วันนี้เข้าวันที่ 8 ของการทดสอบอีกไม่นานก็ใกล้จะจบแล้ว ฮุ่ยิเดินออกจากห้องทดสอบที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของวังหลวง สายตาทอดมองทิวทัศน์โดยรอบก่อนจะก้าวเดินลงเข้าเขตสวน ลมโชยพัดไหวให้กิ่งไม้ขยับมือเล็กยกมือขึ้นหวังอยากจับลมที่เย็นนั่นแต่ก็ไร้ผล
ฮุ่ยิถอนหายใจเฮือกใหญ่หย่อนตัวนั่งลงกับพื้นหญ้าสายตายังคงทอดมองไปที่ต้นไม้ใหญ่ไม่วางตา
“เ้ามองอะไรรึฮุ่ยิ”
“ข้ากำลังดูนกพวกนั่นอยู่”
อ้ายฉิงหันมองตาม นกสองสีเหลืองสองตัวที่กำลังคาบอาหารไม่นานก็มีนกอีกตัวที่เล็กกว่าออกมาจากรัง เดาไม่ยากเ้านกตัวเล็กนั่นคงเป็ตัวลูก นกสองตัวใหญ่จัดการนำอาหารที่หามาส่งเข้าปากลูกน้อยที่ร้องด้วยความหิวโหย ฮุ่ยิที่มองดูพวกมันอย่างตั้งอกตั้งใจจู่ๆก็น้ำไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว มือน้อยยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดใบหน้าไม่เพื่อนชายเห็นน้ำตาแต่คงไม่ทันเพราะอ้ายฉิงชิงเห็นก่อน
“เ้าร้องไห้รึ”
“ข้าเปล่า”
“เ้าโกหก ข้าเห็นอยู่ทนโท่”
“ข้าปิดไม่มิดหรือ”
“ไม่มิดเลย”
ฮุ่ยิสูดลมหายใจลึกก่อนจะยันตัวลุกขึ้นยืน อ้ายฉิงเห็นจึงชิงถามก่อนที่อีกคนจะหนีหาย
“เ้าคิดถึงบ้านรึ”
ฮุ่ยิได้ยินคำถามหันมองก่อนจะยกยิ้มแล้วพยักหน้าเล็กน้อย คิดถึงหลังคาเก่าๆ คิดถึงท่านพ่อที่เริ่มแก่เฒ่า คิดถึงเถียงนาที่ชอบไปนั่งเล่นเสมอ คิดถึงทุกอย่างที่เรียกว่าบ้าน
“จะว่าไปพอมองดูเ้านกพวกนี้บางทีข้าก็อิจฉานะ ดูสิ เ้าลูกนกนั่นมีทั้งพ่อ มีทั้งแม่ให้ออดอ้อน แต่ข้ามีแค่เพียงพ่อคนเดียว”
อ้ายฉิงเหลือบมองอีกคนใบหน้าที่ดูเหมือนสดใสแต่แววตานั้นเศร้าเอาเสีย มองดูก็รู้ว่าฮุ่ยินั้นคงคิดถึงบ้านมากแน่ๆ อ้ายฉิงไม่รู้จะปลอบเพื่อนอย่างไรได้แต่ยกมือบีบบ่านั้นเพื่อให้กำลังใจอีกคน ฮุ่ยิเงยหน้าขึ้นมองฟ้าเพื่อซ่อนเร้นน้ำตานั่นมิให้ใครเห็นก่อนจะสูดหายใจลึกอีกครั้ง
“เอาล่ะ ข้าจะมางี่เง่าเสียใจแบบนี้ไม่ได้ ไปเถอะอ้ายฉิง ไปเตรียมตัวสำหรับการทดสอบต่อไปกัน”
เอ่ยเสร็จอีกคนก็เดินนำลิ่วไปอ้ายฉิงมองแผ่นหลังเล็กนึกเป็ห่วงเพื่อนอย่างสุดใจ แต่เขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากได้แต่เพียงคอยอยู่ข้างๆฮุ่ยิได้เท่านั้น
