ไปถึงลูกชายเ้าผุ้ครองรัฐเอเธน่าอย่างเลโอด้วย
เลโอเล่าไปพร้อมกับมีสีหน้าที่ซับเปลี่ยนไปมาหลายอารมณ์..ซึ่งดูเหมือนว่าเขาเองคงรับมือกับรีเซ่วัยเด็กมามากโข
“ฉันไม่อยากไปหาท่านลุง ก็ท่านลุงชอบดุ” เธอตอบเลี่ยงๆ
“ก็ต้องดุไหมละแกมันซนจนพ่อต้องปวดหัว” เลโอว่าเข้าให้
คำของเลโอนั้นทำเอาทุกคนต่างพาหัวเราะชอบใจ
“จะบอกให้นะแม่คุณหลานสุดที่รัก จริงๆพ่อฉันห่วงเธอมากกว่าลูกชายแบบฉันซะอีก อาจเพราะเธอเป็เด็กผู้หญิงแถมมีสติกมาตาด้วยจึงต้องห่วงเป็พิเศษเพราะเป็หลานสาวคนเดียว วันไหนฉันไม่อยู่ก็จะชอบแอบมาเล่นกับเธอประจำเพราะแม่บ้านประจำวังบอกมา”
“ ไม่เห็นจะจำได้ ก็ปกติท่านลุงชอบทำหน้าเก๊กครึมก็นึกว่าดุสิ”
“เอาหัวเป็ปประกันได้เลย”
เลโอพูดพร้อมกลอกตามองบนอย่างแอบหมั่นไส้คนเป็พ่อ เพราะั้แ่ที่รีเซ่มาอยู่ทีบ้านเขาดูจะเห่อหลานสาวคนนี้เป็พิเศษเอามากๆ
“แล้วแกต้องติดต่อที่วังก่อนไหมละ” เดเรสถามขึ้น
“ไม่ต้องหรอกเพราะปานนี้คงจัดขบวนรอแล้ว คงรู้ั้แ่เมื่อคืนแล้วละทันทีที่เราเหยียบเข้าเขตเอเธน่าพ่อก็คงรู้แล้ว”
และก็จริงดังเลโอคาด พอเข้าประตูเมืองก็มีราชรถและขบวนมารอรับอย่างยิ่งใหญ่เว่อวังอลังการ
“แวมไพร์นี้จัดอะไรยิ่งใหญ่เสมอเลยรึไง” ยูซีทแซว
เลโอก็แค่ขำๆ กับขำแซวของเพื่อนหนุ่ม
รัฐเอเธน่าเป็เมืองแห่งการท่องเที่ยวจึงไม่มีอะไรที่จะเล็กๆสำหรับที่นี้ และเพราะด้วยแวมไพร์เป็สิ่งที่ถือกำเนิดและอยู่มายาว นานมากกว่ามนุษย์จึงรักศักดิ์ศรีและถือยศถืออย่างมากเป็พิเศษ ทุกเทศกาลในเมืองนี้จึงจัดออกมาอย่างยิ่งใหญ่อลังการ รวมไปถึงการท่องเที่ยวทางธรรมชาติแบบตะลุยป่าปีนเขาก็เป็ที่นิยมมากเช่นกัน
ขบวนแห่ที่ยิ่งใหญ่นั้นทำให้เพื่อนๆต่างพากันตื่นเต้นเสียงโห่ร้องของประชาชนและการแสดงความเคารพจากทหารนับร้อยนายทำเอาทุกคนถึงกับอึ้ง กิมกี่ เพราะมันดูเข้มขลังและทรงอำนาจมาก แม้นแต่รัฐใหญ่ๆอย่างเซอุกม่าและไฟล์ของทวีปทัมบูร่าก็อาจจะมีความเข้มแข็งทางทหารได้ไม่เท่านี้ซึ่งนั้นทำให้ยูซีทและเดเรสต่างลงความเห็นกันว่าเขาอาจจะต้องกลับไปพัฒนากำลังทหารของเมืองเขาบ้าง แต่เซรอสกลับรสึกต่างกันเพราะเขาเคยเห็นมาตั้งเเต่เด็กๆ ส่วนทางด้านรีเซ่เธอก็มีสีหน้าเบื่อโลกเข้าไปทึกทีเพราะเธอมองว่ามันดูเว่อร์เกินไป
แค่กลับบ้านเท่านั้นเอง ต้องกัดพิธีอะไรใหญ่โตกันก็ไม่รู้
เลโอพาทุกคนเดินเข้าไปยังปราสาทอิสเธอร์วิลล์ปราสาทหลวงสไตล์โกธิคที่มีความสูง1,756ฟุตเหนือนน้ำทะเล มีอายุเก่าแก่กว่า 1,000 ปีนี้ตั้งอยู่บนหน้าผาสูง ตัวปราสาทยังมีสวนที่เต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้นานาพันธุ์ เลโอพาทุกคนเดินผ่าเข้ามายังบริเวณทางเดินหิน
“กว้างโคตร” เร็งกะอุทานเมื่อมองไปรอบๆ
“มีอาคารภายในรวมกัน 100 อาคาร มีห้องพัก 2,300 ห้อง มี 67 บันได มีบ้านกลางน้ำ 350 หลัง และ 5,210 ชิ้นเฟอร์นิเจอร์ที่ตกแต่งภายใน”
รีเซ่เอ่ยขึ้นเหมือนเป็เื่ธรรมดา แต่ดูท่าว่าเพื่อนๆของเธอจะรู้สึกว่ามันม่ธรรมดาเสียแล้ว
อะไรมันจะยิ่งใหญ่ขนาดนั้น!!
