มุกมารินรีบสะบัดไหล่จากมือแกร่งเมื่อเห็นว่าเขาเอาจริงก่อนเข้าไปนั่งในรถหน้าตาบอกบุญไม่รับถึงเธอจะดื้อรั้นแต่คงเทียบไม่ได้กับความบ้าดีเดือดของคิลเลียนนาวาอากาศเอกหนุมเหยียดยิ้มอย่างผู้กำชัยชนะก่อนเดินกลับมายังฝั่งคนขับสักครู่แลมบอร์กกินีคันหรูก็ทะยานออกไปจากลานจอดรถของโรงแรม
ร่างอรชรนั่งตัวแข็งเหมือนรูปปั้นไปตลอดทางซึ่งเธอเห็นว่าเขากำลังมุ่งตรงไปยังเขตเศรษฐกิจใหม่ของนิวยอร์คนั่นคือนิว แมนฮัตตัน (New Manhatton) ซึ่งเห็นตึกสูงเสียดฟ้ามากมายเรียงรายไปทั้งสองข้างทางราตรีแสนสวยกลางกรุงยังคงคลาคล่ำด้วยผู้คนทั้งย่านร้านค้าที่ไม่เคยหลับใหล
ความกลัวและตื่นเต้นจนหัวใจดวงนั้นแทบจะหลุดออกมาด้านนอกทำให้มุกมารินมีอาการเบลอไปชั่วขณะเธอจำเส้นทางที่นายทหารเรือหนุ่มเลี้ยวลัดเลาะไปตามเส้นทางใจกลางกรุงไม่ได้ผู้คนด้านนอกและแสงไฟทำให้ดวงตาคู่สวยพร่ามัวความคิดของเธอลอยเคว้งเหมือนลูกโป่งขาดหลักยึด
ไม่นานหลังจากนั้นเมื่อแลมบอร์กกินีสีเงินเมทัลลิกจอดลงหญิงสาวจึงดึงสติตัวเองกลับคืนและเห็นตึกสูงขนาดห้าสิบชั้นอยู่ด้านหน้าป้ายขนาดใหญ่บอกให้รู้ว่าที่นี่คือตึก วัน ไพรซ์ (One Prize) หากเธอยังคาดเดาไม่ได้ว่าเขาจะทำอะไรหลังจากนี้
“อุ๊ย!”
ร่างเล็กอุทานเมื่อประตูถูกเปิดออกและแขนเรียวถูกกระชากจนเธอซวนเซลงจากรถ
“คุณจะพาฉันไปไหน...เราคุยกันตรงนี้ก็ได้ค่ะ”
มุกมารินรีบเสนอเธอเจ็บไปหมดทั้งตัวทั้งคาดเดาไม่ออกว่าเขาจะทำอะไรหลังจากนี้
“คุณคิดว่าเราจะตกลงกันได้ง่ายดายขนาดนั้นเชียวหรือตราบใดที่คุณยังปิดปากเื่แม็กซิมิลเลียนผมก็จะพาวิธีเค้นมันออกมาจากปากคุณให้ได้”
“ฉันจะกลับบ้าน”
“ถ้าอย่างนั้นก็เลือกเอา”เสียงเด็ดขาดนั้นทำให้ร่างแน่งน้อยที่หันหลังกลับหยุดชะงัก
“ว่าจะขึ้นไปเพนท์เฮ้าส์ชั้นบนสุดของตึกวัน ไพรซ์หรือจะให้ผมโทรแจ้งตำรวจมาจับคุณข้อหาปกปิดความลับและร่วมมือกับผู้ต้องหาที่ตำรวจตามตัวอยู่”
มุกมารินหันกลับมาเพื่อพบรอยยิ้มเหยียดของอีกฝ่ายคิลเลียน แม็คไพรด์ ร้ายกาจกว่าที่เธอคิดท้ายที่สุดหญิงสาวจึงจำต้องเดินตามร่างสูงใหญ่อย่างยอมจำนนต่อคำที่เขาขู่สารพัดไม้ตายของคิลเลียนคือพี่ชายของเธอซึ่งมันก็ใช้ได้ผลทุกครั้ง
หญิงสาวขึ้นลิฟท์ความเร็วสูงตามเขาไปถึงชั้นที่50เมื่อประตูลิฟท์เปิดออกเธอก็พบกับความอลังการของเพนท์เฮ้าส์แบบเปิดโล่งซึ่งครอบคลุมเนื้อที่ถึงสามชั้นบนสุดของตัวตึก นั่นคือชั้นที่ 48, 49 และ 50 ซึ่งเป็ชั้นสุดท้าย
