“ข้าหาได้มีความตั้งใจเช่นนั้น” เซียวซวี่ยืนหันหน้าเข้าหากำแพง กำมือข้างที่ไพล่หลังแน่น“ข้า...แค่อยากมาอธิบายว่าข้าไม่ได้คิดจะหนีงานแต่ง”
ฉู่จวินหลันมองปลายหูที่แดงซ่านของเซียวซวี่แล้วหลุดหัวเราะเบาๆพลางส่งสายตาให้จื่อเยียนที่ยืนตะลึงอยู่ข้างกาย
“เ้าออกไปเถิดช่วยเฝ้าให้ด้วย”
“คะ...คุณหนูสามท่านนี้คือซื่อจื่อแห่งจวนกงติ้งอ๋องหรือเ้าคะ” จื่อเยียนเบิกตากว้าง
ซื่อจื่อหาได้เป็คนโง่เขลาตามที่ร่ำลือไม่!
“ไปเถิด”ฉู่จวินหลันยังคงยิ้มบาง
จื่อเยียนตาเป็ประกายและเต็มไปด้วยความดีใจนางใช้มือปิดปากพลางพยักหน้า ก่อนรีบก้าวออกไป พอเดินได้สองก้าวก็นึกขึ้นได้รีบวกกลับมาช่วยสวมใส่อาภรณ์ให้ฉู่จวินหลัน
ฉู่จวินหลันหัวเราะเบาๆนางคุ้นชินกับชีวิตยุคปัจจุบัน จนลืมไปว่าตอนนี้อยู่ในยุคโบราณแม้สวมเพียงชุดชั้นในที่ยาวคลุมต้นขาก็ยังนับว่าไม่สุภาพ
เมื่อจื่อเยียนช่วยนางสวมเสื้อสีเขียวอ่อนกับกระโปรงหม่าเมี่ยน[1]สีชมพูอ่อนและเกล้าผมให้เป็มวยเล็กๆ ครั้นเสร็จแล้วจึงออกไปยืนเฝ้าหน้าห้อง
ฉู่จวินหลันนั่งลงบนเก้าอี้ข้างอ่างไม้เล่นน้ำอุ่นไปมาจนเสียงหยดน้ำกระทบดังแ่
“ซื่อจื่อมาเพียงเพื่ออธิบายว่าไม่ได้หนีงานแต่งเท่านั้นหรือ”
เซียวซวี่เอียงศีรษะเล็กน้อย
ภายใต้แสงตะเกียงฉู่จวินหลันมองเห็นเสี้ยวหน้าคมสันของเขาได้ชัด
“คุณหนูฉู่ย่อมเข้าใจสถานการณ์ของข้าดี”
“ท่านคิดจะทดสอบข้าหรือ”ฉู่จวินหลันหยิบกลีบดอกไม้ขึ้นมาบดเล่นพลางเอ่ยเสียงนุ่มอย่างไม่ใส่ใจ “ท่านถูกพิษมานานพอสมควรพิษแรกคงทรมานท่านมาหลายสิบปี ส่วนอีกพิษที่ท่านกดพิษแรกไว้คาดว่าคงใช้มาสามปีแล้วเกรงว่าที่ท่านยอมเสี่ยงใช้วิธีพิษต้านพิษเช่นนี้ คงเพราะหาหมอรักษาทั่วแผ่นดินแล้วยังหาทางรักษาไม่ได้ใช่หรือไม่”
เซียวซวี่หลุบตาลงต่ำ เงาพาดผ่านสันจมูกได้รูป“ใช่”
ฉู่จวินหลันหาได้แปลกใจในความตรงไปตรงมาของเขา“ปีนี้ท่านอายุสิบแปดปี แต่โดนพิษแรกมานานกว่าสิบปี ท่านถูกวางยาั้แ่เมื่อใดสามหรือห้าขวบหรือ มารดาท่านล่วงลับไปนานแล้ว บัดนี้จางซื่อชายากงติ้งอ๋องคืออนุที่ได้เลื่อนขั้นขึ้นมาบุตรชายที่นางให้กำเนิดเซียวอวิ้นเผิงอายุน้อยกว่าท่านเพียงหนึ่งปี ทว่าท่านคือซื่อจื่อหากไม่แสร้งเป็คนโง่เขลา เกรงว่าคงไม่อาจมีชีวิตรอดจนเติบใหญ่ได้”
ดวงตาของเซียวซวี่ลุ่มลึกขึ้นเรื่อยๆเขามองฉู่จวินหลันนิ่ง
