บทที่ 5 คนคุ้นหน้าที่เห็นได้ประจำ…ใช่ไหม?
“อื่ม~ รู้สึกจะนอนมากไปหน่อย”
พูดกับตัวเองที่ยังคงหลับตานอนบนตักแสนนุ่มของฮันนาอยู่ ถึงไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไรแต่คิดว่านานใช้ได้บ่านี้คงนั่งรองหัวแทนหมอนให้เมื่อยแย่แล้ว เลยกลั่นใจลงขึ้นจากหมอนแสนสบายมานั่งดีๆ
“ฮ้าว~~ว”
สงสัยจะหลับสนิทไปหน่อยถึงได้ลุกว่าอีกทีฟ้ามืดเสียแล้ว แม้ตายังเบลอเพราะพึ่งตื่นก็เถอะก็พอเห็นฟ้าที่เคยสีแดงยามเย็นตอนนี้เปลี่ยนเป็สีดำมืดยามราตรี ไหนจะเสาไฟที่เปิดสองแสงแล้วอีกที่จะเปิดตอนเย็น
“ดูเหมือนเขาจะพื้นแล้วนะคะ รุ่นพี่ฟอร์เทล”
“ใช่จ้ะ ดีใจจังที่เขาไม่เป็”
!?
พอหันไปตามเสียงที่ไม่คุ้นเคยก็เจอหญิงสาวสองคนในชุดนักเรียนเวทย์หญิงสีน้ำเงินของยูนิโอร่ากำลังนั่งมองมาทางนี้
คนหนึ่งเป็หญิงสาวตัวเล็กผมสั้นสีเขียวอ่อนนัยตาสีเดียวกับผมที่ติดกิ๊บผมใบไม้สีเหลืองรูปร่างผอมบางท่าทางเรียบร้อยให้อารมณ์เหมือนคุณหนูคือรุ่นพี่ที่เอาแมวาเ็หนีไปก่อนหน้า กำลังมองผมอย่างโล้งอก
ส่วนอีกคนเป็เด็กสาวผมยาวสีน้ำตาลทรงหางม้าผูกด้วยริบบิ้นสีฟ้ารูปร่างผอมแต่สมส่วนเหมือนนักกีฬาวิ่ง นัยตาสีน้ำตาลอ่อนดูสดใสกำลังจ้องมองผมอย่างสงสัย …รู้สึกคุ้นๆหน้าเหมือนเคยเห็นที่ไหมมาก่อน?
“แล้วเป็ไงบ้าง ยังเจ็บหรือปวดตรงไหนอีกไหม?”
พอโดนถามขึ้นก็พึ่งรู้สึกตัว อาการปวดต่างๆตามร่างกายหายดีเป็ปลิดทิ้งเหมือนอาการเจ็บก่อนหน้านี้เป็เื่โกหก ไม่สิยังมีเจ็บนิดหน่อยแต่ก็ดีกว่าตอนแรกมาก
“ไม่ครับ ผมหายดีแล้วเป็เพราะรุ่นพี่?”
“ไม่หรอกจ้ะ เป็เพราะเพื่อนเธอคนนี้ต่างหากละ”
“ใช้แล้วละ!”
