด้านหน้าของเพิงที่พัก อาหารแบบง่ายๆ ถูกแบ่งออกมาพอให้สองคนประทังชีวิตรอดไปอีกหนึ่งวัน เคนตะรู้สึกสงสารโชเป็นอย่างมาก ลำพังตัวเขาเองที่ต้องมาลำบากนั้นยังไม่เท่าไหร่ แต่สำหรับเด็กที่เกิดมาเป็นชนชั้นสูง ร่ำรวยเงินทองและไม่เคยอดอยากนั้น เมื่อต้องมาเผชิญกับเรื่องแบบนี้แล้วคงจะทำใจได้ยากเหลือคณา สายตาคมมองดูเด็กน้อยด้วยความเจ็บปวดที่ฉายแววออกมาจากดวงตาคม
ในขณะที่ดวงใจกำลังปวดหนึบกับโชคชะตาที่ต้องพบเจอ ทันใดนั้นเอง เสียงกิ่งไม้ที่หักลงราวกับมีใครเหยียบมันก็ดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง เคนตะหันขวับก่อนจะเจอเข้ากับดาบเล่มคมที่จ่ออยู่บนลำคอของตนเสียแล้ว โชเบิกตาโพลงเมื่อบัดนี้นาโอกิตามพวกเขามาจนทัน เขานั่งกอดเข่าตัวแข็งทื่อ แววตาตื่นตระหนกสุดขีด นาโอกิเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่อาจคาดเดาความรู้สึก
"ท่านเคนตะ…" การเรียกแบบให้เกียรติราวกับไม่ใช่คนสนิทชิดเชื้อกันอีกต่อไปทำให้เคนตะนิ่งเงียบ นาโอกิและพรรคพวกไม่กี่คนที่ยืนอยู่ตรงนี้ ถึงแม้จะมีฝีมือเก่งกาจแต่ความจริงแล้วเพียงแค่เคนตะคนเดียวก็สามารถจัดการทุกคนทั้งหมดได้ไม่ยาก แต่เคนตะไม่อยากที่จะทำเช่นนั้นเลยโดยเฉพาะกับนาโอกิที่เปรียบเสมือนเป็นดั่งญาติพี่น้องของตน นาโอกิเองก็เคารพนับถือเคนตะอยู่ไม่น้อย สายลมยามค่ำในป่าดิบพัดกระทบเข้ามาจนรู้สึกหนาวไปถึงขั้วกระดูก นาโอกิเป็นผู้เอ่ยก่อน
"ข้ารู้ว่าท่านจัดการพวกข้าได้ภายในพริบตาเดียว"
"งั้นรึ… ท่านมาซาโตะคงจะบอกให้จับตายพวกข้าเลยใช่หรือไม่"
"ใช่" สิ้นเสียง ความเงียบก็เกิดขึ้นอีกครั้ง ขอบตาของโชร้อนผ่าวขึ้นวูบ ทันใดนั้นเอง นาโอกิก็ลดดาบลงในที่สุด บรรยากาศหนักอึ้งคลายลงพร้อมกับเคนตะที่ดูสับสนงุนงงเล็กน้อย นาโอกิเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
"พวกท่านจะไปที่เอโดะเช่นนั้นรึ"
"อืม" เคนตะเอ่ยตอบในลำคอ นาโอกิมองไปยังโชที่กำลังนั่งกอดเข่ามองเขาด้วยแววตาสั่นระริก เนื้อตัวสกปรกมอมแมมของเขาทำให้นาโอกิขอบตาร้อนผ่าว จะให้ลงมือฆ่าโชผู้ที่เขาเห็นมาตั้งแต่แบเบาะนั้นคงทำไม่ได้ เขาเอ่ยเรียกผู้เป็นนายของตนด้วยน้ำเสียงที่ไม่อาจปิดบังความอ่อนแอได้จนหมด
"ท่านโช…" เมื่อเห็นดังนั้นโชก็น้ำตาไหลพรากลง เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินเข้าไปใกล้นาโอกิ องครักษ์ประจำตัวของเขาคุกเข่าลงกับพื้น ก้มหน้านิ่งราวกับรู้สึกผิด เคนตะหันไปก่อกองไฟต่อก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยความกังวล
"พวกเจ้าคงจะกลับไปมือเปล่าไม่ได้สินะ แล้วจะทำยังไงล่ะ" นาโอกิกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอแล้วเอ่ยด้วยเสียงเรียบนิ่ง
"ข้าคิดหาหนทางไว้แล้ว"
"งั้นรึ" เคนตะที่เอ่ยทำให้นาโอกิพยักหน้ารับ
"แต่ต้องขอเสื้อผ้าของท่านกับท่านโชวันที่หนีออกมา นอกนั้นพวกข้าจะจัดการเอง" เคนตะเงียบไปครู่หนึ่ง ถึงแม้ว่าจะไม่ทราบว่าพวกเขาจะเอาไปทำอะไรแต่ก็หันไปหาโชแล้วเอ่ยถาม
"ท่านยังเก็บเสื้อผ้าเอาไว้อยู่หรือไม่ขอรับ" โชพยักหน้าหงึกหงักแล้วรีบเดินไปแกะห่อผ้าที่วางอยู่ตรงเสาของเพิงด้านในเผยให้เห็นชุดของตนและเคนตะที่ถูกเก็บไว้เป็นอย่างดี เด็กน้อยนำมันออกมามอบให้กับนาโอกิพลันเคนตะก็เอ่ยถามด้วยหัวใจที่ถูกบีบแน่นจนเจ็บไปหมด
"ข้าขอถามอะไรก่อนเจ้าไปได้ไหม"
"อะไรรึ"
"ท่านคิโยชิ… ปลอดภัยดีหรือไม่" ความเงียบเกิดขึ้นชั่วขณะหนึ่ง เป็นวินาทีที่แสนจะยาวนานเสียเหลือเกิน
"ข้าออกมาก่อนพิธีเซ็ปปุกุจะเริ่ม" ราวกับภูเขาลูกใหญ่ถูกยกออกจากอก เคนตะสูดลมหายใจเข้าลึก
"งั้นรึ" ความเงียบเกิดขึ้นอีกครั้ง นาโอกิรีบเอ่ยตัดบท
"พวกข้าต้องรีบไปก่อน" เขาคุกเข่าลงต่อหน้าโชและเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
"ดูแลตัวเองด้วยนะขอรับ นาโอกิผู้ต่ำต้อยคนนี้คงไม่มีโอกาสได้รับใช้ท่านอีกต่อไปแล้ว" ถ้อยคำบอกลาที่บ่งบอกว่าโชยังคงเป็นนายเหนือหัวของเขาอยู่เสมอทำให้น้ำตาใสของเด็กน้อยไหลพรากลง โชพยักหน้าหงึกหงักด้วยน้ำตาที่นองหน้า ไม่กี่นาทีหลังจากนั้นนาโอกิและคนติดตามก็ขอตัวกลับไปในที่สุด เสียงฝีเท้าที่เหยียบย่ำใบไม้แห้งค่อยๆ กลืนหายไปในความมืด เหลือก็เพียงแต่เสียงของซากไม้ที่ถูกไฟเผาจนแตกออกเท่านั้นที่ยังคงคอยดังอยู่เป็นเพื่อน โชและเคนตะต่างนั่งเหม่อมองไปยังกองไฟด้านหน้าของตนโดยที่ทั้งสองคนไม่ได้เอ่ยถ้อยคำใดออกมาอีกเลยตลอดทั้งคืน
นิยายอัพเป็นประจำทุกวันพุธ เสาร์ อาทิตย์ค่ะ