ตึกๆๆ...
เซี่ยวซิงอวี่กำลังจะก้าวเข้าไปในร้านหมาล่าก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมาจากข้างหลัง
“ขโมย! อย่าหนีนะ!”
เซี่ยวซิงอวี่หันกลับไปมองโดยสัญชาตญาณร่างกายนุ่มนิ่มอ่อนปวกเปียกก็พุ่งเข้าใส่เขาอย่างจัง
“โอ๊ย!”
เสียงร้องเล็กๆ แหลมๆดังออกมาจากอ้อมอกของเซี่ยวซิงอวี่
“น้องสาว เป็อะไรหรือเปล่า?”
เซี่ยวซิงอวี่ก้มมองก็พบว่าในอ้อมกอดของเขาคือสาวน้อยโลลิต้าผมแกละสองข้างในชุดนักเรียนญี่ปุ่น
เด็กสาวคนนี้อายุราวๆ 15ปี มีใบหน้างดงามเหมือนตุ๊กตาพอร์ซเลน แถมยังมีแก้มป่องเล็กน้อยทำให้เซี่ยวซิงอวี่อดไม่ได้ที่จะอยากหยิกสักทีสองที
“พี่ชาย ฉัน~ฉันไม่เป็ไรค่ะ~”
เสียงของเด็กสาวไม่ชัดเจนนักเพราะในปากของเธอยังคาบซาลาเปาไส้หมูแดงที่กินไม่หมดอยู่
ในขณะนั้นชายวัยกลางคนคนหนึ่งก็วิ่งตามมาอย่างเหนื่อยหอบ
จากเสื้อผ้าหน้าผมดูท่าทางจะเป็เ้าของร้านซาลาเปา
“หนูน้อย อายุยังน้อยแท้ๆกลับขโมยของซะได้ ผู้ใหญ่ที่บ้านไม่เคยสอนหรือไง ว่าซื้อซาลาเปาต้องจ่ายเงินน่ะ!”
“เถ้าแก่ ขอโทษค่ะ~”
เซี่ยวซิงอวี่เปิดกระเป๋าเงิน
“เถ้าแก่ ค่าซาลาเปาผมจ่ายให้เธอเอง”
เ้าของร้านมองเซี่ยวซิงอวี่เข้าใจผิดคิดว่าเซี่ยวซิงอวี่เป็พี่ชายของสาวน้อยโลลิต้าก็อดไม่ได้ที่จะบ่นออกมาสองสามคำ
“หนุ่มน้อย ดูแลน้องสาวให้ดีหน่อยนะ”
“อายุแค่นี้ก็ขโมยซาลาเปาโตขึ้นมาก็จะขโมยของระดับชาติ แก่ตัวไปก็จะขโมยอาวุธนิวเคลียร์แล้วมั้ง!”
“หา อะไรนะ? ขโมยอาวุธนิวเคลียร์?คงไม่ขนาดนั้นมั้งครับ...” เซี่ยวซิงอวี่หัวเราะแห้งๆพลางอธิบาย “แล้วก็เธอไม่ใช่น้องสาวของผม...”
เ้าของร้านี้เีพูดต่อคว้าเงินในมือของเซี่ยวซิงอวี่แล้วหันหลังเดินจากไป
ในขณะนั้น สาวน้อยโลลิต้าเงยหน้าขึ้นจ้องมองเซี่ยวซิงอวี่ด้วยดวงตาที่ใสกระจ่างและแฝงไปด้วยความไร้เดียงสาแล้วพึมพำในปาก
“เมื่อก่อนฉันมีพี่สาวแค่คนเดียวตอนนี้มีพี่ชายเพิ่มมาอีกคน ฉันมีพี่ชายแล้ว!”
เซี่ยวซิงอวี่จึงได้สำรวจเด็กสาวตรงหน้าอย่างจริงจัง
เธอสูงประมาณ 162เิเ มัดผมแกละสองข้าง หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูชุดนักเรียนญี่ปุ่นเข้ากันได้ดีกับถุงน่องยาวสีขาว...
นี่คือแฟนสาวในอุดมคติที่สมบูรณ์แบบที่คนคลั่งไคล้โลลิต้าทุกคนไม่อาจปฏิเสธได้
แต่เซี่ยวซิงอวี่กลับไม่ได้ตื่นเต้นอะไรนักเพราะเขาชอบสาวรุ่นพี่ หรือไม่ก็เมียชาวบ้านสงสัยในสายเืตัวเองคงมีแต่ความเป็โจรอยู่มากไปมั้ง
“น้องสาวต่อไปออกจากบ้านก็อย่าลืมพกเงินไปด้วยนะ”
เซี่ยวซิงอวี่เตือน
โครกคราก~
ท้องของเด็กสาวร้องออกมา
“ยังไม่อิ่มเหรอ?”
