ย้อนกลับไปสมัยตอนที่ฉันเรียนอยู่ชั้นประถมฉันเรียนอยู่ที่โรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในจังหวัดทางภาคกลางตะวันตกฉันไม่ได้อยู่กับพ่อแม่นะเพราะพวกเขาทำงานอยู่ในกรุงเทพและก็ฝากฉันไว้กับยายและส่งฉันให้เรียนที่นี่
ในเช้าวันเสาร์ของปีใดสักปีหนึ่งที่ฉันเรียนอยู่ป.3ลุงกับป้าของฉันญาติผู้ใหญ่และเพื่อนๆของลุงอีกประมาณสี่ถึงห้าคนมารวมตัวกันที่บ้านเพื่อที่ช่วยกันย้ายข้าวของจากบ้านยายไปยังบ้านไปของเขาในวันนั้นฉันก็ติดรถไปด้วยนะเพราะด้วยว่างที่ไม่มีอะไรทำเลยขอป้ากับลุงติดสอยห้อยตามไปด้วย
บ้านหลังใหม่ของลุงกับป้าตั้งอยู่ไม่ห่างจากบ้านยายนักแค่คนละตำบลเองระเวลาในการเดินทางก็ใช้เวลาเพียงแค่สิบนาทีเท่านั้นด้วยพอมาถึงพวกผู้ใหญ่ก็ช่วยกันขนของเข้ามาส่วนฉันที่ว่างเลยออกมานั่งเล่นอยู่ที่หน้าบ้านแทน
ขออธิบายก่อนว่าบริเวณที่บ้านของลุงตั้งอยู่นั้นรอบๆจะมีบ้านคนอยู่สองฝั่งถนนสลับกับทุ่งนาหรือไร่พืชผลฉันเดินออกจากตัวบ้านมายังทุ่งนาของลุงที่อยู่ข้างบ้านพร้อมกับเอาตุ๊กตาบาร์บี้ติดมือไปด้วยทุ่งนามันมีขนาดกว้างราวๆ 2 ไร่กว่าๆได้ตรงกลางทุ่งนามีกระท่อมปลายนาแบบโปร่งตั้งอยู่และมีต้นไม้ใหญ่อยู่ข้างๆ
สาวเท้าเดินตรงไปยังกระท่อมปีนขึ้นไปนั่งเล่นเหมือนอย่างเคยเมื่อก่อนเวลาที่ฉันมานากับลุงกับป้าฉันจะชอบมานั่งเล่นที่กระท่อมอยู่เป็ประจำ
ฉันนั่งเล่นตุ๊กตาบาร์บี้ไปพลางระหว่างรอพวกผู้ใหญ่ย้ายของขณะที่ฉันกำลังเล่นตุ๊กตาจู่ๆก็เห็นใครบางคนยืนอยู่ที่ด้านหลังต้นไม้เป็เด็กผู้หญิงขาวซีดผมดีดำสนิทยาวกลางหลังใส่เสื้อแขนสั้นสีขาวกระโปรงสีดำรองเท้านักเรียนใบหน้าของเธอโผล่ออกมาครึ่งหนึ่งพร้อมกับสายตาลุกวาวที่เหมือนกับเด็กที่เห็นของเล่นใหม่
ฉันเงยหน้าจ้องมองเธอกลับเหมือนเธอจะรู้เลยผลุบศรีษะเข้าไปด้านหลังต้นไม้ด้วยความอยากรู้ฉันลงจากระท่อมตรงไปยังหลังต้นไม้แต่กลับไม่พบใครอยู่เลยฉันเดินวนอยู่สองสามรอบจนเห็นว่าไม่มีใครฉันจึงกลับไปนั่งเล่นตุ๊กตาต่อโดยที่ไม่ได้ใส่อะไร
ขณะที่ฉันกำลังเล่นตุ๊กตาอยู่นั้นจู่ๆได้ยินเสียงของใครบางคนเรียกไว้ฉันเงยหน้าหันไปมองพบว่าเป็เด็กผู้หญิงที่แอบมองฉันที่หลังต้นไม้เมื่อตะกี้เธอยืนมองฉันอยู่ที่ข้างกระท่อม