เลโอพาทุกคนเดินขึ้นบันไดวนจนมาถึงชั้นที่สามก็จะเจอกับประตูหินบานห่ เขาเคาะเพียงสองสามทีก่อนที่จะพลักมันเข้าไปอย่างง่ายดาย เบื้องหน้าของเขาคือ บาโร อัลคารัวร์ แวมไพร์รุ่นเดอะที่อายุอานามปาเข้าไป890ปีเศษ แต่ดวงหน้าคมเข้มนั้นก็ยังคงความอ่อนเยาว์ผิดกับอายุของเขาโดยสิ้นเชิง เรือนผมสีดำคลับนั้นยาวสยายถูกผูกด้วยเชือกไว้หลวมๆ ั์ตาสีดำนิลนั้นก็ดูทรงอำนาจแต่ก็แฝงไปด้วยความขี้เล่นอีก
าาแห่งแวมไพร์ซึ้งกำลังนั่งเท้าคางรออยู่ที่เก้าอี้หินกลางโถงโล่งกว้างนั้นมองมายังแขกที่ไม่ได้รับเชิญพร้อมกับยิ้มอย่างมีเล่ห์นัย บริเวณรอบซ้ายขวานั้นต่างมีทหารยืนเรียงเเถวเฝ้าอยู่มากมา บาโรยกมือปัดๆเป็การไล่ให้เหล่าทหารออกไป ทั้งหมดจึงย่อกายเคารพองค์ราชันก่อนที่จะถอยออกไปอย่างสุภาพ
“ว่าไงไอ้ลูกชายลมอะไรหอบแกมาถึงนี้”
บาโรยิ้มแยกเขี้ยวอย่างมีเล่ห์นัยเ้าลูกชายตัวดี ซึ่งคนเป็ลูกก็เพียงแค่โค้งหัวเป็การทำความเคารพเบาๆ
“รีเซ่หลานลุง!เรียนสนุกไหมลูก ไม่มีใครแกล้งหลานรักของลุงใช่ไหม..”
และอีกสารพัดคำพูดที่ไหลออกมาไม่หยุดหย่อนและท่าที่ที่ดูจะเอ็นดูเป็พิเศษทำเอาคนเป็หลานสาวยิ้มแห้งๆ
“ไม่มีคะ” รีเซ่ตอบ
สองมาตราฐานชัดๆ!!
“ว่าแต่ทำไมยกโขยงกันมาหมดละ ลูกแฝดของเ้าคริสโตเฟอร์ก็มาพ่อเป็ไงสบายดีนะ”
“ครับ”
ยูซีทเอ่ยย่างสุภาพ เขาไม่รู้จักบาโรหรอกแต่ที่แน่ๆบาโรรู้จักกับพ่อของเขา
“อ้าวเซรอสก็มาด้วยงั้นรึ ไม่เจอกันนานมากแค่ไหนแล้วเรา โตเป็หนุ่มหล่อเลย ฉันคงแก่ลงมากสินะ”
ราชันแห่งแวมไพร์เอามือมาลูบๆจับๆไปหน้าเหมือนจะตรวจหาร่องรอยของความชรา
“ั้แ่ซักห้าขวบครับ ท่านลุงยังดูหล่อเหลาเหมือนเดิม”
รีเซ่หันไปมองเซรอส เพราะเธอก็พึ่งรู้ว่าเซรอสเคยมาที่นี้ด้วย
“ไม่ได้ปิดเทอมหรอกเราแค่มาหาข้อมูลทำรายงานส่งใน่สถาบันปิดปรับปรุง และข้าจะมาเเจ้งเื่นี้ให้ท่านพ่อทราบด้วย”
ไม่ว่าเปล่าเลโอคว้ามือรีเซ่ยกขึ้นให้บาโรดู ส่วนอีกมือก็จับเซริวที่กำลังหลับอยู่บนหัวไหล่ของรีเซ่ลงมา เซริวสบตากับบาโร ั์ตาสีนิลนั้นเบิกกว้างขึ้น
“เซริว..สติกมาตา..ปรากฏแล้วงั้นรึ ไวกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก”
เลโอเล่าทุกอย่างให้ผู้เป็พ่อฟัง ทั้งเื่อัญมณีที่ถูกทำลายและถูก่ชิงไป การปะทะระหว่างเฮียวกับบิชาม่อนที่เป็ต้นเหตุให้ได้ปิดซ่อมปรับปรุงสถาบันจนพวกเขาต้องมีการบ้านกันกองโต และรวมไปถึงเื่สถานที่ปริศนาที่ถูกบันถึงเื่ราวต่างกันทั้งสาม และรวมถึงเื่เซริว
“อืมมมม….”