เด็กสาวพยักหน้า
เซี่ยวซิงอวี่คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วถามว่า“กินหมาล่าทั่งเป็ไหม?”
เด็กสาวทำหน้างงดวงตาที่สะท้อนแสงดาวเต็มไปด้วยความสงสัย
“หมาล่าทั่งคืออะไรเหรอคะ?”
เซี่ยวซิงอวี่ตัดสินใจ“จริงๆ เลย นี่คือคุณหนูจากตระกูลร่ำรวยที่หนีออกจากบ้านมาสินะ”
ในยุคสมัยนี้มีเพียงคุณหนูจากตระกูลใหญ่เท่านั้นที่เป็ไปได้ว่าจะไม่รู้จักแม้กระทั่งหมาล่าทั่งเพราะแต่ละวันกินแต่ของดีมีราคา
ห้านาทีต่อมา
“ทั้งสองท่าน อาหารมาแล้วค่ะหมาล่าทั่งเผ็ดน้อย 1 ที่ เผ็ดกลาง 1 ที่เชิญทานให้อร่อยนะคะ!”
เด็กสาวหยิบตะเกียบขึ้นมากินอย่างตะกละตะกลาม น้ำตาไหลอาบแก้ม
“โอ้โห นี่มันอร่อยมากเลย!”
“พี่ชายนี่เป็อาหารที่อร่อยที่สุดที่ฉันเคยกินมาเลย!”
“ขอบคุณนะคะ!”
เซี่ยวซิงอวี่หัวเราะพลางส่ายหน้าแล้วพึมพำเบาๆ
“หมาล่าทั่งชามละหกหยวนเองนะถึงกับอร่อยจนร้องไห้เลยเหรอ?”
“เอิ้ก~”
เด็กสาวสำลัก
เซี่ยวซิงอวี่“เถ้าแก่ ขอนมแคลเซียม AD ขวดหนึ่งครับ”
หลังจากกินอิ่มเด็กสาวก็แสดงสีหน้าว่ายังไม่อิ่มหนำสำราญออกมา
“พี่ชายชื่ออะไรเหรอ?”
“บอกชื่อของเธอก่อนสิ”
“ฉันชื่อเย่ซือเิ”
“ชื่อเพราะดี เธอก็น่ารักมากจริงๆ”
ความน่ารักคือคุณสมบัติพิเศษของโลลิต้า
สายตาของเย่ซือเิจับจ้องไปที่ชุดคลุมผู้ควบคุมสัตว์อสูรของเซี่ยวซิงอวี่
“ลายัเขียว...พี่ชายเป็นักเรียนของสถาบันชิงหลงเหรอคะ?”
เซี่ยวซิงอวี่พยักหน้า
เย่ซือเิตื่นเต้นดีใจ ร้องออกมาว่า“บังเอิญจังเลยพี่สาวของฉันก็เป็นักเรียนของสถาบันชิงหลงเหมือนกันค่ะ!”
“พี่ชายอยู่ปีไหนคะ?”
“ปีหนึ่ง”
“งั้นพี่สาวของฉันก็ต้องเป็รุ่นพี่ที่อยู่ปีสูงกว่าพี่ปีหนึ่งสิพี่จะต้องเคยได้ยินชื่อเธอแน่นอน!”
เซี่ยวซิงอวี่ดูดน้ำอัดลมในแก้วมองออกไปนอกหน้าต่าง เขาไม่สนใจเื่ที่เย่ซือเิพูดถึง
“พี่สาวของฉันชื่อเย่ซวงหนิง”
“หา อะไรนะ?”
