บทที่ 24 ดักจับชู้
เนื่องด้วยเซวียนเฟยหรงไม่เคยคิดว่าตนเองนั้นจะต้องเข้าสู่เกมส์ชิงอำนาจ เขาเพียงแต่ใช้ชีวิตเบื้องหน้าเป็คนปัญญาอ่อน และเื้ัเป็นักวิจัยตำแหน่งเล็กๆอยู่ในกระทรวงวิจัย ทำให้เขานั้นไม่มีทั้งอำนาจ และแรงงานคนมีฝีมือที่จะช่วยเขาในการสืบข่าวต่างๆ ได้
เซวียนเฟยหรงให้รู้สึกหงุดหงิดใจยิ่งนัก เขามีเื่มากมายที่จำเป็ที่จะต้องทำ ทั้งการสืบหาตัวตงฟางชงหยวน ว่าตอนนี้เ้านั่นดำเนินเื่ราวต่างๆไปถึงไหนแล้ว ติดตามความเคลื่อนไหวของตระกูลเสิ่น และไหนจะต้องตรวจสอบเื้ัของตระกูลสีอีก โดยเฉพาะสีจิวฮวา
แต่เนื่องจาก 26 ปีของการไม่เคยวางแผน เขาจึงไม่สามารถหากำลังคนเพียงพอต่อการใช้งานได้ภายในระยะเวลาอันสั้น แม้เขาจะระลึกชาติได้หลายเดือนแล้วก็ตาม แต่ตอนนี้เขาก็มีเพียงองค์รักษ์เงาที่ไว้ใจได้ไม่ถึง 10 คนในมือ กับเพื่อนนักวิจัยที่พึ่งพาในเื่พวกนี้ไม่ได้อีก 1 โหล ให้เ้าพวกนั้นวิจัยอุปกรณ์ชิ้นใหม่ ยังดีซะกว่าให้ออกไปสืบข่าว
แต่ถึงแม้จะมีกำลังคนน้อย เขาก็ยังต้องพยายามใช้ทุกอย่างให้คุ้มค่าอยู่ดี องค์รักษ์เงาทั้ง 10 คนของเขาเป็องค์รักษ์เงาที่เสด็จพ่อประทานให้ เมื่อชาติที่แล้วเพราะเขาหลงเชื่อคำของเสิ่นิฮวาทำให้ระแวงคนเหล่านี้ จนกระทั่งกำจัดพวกเขาออกไปให้พ้นทางด้วยตนเองทั้งหมด และใช้องค์รักษ์เงาของตระกูลเสิ่นแทน หากเขายังมีองค์รักษ์เงาพวกนี้อยู่ และไม่หลงโง่งมไปกับความรักที่จอมปลอม เขาอาจจะไม่ต้องตกตายอนาจเช่นนั้นก็เป็ไปได้
องค์รักษ์เงาคนหนึ่งอยู่ในชุดรัดรูปสีดำ ปรากฏกายขึ้นข้างๆเขา ใบหน้าขององค์รักษ์เงาผู้นี้ถูกซ่อนเอาไว้อยู่ในเงามืด “ทางด้านตระกูลสีเป็อย่างไรบ้าง” เซวียนเฟยหรงเอ่ยถาม
“หลังจากสีหยางปิงและพระชายากลับถึงจวน..” องค์รักษ์เงาเกริ่น
หากแต่ก็ถูกเสียงเหี้ยมกล่าวขัดขึ้นมาเสียก่อน “ใครคือพระชายา!”