รุ่นพี่ชี้ไปที่เด็กสาวผมหางม้าข้างๆที่กำลังยืดอกทำหน้าอย่างภูมิใจในตัวเอง ถึงดูตรงนั้นจะไม่มีก็เถอะ
“เมื่อกี่รู้สึกเหมือนโดนนายดูถูกยังไงไม่รู้”
“คิดไปเองมั่งครับ”
ถึงบอกอย่างงั้นไปพรางโดนจ้องมาไม่เลิกอยู่ดี ไม่ได้ดูถูกแต่ดูถูกจริงๆก็ดูมันไม่มี…แอ๊ก
“เมื่อกี่นายดูถูกเื่หน้าอกฉันใช่ไหม หน้ามันฟ้อง”
เธอว่างั้นระหว่างกระชากขอเสื้อแรงไปมาจนไม่ให้โอกาสได้ตอบ
พอมองไปหาฮันนาขอความช่วยเหลือก็ได้สายตาว่า‘เื่นี้นายท่านผิดเองคะ’อะไรประมาณ ถึงจะผิดเองก็เถอะช่วยเบามือกับคนที่พึ่งฟื้นหน่อยได้ไหม~
“พอได้แล้วละ ยังไงเขาก็พึ่งฟื้น”
“ค่า”
ว่าแล้วก็ยอมปล่อยมือจากคอเสื้อผม ค่อยยังชั่วเล่นสะมึนเลย
“แต่ว่ายังไงก็ต้องขอบคุณนะครับ ที่ช่วยใช้เวทย์รักษาให้”
เวทย์รักษา ก็ตามชื่อเป็เวทย์ที่รักษาร่างกายจากแผลอาการาเ็ต่างๆได้ถึงอยู่อาการาเ็ของผู้ป่วยและความสามารถของผู้ใช้เวทย์ จากการที่เธอใช้เวทย์รักษาได้เลยเดาว่าเป็ผู้ใช้เวทย์ธาตุน้ำไม่ก็ธาตุแสงเพราะมีเพียงแค่สองธาตุที่ใช้ได้
“ไม่เป็ไรหรอก เพราะไม่ได้ทำให้ฟรีๆถ้ามีวันไหนมีเื่อยากให้ช่วยนายมาช่วยฉันโอเคนะ”
“ก็ได้ไม่มีปัญหา แต่อย่าคาดหวังนักละกันเพราะฉันคงทำอะไรไม่ได้นักหรอก”
ยักไหลพร้อมทำท่าแบมือไปทีหนึ่ง ก็อย่างที่ว่าไปด้วยเราในตอนนี้ทำอะไรไม่ได้เลย แค่สู้กับนักเลงธรรมดา 3 คนยังแถบตายการจะหนีBadEndคงเป็เื่ที่เป็ไปไม่แน่โดยเฉพาะต้องสู้กับผู้กล้าริวจิที่OPมีดาบในตำนานกับใช้เวทย์ได้ 5 ธาตุนั้นอีก
เฮ้ออออ~ อนาคตชั่งมืดมน
“ว่าแต่เธอชื่อ?”
เื่ผู้กล้าในอนาคตไว้ทีหลังตอนนี้สนใจทำเื่ปัจจุบันให้ดีก่อนดีกว่า…
หือ? ทำมันเธอถึงทำหน้าเสียใจปนหนักใจอย่างบอกไม่ถูกจนรุ่นพี่เข้าไปตบไหลปลอบใจให้ ฮันนาที่นั่งอยู่ข้างๆก็ได้แต่หัวเราะแห้งๆขณะมองมาที่ผม
เอ๊ะ นี้ผมพูดอะไรผิดไปเปล่า?
อันนาที่เห็นว่าไม่รู้ตัวเลยเขยิบเข้ามาใกล้ก่อนจะบอก
“เธอชื่อแชลลี่ เป็สมาชิกชมรมหนังสือพิมพ์ที่ใครๆในโรงเรียก็รู้จักและที่สำคัญ… เธอเป็เพื่อนร่วมห้องเรียน 1-D แถมยังนั่งข้างๆนายท่านด้วยคะ”
“……”
ชิบหายละหว่าเพื่อนข้างโต๊ะเหรอ!
นึกไม่ออกเลยจากความทรงจำของเอมเบรสไม่เห็นมีเด็กสาวที่ชื่อแชลลี่อยู่หัวเลย …ไม่สิ เอาจริงๆแถบไม่ค่อยมีชื่อหรือหน้าตาใครในหัวเลยพูดอย่างนั้นจะดีกว่าเพื่อนในห้องมีใครบ้างยังนึกไม่ออกเลยด้วยซ้ำไป
‘พวกชนชั้นล่างกับสามัญชนนั้นไม่มีคุณค่าให้จดใจ’เหมือนเอมเบรสจะคิดประมาณนี้เลยไม่ใส่ใจใครเท่าไรถ้าคืดว่ามันไม่สำคัญหรือมีคุณค่าพอ……
ไอ้บ้าเอมเบรสเอ้ย! เพราะวิธีคิดงั้นและเลยทำผมต้องมาเจอสถานการณ์อย่างนี้ เพราะไม่สนใจใครเลยไม่มีใครสนจนตกไปสู่ด้านมืดหรือเปล่านะ?
