บทที่ 32 บีบบังคับให้ตาย
เวลานี้จ้าวต้าหมินเดินโซซัดโซเซกลับมาถึงบ้าน ระหว่างนั้นบังเอิญเจอกับจ้าวโหย่วเต๋อผู้เป็นพ่อที่เพิ่งกลับมา
เดิมทีวันนี้กลุ่มจุดที่ 9 ได้ไปขุดคูน้ำและทำท่อระบายน้ำ จ้าวโหย่วเต๋อนำผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันวิจัยเดินไปรอบ ๆ พวกเขาต้องการขุดคูน้ำที่สามารถป้องกันน้ำขังให้ใช้ได้ในระยะยาว
หลังจากจัดการงานตรงนั้นเสร็จแล้ว จ้าวโหย่วเต๋อก็ขี่ล่อกลับบ้าน ทำให้บังเอิญเจอลูกชายของเขาซึ่งเป็นผู้ประสบเคราะห์ร้ายเดินกะโผลกกะเผลกกุมส่วนกลางลำตัวเข้ามา...
จ้าวโหย่วเต๋อเดือดดาล สองขาจ้ำอ้าวไปหาลูกชายโดยไม่ฟังคำอธิบายใด ๆ
“ไม่ไปทำงานที่นา แกกลับบ้านมาทำอะไร?! แกก็ได้แต่ทำตัวเหลวไร้แบบนี้ ขาดงานเป็นประจำ ฉันละอายใจจริง ๆ!”
เขาเป็นคนหยิ่งในศักดิ์ศรีและไม่ยอมให้ถูกกล่าวหาว่าเอาเปรียบผู้อื่น แต่ลูกชายตัวดีไม่เป็นไปตามที่เขาคาดหวัง และมักขาดงานอยู่บ่อย ๆ
จ้าวต้าหมินอยู่ในกลุ่มหักร้างถางพงที่ 10 ที่มีหวังจินเป็นหัวหน้า อีกฝ่ายมักจะแอบเขียนคะแนนการทำงานให้จ้าวต้าหมินเสมอ
เขาบ่นจนปากเปียกปากแฉะ แต่หวังจินก็ไม่รับฟัง และจ้าวต้าหมินก็มีส่วนร่วมในการกระทำลับ ๆ ล่อ ๆ นี้ด้วย พอครั้งนี้กลับมาเจอจ้าวต้าหมิน ก็จัดการอีกฝ่ายไปหนึ่งดอก
จ้าวต้าหมินพูดอย่างเจ็บปวด “พ่อ ผะ…ผม”
ผมเจ็บไข่…
จ้าวโหย่วเต๋อเห็นว่าลูกชายได้รับบาดเจ็บ ใบหน้าพลันฉายแววตื่นตระหนกเล็กน้อย
“แกโดนตีมาเหรอ?!”
……
ในเวลานี้จ้าวอิ้งหงอุ้มฉินเสี่ยวกั่วที่เหนื่อยจากการเล่นและผล็อยหลับไปที่เตียงของแม่สามี และเธอกับลูกชายก็ล้มตัวลงนอนด้วยกัน
เมื่อได้ยินเสียงดังขึ้นจึงรีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นท่าทางเจ็บปวดของสามีก็ร้องอุทานตกใจ “ตายแล้ว!”
พวกเขาทั้งสองคนประคองจ้าวต้าหมินเข้าไปในบ้าน ก่อนจะพยุงให้เขานั่งลงบนเตียงเตา
“ใครกันมันใจกล้าบ้าบิ่นแบบนี้ กล้ามาตีลูกชายของจ้าวโหย่วเต๋อ?! ต้าหมิน แกบอกมาว่าใครเป็นคนทำ?!” จ้าวโหย่วเต๋อดูเหมือนจะเสียสติไปแล้ว
จ้าวต้าหมินเจ็บจนพูดไม่ออก
ไป๋อวี้เตะเขาอยู่หลายครั้ง ตอนนี้เขาเจ็บจนรู้สึกเหมือนจะตาย เมื่อฟื้นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองน้ำลายฟูมปากเลอะเทอะไปหมด
จ้าวอิ้งหงตรวจสอบอาการบาดเจ็บของเขาและพบว่าเขาใช้มือกุมส่วนกลางลำตัวอยู่ ทันใดก็นึกถึงอะไรบางอย่างออก สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปทันที
“คุณไปสร้างเรื่องมาอีกแล้วเหรอ?!”
จ้าวต้าหมินยังคงพูดไม่ออก และที่สำคัญคือเขาไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไง
“คุณพ่อคะ! เขาถูกเตะจุดยุทธศาสตร์!” จ้าวอิ้งหงเริ่มวิตกกังวล จับใบหน้าสามีพลิกซ้ายพลิกขวา “ยังมีรอยเท้าบนใบหน้าเขาด้วย เห็นได้ชัดว่าเป็นรอยเท้าของผู้หญิง!”