“พี่ชาย พี่สาวฉันไม่ใช่สิ่งของนะ”
เซี่ยวซิงอวี่มองไปยังเด็กสาวโลลิต้าตรงหน้าอีกครั้ง
เพราะก่อนหน้านี้เคยเห็นโปสเตอร์ของเย่ซวงหนิงเมื่อนำมาเปรียบเทียบกัน เย่ซือเิก็เหมือนเย่ซวงหนิงเวอร์ชันอ่อนเยาว์กว่า
เย่ซวงหนิงอายุ 19ปี เย่ซือเิอายุ 15 ปีสองพี่น้องนี่หน้าตาคล้ายกันมาก แต่คนหนึ่งเป็พี่สาวเ็าส่วนอีกคนเป็โลลิต้าแบ๊วๆ
จากนั้นเย่ซือเิก็เล่าเื่ราวของตัวเองไม่หยุดปาก
เซี่ยวซิงอวี่จึงได้รู้ว่าเย่ซือเิแอบหนีออกจากบ้านตระกูลเย่มา
จริงๆ แล้วเย่ซือเิก็เหมือนกับเย่ซวงหนิงสองพี่น้องคู่นี้มีพร์สูงทั้งคู่
เย่ซือเิอายุเพียง 15ปี ก็ได้รับข้อยกเว้นให้เข้าร่วมการสอบระดับประเทศแล้ว
ค่าพลังิญญาเริ่มต้นของเธอสูงถึง 1008
รู้หรือไม่ว่าในการสอบระดับประเทศแต่ละครั้งจะมีอัจฉริยะที่มีค่าพลังิญญาเริ่มต้นเกินพันไม่เกิน 100คนเท่านั้น
แถมสัตว์อสูรตัวแรกที่เย่ซือเิทำสัญญาด้วยคือแมวเนตรปีศาจคมดาบกระดูก สายเืคุณภาพระดับตำนาน
ตามทฤษฎีแล้วเย่ซือเิสามารถได้รับข้อยกเว้นให้เข้าเรียนในสี่สถาบันใหญ่ได้เลยด้วยซ้ำ
“ทำไมถึงหนีออกมาคนเดียวล่ะ?”
“ทำไมที่บ้านถึงไม่เห็นด้วยที่จะให้เข้าสถาบันฝึกสัตว์อสูร?”
คำถามสองข้อของเซี่ยวซิงอวี่ทำให้เย่ซือเิรู้สึกเศร้าขึ้นมา
เย่ซือเิเท้าคางน้ำเสียงเต็มไปด้วยความน้อยใจและความขมขื่น
“พี่ชาย ตอนฉันอายุ 6 ขวบ เกือบจะโดนสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิอสูรกินไปแล้ว”
“ั้แ่นั้นมา ฉันก็มีปมในใจเพียงแค่เห็นสัตว์อสูร ฉันจะกลัวจนเป็ลมไปเลย”
เมื่อพูดถึงตรงนี้แก้มของเย่ซือเิก็แดงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แสดงว่ากำลังเขินอาย
“พี่จะไม่หัวเราะเยาะฉันใช่ไหม?”
เซี่ยวซิงอวี่ส่ายหน้า
“พี่จะไม่หัวเราะเยาะเธอนี่เป็เพียงจิตใต้สำนึกทางร่างกายของเธอเท่านั้น”
“แต่พี่ก็เข้าใจคนในครอบครัวของเธอนะเพราะเธอมีปมในใจแบบนี้ ไม่ว่าเธอจะมีพร์สูงแค่ไหนก็เป็ไปไม่ได้ที่จะเป็ผู้ควบคุมสัตว์อสูรที่เก่งกาจได้”
“นี่คือเหตุผลที่ครอบครัวของเธอไม่เห็นด้วยที่จะให้เธอเข้าสถาบันฝึกสัตว์อสูร”
เย่ซือเิก้มหน้าลง ผมแกละสองข้างห้อยลงมาสีหน้าหม่นหมอง
ก็เพราะปมในใจนี้ทำให้เย่ซือเิถูกครอบครัวกักบริเวณ ทำได้เพียงรออยู่ในบ้าน รอจนอายุถึงเกณฑ์แล้วก็แต่งงานกับขุนนางผู้มีหน้ามีตาที่มีฐานะเท่าเทียมกัน
“แต่ฉันก็อยากเป็ผู้ควบคุมสัตว์อสูรที่สง่างามเหมือนพี่สาวนี่!”
“เธอแค่เห็นสัตว์อสูรก็จะหมดสติแล้วแล้วด้วยน้ำหนักตัวแค่นี้ของเธอ จะไปพอให้สัตว์อสูรกินอิ่มได้ยังไงกัน”
เย่ซือเิถูกซ้ำเติมอีกครั้งทำได้เพียงเบะปากกลั้นน้ำตาไว้ด้วยความดื้อรั้น
“พี่ชายมีวิธีช่วยฉันรักษาโรคทางจิตใจนี้ไหม?”
“ฮึฮึ พี่ไม่ใช่หมอเทวดาซะหน่อย”
เซี่ยวซิงอวี่พูดแบบนั้นแต่ก็แอบเปิดเนตรปีศาจ
เนตรปีศาจไม่เพียงแต่สามารถมองทะลุค่าสถานะของสัตว์อสูรและผู้ควบคุมสัตว์อสูรได้เท่านั้นแต่ยังสามารถมองทะลุข้อมูลทั้งหมดของมนุษย์ได้อีกด้วย
[โรค] : ปมในใจ
[อาการ] : เมื่อเห็นสัตว์อสูรใดๆก็ตาม หัวใจจะเต้นเร็วและเป็ลม
[วิธีการรักษาด้วยยา] : ตังกุย เมล็ดชุมเห็ดเทศ น้ำยาหลิงฮวา หญ้าสงบประสาท...