พอนึกดีๆเหมือนชื่อมันคุ้นๆเหมือนเคยได้ยินในอนิเมะมาก่อน
ตัวประกอบตัวหนึ่งที่ชอบอยู่กับเพื่อนหนึ่งในฮาเร็มของพระเอกที่ชอบมาบอกข่าวและป่าวประกาศเื่ราวต่างให้ฟังไปทั่วโรงเรียน อ้อ!
“ยัยโทรโข่งเดินได้!”
“ค่า~ ยัยโทรโข่งเดินได้เองจ้า…มันใช้ที่ไหนกันย่ะ ถึงมันจะตรงกับตัวเองก็เถอะ แต่มันม่ายช้ายยยย”
เธอว่างั้นก่อนทำท่าโกรธเป็ฟืนเป็ไฟอยากจะกระชากคอเสื้อผมอีกรอบ ในขณะที่รุ่นพี่ที่ได้ยินชื่อที่ผมเรียกทนไม่ไว้ถึงกับขำจนท้องแข็ง
“น่าๆ ชื่อนี้ก็กับเธอดีนี้น่า‘ยัยโทรโข่งเดินได้’น่ะ ฮะๆๆๆ”
“รุ่นพี่ไม่ต้องมาพูดไปขำไปเลยนะคะ!”
ก็ดูเด็กสาวผมหางม้าหรือแชลลี่โมโหใส่รุ่นพี่ฟอร์เทลที่ยังคงขำไม่หยุด ผมกับฮันนาที่ภาพตรงหน้าก็อดขำตามด้วยไม่ได้
ยัยโทรโข่งเดินได้ เป็ชื่อที่เหล่าคนดูอนิเมะตั้งให้เพราะตัวละครเธอเป็สมาชิกชมรมหนังสือพิมพ์มีหน้าที่คือคอยเข้ามาบอกข้อมูลความรู้ต่างๆให้พระเอกรู้ตลอดและป่าวประกาศวีระกรรมต่างที่พระเอก มีเื่อะไรมีอีเวนต์เหมือนไรถามเธอคนนี้ได้เลยรู้ทุกเื่
“ว่าแต่แล้วแมวละครับ”
หันไปถามรุ่นพี่ฟอร์เทลที่ตอนแรกเอาแมวไปตอนนี้กลับไม่อยู่ ไม่รู้เ้าเหมียวเป็ไงบ้างโดนไปขนาดนั้น
“ไม่เป็แล้วละ ระหว่างเจอแชลลี่พอดีเลยขอให้ช่วยรักษาให้เบื่องต้นแล้ว ตอนนี้อยู่ในโรงพยาบาลสัตว์เรียบร้อยปลอดภัยดีไม่ต้องกังวล”
“งั้นเหรอครับค่อยยังชั่ว”
ถึงจะเอาตัวเขายุ่งเื่ชาวบ้านเจ็บฟรีแต่เ้าเหมียวปลอดภัยก็ถือว่าคุ้มแล้วละ
“ว่าแต่เธอดูเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนมากนะ”
“นั่นสิ ฉันก็เห็นด้วยต่างกับเห็นในห้องเรียนทุกวันเลย”
“?”
ทั้งสองกลับสนใจที่ตัวผมอีกครั้ง ถ้าเทียบนิสัยผมที่เป็เอมเบรสตอนนี้กับตัวเอมเบรสในอดีตแล้วละก็เรียกได้ว่าพลิกจากหน้ามือเป็หลังมือ
จากความทรงจำบางส่วนของเอมเบรสก็พอรู้ได้ว่าเขาเป็คนยังไงปฏิบัติอย่างไรใช้ชีวิตแบบไหน ซึ่งไม่ว่าอันไหนผมก็ทำตามไม่ได้ยิ่งได้เห็นจากมุมมองคนดูอนิเมะแล้วยิ่งแล้วใหญ่ เลยจะใช้ร่างกายเอมเบรสนี้ใช้ชีวิตนี้ใบแบบของตัวเองหลังจากแก้เื่BadEndได้อะนะ
“หรือว่าข่าวที่ว่าได้ใช้พลังเวทย์ต้องห้ามหรือลัทธิแห่งความมืดจะเป็ความจริง!?”