บาโรมีสีหน้าครุ่นคิด และดูท่าว่าจะคิดหนักเสียด้วย เพราะอัญมณีถูกชิงไปถึงสี่ชิ้นแถมเฮียวเองก็มีเป้าหมายชัดเจนคือพยามรีบฆ่าหลานสาวของเขาให้ไวที่สุด แสดงว่า การาดอฟในตอนนั้นเองก็คงยังไม่แข็งแรงมากนัก เเต่ก็ยังไม่มีอะไรเป็เครื่องยืนยันว่าตอนนี้จะเหมือนครั้งที่ผ่านมาหรือเปล่าเพราะเท่านี้เลโอเล่ามาหลังจากนั้นกลุ่มของเฮียวก็ไม่บุกมาอีก
แสดงว่าคงเตรียมทำอะไรบางอย่างอยู่
อะไรบางอย่างที่ดูไม่น่าไว้ใจและคงไม่ปลอดภัยสำหรับหลานสาวคนเดียวของเขา
เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังออกมาจากจอมราชัยแห่งความมืด รีเซ่มองคนเป็ลุงอย่างสงสัย
“เอาเป็ว่า ตอนนี้ดูท่าพวกนั้นมันคงยังไม่คลื่อนไหวอะไรหรอก อาจจะคอยดูทีท่าเราไปก่อนเพราะแพ้ราบคาบเลยนี้..เฮียวคงประเมินบิชาม่อนน้อยเกินไป..ยังไงซะ่นี้ก็เก็บข้อมูลทำการบ้านกันก่อนก็แล้วกัน”
“ครับ/คะ”
ทุกคนขานรับ ซึ่งบาโรยิ้ม และดูจะยิ้มเป็พิเศษให้กับสาวน้อยอีกคนที่ยืนอยู่ข้างเลโอ
ยืนอยู่ไม่ห่างขนาดนี้ ไอ้ลูกบ้ามันคงถูกใจแม่หนูนางฟ้าน้อย
ไปสู่ขอเลยดีไหมนะ
บาโรคิดไปขำไปจนจนเด็กๆล้วนดูสับสนกับอารมณ์แปรปรวนของคนตรงหน้า
“เอาเป็ว่าไปพักผ่อนกันก่อนเถอะะพรุ่งนี้จะออกไปสำรวจถ้ำกันใช่ไหม เดี๋ยวข้าจะเตรียมของจำเป็ไว้ให้ก็แล้วกัน อ๋อ!แล้วก็อย่าพึ่งรีบกลับกันละอยู่ต่ออีกสักวันสองวันก่อนนะเพราะที่นี่กำลังจะมีเทศกาลใหญ่พอดี..รีเซ่ลุงฝากหลานให้พาเพื่อนๆไปหาห้องพักด้วยนะลูก หรือจะไปพักที่บ้านกลางน้ำของหนูก็ได้”
“ให้ไปพักกับหนูสะดวกกว่าคะ”
บาโรพยักหน้ารับทุกคนย่อกายทำความเคารพอีกครั้งก่อนที่จะหันหลังเพื่อที่จะเดินออกไป แต่ก็มีเสียงเรียกไว้ก่อน
“เลโอกับเซรอสอยู่ก่อนนะ ขอคุยเป็การส่วนตัวหน่อย”
บาโรเรียกเลโอกับเซรอสไว้ก่อนให้คุยเป๋นการส่วนตัว รีเซ่มองอย่างชั่งใจ เธอกำลังสงสัยว่าท่านลุงเรียกเซรอสด้วยทำไม
มีอะไรกันน่นะ?!
“อาการเป็อย่างไรบ้างเซรอส”
“ปกติดีครับท่านลุงเพื่อนข้าพอจะสกัดยาต้านพิษให้ได้และมันมีจำนวนมากอยู่พอสมควรและถ้าเบียคโกะถูกปลดปล่อยเมื่อไหร่ก็คงใช้พลังเพื่อขับพิษได้ เเต่คำสาปนั้นผมไม่แน่ใจ และไม่ได้หวังไว้ ผมหวังเพียงเเค่มีความสุขเเละให้เธอคนนั้นมีความสุข เท่านั้น..”
เลโอหันไปมองหน้าเซรอสเหมือนมีคำถาม คิ้วและดวงหย้านิ่งนั้นเริ่มฉายแววไม่ค่อพอใจปนสงสัย
มันมีอะไรแต่ไม่เคยบอก
ถึงบอกมันก็บอกไม่หมด
พวกนิสัยเสีย!!
“แกอย่ามาทำหน้าเหมือนจะดูดเืฉัน กำลังจะขอโทษอยู่นี้ไง”
“เล่า มา เลย” เลโอพูดเน้นย้ำอย่างชัดเจน
“เซรอสคือเด็กที่เป็ผู้มีพันธะกับเบียคโกะแต่กำเนิดและผู้มีพันธะกับเบียคโกะนั้นจะเรียกได้ว่าเป็มือความของผู้มีสติกมาตาก็ว่าได้แต่ทว่าในทางกลับกันเพราะความพิเศษนั้นการาดอฟถึงต้องรีบเอาตัวเขาไป เพราะเซรอสจะมีส่วนในการช่วยเหลือผู้มีตราสติกมาตาอย่างมาก”
“ที่นายเข้าหารีเซ่เพราะ้าถอนคำสาปรึเปล่า “ เลโอถามอย่างแครงใจ
”เปล่าเลย จริงๆฉันเจอรีเซ่มาก่อนตอนมาที่นี้พร้อมกับพ่อเมื่อตอนเด็กๆ ตอนนั้นฉันเห็นนายกับเด็กผู้หญิงตัวเล็กคนนึงซึ่งคือรีเซ่นั้นละ แล้วก็มาเจออีกทีตอนเรียนบิชาม่อนเพราะการาดอฟส่งมาตั้งใจให้เป็ซึ่งครั้งนี้ฉันเลี่ยงไม่เพราะมันตั้งใจจะโจมตีเมืองฉันก่อนเป็อันดับแรก”
“โอ้ยเลโอลูกคิดมากไป เซรอสคงเป็คนสุดท้ายบนโลกนี้แล้วที่คิดจะทำร้ายหลานข้าเพราะไอ้เ้าแพททริกพ่อของเซรอสนี้แทบจะมาสู่ขอ กันตั้งเเต่ได้แค่ห้าหกขวบด้วยซ้ำมั้ง เพราะลูกชายมันเอาเเต่พูดถึงแต่หลานข้า เป็รักแรกและคงรักเดียวสำหรับเด็กน้อยคนนี้ เเต่การาดอฟก็พรากความสุขไปด้วยการสาปและวางยาพิษในร่างกายไว้ถ้าคิดจะเข้าร่วมาหรือทรยศยาพิษที่ถูกควบคุมด้วยพลังเวทย์ก็จะทำงานค่อยๆกัดกิน หนักสุดก็จะถูกคำสาปกลืนกิน และข้ารู้นะว่าเ้าชอบแอบหนีกลับมาบ้านถูกไหมเซรอส สิ่งที่แลกมามันเสี่ยงมากนักกับการเอาชีวิตมาแลกถ้าไม่ติดว่าเ้ามียาดีคงทนไม่ได้ถึงขนาดนี้” บาโรเอ่ยอย่างหนักใจ
“การเข้าร่วมและทรยศคืออะไร?” เลโอถาม
“ฉันคือเงาของเฮียว เป็เฮียวที่ไม่มีลำดับหมายเลข แต่ฉันก็ไม่เคยเข้าร่วมแผนใดๆของการาดอฟเลยสักครั้ง และยอมถูกขังให้อยูแต่ในคุก ยอมให้ถูกทรมาน มันดีซะกว่าที่จะทรยศแผ่นดิน หรือปองร้ายเธอ”
เซรอสพูดพร้อมกับถอดเสื้อให้เห็นแผลเป็ที่ด้านหลังที่เต็มไปด้านรอยเฆี่ยนตีและรอยไฟลวกกับแผลอื่นๆที่ได้รับจากการถูกทรมานอีกมากมาย เเละเ้าตัวก็ลูบแขนตัวเองเพื่อปลดมนต์พรางตาทำให้เลโอเห็นถึงรอยเฆี่ยนตีตามแขนทั้งสองข้างเช่นเดียวกัน
“เื่พิษ แกจะเอายังไง?”