อีกฝั่งของสวนมีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองการกระทำของอีกฝ่ายอยู่ไม่ละแต่หากนั่นไม่ใช่การเฝ้าดูแต่เป็สังเกตการเพื่อหาจังหวะกระทำบางอย่าง ทันทีที่ฮุ่ยิและอ้ายฉิงละตัวออกจากที่แห่งนั้นอีกฝ่ายก็เดินตามออกไปทันที
ฮุ่ยิเดินลัดเลาะมายังสวนฝั่งด้านหลังของที่พัก ตอนนี้เป็เวลาพักผ่อนก่อนเข้าการทดสอบ่บ่าย ส่วนอ้ายฉิงแยกตัวไปอ่านหนังสือที่ห้องพัก หย่อนตัวลงนั่งยองข้างอ่างปลาจุ่มมือลงไปเพื่อนจะเล่นกับเ้าปลาน้อย ทันทีที่ััปลายเหมือนดูแตกตื่นพากันแหวกว่ายหนีกันอุตลุด ฮุ่ยิบุ้ยปากมองเหล่าเ้าปลาน้อย
“พวกเ้าอย่าพากันหนีข้า ข้าแค่อยากเล่นด้วยเพียงเท่านั้น”
แม้จะเอ่ยไปแบบนั้นแต่เ้าปลาทั้งหลายก็หนีหายไม่มีทีท่าว่าจะว่ายกลับ ฮุ่ยิเบ้ปากยันตัวลุกขึ้นในเมื่อไม่มีผู้ใดเล่นด้วยเขาเล่นคนเดียวก็ได้
ฮุ่ยิยืดแขนสุดเพื่อคลายความเมื่อยล้าสายตาเหลือบเห็นบางอย่างอยู่ไกลๆที่ประตูทางออกฝั่งตะวันตก ด้วยความอยากรู้อยากเห็นฮุ่ยิเดินตามออกไปดู ชะเง้อหน้าออกไปดูนอกเขตวังหลวงก็ไม่เห็นอะไรที่น่าผิดวิสัย เพียงเสี้ยววินาทีฮุ่ยิกำลังหันหลังกลับจู่ๆก็มีเงาดำปาดบางอย่างเข้ามา
“เฮ้ย!!!!”
ด้วยความใฮุ่ยิไหลวตัวหลบทันเสียหลักเล็กน้อยเซไปที่ด้านข้าง คนตรงหน้าเป็ชายชุดดำปกปิดใบหน้ากว่าเขาไม่มากไม่น้อย ร่างกายอีกฝ่ายดูไม่ได้กำยำมากแต่เขามีด
“เ้า…เฮ้ย!”
ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยห้ามอีกฝ่ายก็ถีดมีดหมายจะแทงเขาอีกรอบแต่คราวนี้โชคร้ายไปนิดฮุ่ยิโดนมีดปาดเข้าที่แขนข้างซ้าย แม้จะไม่ได้แทบลึกแต่ก็ััได้ถึงความเจ็บที่แล่นแปร๊ดขึ้นมา สายตาเหลือบเห็นท่อนไม้ขนาดเหมาะมือฮุ่ยิรีบคว้าก่อนจะฟาดไปที่แขนอีกฝ่ายข้างที่ถือมีดแต่เหมือนอีกฝ่ายไหวทัน เขาถูกอีกคนใช้หลังมีดกระแทกเข้าที่ใบหน้าอย่างจังจนเขากระแทกเข้ากับกำแพงขาเรียวยกขึ้นถีบอีกฝ่ายแต่ความซวยเมื่ออีกฝ่ายปักมีดลงที่ข้อเท้า ฮุ่ยิเซล้มลงกับพื้น เพียงเสี้ยววินาทีที่อีกฝ่ายง้างหมายจะปลิดชีพจู่ๆก็มีลูกธนูพุ่งเข้าปักที่ศรีษะร่างของอีกฝ่ายร่วงลงพื้น ด้วยความใฮุ่ยิค่อยๆขยับร่างกายที่เจ็บชิดกำแพง
“ฮุ่ยิ!! เ้าเป็อย่างไรบ้าง”
“ซานถิง”