องค์รักษ์เงารอบกลืนน้ำลายก่อนที่จะเปลี่ยนคำเรียก “หลังจากที่สีหยางปิงและว่าที่พระ...สีจิวฮวา กลับถึงจวน สีหยางปิงก็ทำการตกรางวัลให้บ่าวไพร่และคนงานที่พยายามหาหินอุกกาบาตมาจนได้ จากนั้นก็เป็งานเลี้ยงฉลองในครอบครัว ไม่มีอะไรเป็พิเศษพะยะค่ะ”
“เ้าไปได้แล้ว” เซวียนเฟยหรงเอ่ยปากไล่ จากนั้นเขาก็ทอดสายตามองออกไปบนท้องฟ้ายามราตรี ในวันนี้นั้นเป็วันนี้ทางตระกูลสีได้รับคำตอบจากทางเขาแล้วว่าจะมีการแต่งงานกันเกิดขึ้นจริง หากสีจิวฮวาร่วมมือกับตงฟางชงหยวน ่เวลากลางคืนเช่นนี้ หากเขาไปแอบดักรอ ก็อาจจะสามารถจับได้ว่าทั้งสองแอบนัดพบกันเพื่อฉลองความสำเร็จ
เซวียนเฟยหรงบอกตัวเองว่าเขาจะแอบออกไปจับชู้ เพื่อไม่ให้โดนหลอกเหมือนเมื่อครั้งเสิ่นิฮวา ไม่ใช่ว่าไปเพราะคิดถึงดวงหน้าสวยคมได้รูป และดวงตาเปล่งประกายระยิบของจิวฮวาแต่อย่างใด
ร่างสูงเร้นกายไปในความมืด เขาอยู่ในชุดรัดรูปสีดำสนิท ปิดบังใบหน้า และสวมใส่แว่นวงรีกรอบทอง แว่นนี้เป็แว่นพิเศษที่ลงพลังเวทย์เอาไว้ สามารถทำให้ผู้ที่ส่วนใส่มองเห็นได้ไกลขึ้น และยังช่วยให้มองเห็นได้ชัดขึ้นในเวลากลางคืนอีกด้วย
ปกติเซวียนเฟยหรงมักจะใช้มุกราตรีช่วยอำพรางอ่อร่าสีส้มของตน ให้แสดงสถานะลดลงมา 1 ระดับ ดังนั้นคนทั่วไปจึงรับรู้กันแค่เพียงองค์ชายรองนั้นมีออร่าสีม่วง แต่เพราะเหตุการณ์ที่ช่วยชีวิตของจิวฮวาทำให้อ่อร่าของเขาเลื่อนขึ้นมาอีก 1 ระดับ เขาจึงจำเป็ที่จะต้องใช้มัน
ในที่สุดเซวียนเฟยหรงก็สามารถลอบเข้ามาในจวนตระกูลสีได้อย่างง่ายดาย เรือนของจิวฮวานั้นอยู่ในจุดที่ไม่ไกลจากเรือนหน้ามากนัก แถมยังติดกับกำแพงจวนด้านหนึ่ง ทำให้เซวียนเฟยหรงรอบเข้าไปได้อย่างง่ายดาย ในความมืด ร่างสูงตั้งจิตลบล้างตัวตน ก่อนที่จะมองเข้าไปภายในห้อง
บัดนี้มีเพียงห้องเดียว ที่เป็ห้องใหญ่ อยู่ใกล้ต้นเหมยที่ยังมีแสงไฟอยู่ หน้าต่างถูกเปิดกว้างเพื่อรับลมเย็น บนพื้นปรากฏร่างบางของหญิงสาวผู้หนึ่งกำลังคร่ำเคร่งกับการปักชุดแต่งงานสีแดง
หญิงสูงวัยคนหนึ่ง ถือตะเกียงเดินเปิดประตูเข้ามา “คุณหนูเ้าคะ นอนพักผ่อนก่อนเถิดเ้าค่ะ ไว้พรุ่งนี้เช้าค่อยตื่นมาปักต่อก็ไม่สาย” เสียงสนทนาดังมาจากในห้อง และเพราะเซวียนเฟยหรงแอบอยู่ในเงาของต้นเหมยจึงสามารถได้ยินอย่างชัดเจน
จิวฮวายิ้มรับเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยไล่หญิงสูงวัยไปนอน “ป้าเจียงไปนอนเถอะจ้ะ ข้าขอปักอีกสักหน่อยก่อนจะเข้านอน ใครจะรู้ฤกษ์แต่งงานอาจเป็สัปดาห์หน้า หรือสองสัปดาห์หน้าก็ได้ หากตอนนั้นชุดปักไม่ทันต้องใส่ของสำเร็จรูป ถึงข้าจะไม่อายแต่ก็ไม่ชอบ”
สุดท้ายเจียงมามาก็ต้องยอมแพ้ ยอมเดินกลับไปนอนแต่โดยดี นอกจากนี้เพราะจิวฮวาไม่ชอบให้มีคนมานอนเฝ้า อีกทั้งยังมั่นใจในระบบการรักษาความปลอดภัยของจวนตระกูลสี่เป็อย่างมาก จึงนอนเพียงลำพังในเรือนเสมอ