“เพื่อนของฉันทำยาต้านพิษมาให้ซึ่งมันมากพอที่จะอยู่ได้นานพอสมควร อาจจะพอจนถึงจบานี้ด้วยซ้ำ แต่เื่คำสาปฉันไม่รู้ว่าจะถอนได้ไหม ถ้าหาวันใดที่มันถึงจุดสุดท้ายฉันอาจจะต้องฝากรีเซ่ไว้กับนายอีกครั้ง”
“ปากแกมันเสีย ฉันเลิกรับฝากนานแล้ว”
เลโอปฏิเสธแต่เซรอสกลับยิ้มเขารู้ว่าเลโอหมายถึงอะไร
“รู้หรือเปล่าว่าน้ำตาและจุมพิษจากผู้มีแผลเป็ศักดิ์สิทธิ์อย่างสติกมาตานั้นสามารถชุบีวิตคนได้นะ “
บาโรเอ่ยปนแซวซึ่งนั้นก็ทเอาชายหนุ่มหน้าแดงนิดๆแต่บาโรยังไม่หยุดแซว
“ข้ารู้จ้าคิดอย่างไรกับหลานข้าและนางเองก็คงไม่ต่างกันเพราะข้าเห็นสายตาของเ้าสองคนเมื่อเดินมา นั้นเป็เครื่องยืนยันอย่างดี”
เซรอสขำเล็กน้อยซึ่งเลโอก็ขำไม่ต่างกันแต่คราวนี้บาโรหันมาหาลูกชายบ้างทำเอาเ้าตัวเื่หน้าตึงเครียดเพราะไม่รู้ว่าพ่อเขาจะทำอะไร แม้นจะเป็ถึงาาแวมไพร์ที่ดูเข้มงวดแต่บาโร อัลคารัวร์ก็มีมุมที่ขี้แกล้งไม่แพ้กัน
“ส่วนเ้า แม่นางฟ้าน้อยนั้น..ก็ดูน่ารักดีให้พ่อไปสู่ขอกับเบื้องบนให้เอาไหมละ โอริวคงไม่ว่าอะไรเท่าไหร่หรอก” บาโรใช้มีลูบคางพร้อมส่งสายตาเ้าเล่ห์ไปหาลูกชาย
รู้ดี!
เื่หูไวตาไวนี้คงต้องยกให้พ่อของเขา!!
“ท่านพ่อ!”
เสียงเข้มๆนั้นดังมาจากเลโอ คนเป็พ่อขำดังสนันอย่างสะใจ เพราะได้แกล้งทั้งหลานทั้งลูก
สบายใจ!!
“ว่าแต่ทำไม่โอริวถึงไม่ช่วยเราหรือเหล่าจตุรเทพละครับท่านลุง ทำไมถึงปล่อยให้การาดอฟบุกเข้ามา แถมสี่จตุรเทพก็ยังถูกผนึกพลังไปตั้งสองในสี่อีกด้วย" เซรอสถาม
“ตามกฏ์มหาเทพอย่างโอริวจำเป็ต้องจำศีล บำเพ็ญภาวนา เพื่อเพิ่มบารมีและคงจะเป็แบบนี้ไปอีกราว100ปี เพราะโอริวจะเข้าจำศีลทุกๆ500ปีและจะอยู่ช่วยเหลือเหล่ามนุษย์ไปอีก1000ปีในระหว่งที่โอริวจำศีลสี่จตุรเทพจะต้องเป็เสาหลัก ให้มวลมยุษย์ แต่ครั้งนี้การาดอฟดันมาใน่ที่โอริวจำศีลพอดีทุกอย่างถึงวุ่นวาย ก่อนที่โอริวจะเข้า่จำศีลก็เลยแบ่งพลังให้พวกมนุษย์นั้นแหละอย่างน้อยๆก็ใช้เป็สิ่งในการช่วยเหลือตัวเองกันได้บ้าง”
สีหน้าของเด็กหนุ่มทั้งสองดูครุ่นคิด เลโอแม้นจะอยู่มาเป็สองร้อยปีแตาฝ่สำหรับบาโรลูกชายเขายังอ่อนเื่การามากพอควร แถมเขาก็ไม่เคยเล่าเื่พวกนี้ให้ลูกฟังด้วย แต่เซรอสนั้นดูท่าจะเป็ห่วงแม่หลานสาวของเขาเสียมากกว่า
“เอาละหนุ่มๆไปพักผ่อนกันได้แล้วพรุ่งนี้คงต้องเดินทางกันอีก ส่วนเื่พวกผู้ใหญ่หัวโบราณที่จะพยามกักตัวรีเซ่อีกครั้งเดี๋ยวข้าจะเป็คนจัดการเอง ไปเที่ยวกันให้สนุกเถอะ”
เลโอส่ายหัวอย่างเหนื่อยอ่อนเพราะเขาก็คิดไว้อยู่แล้วว่าถ้ากลับมาคงไม่พ้นเื่นี้ แต่ก่อนที่จะไปบาโรก็พูดกับลูกชายอีกครั้ง
“ อย่าลืมดูแลน้องให้ดีนะ”
เลโอพยักหน้ารับ
“และส่วนเ้าเซรอส ยังไงก็อยากให้ข้าก็อยากให้เ้ามีความสุข ใช้ทุกวินาทีที่มีอยู่ให้มีค่า”
“ท่านลุง…แค่มีเธอข้าก็มีความสุขอยู่แล้วครับ”
บาโรหัวเราะออกมาอย่างชอบใจกับว่าที่หลานเขย