“เธอน่ะ ชื่ออะไรหรอ”
เธอเอ่ยด้วยเสียงเนือยๆพร้อมกับค่อยๆฉีกยิ้มส่งมาให้ในตอนนั้นฉันไม่ได้คิดอะไรก็ตอบกลับไปตามปกติเพราะฉันคิดว่าเธอคงเป็เด็กแถวนี้แหละ
“เราชื่อรินน่ะ เธอล่ะ”
“พี่ชื่อฟ้านะ ยินดีที่ได้รู้จัก”
หลังจากแนะนำตัวกันเสร็จฉันก็ชวนพี่ฟ้าขึ้นมานั่งบนกระท่อมในขณะที่กำลังนั่งเล่นกันอยู่พี่ฟ้าเธอก็เล่าให้ฟังว่าเธออาศัยอยู่แถวนี้มานานมากั้แ่รุ่นทวดเลยบ้านของเธออยู่เยื้องจากบ้านลุงไปไม่ไกลเดินเลยร้านค้าไปหน่อยก็ถึงแล้ว
เรานั่งเล่นกันอยู่สักพักใหญ่ไม่นานก็ป้าของฉันก็เดินมาเรียก
“ป้าเรียกแล้วหนูไปก่อนนะพี่ฟ้า”ฉันหันไปหาพี่ฟ้าเพื่อบอกลาเธอ
“แล้วพรุ่งนี้รินยังอยู่มั้ย พี่กะว่าจะพาไปบ้านพี่”
“อยู่ๆ”
ในตอนนั้นฉันตอบเธอโดยไม่คิดเลยในหัวสมองคิดแค่ว่าเธอคือเพื่อนใหม่ที่ดีฉันเลยอยากจะสนิทกับเธอไวๆ
“พรุ่งนี้เช้ามารอที่นี่นะ เดี๋ยวพี่มารับ”
ฉันพยักหน้าตอบกลับไปก่อนจะวิ่งไปหาป้าที่รออยู่ที่ด้านหน้าถนนทันทีที่มาถึงฉันก็อาบน้ำกินข้าวตามปกติขณะที่ฉันกำลังดูทีวีอยู่นั้นฉันก็อาศัยจังหวะที่ป้ากำลังนั่งลงข้างๆบอกเื่ที่ฉันจะไปบ้านพี่ฟ้าพรุ่งนี้เลย
“ป้า พรุ่งนี้หนูไปบ้านเพื่อนนะ”
ป้าฉันหันมาขมวดคิ้วอย่างสงสัยก่อนจะถามขึ้นว่า
“เพื่อนที่ไหนล่ะ”
“ก็พี่ฟ้าบ้านที่ถัดจากร้านไปอ่ะ”
ป้าของฉันตอบตกลงขณะที่สายตาของเขายังจดจ้องกับละครในทีวีอย่างไม่สงสัยอะไรมาก
“ก็ได้นะ แต่อย่ากลับเย็นล่ะ”
ฉันพยักหน้าตอบตกลงอย่างดีใจที่ในที่สุดฉันก็จะได้ไปบ้านพี่ฟ้าแล้วในตอนนั้นฉันไม่ได้คิดอะไรมากก็แค่ดีใจที่จะได้ไปบ้านเพื่อนตามประสาเด็กนั่นแหละ
เวลาผ่านไปตอน่เช้าฉันรีบลุกขึ้นมาอาบน้ำกินข้าวเพื่อเตรียมตัวจะไปเที่ยวบ้านพี่ฟ้าฉันเดินดิ่งไปยังกระท่อมปลายนาเห็นว่าพี่ว่านั่งรออยู่ก่อนแล้วฉันที่เห็นดังนั้นก็รีบวิ่งไปหาเธอทันที
“มาแล้วหรอ ไปกันเลยมั้ย”
ฉันพยักหน้าตอบเป็เวลาเดียวกันที่พี่ฟ้ายื่นมือมาให้ฉันจับมือเธอก่อนจะพากันเดินออกไป