“บัดนี้ท่านฝึกยุทธ์สำเร็จทั้งยังมีอำนาจลับอยู่ในมือ แต่กลับยังต้องแสร้งเป็คนโง่ นั่นย่อมมีจุดประสงค์ ท่านมาหาข้าวันนี้ไม่ใช่แค่อธิบายเกรงว่าคง้าให้ข้าช่วยถอนพิษให้กระมัง”
เซียวซวี่เงียบไปครู่หนึ่งก่อนยกมือปิดปากไอเบาๆ
“เป็การต่อรอง”
“ต่อรองหรือ”
“ใช่ ข้าจะมาต่อรองกับคุณหนู”
“หึ ท่านไม่กลัวหรือวิชาแพทย์ของข้าอาจเป็เพียงกลลวงก็ได้”
เซียวซวี่ส่ายหน้าเบาๆ“ข้ารู้เื่ในจวนองค์หญิงใหญ่แล้ว” เขาไออีกครั้ง ครานี้มีเืสดไหลย้อยลงมาตามมุมปาก
“พิษกำเริบแล้ว”ฉู่จวินหลันกวาดตามองเืตรงมุมปากเขา “ไม่แปลกใจที่เมื่อครู่ข้าลากท่านเข้ามาได้ง่ายๆครั้งนี้พิษคงรุนแรงนัก หากไม่รีบรักษา เกรงว่าจะไม่รอด ท่านคิดจะเสี่ยงฝากชีวิตไว้กับข้าหรือ”
“ใช่”
“แต่ท่านยังไม่ยกเกี้ยวใหญ่แปดคันมาสู่ขอข้า เราสองคนยังไม่ได้แต่งงานกันอย่างเป็ทางการเหตุใดข้าต้องช่วยท่านด้วย”
ใบหน้าของฉู่จวินหลันเต็มไปด้วยรอยยิ้มหยอกล้อปนเย้าแหย่
เซียวซวี่ก้มหน้าลงอย่างประหม่า“หากคุณหนูยอมแต่งกับข้า ช่วยข้าทำภารกิจสำเร็จ หากข้าตายเพราะพิษนี้คุณหนูย่อมได้รับอำนาจทั้งหมดของข้า ครานั้นคุณหนูจะได้อิสระชั่วชีวิตแต่หากข้ามีบุญรอดพ้น ข้าจะเป็หลักให้คุณหนูตลอดไป”
ฉู่จวินหลันเอียงศีรษะมองเขาด้วยสายตาซับซ้อน“ให้ข้าแต่งงานกับท่าน?”
เซียวซวี่หันหน้าหนีเล็กน้อย“ข้าหาได้มีเจตนาล่วงเกิน”
“ข้าเข้าใจแล้ว ท่าน้าแต่งงานตามข้อตกลงเป็สามีภรรยาเพียงในนาม เป็สหายร่วมเส้นทางที่แท้จริง ใช่หรือไม่”
เซียวซวี่พยักหน้ารับ
ฉู่จวินหลันหยิบเข็มเงินที่นำกลับมาจากจวนองค์หญิงใหญ่วางไว้ข้างกายแล้วเดินไปถอดเสื้อผ้าของเซียวซวี่
เซียวซวี่รีบยกมือปิดอกแล้วถอยกรูดไปพลางเอ่ยเสียงขุ่น“เ้าจะทำอะไร!”
“คิดว่าข้าจะปล้นความบริสุทธิ์ท่านหรือ”ฉู่จวินหลันหยิบเข็มเงินขึ้นมาชี้เขา “วางใจเถิด ข้าเข้าใจเื่การต่อรองดีข้าจะช่วยกดพิษเอาไว้ก่อน ถอดเสื้อออก”
เซียวซวี่ชะงักไปครู่หนึ่งสุดท้ายก็ยอมคลายสาบเสื้อ เผยให้เห็นอกสีน้ำผึ้งแน่นแข็งและหน้าท้องได้รูป
ฉู่จวินหลันลงมือรวดเร็วเพียงไม่กี่เข็ม สีหน้าของเซียวซวี่ก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เืที่เคยไหลออกมาก็หยุดลงแล้ว
เพียงปลายนิ้วเรียวหมุนเข็มเสียงหึ่งเบาๆ ประหนึ่งวิหคร้องก็ดังขึ้น
เซียวซวี่ก้มหน้ามอง“เ้าคือผู้สืบทอดของเซียนวิชาแพทย์หรือไม่”
เซียนวิชาแพทย์?