“อ๋อ แล้วอีกอย่างถ้ำอโครโพลิสนั้นอยู่ในป่าอังคาราน่า ป่านี้เป็ป่าที่ถ้าคนพิเศษที่มีพลังเข้าไปมันจะดูดซับพลังงานทั้งหมดไว้ เพราะฉะนั้นการเดินทางครั้งนี้ต้องระวัง เพราะอาจะใช้พลังเวทย์ไม่ได้ชัวร์แบบชั่วคราว พวกเ้าต้องอาศัยความพยามกันหน่อยนการเดินทาง ข้าจะเตรียมอุปกรณ์จำเป็ไว้ให้อย่างพอเพียงกันทุกคน”
ทั้งสองคู่ทำความเคารพบาโรก่อนจะเดินออกไป และระหว่างทางเดินไปบ้านพักกลางน้ำของรีเซ่ เลโอก็เปิดปะเด็นกับเซรอส
“หวังว่าฉันจะไม่ได้เลือกผิดนะ และหวังว่านายจะไม่ทำให้รีเซ่ต้องเสียใจเพราะไม่อย่างนั้นต่อให้นายจะไปอยู่นรกขุมไหนฉันก็จะตามล่าให้จนได้”
เลโอขู่แต่เซรอสเพียงส่ายหน้าเเล้วตอบไป
“ฉันไม่ได้สนใจว่าจะตายเพราะพิษหรือคำสาปงี่เง่าพวกนั้น สิ่งที่สำคัญคือเธอ และแน่นอนว่านายไม่ได้เลือกผิด สาบานด้วยชีวิตและจิติญญาฉันไม่มีวันทำให้รีเซ่ต้องเสียใจ…ยังไงก็ไม่มีวัน”
เช้ารุ่งขึ้นทุกคนต่างเตรียมเดินทางกันแต่เช้ามืดเพราะถ้ำอโครโพลิสนั้นอยู่ไกลจากตัวเมืองเอเธน่าพอควร
พอรีเซ่รู้ว่าถ้ำอยู่ในป่าอังราคาน่าเธอก็หน้าถอดสีทันที แน่ละที่นั้นชันจะตายไป เธอเคยไปแค่หนเดียวตอนเลโอพาไปฝึกตอนเด็กๆแต่ไม่ได้ไปถึงถ้ำนั้น
“เธอนะไม่ต้องไปก็ได้นะเพราะร่างกายไม่ได้ถึกทนทานแบบรีเซ่ ขนาดมันยังหมดสภาพมาเเล้ว” เลโอเตือนคนตัวเล็กที่อยู่ข้างๆเขา
“ฉันจะไป มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”
คำยืนกรานนั้นทำเอาเลโอถอนหายใจ
เื่ดื้อเป็ที่หนึ่ง
“งั้นถือว่าฉันเตือนแล้วก็ละกัน” เลโอพูดก่อนจะมองยูนะด้วยสายที่เรียบเฉย
ใบหน้าที่เหมือนไม่รู้สึกอะไรที่เธอไม่เคยชอบ
“ให้นางไปเถอะ แกมันจะหวงอะไรขนาดนั้น ให้นางไปเรียนรู้ภูมิประเทศบ้านเราบ้างเผื่อนาคตจะได้มาอยู่ที่นี้”
เสียงของบาโรที่เดินมาจากด้านหลังนั้นทำเอาสาวเ้าหน้าแดงส่วนเลโอก็ถอนหายใจ
“พ่อว่างถึงขนาดมากวนพวกข้ารึไง กลับไปทำงานเลย”
คนเป็ลูกไล่พ่อตัวเองไปซึ่งบาโรก็หัวเราะชอบใจแล้วเดินจากไป
ทั้งหมดแพ็คของจำเป็ใส่แคปซูลเก็บของโดยสิ่งที่ต้องเตรียมไปคือถุงกันน้ำเสื้อผ้าสบายๆที่ไม่ต้องแพงหรือหรูหรา รองเท้าเดินป่าสบายๆสักคู่กับขนมน้ำหวานน้ำเปล่าของกินที่พอประทังชีวิตระหว่างทางได้
ทั้งหมดเดินทางออกจากตัวเมืองมาไกลราว200กิโลเมตรก็ถึงป่าอังราคาน่า
“การเดินป่าครั้งนี้ เราต้องเดินผ่านป่าดิบชื้นและหุบเหวต่างๆและต้องลงน้ำผ่านน้ำตก จึงต้องใส่ชูชีพไปเลยนะ”
เลโอบอกซึ่งทุกคนก็จัดแจงนำเสื้อชูชีพของเอเธน่ามาใส่ทันทีและเมื่อเดินขึ้นเขาไปประมาณ10กิโล เมตรได้ก็จะต้องเดินลงกันอีกประมาณ5กิโลเมตร แต่ทางลงนั้นค่อนข้างที่จะลาดชัน อาจจะจัดว่าชันมากด้วยซ้ำเพราะดิ่งลงอย่างเดียวจนสองสาวถึงกับขาสั่น ทั้งลาดลงทั้งปีนนก้อนหินลง ทางค่อนข้างลำบากสำหรับคนตัวเล็กๆอย่างพวกเธอ
ขาไปไม่เท่าไหร่ขากลับนสิปัญหา
จะปีนขึ้นยังไง!?