เซวียนเฟยหรงที่แอบมองอยู่แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมขึ้นมาทันที “หึ ไล่คนออกไปเพราะนัดพบเ้าตงฟานชงหยวนไว้สินะ ทำเป็มาอ้างว่าจะปักผ้า การมาครานี้ของข้าไม่เสียเที่ยวจริงๆ”
แต่จนกระทั่งยามจื่อ(23.00-00.59 น.) ก็แล้ว จนกระทั่งจะเข้าสู่ยามโฉว่(01.00-2.59 น.) อยู่แล้ว จิวฮวานั้นปักผ้าคืบหน้าไปได้เยอะแล้ว แต่ก็ยังไม่มีใครมา เซวียนเฟยหรงรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมานิดหน่อย จนอดคิดไม่ได้ว่าหรือว่าเ้าตงฟางชงหยวนนั่นจะไหวตัวทัน
ในอีกด้านจิวฮวาก็เริ่มรู้สึกว่าดวงตาของตนนั้นเริ่มพร่าเรือน เสียงตีฆ้องบอกเวลาดังขึ้น ว่าขณะนี้ได้เข้าสู่ยามโฉว่แล้ว เธอจึงรู้สึกว่าสมควรพอและเข้านอนได้เสียที แต่ในจังหวะนั้น ที่กำลังจะวางมือนั่นเอง จิวฮวาก็สามารถััได้ถึงไอพลังงานบางอย่าง
ร่างบางกระเด้งลุกพรวด ก่อนที่จะวิ่งถลามาที่หน้าต่างด้วยความเร็ว ก่อนที่จะมองรอบตัวด้วยความหวาดระแวง
เซวียนเฟยหรงที่เห็นท่าทางใของจิวฮวาก็แสยะขึ้นมาทันที มาแล้วสินะ เขาคิดในใจพร้อมกับขยับตัวเล็กน้อย เพื่อจะได้สามารถเห็นภาพต่างๆได้ชัดเจนขึ้น
ใน่จังหวะนั้นเอง สายตาทั้งคู่ก็สบประสานกัน เซวียนเฟยหรงรู้สึกชาวาบไปทั้งร่างกาย จิวฮวาเองก็ใไม่แพ้กัน “ใต้เท้าหรง” เธอเอ่ยทักคนตรงหน้า แม้จะพบกันเพียงครั้งเดียวในวันที่ปลุดพลังเวทย์ แต่เธอก็ยังจำชายคนนี้ได้แม่นยำ
เธอไม่ได้จำเขาได้จากรูปลักษณ์ หรือหน้าตา หากแต่เป็ััความรู้สึก ทุกครั้งที่อยู่ใกล้ ก็คล้ายจะมีพลังดึงดูดให้เธออยากเข้าใกล้เข้ามาขึ้นเสมอ คล้ายกับเส้นใยความสัมพันธ์ ที่ทักทอร้อยเรียงเธอและเขาให้เข้าใกล้กัน เป็ความรู้สึกโหยหา อาทร เหมือนกับที่เกิดขึ้นก็องค์ชายรองเป็อย่างดี
แต่หากสุดท้ายเธอต้องเลือก เธอก็จะเลือกองค์ชายรอง เพราะเขาคนนั้น้าเธอ เธอเดินทางมาโลกใบนี้เพื่อเติมเต็มชีวิตให้กับชายผู้น่าสงสารคนนั้น ไม่ใช่กับชายตรงหน้าคนนี้
“ใต้เท้าหรง มาทำอะไรที่นี่เ้าคะ” จิวฮวาปรับเสียงให้เข้มขึ้น เพื่อบ่งบอกว่าเธอกำลังไม่พอใจ
แน่นอนว่าเซวียนเฟยหรงสังเกตเห็นเสี้ยวแววตาที่ห่วงหา อาธร และคำนึงถึงของจิวฮวา ก่อนที่เธอจะปกติมันเอาไว้อย่างรวดเร็ว แล้วเปลี่ยนเป็แววตาห่างเหินและเ็าอย่างเช่นตอนนี้ หากแต่เซวียนเฟยหรงก็อดที่จะรู้สึกโมโหไม่ได้ ผู้หญิงคนนี้ในใจมอบใจให้ชายกี่คนกันแน่ ทั้งที่บอกว่าชอบเขาองค์ชายที่ไม่สมประกอบนั่นก็คงจะเป็เื่หลอกลวง
เซวียนเฟยหรงอดรู้สึกสมเพสตัวเองไม่ได้ เขากล้ายอมรับว่ามันมีบาง่ที่เขาปราถนาให้ความรู้สึกของคนตรงหน้านี้เป็ของจริง ให้เธอเข้าหาเขาด้วยใจบริสุทธิ์ ไม่หลอกลวงและทำร้ายเขาอย่างเสิ่นิฮวา หากแต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าเขาไม่ควรหวังสิ่งใดจากใจสตรี เมื่อดิดได้ดังนั้นเซวียนเฟยหรงจึงปรับท่าทาง ด้วยจิตใจแน่วแน่ ว่าถึงแม้ตงฟางชงหยวนจะไม่มา เขาก็จะใช้ตัวตนของหรงเฟยเปิดโปงคนตรงหน้า เขาจะกระชากหน้ากากใสซื่อนี้ออกมา