“!!”
“แชลลี่เธอไม่ควรถามเื่พวกนี้รู้ไหม”
“ก็ช่วยไม่ได้นี้หนา ก็คงมันอยากรู้”
รุ่นพี่พยายามห้ามแชลลี่จะถามเื่ลัทธิแห่งความมืดและใช้เวทย์ต้องห้าม
“ว่าแต่ข่าวบอกว่ายังไงบ้าง”
ทั้งคู่ที่ได้ยินคำถามมองหน้ากันไม่กล้าจะเล่าฮันนาก็ดูมีอาการเช่นกัน
ดูเหมือนเื่ที่เข้าลัทธิแห่งความมืดของเอมเบรสจะเป็ที่รู้กันทั่วไปเรียบร้อยแล้วและคงทำอะไรไม่ได้ยังไงก็คือเื่จริงที่เอมเบรสได้ทำไป ถ้าอย่างนั้นต้องรู้ว่าทุกคนรู้แค่ไหนและใช้มันให้เป็ประโยชน์สำหรับอนาคต
เหมือนจะตกลงกันได้รุ่นพี่พยักหน้าเหมือนเป็คนอาสาเล่าให้ฟังเอง
“ถึงจะรู้อะไรไม่มาก… แต่จากข่าวลือบอกว่าเธอที่แพ้ให้รุ่นน้องปี 1–A ที่ชื่อริวจิได้ถูกล่อลวงโดยคนในลัทธิแห่งความมือชื่อกลุ่มดวงตามาร ให้เข้าร่วมเพื่อแลกกับพลังมหาสารซึ่งเธอก็หลงเชื่อสนิทใจได้เข้าร่วมโดนล้างสมองให้ทำตามทุกอย่างที่มัน้า จนนำไปสู่การใช้เวทย์ต้องห้ามแต่ได้ริวจิและเพื่อนที่รู้จึงพาตัวออกได้แต่เพราะออกมาช้าไปทำให้ศูนย์เสียพลังเวทย์ไปและโดนตระกูลลงโทษไป…นั้นคือที่ฉันรู้”
“ฉันเองก็ได้ยินประมาณนั้น”
พอหันไปมองฮันนาก็พยักหน้าเช่นกัน
เื่ราวส่วนใหญ่ถูกเื่ลัทธิแห่งความมืดและเวทย์ต้องห้าม แต่เื่จริงเอมเบรสไม่ได้ถูกล่อลวงกลับกันเขาอาสาเข้าไปเองใช้พลังเวทย์ต้องห้ามด้วยความตั้งใจของตนเองเป็เื่ที่แน่ชัดแน่นอนทั้งจากที่ดูอนิเมะกับความทรงจำมา
ฮันนาเองก็รู้เื่ตระกูลเอมเบรสคงรู้ความจริงเป็อย่างไรแต่ลัทธิคงไม่ต่างจากสองคนนี้และคนอื่นๆ…ไม่สิ น่าจะเชื่อมากกว่าว่าเอมเบรสไม่มีทางไปเข้าสู่ด้านมืดแบบนั้น
“งั้นเหรอครับ ขอบคุณที่เล่าให้ฟัง”
ตอนนี้พอเข้าใจสถานะของเอมเบรสแล้ว เรียกได้ว่าลำบาจอย่างแท้จริงทั้งคนในครอบครัวตระกูลและคนอื่นในโรงเรียนคงมองเราในทางที่แย่กันหมดจากพฤติกรรมเก่าที่ทำไว้มากและฐานะตระกูลที่ถูกทิ้ง นี้คงจะเป็เส้นทางไปสู่BadEndของเอมเบรส
“ครับ เื่ที่ได้ยินมาเป็เื่จริง”
““!!””