สองสาวคิดไปพรางก็ค่อยๆพากันปีลงโดนมีเพื่อนๆค่อยดูและช่วยตลอดทาง หลังจากไต่ลงมาจนถึงด้านล่างพวกเธอก็เจอน้ำตกเล็กๆเลโอจึงให้ทุกคนนั่งพักกันตรงนี้่ครู่ ยูนะถึงกับปาดเหงื่อด้วยความเหนื่อยอ่อน ขาเธอล้าไปหมด เธอไม่คิดว่าทางมันจะโหดขนาดนี้
“ไหวไหม?”
เลโอถามแต่ก็ไม่มีคำตอบจากปากของยูนะ เพราะดูท่าจะเหนื่อยมากจริงๆ ใจจริงๆเขาไม่อยากให้เธอมาด้วยซ้ำเพราะรู้ว่าร่างกายเธอมันไม่ได้แข็งแกร่งขนาดรีเซ่ เเถมขนาดรีเซ่ที่ว่าแกร่งมันก็ยังถึงกับขาสั่นยูนะคงไม่น่าไหว
ยูนะได้แต่สบัดหน้าหนีร่างสูง เเล้วดื่มน้ำในขวดเล็กน้อย ดีที่ขวดน้ำนี้เป็ขวดน้ำชนิดพิเศษที่ทางเอเธน่าผลิตจึงกักเก็บความเย็นได้นานมาก ขวดเล็กแตบรรจุได้เยอะและมีน้ำหนักที่เบา เเค่จิบเล็กน้อยความเย็นก็ทำให้คลายความเหนื่อยล้าได้ เเล้วเสียงโดดดังตู้มก็ดังตามมา เลโอและยูนะหันไปมองก็เห็น รีเซ่โดดน้ำลงไปแช่เล่นอย่างสบายใจเสียแล้ว
“เล่นมากเดี๋ยวก็ไม่มีแรงค่อยดู” เซรอสดุเธอ
“ไม่เห็นเป็ไรเลย แช่น้ำเล่นให้ชื้นใจหน่อยจะเป็ไรไป”
สองแฝดไม่ว่าเปล่าพร้อมใจกันโดดลงน้ำตามรีเซ่ไป ซึ่งนั้นทำเอาเร็งกะและเซรอสถึงกับถอนหายใจ ยูนะที่เห็นภาพเ่าั้ก็เผลอหัวเราะออกมา แต่ก็ขำได้ไม่นานเพราะถูกคนตัวสูงพลักเธอลงน้ำซึ่งเป็เพียงน้ำตื้นๆ
ั์ตาสีเขียวมรกตนั้นฉายแววไม่พอใจ แต่ก่อนที่จะโวยวายก็เห็นพวกเพื่อนๆหันหัวเราะเธอจึงหัวเราะตามอย่างอารมณ์ดี
ฝากไว้ก่อนเถอะอีตาแวมไพร์บ้า
ยูนะคาดโทษคนตัวโตไว้ก่อน
พักกันได้ชั่วครู่ก็เดินทางกันต่อไม่นานนักก็ไปถึงปากถ้ำการเดินเข้าถ้ำนั้นต้องเดินเรียบทางหินแคบๆริมผาไป ซึ่งนับว่าอันตรายมาก พอควรและก็ต้องเดินข้ามทางน้ำกันต่อเพื่อข้ามไปฝั่ตรงข้ามและปีนขึ้นไปอีกนิดหน่อยจึงถึงปากถ้ำ
เมื่อเดินเข้ามาในถ้ำก็พบกับโถงใหญ่และทางลงซึ่งเป็ถ้ำน้ำ แน่นอนว่าชูชีพมีประโยชน์ในตอนนี้ และไฟฉายคาดหัวชนิดพิเศษที่ทางเอเธน่าผลิตก็ถูกแจกจ่ายกันก่อนที่จะลงน้ำ ทุกคนต้องว่ายน้ำกันแบบทวนกระเเสเพราะน้ำไหลออกปากน้ำ เมื่อว่ายเข้าถ้ำซักประมาณ 80 เมตรทั้งหมดก็พากันทะยอยปีนขึ้นต่อ ไป้ากระเเสน้ำด้านในนี้ค่อนข้างแร งเซรอสเเละเลโอเป็สองคนแรงที่ปีนขึ้นไปก่อนเล้วจึงดึงสองสาวตามขึ้นไปก่อนที่จะดึงเพื่อนๆที่เหลือตาม ซึ่งต้องผ่านการว่ายน้ำและปีนอีกสองสามครั้งกว่าจะถึงเส้นทางสุดท้ายซึ่งก็คือทางน้ำแข็ง ตรงด้านหน้าของทุกคนในตอนนี้บ่อน้ำผุดที่มีน้ำสีฟ้าใส ทุกคนต้องถอดชูชีพออกและเก็บลงแคปซูลเก็บของเพราะคราวนี้พวกเขาต้องดำน้ำไป
รีเซ่ลองเอาขาแตะที่น้ำในบ่อ เธอถึงกับรีบชักขาขึ้น เพราะว่ามันเย็นเฉียบ เย็นจับใจ
“เราต้องดำน้ำขึ้นไปสัก3นาทีจึงจะถึงจุดหมาย มีใครดำน้ำได้น้อยกว่า3นาทีบ้าง?” เลโอถามขึ้น
“ฉันกับยูซีท5นาที” เดเรสตอบ
“ของฉัน6”เซรอสตอบ
“ฉันก็6”เร็งกะตอบเป็คนสุดท้าย
คราวนี้ทุกคนหันไปทางสองสาว ซึ่งกำลังรีเซ่ยืนยิ้มแห้งๆอยู่
“ว่าไง?” เซรอสถามเธอ
“2นาทีนิดๆ” เธอตอบแบบสลด
ส่วนยูนะเริ่มทำหน้าไม่แน่ใจ เธอดูจะหนักที่สุดเพราะว่ายน้ำไม่เป็ เลโอเอาถังออกซิเจนขนาดเล็กที่มีขนาดประมาณสี่นิ้วครึ่งขึ้นมาสองอันให้รีเซ่กับยูนะ คนละอัน เพราะจะได้หมดปัญหาเื่การหมดลมหายใจในน้ำ
“ถังออกซิเจนขนาดพิเศษ บรรจุออกซิเจนไว้พอเพียงในการดำน้ำถึง10นาที หมดปัญหาสำหรับพวกดำน้ำไม่แข็ง และ ว่าย น้ำ ไม่ เป็”
เลโอเน้นคำสุดท้ายและก็เห็นยูนะที่ทำหน้ายุ่งๆใส่เขาเพราะดูท่าคุณเธอจะหัวเสียไม่น้อย