น้ำเสียงสั่นเรียกอีกฝ่ายซานถิงพุ่งเข้ากอดปลอบอีกคนแน่น ไม่นานทหารหลายนายก็ตรงมายังศพของชายชุดดำก่อนจะเปิดผ้าคลุมหน้าออก ฮุ่ยิไม่ได้เห็นใบหน้าเนื่องจากซานถิงกอดเขาไว้แน่นจมอก
“เหว่ยเมี่ยงข้าฝากทางนี้ด้วย ข้าจะพาฮุ่ยิไปทำแผล”
“ได้”
ซานถิงใช้ผ้ามัดที่ข้อเท้าเพื่อห้ามเืก่อนจะอุ้มฮุ่ยิเข้าวังหลวง
“เจ็บ”
“ทนอีกหน่อยนะ”
เดินมาถึงส่วนฝั่งตะวันออก ซานถิงวางลงที่หน้าห้องของหมอหลวงแต่ยังมิได้เอ่ยก็มีอีกบุคคลปรากฎ ลี่อิงพระชายากับนางกำนัลอีกสี่คน ลี่อิงหยุดมองพลางปรายตามองฮุ่ยิที่าเ็ด้วยสายตาที่เหยียดหยาม
“พวกเ้ามาทำอะไรที่นี่ นี่ไม่ใช่เขตที่คนนอกจะย่างกรายเข้ามาได้”
“เขาาเ็ ข้าเลยพาเขามาให้หมอหลวงรักษา”
“ซานถิง เ้าก็รู้ดีมิใช่รึว่าหมอหลวงของที่นี่จะไม่รักษาใครนอกแม้คนๆนั้นจะเป็คนที่เข้าการทดสอบก็ตามที”
“แต่…”
“ไม่มีแต่ซานถิง หรือเ้าอยากจะโดนสั่งลงโทษ”
ซานถิงเงียบตัวเขารู้ดีว่าหมอหลวงไม่สามารถรักษาให้คนนอกวังได้แต่การที่จะปล่อยให้ฮุ่ยิทนพิษาแแบบนี้มันก็ดูจะใจร้ายเกินไป
เหมือน์จะได้ยินเสียงคำขอร้อง ฮองเฮาออกมาจากห้องด้านขวาฝั่งตะวันออกประจวบเหมาะเหมือนเห็นเหตุการณ์จึงตรงเข้ามาดูทันที
“เกิดอะไรขึ้น”
“ซานถิงพาคนนอกมาให้หมอหลวงรักษาพะย่ะค่ะ ข้าเลยเอ่ยเตือนไป”
ลี่อิงไม่รอช้าจัดการเอ่ยบอกกับฮองเฮาทันที ฟางเหนียงมองพิจารณาเหตุการณ์พลางก้มลงดูาแที่ข้อเท้าของฮุ่ยิ
“ซานถิง เ้าพาเขาไปให้หมอหลวงรักษา และบอกว่าเป็คำสั่งของข้า”
“พะย่ะค่ะ”
รับคำสั่งซานถิงจัดการอุ้มฮุ่ยิตรงเข้าห้องของหมอหลวงทันที ลี่อิงที่ได้ยินเช่นนั้นถึงกับไปไม่ถูกก่อนจะเอ่ยถามฮองเฮา
“ทำไมท่านถึงทำเช่นนี้พะย่ะค่ะ คนๆนั้นเป็เพียงคนนอกที่เข้ามาเพื่อเข้าการทดสอบเป็นางบำเรอ ทำไมท่านถึง…”
“ลี่อิง การที่เราจะช่วยใครสักคน มันจำเป็ต้องเอากฏเ่าั้มาเป็ข้ออ้างในการปฏิเสธการช่วยเหลือเลยหรือ ก็แค่กฏไม่กี่ข้อ แหกมันบ้างจะเป็อะไรไป หากคนนอกที่ว่า ดันเป็แม่ของเ้าล่ะ หากเขาาเ็ เ้าจะปล่อยให้เขานอนตายต่อหน้างั้นรึ ลี่อิง กฏข้อนี้น่ะมันไม่ได้มีมาั้แ่แรกแล้ว แต่ถ้ามันจะมี ก็มีแต่เ้าต่างหาก ที่เป็คนตั้งกฏนี้ขึ้นมา”
เอ่ยเสร็จฟางเหนียงเดินละออกมาจากตรงนั้นลี่อิงมองตามด้วยความโกรธ แต่ด้วยที่สถานะอยู่ใต้กว่จึงไม่สามารถทำอะไรได้
“สักวัน ข้าจะเอาคืนให้หมด ฮึ่ย!”