[วิธีการรักษาทางจิต] : ได้รับการกระตุ้นอย่างรุนแรง ใช้วิธีพิษต่อพิษ
“เอาละะ พี่เลี้ยงหมาล่าทั่งกับนมแคลเซียม AD เธอแล้ว”
“กลับบ้านไปเถอะคาดว่าคนในครอบครัวของเธอกำลังรออยู่”
เซี่ยวซิงอวี่เร่งให้เย่ซือเิจากไป
เย่ซือเิเป็คุณหนูของตระกูลเย่เซี่ยวซิงอวี่ไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับตระกูลใหญ่ที่มีพื้นฐานอันแข็งแกร่งเช่นนี้
เพราะยังไม่แน่ใจว่าเป็มิตรหรือศัตรู
ก่อนที่จะเติบโตเป็ผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับสูงเซี่ยวซิงอวี่จะยังคงระมัดระวังตัวและตื่นตัวอยู่เสมอ
“พี่ชาย ช่วยฉันด้วยนะ!”
“ที่นี่ฉันไม่รู้จักใครเลย ฉันแอบหนีออกมาแล้วก็ไม่กล้าไปหาพี่สาวด้วย”
“ถ้าพี่สาวรู้เข้า เธอจะต้องโทรศัพท์หาพ่อให้คนมารับตัวฉันกลับไปแน่ๆ!”
เซี่ยวซิงอวี่ไม่อยากเข้าไปยุ่ง
“เย่ซือเิ พวกเราไม่ได้สนิทกันไปขอความช่วยเหลือจากคนอื่นเถอะ”
“พี่ชายฉันจะให้ทรัพย์สินทั้งหมดของฉันกับพี่ พี่ช่วยฉันด้วยนะ!”
เย่ซือเิยื่นกระเป๋าเป้สีชมพูให้เซี่ยวซิงอวี่
รูดซิปกระเป๋าเปิดออกข้างในเต็มไปด้วยโอสถ์ที่มีค่ามากมาย
“ไข่มุกคางคกิญญาเพลิง โสมเซียนน้ำยาบำรุงสัตว์อสูรระดับสูงส่ง...”
ดวงตาของเซี่ยวซิงอวี่เบิกกว้าง
“สมแล้วที่เป็ตระกูลใหญ่ เด็กอย่างเธอพกสิ่งของล้ำค่ามามากมายขนาดนี้!”
สิ่งเหล่านี้เป็วัตถุดิบชั้นยอดที่จำเป็สำหรับการบำรุงสัตว์อสูรด้วยฐานะของเซี่ยวซิงอวี่ที่เป็คนธรรมดา จึงไม่สามารถเข้าถึงได้เลย
โดยเฉพาะไข่มุกคางคกิญญาเพลิงที่ถึงมีเงินก็หาซื้อไม่ได้เพราะเป็วัตถุดิบวิวัฒนาการที่ราชวงศ์จัดหาให้โดยเฉพาะ
“เย่ซือเิแค่โอสถ์ชิ้นเดียวในกระเป๋าเป้ของเธอ ก็สามารถกินหมาล่าทั่งได้ทั้งชีวิตแล้วทำไมต้องไปขโมยซาลาเปาด้วย!”
“พี่ชาย รับฉันไปเลี้ยงได้ไหม?”
เซี่ยวซิงอวี่ยกมือขึ้นหยิกแก้มที่นุ่มนิ่มของเย่ซือเิ มองด้วยสายตาเอ็นดูอ่อนโยน
“เิเิ บอกให้ชัดเจนก่อนนะพี่ไม่ได้โลภในทรัพย์สินของเธอ พี่แค่ชอบน้องสาวที่น่ารักอย่างเธอเท่านั้นเอง”
“พี่ชาย ฉันรู้ พี่เป็คนดีมีคุณธรรม!”
“ไป พี่จะพาเธอกลับบ้าน”
เซี่ยวซิงอวี่คว้าหนูน้อยโลลิต้าสุดแบ๊วมาได้ฟรีๆบนใบหน้าที่หล่อเหลาจึงปรากฏรอยยิ้มที่ดูเหมือนคนร้ายอย่างกับพวกค้ามนุษย์ไม่มีผิด