“หรือว่าเธอจะรออยู่ที่นี้ก็ได้นะ” เลโอพูดเย้า
ยูนะสะบัดหน้าหนีด้วยความขัดใจก่อนที่จะเดินไปเกาะแขนเร็งกะแทน
“ฉันไปกับนายดีกว่า” ยูนะพูดขึ้นซึ่งเร็งกะก็แค่เพียงหัวเราะ
“ฉันไม่มีปัญหาอะไรหรอก เเต่ก็กลัวท่านเ้าของบ้านจะปะาเหมือนกัน “
เเต่เลโอก็พยักหน้าให้เร็งกะพาเธอไปด้วยนั้นแหละ เลโอเป็คนนำไป ก่อนเป็คนแรก แล้วจึงเป็เดเรสและยูซีทไปเป็คู่ที่สอง ตามด้วยเร็งกะและยูนะ แล้วจึงปิดท้ายที่เซรอสและรีเซ่
“ถ้าอกซิเจนจะหมดให้รีบบอกนะ”
“ทำไมฉันต้องบอกนาย?”
“จะแบ่งออกซิเจนให้”
คนตัวโตกว่าพูดพรางยื่นหน้าเข้ามาใกล้ คนตัวเล็กก็หน้าแดงแปร๊ด
“ไอ้บ้า!!!”
รีเซ่ด่าเขาแล้วรีบโดดลงน้ำไป เซรอสหัวเราะแล้วจึงโดดน้ำตามไป ยิ่งใกล้ทางออกก็ยิ่งรู้สึกเย็น ความหนาวเย็นนั้นเริ่มกระทบเข้าจนถึงกระดูก รีเซ่ที่ตั้งท่าจะหมดแรงกลั้นหายใจก็เอาถังออกซิเจนออกมาบิดเเล้วดึงออกมาก็มีท่ออากาศที่เป็แท่งเล็กๆอยู่ตรงกลาง เธอใช้ปากงับท่อเล็กๆนั้นไว้จึงหายใจต่อได้ เเต่ความหนาวเย็นก็ยังคงทำให้การเคลื่อนไหวของเธอช้าอยู่ดี เซรอสที่ว่ายอยู่ข้างๆจึงรั้งเอวบางเข้ามาใกล้เเล้วพาว่ายขึ้นไป้า เมื่อโผล่พ้นน้ำรีเซ่ก็เห็นเพื่อนๆที่รออยู่ก่อนแล้ว ทุกคนมีผ้านาโยกันหนาวคลุมอยู่ยกเว้นเเค่เลโอที่ดูเหมือนจะไม่ได้รู้สึกรู้สาถึงความเย็น เซรอสดันรีเซ่ไปโดยให้เดเรสดึงขึ้นไปก่อน ก่อนที่จะดึงเซรอสตามขึ้นไป ทันทีที่ขึ้นมาร่างบางก็ััได้ถึงความหนาวเย็นชนิดที่เรียกว่าถึงขั้วหัวใจ เย็นจนเข้าไปถึงกระดูกกระดูก
เซรอสที่รับผ้านาโนมาจากเดเรสจึงเดินข้าไปแล้วห่มให้รีเซ่ เธอรีบม้วนผ้าเข้าเสมอตัวในทันที เืในกายที่มีเพียเศษเสี้ยวของแวมไพร์ดูจะไม่ช่วยเธอในเื่ความหนาวเลยซักนิด ผิดกับเลโอที่ไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย เซรอสขำที่คนตัวเล็กดูจะขี้หนาวเป็พิเศษ รอบๆตัวของทุกคนตอนนี้คือห้องโถงกว้างพื้นที่โยรอบเป็ถ้ำน้ำแข็งทั้งหมด มีหินย้อยที่เป็น้ำแข็งอยู่ทั่วบริเวณและมีเสาน้ำแข็งขนาดใหญ่อยู่กลางถ้ำ พร้อมกับต้นไม้ที่มีใบเป็สีทองอยู่ไม่ไกลกัน ต้นไม้ั์นั้นถูกหุมด้วยเกล็ดน้ำแข็ง ที่คล้ายแม่คะนิ้ง มีพลังงาน ไอเย็นและควันเย็นระเหยออกมาจากต้นไม้ตลอดเวลาทำให้ดูน่าพิศวงยิ่งนัก
“ว้าวววว”รีเซ่ร้ออทานอย่างตื่นเต้น
“ บอกเเล้วก็ไม่เชื่อ” เลโอกัดเข้าให้
“ก็ฉันไม่รู้เยอะเท่าคนแก่นี้นา”
คนปากมอม ในที่สุดก็โดนเลโอเขกมะเหงกเข้าให้
“ฉันจะไปฟ้องท่านลุง”
“ ก็ลองดู ถ้าเธอฟ้อง ฉันจะไม่ช่วยอะไรถ้าเซรอสมันจะแกล้งแก แล้วจะเปิดทางให้ด้วย”
แม่ตัวเเสบถึงกับหุบปากทันที รอบๆนั้นเป็ผลึกน้ำแข็งและแท่งน้ำแข็ง ดูสวยงามตระการตา โดยเฉพาะต้นไม้สีทองที่ถูกปกครองด้วยเกล็ดน้ำแข็ง นั้นก้ช่างดึดูดความสนใจจากรีเซ่ไม่น้อย ไอสีทองค่อยๆส่องสว่าง เลโอและรีเซ่คุกเข่าลง ตามสัญชาตญาณ แสงสว่างนั้นช่างอบอุ่นทั้งๆที่อยู่ท่ามกลางถ้ำน้ำแข็ง อบอุ่นจนพวกเดเรสรู้สึกไปด้วยว่าที่นี้อาจะเป็ที่สำหรับแวมไพร์จริงๆก็ได้
ในนิมิตของรีเซ่ระหว่างที่หลับตาลงนั้นเธอเห็นัสีทอง ซึ่งต่างจากเซริว ัสีทองตัวนี้ดูสูงศักดิ์และทรงอำนาจและมากไปด้วยบารมี
“ท่านใช่โอริวหรือไม่”
“ใช่ข้าคือโอริวและตอนนี้ข้า้าให้เ้าช่วย”
“ช่วยอะไรคะ” รีเซ่ถาม
“ปลดปล่อยเบียคโกะจากการถูกผนึกพลัง และผู้มีพันธะสัญญาแห่งเบียคโกะนั้นจะเป็กำลังสำคัญแห่งเ้าเด็กน้อย”
เบียคโกะ…
เซรอส!!!