เราใช้เวลากันอยู่ครู่หนึ่งเดินเท้าจนมาถึงบ้านพี่ฟ้าทันทีที่มาถึงฉันใช้สายตากวาดมองรอบๆบ้านของพี่ฟ้าตั้งอยู่ที่หัวมุมถนนซ้ายมือไร่อ้อยส่วนฝั่งตรงข้ามเป็ที่ดินโล่งๆหน้าบ้านของพี่ฟ้าจะมีลานกว้างโล่งๆอยู่คงจะเป็ที่จอดรถนั่นแหละ
ฉันเดินตามพี่ฟ้าไปจนเข้ามาถึงตัวบ้าน บ้านของเธอเป็บ้านไม้สองชั้นด้านล่างมีห้องอยู่หนึ่งห้องกับห้องน้ำและห้องครัวที่อยู่ด้านหลังขวามือเยื้องๆกันหน่อยมีโต๊ะไม้สักนั่งยาวกับเปลขาดรุ่ยอันหนึ่งแขวนกับเสาไว้ไม่ไกลดูจากสภาพโดยรวมก็ถือว่าเก่าอยู่นะ อาจจะเป็เพราะมันอยู่มานานั้แ่สมัยทวดแต่มันก็ไม่ได้โทรมมากถึงขั้นผุพังอย่างที่ฉันคิด
“มานั่งตรงนี้สิ”
พี่ฟ้าที่ไปนั่งโต๊ะไม้สักั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้เธอตบลงที่ว่างข้างๆเธอฉันเดินลงไปนั่งพลางกวาดตามองไปรอบๆด้วยความสงสัยจะว่าไปั้แ่เข้ามาที่บ้านของพี่ฟ้าฉันก็รู้สึกได้ว่าบ้านมันเงียบผิดปกติไม่วี่แววของคนในบ้านแม้แต่น้อย
“พี่ฟ้า คนที่บ้านหายไปไหนกันหมด”
พี่ฟ้าค่อยๆหันหน้ามาหาฉันอย่างช้าๆแววตาของเธอนิ่งสนิทก่อนจะพูดขึ้นด้วยเสียงเนือยๆ
“พี่อยู่กับตายาย ท่านก็อยู่ที่นี่แหละ ไม่ได้ไปไหน”
เมื่อได้คำตอบฉันก็ไม่ได้ถามอะไรต่อหลังจากถามไถ่เล็กๆน้อยๆเสร็จเราก็นั่งเล่นกันอยู่สักพักจู่ๆหางตาก็เหลือบเห็นอะไรบางอย่างคล้ายกับคนเดินผ่านไปที่หลังบ้านด้วยความอยากรู้อยากเห็นฉันพยายามชะเง้อมองครั้งแล้วครั้งเล่า
“มีอะไรรึเปล่า”
พี่ฟ้าที่เห็นฉันกำลังชะเง้อมองหาอะไรสักอย่างเธอก็ถามขึ้นฉันหันมามองเธอสลับกับหลังบ้านที่ฉันเห็นคนเดินผ่านเมื่อกี้ก่อนจะบอกเธอไป
“หนูเห็นคนเดินไปหลังบ้าน”
พี่ฟ้าหันไปมองตามก่อนเธอจะหันกลับมาหาฉัน
“คงเป็ยายพี่นั่นแหละ แกชอบไปนั่งเล่นที่หลังบ้าน”
ฉันที่ได้ยินดังนั้นก็ตอบเออออไปโดยที่ไม่ได้คิดอะไรมากก่อนจะหันกลับมานั่งดังเดิม
เวลาผ่านไปนับชั่วโมงตอนนั้นฉันรู้สึกเริ่มเบื่อแล้วอยากจะหาอะไรเล่นตามประสาเด็ก ฉันหันไปบอกกับคนข้างๆว่าอยากจะหาอะไรเล่นทันใดนั้นพี่ฟ้าก็ลงจากโต๊ะไม้สักก่อนจะหันมาพูดกับฉันว่า
“หลังบ้านพี่มีชิงช้าอยู่ ไปเล่นมั้ย”