การตกแต่งห้องแนวโมเดิร์นทำให้มุกมารินตกตะลึงในความงามลานตาไปชั่วขณะก่อนดึงสติกลับคืนและเห็นร่างสูงใหญ่เดินไปหยุดริมหน้าต่างกรุกระจกซึ่งภาพวิวภายนอกโอบล้อมด้วยทัสนียภาพของตึกสูงในแถบนิวแมนฮัตตัน
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านี่คือหนึ่งในอสังหาริมทรัพย์ชิ้นงามของตระกูล แม็คไพรด์มันเลิศหรูจนคนในระดับเธอไม่อาจเอื้อมแตะต้องได้หากแต่ไม่ว่ามันจะเป็ที่อยู่แสนเลิศเลอแค่ไหนก็กลับกลายเป็สถานที่น่าอึดอัดใจเมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับคนเืร้อนอย่างคิลเลียน
ร่างสูงตระหง่านภายใต้ชุดสูทเอามือล้วงกระเป๋าขณะั์ตาสีน้ำเงินดุจห้วงทะเลลึกจ้องมองออกไปยังแสงไฟบนตึกสูงเขาเป็คนตัวใหญ่ หลังและไหล่ผึ่งผายสมกับเป็ชายชาติทหารปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความหล่อเหลาของเขาก็เป็สิ่งหนึ่งที่สะกดหัวใจเธอั้แ่แรกพบแต่เขาเหมือนไฟร้อนที่กำลังผลาญเผาตัวเธออย่างเจ็บแสบ
“ผมว่าถ้าคุณฉลาดก็ไม่ควรปิดบังเื่ที่อยู่ของพี่ชายคุณกับผม”
ชายหนุ่มหันกลับมาเสี้ยวหน้าที่แสงไฟตกกระทบยังคงดุดันและเหี้ยมเกรียม
“ฉันขอยืนยันค่ะว่าฉันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพี่ชายของฉันในตอนนี้ ฉันไม่ได้ติดต่อกับเขามานานแล้ว”
“โกหก!” เขาตวาดเสียงดังและสืบเท้าเข้ามาใกล้“ถึงขนาดนี้แล้วคุณยังไม่ยอมพูดความจริงอีกหรือถ้าคุณยังขืนปฏิเสธที่จะพูดอะไรเกี่ยวกับพี่ชายตัวเองคุณก็จะถูกคนอื่นปฏิเสธเหมือนกัน”
“ถูกคนอื่นปฏิเสธ...คุณหมายความว่ายังไง?”
ดวงหน้างามเอียงเป็เชิงคำถามคิลเลียนเหยียดปากอย่างหยามหยัน
“ใครบ้างล่ะที่ปฏิเสธคุณอย่างน้อยก็ผู้จัดการห้องอาหารในโรงแรมฟิฟท์ อะเวนิว คนหนึ่งล่ะ เพิร์ลลี่”
ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเขากำลังพูดถึงเนส ผู้จัดการหนุ่มที่เพิ่งยื่นซองขาวให้เธอเมื่อหัวค่ำหญิงสาวเม้มปากเข้าหากันด้วยความคับแค้นขณะกำหมัดแน่น
“คิลเลียน...ทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่แท้ก็เป็แผนของคุณใช่มั้ย...คุณบังคับให้ผู้จัดการห้องอาหารไล่ฉันออก”
“ผมทำได้ทุกอย่าง!”เขายอมรับขณะชี้นิ้วใส่หน้าหญิงสาวและะเิอารมณ์ออกมา“ผมจะทำให้คุณได้รู้ว่าอย่าได้มาท้าทายหรืออวดดีกับคนอย่างผมและนี่คือผลลัพธ์จากการที่คุณกล้ามาอวดดีกับคิลเลียน แม็คไพรด์!”