พอได้ยินที่ผมพูดไปทั้งสองต่างแสดงอาการใอย่างชัดเจนแม้แต่ฮันนาก็ไม่ต่าง นี้จะเป็จุดเปลี่ยนของเอมเบรสและจุดเริ่มต้นชีวิตของผมในฐานะเอมเบรส
“เื่ที่ผมได้ไปเข้าลัทธิแห่งความมืดแล้วใช้พลังเวทย์ต้องห้ามจนเสียไปร่วมถึงเื่ในตระกูลเป็เื่จริง”
เสียงตอบดังฟังชัดให้ทั้งสามคนได้ยินที่พูด
ถ้าจะหนีจากBadEndให้ได้จริงนั้นต้องเริ่มเปลี่ยนชะตากรรมตัวเองก่อน ก็ต้องเริ่มตัวเองเป็อย่างแรก
“ผมอาจจะทำเื่ราวเลวร้ายต่างๆในอดีตไว้มากมายและไม่อาจแก้ไขอะไรได้แต่ว่า…”
เราจะเปลี่ยนตัวเองที่อ่อนแอให้แข็งแกร่งขึ้นเพื่อเตรียมรับมือเื่ร้ายๆที่กำลังจะเกิดเลวร้ายสุดเราอาจต้องสู้กับผู้กล้าริวจิก็เป็ได้ ขนาดนักเลงสามคนยังสู้ไม่ไว้เื่จะสู้กับริวจิกับเพื่อนๆคงเป็ไปไม่ได้ไหนจะเื่ที่โรงเรียนอีก ตระกูล ลัทธิแห่งความมือ และอื่นๆอีกมากมายที่กำลังจะมา เพราะฉะนั้น!
“ผมสัญญาว่าผมจะปรับปรุงตัวใหม่ให้ดีขึ้น!!”
ทั้งสามต่างนิ่งไป มันคงแปลกที่เอมเบรสจะมาทำอะไรอย่างนี้แต่ก็ดีแล้ว นี้จะเป็ตัวยืนยันถึงเอมเบรสคนใหม่โดยผมวีระ นี้จะเป็นิวเอมเบรสที่ทุกคนจะรู้จัก
“ยังไงก็ฝากตัวด้วยครับ”
“““……”””
ทั้งสามมองหน้ากันพักหนึ่งก่อนจะยิ้มให้กันก่อนมองมาทางผม
“เข้าใจแล้ว ยังไงในฐานะรุ่นพี่จะพยายามช่วยเต็มที่คะ!”
“ทางเองก็ฝากตัวด้วยเหมือนนะ!”
“เข้าใจแล้วคะนายท่าน!”
ทั้งสามต่างตอบรับผมเป็อย่างดี เป็เื่ที่หน้าดีใจจริงที่มีคนยอมรับโดยฮันนาที่เหมือนจะโอเคกับเอมเบรสในเวอร์ชั่นนี้มากขึ้น ผมตบฝุ่นตามตัวก่อนพวกเราจะลุกขึ้น
“งั้นเพื่อเป็การเริ่มต้นที่ดีกับพวกเราผมเชิญทั้งสองมาทานข้าวที่บ้านของผมด้วยกัน ถือเป็การตอบแทนที่แชลลี่ช่วยรักษาให้ด้วย”
จากความทรงจำของเอมเบรสที่ดูเลือนรางหรือไม่ก็ไม่สนใจไม่รู้ก็ไม่
แต่เอมเบรสเป็คนที่ทำเื่ไว้มากมายหลายคนเกินกว่าที่จะจำได้แม้ในอนิเมะต้องมีหลายเื่ที่ไม่ได้กล่าวถึง เพราะฉะนั้นเพื่อการเตรียมรับจำเป็ต้องมีข้อมูลก่อน!
“ได้ฉันไม่มีปัญหา ได้กินข้าวฟรีแทมได้ไปบ้านใหม่ของเอมเบรสที่แสนลึกลับด้วยอาจจะมีข่าวอะไรน่าสนใจก็ได้!”