ฉันที่ได้ยินดังนั้นก็พยักหน้ารัวๆด้วยความตื่นเต้นในตอนนั้นฉันไม่ได้คิดอะไรนอกจากความคิดที่อยากจะเล่นชิงช้าเท่านั้นฉันเดินตามพี่ฟ้ามาที่หลังบ้านก่อนจะใช้สายตากวาดมองไปรอบๆบริเวณหลังบ้านไม่มีอะไรมากนอกจากกระท่อมที่ทำจากใบจากและชิงช้าที่ผูกกับต้นไม้ใหญ่
พี่ฟ้าดึงฉันให้มานั่งบนชิงช้าก่อนเธอจะเดินอ้อมไปด้านหลังและเริ่มไกวมันอย่างเบาๆเสียงเชือกสีกับกิ่งไม้ดังครืดคราดแข่งกับเสียงลมโชยพัดเอื่อยๆขณะที่ฉันกำลังเพลิดเพลินกับชิงช้านั้นจู่ๆสายตาฉันก็เห็นอะไรบางอย่างที่หน้าต่างชั้นสองฉันเงยหน้าขึ้นไปดูพบว่าเป็คุณยายที่กำลังจ้องมองมาทางนี้ด้วยแววตาที่จ้องเขม็ง
วินาทีนั้นฉันรู้สึกกลัวมากเลยหันไปบอกกับพี่ฟ้าที่อยู่ด้านหลังแต่พอฉันหันไปด้านหลังกลับไม่พบใครอยู่เลยฉันมองซ้ายมองขวาพร้อมกับะโหาพี่ฟ้าดังลั่นแต่ก็ไม่มีวี่แววที่พี่ฟ้าจะโผล่ออกมาให้เห็นแถมพอมองขึ้นไปที่หน้าต่างก็พบว่าคุณยายยังคงจ้องมองมาอยู่ฉันจึงตัดสินใจลงจากชิงช้าเพื่อที่จะกลับบ้านแต่ยังไม่ทันได้ก้าวขาจู่ๆก็มีมือของใครบางคนมากระชากแขนของฉันจนเกือบจะหงายหลังลงไปเลยฉันหันไปมองด้วยความหวาดกลัวก็พบว่าเป็ชายชราผิวซีดคล้ำใส่กางขาสั้นเปลือยท่อนบนที่คาดว่าน่าจะเป็คุณตาของพี่ฟ้าเป็คนดึงฉันเอาไว้นั่นเองฉันค่อยๆเงยหน้ามองขึ้นไปจนถึงใบหน้าก็ถึงกับช็อคเพราะไม่มีลูกตาตอนนั้นฉันร้องไห้หนักมากเรียกได้ว่ากรีดร้องเลยด้วยซ้ำทั้งขาสั่นอ่อนแรงทรุดลงไปกับพื้นเลย
ขณะที่ฉันกำลังร้องไห้เรียกหาพี่ฟ้าด้วยความอ่อนแรงจู่ๆคุณตาก็ะโด่าด้วยภาษาที่ฟังไม่รู้เื่พร้อมกับฟาดไม้เรียวลงมาที่หลังของฉันอย่างเต็มแรงฉันกรีดร้องด้วยความกลัวความเจ็บอย่างสุดเสียงพร้อมกับะโบอกให้เขาหยุดตีฉันแต่คุณตาก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลยมีแต่จะฟาดฉันแรงขึ้นเรื่อยๆ
ฉันร้องไห้จนเหนื่อยหอบทรุดลงไปกับพื้นดวงตาที่พร่ามัวเหลือบเห็นพี่ฟ้ายืนอยู่ตรงหน้าฉันร้องเรียกหาเธอด้วยเสียงที่สั่นเครือแต่ก็ต้องใอีกครั้งเพราะสภาพของพี่ฟ้าที่ฉันเห็นเธอตามตัวเธอมีรอยฟกช้ำเต็มไปหมดข้อเท้าของเธอมีโล่ขนาดใหญ่ใส่เอาไว้
“พี่ฟ้า ฮือ~~~ช่วยหนูด้วย”