“ข้าเจ็บ”
“ทนหน่อยฮุ่ยิ”
ฮุ่ยิเบะปากพลางส่ายหัว หัวสมองโล่งขาวโพลนคิดอะไรไม่ออก น้ำตาไหลนองเป็สายไม่คิดว่าการโดนมีดปักข้อเท้ามันจะเจ็บได้มากถึงเพียงนี้
“ฮุ่ยิ เ้าเป็อย่างไรบ้าง”
อ้ายฉิงพุ่งตัวเข้ามา เมื่อได้ยินข่าวว่าฮุ่ยิถูกลอบโจมตีเขาก็วิ่งกรู่ตรงมาหาทันที ฮุ่ยิยกแขนเพื่อบอกอีกคนว่าไม่เป็ไรแต่ปากที่ซีดและมือที่สั่นเทาทำให้อ้ายฉิงแทบจะไม่เชื่อ
“ข้าขอโทษ ข้าไม่น่าทิ้งเ้าไปอ่านหนังสือเลย”
“อย่าโทษตัวเองอ้ายฉิง แผลแค่นี้ เล็กน้อย โอ๊ย!”
ยังไม่ทันจะอวดเก่งฮุ่ยิก็ร้องลั่นออกมาลั่นห้อง ผงกหน้าถูกแผลที่ถูกพันก่อนจะเอนหัวลงที่เดิม ประตูห้องถูกเปิดออกเผยให้เห็นคนมาใหม่ ฟางเหนียงเข้ามาดูอาการก่อนจะเอ่ยถามกับหมอหลวง
“ไต้ฟูฮุ่ยิเป็อย่างไรบ้าง”
“ไม่โดนจุดสำคัญแต่ยังไงก็ต้องพักฟื้นสักสามสี่วันพะย่ะค่ะ”
“อะไรนะ แล้วการทดสอบล่ะ ข้ายังต้องทดสอบอีก”
ฮุ่ยิยันตัวลึกขึ้นเมื่อได้ยินว่าตนเองจะต้องหยุดพักยาว คราวที่แล้วที่เขาาเ็ก็พักไปแล้วหากครั้งนี้จะต้องพักอีกเขาต้องไม่ผ่านการทดสอบแน่ๆ
“ยังไงเ้าจะต้องพัก หากเ้าไปทดสอบในสภาพแบบนี้ก็มีแต่แย่กับแย่”
“แต่…”
“ฮุ่ยิ การทดสอบจะยังไม่เกิดขึ้นหากเื่ตรงนี้ยังไม่ปกติ ทุกอย่างจะต้องหยุดเลื่อนออกไปก่อน”
“เดี๋ยวก่อนท่านฮองเฮา ท่านหมายความว่ายังไง”
“การทดสอบจะถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด”
ฮุ่ยิถึงกับพูดไม่ออกมิใช่ว่าดีใจที่จะยังไม่ได้ทดสอบหรือหยุดพัก แต่เขากลับคิดว่าทุกอย่างจะต้องมาหยุดชะงักเพียงเพราะเขาเพียงผู้เดียว
“ได้โปรด อย่าเลื่อนการทดสอบเพียงเพราะข้าได้หรือไม่ ข้าไม่อยากให้ทุกอย่างต้องมาหยุดชะงักเพียงเพราะข้า”
“การเลื่อนการทดสอบครั้งนี้มันไม่ใช่เพราะเ้าฮุ่ยิ แต่มันเกิดจากสถานการณ์ในตอนนี้ต่างหาก หากเรายังไม่สามารถหาต้นตอการลอบโจมตีในครั้งนี้ได้ การทดสอบก็จะยังไม่เกิดขึ้น มันไม่ใช่เพราะเ้า แต่ทุกคนที่อยู่ในวังหลวงต้องปลอดภัย”