“ฉันจะฆ่าคุณ!”
มุกมารินลืมตัวไปชั่วขณะหญิงสาวปรี่เข้าไปทุบตามเนื้อตัวของเขาด้วยมือที่กำหมัดแน่น ร่างสูงไม่ได้รู้สึกเ็ปทว่าความพลุ่งพล่านทำให้ชายหนุ่มสกัดการโต้ตอบนั้นด้วยการรวบข้อมือบางพร้อมทั้งดึงเธอมาไว้ในอ้อมแขน
“คิลเลียน...ปล่อยฉัน...คุณมันร้ายกาจคุณมันปิศาจชัด ๆ !”
“ผมไม่ใช่คนเริ่มเื่นี้ก่อนคุณรู้ดี!”
นาวาอากาศเอกหนุ่มตะเบ็งเสียงใส่และทำให้ร่างเล็กบอบบางเงียบกริบดวงตาคู่นั้นกล้าแข็งราวกับมีไฟคุโชน
“อยากจะว่าอะไรผมก็ช่าง! แต่รู้ไว้ด้วยว่าผมต้องมาเสียเวลากับเื่บ้า ๆนี้เพราะไอ้บ้าที่ไหนก็ไม่รู้มันทำให้ว่าที่เ้าสาวของผมอยู่ในอาการโคม่าร์ผมต้องลางานมาแต่ไม่ได้ทำอะไรสักอย่างไม่ได้จัดงานแต่งแต่ต้องไปเฝ้าคู่หมั้นที่โรงพยาบาลแทน”
“แต่ฉันไม่รู้เื่นี้ฉันไม่รู้เื่คู่หมั้นของคุณ ทำไมคุณต้องแกล้งฉันคุณรู้มั้ยว่างานนั่นมันสำคัญกับฉันมากแค่ไหน”
“ก็แค่ไม่ได้ยั่วผู้ชาย! นักร้องอย่างคุณจะทำอะไรได้มากไปกว่านั้น”
“ฉันไม่ได้คิดอะไรอย่างที่คุณว่า...ไม่เคย!”มุกมารินเสียงแข็งแต่อีกฝ่ายกลับมองเธออย่างเหยียดหยาม
“พูดแทงใจดำล่ะสิท่าบอกมาดีกว่าว่าที่คุณไม่ยอมบอกเื่พี่ชายก็เพราะอยากต่อรองกับผม”
“ฉันจะไม่ต่อรองอะไรกับคุณทั้งนั้นและก็อย่าคิดว่าจะมาบีบบังคับฉันได้ บาร์ในนิวยอร์คมีเป็ร้อยเป็พันถึงไม่ได้ร้องเพลงที่ฟิฟท์ อะเวนิว ฉันก็จะไปสมัครที่อื่น”
“ไม่มีที่ไหนรับคุณหรอกเพิร์ลลี่”
คิลเลียนโน้มใบหน้าลงไปใกล้จนเธอรู้สึกถึงลมหายใจของเขาอยู่แค่คืบแขนแกร่งนั้นรัดแน่นจนอกนุ่มบดเบียดกับอกกว้างอย่างหลีกไม่พ้น
“นอกเสียจากว่าคุณจะรับข้อเสนอของผมยอมมารับใช้ผมในเพนท์ เฮ้าส์เป็เวลาหนึ่งสัปดาห์แลกกับเงินหนึ่งล้านดอลล่าห์ที่ผมจะให้คุณ”