พี่ฟ้ายืนมองฉันนิ่งใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยน้ำตาพร้อมพูดขอโทษอย่างนั้นซ้ำๆ
“พี่ขอโทษ พี่ขอโทษพี่ขอโทษ…”
ฉันในตอนนั้นไม่เข้าใจหรอกว่าเธอขอโทษฉันทำไมฉันแค่้าให้เธอมาช่วยฉันก็เท่านั้น
วินาทีที่ฉันกรีดร้องด้วยความทรมานและกำลังจะสลบจู่ๆก็ได้ยินเสียงของใครบางคนดังเข้ามาในหัว
“ริน!!!หนูอยู่ไหนลูก”
ฉันจำได้ว่านั่นเป็เสียงของป้าตอนนั้นฉันดีใจมากที่ในที่สุดก็มีคนมาช่วยฉันฉันนอนลงกับพื้นด้วยความอ่อนแรงในขณะเดียวกันคุณตาก็หยุดตีฉันแล้วเสียงฝีเท้าของคนหลายคนเข้ามาใกล้มากขึ้นและภาพทุกอย่างก็ตัดไป
ฉันตื่นขึ้นมาอีกทีในเช้าวันจันทร์ฉันยังคงอยู่ที่บ้านลุงตื่นมาฉันก็อาบน้ำอาบท่ากินข้าวตามปกติแต่ตอนที่อาบน้ำนั้นฉันรู้สึกแสบที่หลังมากมันแสบจนไม่สามารถโดนน้ำได้เลย
หลังจากที่ทำกิจเสร็จฉันก็ออกมาทานข้าวกับลุงกับป้าแต่คราวนี้มียายกับผู้ใหญ่ที่ไม่รู้จักอยู่ด้วยป้าพาฉันมานั่งก่อนจะให้เล่าเื่ทุกอย่างให้ฟังหลังจากเล่าจบป้าเ้าของร้านค้าก็เล่าเื่ครอบครัวของพี่ฟ้าให้ฟัง
ย้อนกลับไปเมื่อ4 ปีก่อนในตอนนั้นที่บ้านของพี่ฟ้ายังเป็บ้านที่เต็มไปด้วยความสุขมีคุณตาคุณยายมีพ่อแม่ลุงป้าและพี่ฟ้าจนกระทั่งวันหนึ่งลุงกับป้าก็ย้ายออกไปเหลือเพียงคุณตาคุณยายกับพ่อแม่ของพี่ฟ้าผ่านไปได้ไม่นานพ่อแม่ของพี่ฟ้าก็ต้องย้ายไปทำงานในเข้ากรุงเทพบวกกับพี่ฟ้ายังคงเรียนอยู่ด้วยพี่ฟ้าเลยต้องอยู่กับคุณตาคุณยายแทนตอนแรกก็เหตุการณ์ทุกอย่างก็เหมือนจะปกตินั่นแหละ
วันนึงพี่ฟ้าได้พาเพื่อนไปที่บ้านเล่นกันเหมือนอย่างจนกระทั่งตกเย็นจู่ๆคุณตาก็เกิดอารมณ์ขึ้นมาดื้อซะอย่างนั้นเขาจับพี่ฟ้าเฆี่ยนตีจนตามตัวของเธอช้ำไปหมดมิหนำซ้ำยังจับพี่ฟ้ามัดกับเสาใต้ถุนบ้านด้วยวันไหนที่พี่ฟ้าร้องไห้หรือพยายามที่แกะโซ่นั่น คุณตาก็จะมาเฆี่ยนตีซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนสุดท้ายพี่ฟ้าก็ทนพิษาแไม่ไหวและก็จากไปในที่สุด
คุณยายเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างและพยายามจะห้ามแกแล้วนะแต่สุดท้ายคุณยายก็สู้แกไม่ไหวไม่พอแกยังโดนลูกหลงถูกคุณตาทำร้ายไปอีกด้วยหลังจากที่พี่ฟ้าเสียคุณยายก็ทำใจไม่ได้สุดท้ายแกก็เลือกที่จะจบชีวิตลงโดยการผูกคอตายกับเหล็กขอบหน้าต่างในห้องของตัวเอง