แชลลี่เริ่มทำท่าตื่นเต้นที่จะได้ไปบ้านผมอย่างออกน่าออกตาพร้อมหยิบปากกากับสมุดจดออก ก็คงต้องบอกว่าสมกับเป็สมาชิกชมรมว่าแต่บ้านใหม่แสนลึกลับของเอมเบรสนี้มันอะไรกัน! นี้บ้านเรามีเื่อะไรน่ากลัวอย่างนั้นด้วยหรอ!
พาหันไปทางฮันนาเพื่อขอคำตอบเธอก็ได้แต่หัวเราะแห้งๆ แล้วไอ้ที่หัวเราะนั้นมันหมายความว่าไงกันมันแปลได้หลายแบบเลยนะคุณเธอ~
“จะดีเหรอ ฉันเป็คนทำให้เธอต้องมาเจ็บตัวอย่างนี่…”
“ไม่ใช้ความผิดรุ่นพี่สะหน่อยคนที่ผิดคือไอ้รุ่นพี่สามหน่อนั้นต่างหาก แถมที่เข้าไปยุ่งก็คือผมเองรุ่นพี่ไม่ได้ขอให้ช่วยสะหน่อยไม่ต้องคิดมากหรอกครับ”
“แต่ว่า…”
ดูเหมือนยังคิดมากอยู่แฮะ
“ที่จริงยังมีเื่อยากจะถามอะไรอีกหลายเื่เกี่ยวกับตัวผม ถึงจะฟังดูแปลกๆแต่เหมือนผมจะจำเื่ที่ทำอะไรไม่ค่อยได้หน่อย ยังไงก็ฝากรุ่นพี่ช่วยเล่าระหว่างทานข้าวหน่อยนะครับ”
“อืม ได้ถ้าเธอว่าอย่าง”
“ขอบคุณครับ”
เธอยิ้มยอมตกลงด้วย ดูเหมือนจะโอเคแล้วละนะที่นี้ทุกคนยอมไปท่านข้าวที่บ้านแล้ว ถึงจะเป็เชิญให้ไปทานข้าวแต่คนทำจริงๆคือฮันนาละนะ ถ้าให้ทำเองไม่จะออกมากินได้หรือเปล่า ทั้งตัวเอมเบรสและผมเองดูเหมือนประสบการณ์ด้านอาหารจะเท่ากับ 0
“คือ…ท่านเอมเบรส…”
“? มีอะไรหรือฮันนา…อุบ!?”
พอจะหันไปทางฮันนาก็เจอกลิ่นเหม็นๆเหมือนของเสียตีเข้าที่หน้าจนต้องเอามือปิดจมูกอีกสองคนก็ไม่ต่างกัน
“กลิ่นอะไรค่ะเนี่ย”
“เหม็นสุดๆเลยอะ”
“มันมาจากสิ่งนี้คะ”
เธอเบี่ยงหน้าหนียืนของในถุงกระดาษใหญ่มาให้พวกเราดู
อ๋อ ลืมไปเลยว่าไปซื้อของสดมาทำข้าวเย็นนี่หว่า จากกลิ่นเหม็นที่ออกจากถุงขนาดนี้คงไม่ต้องบอกก็ว่าเสียกินไม่ได้แล้ว
“ของบางอย่างอาจจะยังกินได้…”
“ไม่อะ ทิ้งไปทั้งถุงเลยเหอะ”
ถึงจะมีของที่กินได้แต่ความรู้สึกมันไม่ได้ถึงจะเสียดาย ฮันนาบอก ‘เข้าใจแล้วคะ’ ก่อนจะทำถุงไปทิ้งถังขยะที่ล้มใกล้ๆตอนสู้
“งั้นพวกเราเปลี่ยนไปทานร้านอาหารแทนละกัน”
“งั้นเค้ามีร้านเสนอ!”
แชลลี่รีบเสนอตัวเื่ร้านอาหารทันที ก็ไม่มีร้านในใจก็แล้วแต่เ้าของผลงานละกันรุ่นพี่ก็ดูจะไม่เกี่ยงอะไร