สีหน้าของจ้าวโหย่วเต๋อเปลี่ยนไปก่อนจะเอ่ยอย่างโกรธเคือง “เอาล่ะ เจ้าลูกเสเพล ขี้เกียจตัวเป็นขน งานการไม่เอาอ่าว ครั้งนี้ไปยั่วยุใครอีกล่ะถึงได้ถูกทุบตีแบบนี้!”
เมื่อเห็นท่าทางทุกข์ใจของพ่อและภรรยาแทนที่ด้วยความโกรธ จ้าวต้าหมินพลันรู้สึกกระดากอายอยากจะกัดลิ้นตายไปให้รู้แล้วรู้รอด
เขาทำได้เพียงตำหนิตัวเอง เขาทำให้ผู้อื่นเดาได้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น
เขาใช้มือกุมกลางลำตัวข้างหนึ่ง อีกมือหนึ่งคว้าแขนเสื้อของจ้าวอิ้งหงอย่างอ่อนโยน “เจ็บจังเลย… อิ้งหง ผมเจ็บจะตายอยู่แล้ว…”
จ้าวอิ้งหงใจอ่อนลงเล็กน้อยและรีบพูดว่า “ไม่ว่ายังไงก็ทำร้ายคนอื่นแบบนี้ไม่ได้! คุณใจเย็น ๆ ก่อน ฉันจะพาคุณไปโรงพยาบาล…”
“ไปโรงพยาบาลอะไรกัน! ฉันทนอับอายไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว!” จ้าวโหย่วเต๋อต่อว่า “แกมันสารเลว แกสมองฝ่อไปแล้วหรือไง! สร้างปัญหาให้ฉันไม่เว้นแต่ละวัน!”
แม้จะอยู่ต่อหน้าลูกสะใภ้ แต่จ้าวโหย่วเต๋อก็ไม่แม้แต่จะสนใจอีกฝ่าย และยังไม่วายหันไปพูดจ้าวอิ้งหงว่า “หย่ากับไอ้สารเลวนี้ซะ! ฉันจะไล่เขาออกไป ส่วนเธอก็มาเป็นลูกสาวของฉัน แล้วฉันก็จะหาลูกเขยให้เธอด้วย!”
จ้าวต้าหมินได้ยินแล้วตกใจมากจนดึงแขนเสื้อของจ้าวอิ้งหงอย่างแรง
เดิมทีจ้าวอิ้งหงก็โกรธไม่ใช่น้อย แต่หลังจากได้ยินพ่อสามีพูดจิตใจของเธอก็โอนอ่อนลง ถ้าหากว่าวันนี้เป็นชายอื่นล่ะก็ เธอคงจะเหยียบเขาจมดินไปแล้ว
แต่สิ่งที่เธอรู้สึกเสียใจคือพ่อและแม่สามีที่เลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่เด็ก
เธอทำได้เพียงลดเสียงลงและพูดว่า “คุณพ่อคะ เขาก็ได้รับบทเรียนแล้ว คุณพ่ออย่าโกรธเขาเลยนะคะ อย่างน้อยก็ให้เขารักษาอาการบาดเจ็บให้หายดีก่อน”
จ้าวต้าหมินถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขารู้ว่าเรื่องนี้จะจบลงเมื่อภรรยาของเขาออกหน้าให้
จ้าวโหย่วเต๋อยังคงโกรธอยู่จึงพูดว่า “เดี๋ยวฉันจะให้เหล่าเหยียนมาดูอาการของแก ช่วงนี้แกอยู่บ้านเงียบ ๆ แล้วกัน อย่าเสนอหน้าออกไปสร้างเรื่องอีก”
เหลาเหยียนเป็นแพทย์แผนจีนโบราณจากหมู่บ้านหลิงสุ่ยที่อยู่ข้างกัน
เขาจะไม่ส่งลูกชายไปโรงพยาบาลเด็ดขาด เพราะกลัวว่าจะมีข่าวว่าลูกชายของเหล่าจ้าวถูกเตะจุดยุทธศาสตร์เพราะลวนลามผู้หญิงหลุดออกไป ถึงเวลานั้นเขาคงจะอายจนอยากเอาหน้าแทรกแผ่นดินหนี
ส่วนคนที่เล่นงานจนลูกชายเขาหมดสภาพ ตอนนี้ทำได้แค่รออีกฝ่ายมาร้องเรียน
ถ้ามีใครมาร้องเรียน เขาจะขอโทษอีกฝ่ายอย่างจริงใจอย่างไม่กลัวเสียศักดิ์ศรี อีกอย่างลูกชายเขาก็ถูกทุบตีจนมีสภาพแบบนี้แล้ว ถึงเวลานั้นเขาคงไม่ต้องขายหน้าคนทั้งหมู่บ้าน
ถ้าไม่มีก็แล้วไป เขาเองก็จะไม่ตามหาเหมือนกัน
“นำกุญแจยุ้งฉาง คำสั่งซื้อและเงินของร้านสหกรณ์ออกมาให้หมด ขยะไร้ประโยชน์แบบแกมันทำอะไรได้บ้าง!”