รีเซ่บังเอิญนึกขึ้นได้ว่าเบียคโกะอยู่กับเซรอส เเต่ทว่าเขากลับไม่ยอมบอกอะไรเธอเลย
มันน่าโมโหนัก!!
มันน่าอัดสักหมัดสองหมัด!!
“เด็กน้อย ชายหนุ่มผู้นั้นไม่ใช่คนที่ไม่หวังดีกับเ้า ไม่ทางและไม่มีวันจะเป็ แต่ เขาคือคนที่น่าสงสารที่สุดเพราะการาดอฟ่ชิงทกสิ่งไปจากเขา”
“แล้วทำไมท่านถึงไม่มาช่วยเรา”
“ตามกฏของ์ ทุกๆ500ปีข้าจะต้องจำศีลเพื่อบำเพ็ญตะบะ เมื่อนั้นการดูแลทุกอย่างจะอยู่ที่สี่จตุรเทพ แต่การาดอฟกลับใช้จังหวะนั้นในโจมตีโลก ปลอดปล่อยเบียคโกะซะเด็กน้อย แล้วสองจตุรเทพกับสองผู้รักษาพันธะจะเดินทางมาเพื่อช่วยเ้า”
“แล้วฉันสามารถช่วยเซรอสได้ไหมคะ”
โอริวหัวเราะกับคำถามของเธอ
“เ้าเก่งเด็กน้อย รู้ว่าเขามีปัญหาทั้งๆที่ยังไม่ได้บอกด้วยซ้ำ”
“ฉันแค่รู้สึกว่าเซรอสมีปัญหาอะไรบางอย่าง เพราะสังเกตุเห็นั้แ่กลับมาจากการหาอัญมณี ชิ้นสุดท้าย หมอนั้นก็มียาที่ต้องกินเสมอ ซึ่งเขาจะแอบกินเวลาที่ทุกคนไม่เห็น”
“ถึงเวลาที่ข้าต้องกลับไปแล้ว และจงรีบปลดดปล่อยเบียคโกะซะ ทางออกจะอยู่ที่ป่าพรีเพียดเด็กน้อย และจงจำไว้น้ำตาและจุมพิษจากผู้มีรอยแผลศักดิ์สิทธิ์จะช่วยรักษาและฟื้นคืนชีวิตได้”
รีเซ่ลืมตาขึ้นมาก็เห็นเลโอนั่งมองเธออยู่
“ทำไมถึงนั่งนานนัก เธอเห็นอะไรรึไง”
“เห็นโอริว”
“ห๊าาาา!!!”
ทุกคนดูใ
“แล้วโอริวบอกอะไรบ้าง” เร็งกะถามขึ้น
“ก็หลายอย่างอย่างไว้กลับไปเราค่อยคุยกัน ส่วนายเซรอส ฉันจะขอคุยกับนาย เป็ การ ส่วน ตัว”
เซรอสมีสีหน้าไม่สู้ดีนักกับประโยคท้ายของเธอ เลโอขำ ขึ้นมาอย่างสะใจ เพราะดูท่าความลับคงจะแตกเสียแล้ว
ตลอดทางรีเซ่ไม่คุยกับเซรอสเลย เซรอสพยามอย่างมากแต่เ้าหล่อนกลับเมินเขา เลโอหัวเราะขึ้นมาพวกเพื่อนๆก็เช่นกัน เพราะงานนี้ดูท่าเซรอสจะซวยของจริงแล้ว
หลังจากกลับมารีเซ่ก็อธิบายถึงสิ่งที่เธอเห็นในนิมิตให้ทุกคนฟัง เร็งกะเป็คนจดรายละเอียดคราวๆให้ มีการถกเถียงกันเื่เทพอสูรอีกสองคน และป่าพรีเพียดมีอะไร กันแน่ เเต่รีเซ่ก็หยุดลงแค่นี้ก่อนที่จะลุกขึ้น สายตามองฉับไปที่เซรอสทำเอาเ้าตัวและคนรอบข้างเสียวสันหลังวาบ
รีเซ่เดินฉับๆออกไปก่อนอย่างหัวเสีย เซรอสหันมองเพื่อน แต่ทุกคนโบกมือลาให้เขาเพราะไม่มีใครกล้ายุ่งเวลาที่แม่คุณกำลังอารมรณ์ไม่สุดขีด