ฉู่จวินหลันไม่คุ้นเคยนักคงเพราะเ้าของร่างเดิมเป็สตรีในห้องหอที่ไม่ได้สนใจเื่เล่าลือในยุทธภพ
“เหตุใดถึงพูดเช่นนั้น”
“สามปีก่อน เซียนวิชาแพทย์นามชีสวินนำบันทึกลับสกุลชีเร้นกายไปเพื่อหาผู้สืบทอด”เซียวซวี่หยุดไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยต่อ “หัวหน้าสำนักหมอหลวงหลิวแห่งสำนักหมอหลวงก็คือศิษย์ของเขา”
ฉู่จวินหลันหัวไวย่อมเข้าใจในทันที
“อ้อ เข้าใจแล้วข้าช่วยคุณชายเย่ถอนพิษ ทำให้หมอเ่าั้เสียหน้า เื่นี้ย่อมถึงหูหัวหน้าสำนักหมอหลวงหลิวเขาไม่เคยเห็นวิธีฝังเข็มของข้า จึงสงสัยว่าข้าเป็ผู้สืบทอดของเซียนวิชาแพทย์ใช่หรือไม่”
เซียวซวี่ไม่ได้ตอบนาง
ฉู่จวินหลันสะบัดมือถอนเข็มออก“เสร็จแล้ว ท่านกลับไปเถิด”
เซียวซวี่หันหลังผูกสาบเสื้อก่อนจะหันกลับมามองนางอย่างอ้ำอึ้ง
ฉู่จวินหลันเก็บเข็มเงินก่อนจะกล่าว“อีกสามวันค่อยมาใหม่ ข้าจะฝังเข็มกดพิษให้ ข้าตรวจชีพจรของท่านละเอียดแล้วพิษสองชนิดที่อยู่ในร่างกายของท่านทับซ้อนกันอย่างละเอียดอ่อน ข้าต้องหาวิธีถอนพิษให้ถี่ถ้วนส่วนเื่การต่อรอง...”
เซียวซวี่ที่ยืนนิ่งอยู่ตรงหน้านางรูปโฉมสง่างามดุจเทพเซียนที่พลัดจาก์
ฉู่จวินหลันเอ่ยเย้า“หรือไม่...ท่านก็ลองทำให้ข้าดูสิว่าปกติแสร้งโง่อย่างไร หากข้าพอใจ ข้าอาจยอมตกลงตามข้อเสนอของท่านเลยก็ได้นะ”
ใบหน้าของเซียวซวี่เย็นเยียบเขารีบหมุนกายหันหลังทันที
“นี่อย่าเพิ่งโกรธสิ หากพูดถึงการแสร้งโง่ ในราชวงศ์ต้ายง เกรงว่าท่านคงไม่เป็สองรองใครการแสดงเพียงเล็กน้อยไม่น่ายากอะไร จริงใจหน่อยสิ”
“อีกสามวันเจอกัน”เซียวซวี่ะโออกไปทางหน้าต่าง ก่อนร่างนั้นจะพุ่งลับหายไปในความมืด
ฉู่จวินหลันมองเงาหลังที่ล่าถอยไปพลันนึกถึงประโยคหนึ่ง...หนีหัวซุกหัวซุน ก่อนจะหัวเราะลั่นออกมาอย่างห้ามไม่ได้
รุ่งเช้าวันถัดมา ฉู่จวินหลันกับจื่อเยียนตื่นไปคารวะฮูหยินผู้เฒ่าอย่างมีชีวิตชีวาั้แ่เช้า
พวกนางที่ไปถึงก่อนคอยปรนนิบัติฮูหยินผู้เฒ่ากินมื้อเช้าไม่นานบรรดาคุณชายคุณหนู รวมถึงอนุทั้งสามคนก็ทยอยกันมา
ฮูหยินผู้เฒ่าแสดงท่าทีราวกับเป็เ้าของจวน“อีกไม่กี่วันงานชุมนุมผู้สูงศักดิ์แห่งจวนอันลู่โหวก็จะจัดขึ้นแล้ววันนั้นจะเต็มไปด้วยเหล่าคนชนชั้นสูง พวกเ้าต้องเตรียมตัวให้พร้อมอย่าปล่อยให้โอกาสดีๆ เช่นนี้หลุดลอยไปเด็ดขาด”
“เ้าค่ะ”
“ขอรับ”
ทุกคนรับคำด้วยความยินดี
“หวังซื่อ”
“เ้าค่ะ” อนุหวังค้อมกายตอบ
“เ้าไปเปิดคลังเสียเหล่าบุตรในจวนจะขาดเครื่องประดับและผ้าเนื้อชั้นดีไม่ได้”
“ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวถูกแล้วเ้าค่ะ”อนุหวังยิ้มไปไม่ถึงดวงตา “ผู้น้อยก็คิดจะทำเช่นนั้นอยู่แล้ว”
ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นท่าทีของอนุหวังแล้วก็ไม่สบอารมณ์ยิ่งนักกำลังจะตำหนิ ทว่าด้านนอกกลับมีเสียงฝีเท้าดังขึ้นอย่างเร่งร้อนเสียก่อน
“ฮูหยินผู้เฒ่าเ้าคะ!จวนองค์หญิงใหญ่ส่งคนมา นายท่านรีบสั่งให้คุณหนูสามไปเรือนหน้าเดี๋ยวนี้เ้าค่ะ!” หญิงรับใช้ประตูรองวิ่งเข้ามาแจ้งอย่างกระหืดกระหอบ
[1] กระโปรงหม่าเมี่ยน หมายถึงกระโปรงผู้หญิงในยุคโบราณ ลักษณะเป็จีบซ้อนด้านหน้าและด้านหลังเป็เครื่องแต่งกายสตรีชั้นสูง