หลังจากที่พี่ฟ้าและคุณยายจากไปนิสัยของคุณตาก็เปลี่ยนไปแกก้าวร้าวขึ้น ด่ากราดทุกคนที่ขับรถผ่านหรือหนักสุดปาก้อนหินใส่ชาวบ้านคนอื่นก็มีจนวันนึงแกไปมีเื่กับวัยรุ่นเข้าและสุดท้ายแกก็โดนพวกวัยรุ่นพวกนั้นทำร้ายจนตายที่หน้าบ้านของตัวเอง
หลังจากเสร็จงานศพก็มีหลายคนที่เห็นิญญาของพวกเขานะไม่ว่าจะทั้งในบ้านบ้างหรือนอกบ้านบ้าง แต่เคสที่หนักสุดก็คงจะเป็ฉันนี่แหละที่ถึงขั้นพาเข้าบ้านและโดนเฆี่ยนตีด้วย
ในวันถัดมายายของฉันเพื่อนบ้านในละแวกรวมถึงญาติคนอื่นๆของพี่ฟ้าต่างรวมตัวกันนิมนต์หลวงพ่อเพื่อมาทำพิธีส่งิญญาและพาฉันมาขอขมาที่บ้านพี่ฟ้าหลังจากที่ทำพิธีเสร็จสรรพทางคุณป้าของพี่ฟ้าก็ได้ทำลายบ้านหลังนั้นทิ้งจนเหลือแต่ที่ดินเปล่าๆขณะที่รถแม็คโครกำลังรื้อบ้านสายตาของฉันเหลือบไปเห็นพี่ฟ้ายืนอยู่ด้านหลังของคุณแม่ของเธอพี่ฟ้าในชุดเดรสสีขาวสวยเธอยิ้มส่งให้ฉันพร้อมกับโบกมือลาฉันที่เห็นดังนั้นความรู้สึกกลัวในตอนแรกมันหายไปหมดเหลือแต่เพียงความสงสารและความเห็นใจที่มีต่อเธอฉันโบกมือลาตอบเธอกลับจะเอ่ยด้วยเสียงเบาๆว่า
“ไปดีมาดีนะพี่ฟ้าถ้าชาติหน้ามีจริงไว้เรามาเป็เพื่อนกันใหม่นะ”
จากนั้นพี่ฟ้าก็ค่อยๆจางหายไปฉันยกมือเล็กๆเช็ดน้ำตาที่เอ่อออกมามองบ้านของพี่ฟ้าตรงหน้าที่ตอนนี้กลายเป็แค่เศษไม้ผุพังกองถมกันเป็ชั้นๆ
เื่ราวของครอบครัวพี่ฟ้าทุกวันนี้ฉันยังจดจำไม่เคยลืมทุกวันนี้มันกลายเป็ลานกว้างที่มีเครื่องเล่นให้คนในหมู่บ้านมาออกกำลังกายไปแล้วและมีร้านค้าเล็กๆที่เป็ของคุณลุงคุณป้าของพี่ฟ้ามาเปิดให้บริการกับคนในหมู่บ้านหรือคนที่สัญจรไปมาไม่มีิญญาหรือผีใดออกมาให้ผู้คนได้เห็นอีกทุกครั้งเวลาฉันไปเยี่ยมลุงกับป้าฉันก็มักจะไปแวะหาคุณลุงกับคุณป้าของพี่ฟ้าเสมอนึกย้อนไปถ้าในตอนนั้นพี่ฟ้าไม่โดนทำร้ายและมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้เธอจะเป็แบบไหนนะเธออาจจะเป็เพื่อนสนิทของฉันหรืออาจจะเป็พี่ฟ้าที่น่ารักของทุกคนอย่างที่พวกเขาอยากให้เป็เหมือนตอนนี้ก็ได้