เหล่าจ้าวรู้ว่าตัวเขาเองเป็นคนอบรมสั่งสอนเจ้าขยะนี่ แต่เขาคิดว่าตนเองจะทำให้ลูกชายเป็นคนที่ดีกว่านี้ได้
สองปีที่ผ่านมา ลูกชายคนนี้ของเขาทำตัวซื่อสัตว์มากขึ้น เหล่าจ้าวจึงเริ่มชักชวนให้เขาเริ่มทำงานเป็นชิ้นเป็นอัน
จ้าวต้าหมินยังตั้งตารออย่างกระตือรือล้นและในที่สุดก็ได้รับมอบหมายให้เฝ้ายุ้งฉาง พ่อนำใบสั่งซื้อของจากร้านสหกรณ์ในเมืองมาให้เขาเก็บรักษา
แม้จะให้เขาเก็บรักษาเท่านั้น แต่ก่อนหน้านี้พ่อเคยพาเขาไปด้วยสองครั้ง เกรงว่าหลังจากนี้คงปล่อยให้เขากับหลี่หมิงไปกันเอง
งานที่สามารถเข้าเมืองได้บ่อย ๆ สามารถจัดการตั๋วเงินเข้าออกได้ งานที่สามารถสร้างรายได้และเสริมเงินในกระเป๋าของตัวเองได้เป็นสิ่งที่จ้าวต้าหมินฝันถึง
ตอนนี้เขาถูกทุบตีจนหมดสภาพ พ่อไม่เพียงแต่ไม่ช่วยเขาระบายความโกรธ แต่ยังเอาของคืนอีกด้วย...
ภายในหัวของจ้าวต้าหมินเต็มไปด้วยความเกลียดชัง แต่เขาทำได้เพียงเอื้อมมือไปแตะที่เอวของตนเองเท่านั้น
เพียงแค่จับ…ก็ได้แต่ตะลึงงัน
……
“ของหายไปไหนแล้ว?!”
เมื่อฉินต้าซานพาไป๋อวี้เข้ามาก็บังเอิญได้ยินจ้าวโหย่วเต๋อโวยวายเสียงดังเลือนลั่น
ชายหนุ่มขมวดคิ้วและยืนนิ่งอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ไป๋อวี้โผล่หัวออกมาจากด้านหลังเขา ทำให้เขาก้มลงมองเธอเล็กน้อย
สามีภรรยาทั้งคู่ยืนครุ่นคิดกับตัวเองอยู่หน้าประตูและแอบฟังเงียบ ๆ
……
จ้าวโหย่วเต๋อแทบจะเสียสติไปแล้ว เขาไม่สนว่าลูกชายตนเองจะยังได้รับบาดเจ็บอยู่ก่อนจะคว้าลูกชายตัวดีขึ้นมา
“บอกมา! แกไปทำให้ใครขุ่นเคือง! ใครเอาของไป!”
จ้าวต้าหมินถูกกระชากจนตัวลอย ความเจ็บปวดที่เพิ่งบรรเทาลงก็ทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง ทำให้ทนไม่ไหวร้องโอดครวญออกมา
“คุณพ่อคะ! ปล่อยเขาก่อนเถอะ! แบบนี้ทำให้เขาอยากจะพูดก็พูดไม่ได้หรอกค่ะ!” จ้าวอิ้งหงพูดอย่างกังวล
“สารเลว ของสำคัญแบบนี้แกก็ยังกล้าทำหาย! ทำไมไม่โยนหัวแกทิ้งไปเลยเล่า! บอกฉันมา! ถ้าบอกไม่ได้ฉันฆ่าแกแน่!”
เวลานี้จ้าวต้าหมินหวาดกลัวขึ้นมาแล้วจริง ๆ
ตอนแรกเขาไม่กล้าพูดเพราะกลัวฉินต้าซาน แต่ตอนนี้เขาอมพะนำเอาไว้ไม่ได้อีกแล้ว ก่อนจะรอให้ฉินต้าซานมาฆ่าเขา พ่อก็คงฆ่าเขาทิ้งแน่
“ใช่ ๆ ๆ เป็นนังบ้านั่น! จากบ้านฉิน นังผู้หญิงคนนั้นล่อลวงผม! จากนั้นก็ทุบตีผมจนกลายเป็นแบบนี้ เธอขโมยของแล้วหนีไป! หากพ่อไม่เชื่อผม พ่อลองไปค้นที่บ้านฉินดูก็ได้! ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอขโมยเงินซะหน่อย!”
ทันทีที่เขาพูดแบบนี้ออกมาจ้าวโหย่วเต๋อและจ้าวอิ้งซิ่วต่างตกตะลึง
……
ไป๋อวี้ที่อยู่ข้างนอกเม้มริมฝีปากแน่น เอาล่ะ การแสดงครั้งใหญ่กำลังจะเริ่มแล้ว จากนั้นเธอก็รู้สึกถึงความเย็นเหนือศีรษะ
เมื่อเธอเงยหน้าขึ้น ฉินต้าซานก็ก้มหน้าลงมา