“จ-จริงหรือพะย่ะค่ะ”
ฟางเหนียงไม่ได้เอ่ยตอบแต่เลือกที่จะพยักหน้าตอบแทน
“เ้าคืออ้ายฉิงใช่หรือไม่”
“พะย่ะค่ะ”
“ระหว่างที่หยุดพักเ้าต้องคอยอยู่เป็เพื่อนเขา ห้ามให้เขาห้องไปเที่ยวที่ไหนเป็อันขาด”
“พะย่ะค่ะ”
“ซานถิง สั่งทหารคอยลาดตระเวนรอบๆทั้งภายในและนอกวังหลวง หากมีอะไรที่ผิดปกติให้รายงานตรงต่อฮ่องเต้ทันที และหากมีเหตุฉุกเฉินเ้าสามารถตัดสินใจได้เลย”
“น้อมรับคำสั่งพะย่ะค่ะ”
“ส่วนเ้าฮุ่ยิ เ้าต้องอยู่พักผ่อนห้ามดื้อเป็อันขาด หากเ้ายังอยากอยู่เข้าการทดสอบต่อ”
ฮุ่ยิเม้มปากพลางก้มหน้าเล็กน้อยก่อนจะตอบรับตามอย่างโดยดี
“พะย่ะค่ะ”
“งั้นก็ตามนี้”
ฟางเหนียงละออกไปตามด้วยซานถิงและอ้ายฉิงที่ช่วยฮุ่ยิพยุงกันออกมา
“งั้นข้าขอตัวก่อน ข้าจะต้องไปจัดการเื่คนลอบโจมตีต่อ”
“ข้าขอบใจเ้ามากจริงๆ นี่ก็อีกครั้งที่เ้าเข้ามาช่วยข้า”
“ข้าเต็มใจ อีกอย่างมันเป็หน้าที่ของข้าอยู่แล้ว งั้นข้าไปก่อนนะ”
ซานถิงละออกไปเหลือเพียงอ้ายฉิงและฮุ่ยิตามลำพัง อ้ายฉิงก้มลงกระซิบพร้อมกับเอ่ยบางอย่างที่ทำให้ฮุ่ยิถึงขั้นกระทุ้งท้องอีกคนเล็กน้อย
“ข้าว่าซานถิงต้องชอบเ้าเป็แน่”
“เ้ามั่วแล้ว ไม่มีทางหรอก ซานถิงก็เอ่ยอยู่ว่าเป็หน้าที่ เ้านี่”
“ข้าก็แค่สันนิษฐาน เ้าจะกระทุ้งท้องข้าทำไม”
“พอๆ ข้าไปพักดีกว่าเจ็บจะตายอยู่แล้ว”
ว่ากันจบก็พากันเข้าที่พักทันที สายตาครบกริบจากอีกฟากของวังหลวงหารู้ไม่ยังมีอีกคนที่คอยเฝ้าดูไม่ห่าง เสียงลมโชยให้ใบไม้พัดบางใบเข้าไปในตำหนักใหญ่ชายผู้หนึ่งที่ทอดมองบางคนจากหน้าต่างห้อง
“ไม่ไปหาจะดีรึ”
“อืม”
“เฮ้อ ข้าไม่เข้าใจเ้าเสียจริง จะเก๊กไปถึงเมื่อไหร่”
“หุบปากเ้าไป”
“ว่าข้าอีกแล้ว แต่ก็นะ ก็แอบส่งคนไปดูแลไม่ห่าง แบบนี้ต้องเรียกอย่างไรดีนะ โอ๊ย!!!”
“อยากหัวขาดรึไง”
“หึ หงุดหงิดแล้วสินะ ฮ่องเต้”
“…”
“ก็นะ ก็หึงนี่ จะหงุดหงิดก็มิแปลกสักเท่าใด”